ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ

ทางรถไฟสายสวรรคโลก"รถไฟ" เข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลานานร่วมร้อยปีแล้ว ด้วยเกิดจากพระราชดำริในพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจการรถไฟที่ทำให้การติดต่อค้าขายหรือขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่าง ๆ มีความสะดวกสบายมากกว่าการคมนาคมทางเรือหรือทางเกวียนซึ่งใช้เวลานานและไม่สะดวกเท่า โดยทางรถไฟสายแรกที่เปิดให้บริการแก่ชาวสยามในสมัยนั้น คือ ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการสร้างรถไฟสายเหนือหรือรถไฟสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่และพัฒนากิจการรถไฟมาเป็นลำดับเช่นในปัจจุบัน"ทางรถไฟสายเหนือ" ถือเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เอื้อให้การติดต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองต่าง ๆ ในภาคเหนือเป็นไปโดยสะดวกมากขึ้น ความน่าสนใจประการหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายดังกล่าวคือ การสร้างทางแยกที่ชุมทางบ้านดารา (ปัจจุบันอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์) และมาสิ้นสุดที่เมืองสวรรคโลกหรือจังหวัดสวรรคโลก (ปัจจุบันคือ สถานีรถไฟสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย) ทำให้ทางรถไฟสายนี้ถูกเรียกว่า "เส้นทางรถไฟสายสวรรคโลก" มีระยะทาง ๒๙ กิโลเมตร เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๕๒ เป็นต้นมาจนถึงในปัจจุบัน แรกเริ่มทางรถไฟสายนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟที่จะไปยังเมืองตาก เชื่อมต่อพื้นที่ลุ่มแม่น้ำน่านและพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปิงเข้าด้วยกันทว่าการก่อสร้างทางรถไฟกลับไม่ได้ดำเนินการต่อจนบรรลุตามจุดประสงค์เดิม ทำให้เส้นทางรถไฟสายนี้สิ้นสุดลงที่เมืองสวรรคโลกเท่านั้น ถึงกระนั้น เส้นทางรถไฟสายสวรรคโลกก็นับเป็นเส้นทางรถไฟสายสำคัญที่ช่วยขนส่งท่อนไม้ ของป่า และสินค้าอื่น ๆ รวมถึงช่วยให้การเดินทางติดต่อของผู้คนจากเมืองสวรรคโลกและเมืองต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงไปยังกรุงเทพฯ มีความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งยังเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงความสำคัญของเมืองสวรรคโลกซึ่งสอดคล้องกับการประกาศยกฐานะเมืองสวรรคโลกเป็นจังหวัดสวรรคโลกในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ด้วยทุกวันนี้ เส้นทางรถไฟสายสวรรคโลกยังคงเปิดให้บริการมาโดยตลอด กระทั่งช่วงสองปีมานี้ที่มีการปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จึงอาจเรียกได้ว่าทางรถไฟสายนี้เป็นมรดกความทรงจำสำคัญของผู้คนในท้องถิ่นที่ยังรอคอยที่จะทำหน้าที่ของตนเองต่อไปที่มาภาพ : https://mapio.net/pic/p-42150518/เอกสารอ้างอิง- หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกระทรวงการต่างประเทศ กต.๕.๒/๗๙ เรื่อง พระราชดำรัสในการเปิดรถไฟสายเหนือ.- การรถไฟไทย. ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าเสริมสวาสดิ์ กฤดากร ณ สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๔๘๔.-ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จาก https://www.railway.co.th/


           วันเสาร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๕.๐๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการศิลปะเกาหลีในโลกเสมือนจริง A New Encounter : Immersive Gallery of Korean Art โดยมี นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต้อนรับ และกล่าวถึงความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมร่วมกัน ระหว่างกรมศิลปากรและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี ซึ่งมีนายยูน ซัง ยอง ผู้อำนวยการใหญ่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี แถลงถึงโครงการจัดแสดง และนายโจ แจอิล ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะเกาหลีในโลกเสหมือนจริง A New Encounter : Immersive Gallery of Korean Art ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท ห้อง ๔๐๑ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           53/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                               20 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


          มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๑๑ ธันวาคม ๒๔๐๓ วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา           พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๕๑ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาโหมด พระสนมโท ประสูติเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๔๐๓ มีพระเชษฐภคินีร่วมเจ้าจอมมารดา ๑ พระองค์ ได้แก่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามณฑานพรัตน์           ในรัชกาลที่ ๕ พุทธศักราช ๒๔๒๓ ทรงรับราชการเป็นผู้ช่วยแผนกต่างประเทศ กรมราชเลขานุการ ต่อมาทรงเป็นอธิบดีกรมศึกษาธิการ อธิบดีกรมพยาบาล ทรงเป็นกรรมการศาลรับสั่งพิเศษ กองที่ ๑ กระทรวงยุติธรรม ทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๓๙            ถึงรัชกาลที่ ๖ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๖ ทรงดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในกระทรวงยุติธรรม ทรงเป็นผู้แปลประมวลกฎหมายกระทรวงยุติธรรม กำหมายต่างประเทศ และเป็นกรรมการตรวจกฎหมายภาษาไทย จนถึงพุทธศักราช ๒๔๖๘            พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๔๗๕ พระชันษา ๗๒ ปี พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๔๗๕ เป็นต้นราชสกุล จันทรทัต   ภาพ : มหาอำมาตย์โท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา พระรูปขณะทรงดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าจันทรทัตจุฑาธาร


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           36/6ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              48 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ประติมากรรมดินเผารูปเด็กออกจากหอยสังข์ (พระสังข์ทอง) ศิลปะอยุธยา นายพิชัย วงษ์สุวรรณ มอบให้