ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,720 รายการ
สาระสังเขป : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงฟื้นฟูวัฒนธรรมในด้านต่างๆ เช่น ขนบธรรมเนียมราชประเพณี การศาสนา ทรงสะสางระเบียบราชการ ทรงฟื้นฟูศิลปศาสตร์ ฯลฯผู้แต่ง : พิทยลาภพฤฒิยากร, พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นโรงพิมพ์ : พระจันทร์ปีที่พิมพ์ : 2500ภาษา : ไทยรูปแบบ : PDFเลขทะเบียน : น.32บ.2632จบเลขหมู่ : 923.1593 พ669พ
สังคโลก ผลิตที่ไหนบ้าง?
๑. กลุ่มเตาเมืองศรีสัชนาลัย เป็นแหล่งผลิตสังคโลกที่มีพัฒนาการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนสถาปนากรุงสุโขทัย เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เป็นต้นมา กลุ่มเตานี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยห่างออกไปทางทิศเหนือ มีแหล่งเตาผลิตสังคโลกตั้งเรียงรายไปตามริมฝั่งแม่น้ำยมด้านตะวันตกตั้งแต่บริเวณบ้านป่ายาง บ้านเกาะน้อย บ้านหนองอ้อไปจนถึงวัดดอนลาน สามารถจำแนกเตาได้เป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มเตาบ้านเกาะน้อย
ตั้งอยู่ห่างจากกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือประมาณ ๕ กิโลเมตร จากการสำรวจและขุดค้นพบจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เตา ในระยะแรกเป็นเตาชนิดอุโมงค์หรือเตาขุด ต่อมาพัฒนาเป็นเตาก่อด้วยดินดิบผนังยาดินเหนียวและพัฒนาการขั้นสุดท้ายเป็นเตาอิฐขนาดใหญ่อยู่บนเนินดินสูงในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๒ ภายในเตาเผาพบภาชนะประเภทไม่เคลือบ ภาชนะประเภทเขียนลายสีดำใต้เคลือบ ภาชนะประเภทเคลือบสีเขียว เป็นต้น
- กลุ่มเตาบ้านป่ายาง
อยู่ห่างจากเมืองศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือราว ๕๐๐ เมตร จากการสำรวจพบเตาประมาณ ๒๕ เตา ส่วนใหญ่เป็นเตาก่อด้วยอิฐอยู่บนเนินดินสูง สันนิษฐานว่ากลุ่มเตาบ้านป่ายางเริ่มผลิตสังคโลกในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ โดยผลิตภาชนะประเภทเขียนลายสีดำหรือน้ำตาลใต้เคลือบ ภาชนะประเภทเคลือบน้ำตาลเข้ม นอกจากนี้ยังผลิตตุ๊กตาและเครื่องประดับสถาปัตยกรรมอีกด้วย(ซ้าย) จานเคลือบสีเขียว ผลิตจากเตาบ้านเกาะน้อย เมืองศรีสัชนาลัย ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก(ขวา) ยักษ์ (ทวารบาล) ผลิตจากเตาบ้านป่ายาง เมืองศรีสัชนาลัยปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
๒. กลุ่มเตาเมืองสุโขทัย เป็นแหล่งผลิตสังคโลกที่เกิดขึ้นเพื่อเสริมกำลังการผลิตของเตาเมืองศรีสัชนาลัย ในช่วงที่สังคโลกเป็นสินค้าที่ต้องการของตลาดตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นต้นมา กลุ่มเตานี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองสุโขทัยบริเวณด้านทิศเหนือของวัดพระพายหลวง และเรียงรายไปตามริมน้ำแม่โจน จากการสำรวจทางโบราณคดีพบเตาประมาณ ๔๗ เตา มีลักษณะเป็นเตาก่ออิฐสร้างบนเนินดินถมสูง บางแห่งมีร่องรอยการสร้างเตาเผาซ้อนทับกันหลายครั้ง นิยมผลิตภาชนะประเภทเขียนลายสีดำหรือสีน้ำตาลใต้เคลือบ ผลิตภัณฑ์ที่พบมักใช้น้ำดินสีขาวทาลงบนเนื้อดินเพื่อเป็นการรองพื้นก่อนเขียนลวดลาย
จานเขียนลายสีดำใต้เคลือบ ผลิตจากเตาเมืองสุโขทัย ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
เลขทะเบียน : นพ.บ.26/14ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 13 (138-151) ผูก 13หัวเรื่อง : ธรรมบท --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.46/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 78 หน้า ; 4.6 x 51.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 28 (282-294) ผูก 9หัวเรื่อง : ธรรมบท --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง : บทละครเรื่อง อิเหนา เล่ม 4
ชื่อผู้แต่ง : พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ
ปีที่พิมพ์ : 2510
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภา
จำนวนหน้า : 314 หน้า
สาระสังเขป : บทละครเรื่องอิเหนานี้ วรรณคดีสโมสรได้ตัดสินว่าเป็นยอดของบทละครรำเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2459 เพราะแต่งดีพร้อมทั้งความทั้งกลอนทั้งกระบวนที่จะเล่นละคร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการศึกษาประเพณีไทยแต่โบราณขนบธรรมเนียมบ้านเมือง และอัธยาศัยคนในสมัยนั้นอีกด้วย บทละครเรื่อง อิเหนา เล่ม 4 เริ่มจากตอนอุณากรรณปันหยีเข้าเฝ้าท้าวกาหลัง สียะตราแปลงเป็นย่าหรัน อิเหนา บุษบา สียะตรา วิยะดาพบกัน จนถึงตอนท้าวกาหลังสั่งให้ฆ่าระตูมะงาดา
"ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น " มติชนสุดสัปดาห์. 37 , (1894) : 114 ; ธันวาคม 2559.
เนื้อหา ข้างตันกล่าวถึง ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ว่าเป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง ที่ได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และในฐานะเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาได้รับพระมหากรุณาธิคุณและได้พบเห็นสิ่งต่างๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นได้ถูกเรียบเรียงออกมาในรูปแบบ ปาฐกถา คำบรรยาย บทความฯ อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา และถูกรวบรวมไว้ในหนังสือ ใต้เบื้องพระยุคลบาท ภายในเล่มสอดแทรกองค์ความรู้จากโครงการพระราชดำริที่สร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย การฟื้นฟูพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ทั่งรู้ถึงเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องสิ่งแวดล้อม รูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่าน เป็นต้น
ตรวจสอบโบราณสถานตามโครงการบำรุงรักษา กิจกรรมถากถางและกำจัดวัชพืช ปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ (งวดที่๒) ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘
นายชำนาญ กฤษณสุวรรณ นายช่างเทคนิคอาวุโสนายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงานนายนฤชา อินทร์ภู่ พนักงานดูแลโบราณสถาน บ.๒นายประเสริฐ เทพนอก พนักงานขับรถยนต์
ชื่อเรื่อง : พระราชหัตถเลขา คราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ในรัชกาลที่ 5
ชื่อผู้แต่ง : จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ
ปีที่พิมพ์ : 2508
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์กรมสรรพสามิต
จำนวนหน้า : 150 หน้า
สาระสังเขป : พระราชหัตถเลขาคราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ในรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นรายงานบันทึกประจำวันการเสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ผู้สำเร็จราชการ รวม 26 ฉบับ ซึ่งเป็นเรื่องราวเหตุการณ์เสด็จประพาสสถานที่สำคัญและหัวเมืองใหญ่น้อย โดยเสด็จฯ ออกจากพระนครศรีอยุธยา ไปถึงเมืองอ่างทอง สิงห์บุรี สรรพยา ชัยนาท มโนรมย์ อุทัยธานี นครสวรรค์ บางมูลนาค พิจิตร พิษณุโลก พิไชย ตรอนตรีสินธุ์ อุตรดิตถ์ ทุ่งแย้ ลับแล และฝาง ตามลำดับ
การปฏิบัติงานภาคสนามโครงการสำรวจขึ้นทะเบียนโบราณสถานของสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ณ ปราสาทไบแบก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์โดยนายประพันธ์ เนื่องมัจฉา นายช่างสำรวจชำนาญงาน และคณะ
ชื่อเรื่อง : ปกิณกกถาเทศนา และเรียงความกระทู้ธรรม
ชื่อผู้แต่ง : ห้อง บุนนาค
ปีที่พิมพ์ : 2512
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์
จำนวนหน้า : 74 หน้า
สาระสังเขป : ปกิณกกถาเทศนา มีเนื้อหาเป็นการแสดงธรรมะเกี่ยวกับกรรมดี กรรมชั่ว สอนมนุษย์ให้ละเว้นความโลภ โกรธ หลง ที่จะฉุดชักตนลงสู่อบาย และสอนให้มีสติสัมปชัญญะในการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ เนื้อหาส่วนต่อมาคือเรียงความกระทู้ธรรม เป็นการอธิบายธรรมะในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ บุคคลย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ ผู้ไม่ประมาทควรทำความเพียรให้แน่วแน่ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น
ศาลาตรีมุข ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระวิหารหลวง (ภาพที่ ๑) เป็นศาลาโถงที่ตั้งคร่อมบนแนวกำแพงแก้ว ลักษณะทางสถาปัตยกรรมมีความผสมผสานกันระหว่างแบบประเพณีนิยมและแบบพระราชนิยม กล่าวคือ ส่วนหลังคาเป็นแบบประเพณีนิยม เช่นเดียวกับวัดทั่วไปที่เป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันเครื่องไม้สลักปิดทองประดับกระจก ส่วนตัวอาคารเป็นแบบพระราชนิยมใน เนื่องจากมีการใช้เสาสี่เหลี่ยมทำนองเดียวกับเสาพาไลรับน้ำหนักผืนหลังคา (ภาพที่ ๒) ความน่าสนใจของโบราณสถานหลังนี้อยู่ที่ลวดลายบนหน้าบัน ที่สลักเป็นรูปเทพบุตร ประทับยืนภายในเรือนแก้ว พระหัตถ์ทั้งสองถือสมุดข้างละหนึ่งเล่ม (ภาพที่ ๓) รูปเทพบุตรนี้นำแบบอย่างมาจาก “ตราพระสุภาวดี” (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์, ๒๕๕๓ : ๙๓) ตราประจำตำแหน่งเจ้ากรมพระสุรัสวดี ผู้ทำหน้าที่รักษาทะเบียนหางว่าวบัญชีไพร่พล ทั้งฝ่ายทหาร พลเรือนในกรุงและหัวเมือง (สำราญ ถาวรายุศม์, ๒๕๑๓ : ๑๑) รูปสลักพระสุภาวดีบนหน้าบัน สันนิษฐานว่าสื่อความหมายถึง ราชทินนามของผู้สร้างวัดกัลยาณมิตรฯ ซึ่งก็คือ พระยาราชสุภาวดี (โต) เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง ราชทินนามเดิมของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ในสมัยรัชกาลที่ ๓ จากการตรวจสอบเอกสารเก่า ไม่พบประวัติปีการก่อสร้างศาลาตรีมุขที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามผู้เขียนสันนิษฐานว่า ศาลาตรีมุขคงสร้างขึ้นในระยะแรกของการก่อสร้างวัด คราวเดียวกันกับการก่อสร้างพระวิหารหลวง ราวปี พ.ศ. ๒๓๘๐ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) เนื่องจาก ๑. ภาพสลักรูปพระสุภาวดีบนหน้าบันศาลาตรีมุข สื่อความหมายถึง พระยาราชสุภาวดี ราชทินนามเดิมของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ที่ได้รับพระราชทานในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และดำรงอยู่ในตำแหน่งนี้จนสิ้นรัชกาล (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์, ๒๕๔๕ : ๕๖) ๒. เมื่อพิจารณาแผนผังของวัดกัลยาณมิตรฯแล้ว ตำแหน่งที่ตั้งของศาลาตรีมุข สัมพันธ์กับแนวกึ่งกลางของเขตพุทธาวาส อันมีวิหารหลวงเป็นอาคารประธาน มุขหน้าของศาลาหันไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นด้านหน้าของวัด รับกับศาลาจตุรมุขหรือสะพานท่าฉนวนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นั่นหมายความว่า ศาลาตรีมุขน่าจะสร้างขึ้นพร้อมกับการวางผังกลุ่มอาคารหลักของวัดซึ่งมีพระวิหารหลวงเป็นอาคารประธาน (ภาพที่ ๔) ---------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นายณัฐพงศ์ ศิริวัฒนพิเชษฐ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ กลุ่มวิชาการทะเบียนโบราณสถาน กองโบราณคดี ---------------------------------บรรณานุกรม สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์. บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ เล่ม ๓. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : มูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคะประทีป, ๒๕๕๓. สำราญ ถาวรายุศม์ (บรรณาธิการ). “พระราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน.” ใน วารสารข้าราชการ. ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๖ (มิถุนายน ๒๕๑๓). พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์. เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๔๕. พระมหาเฮง (เรียบเรียง). ประวัติวัดกัลยาณมิตร. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระวินัยกิจโกศล (ตรี) กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ท่าพระจันทร์, ๒๔๙๐.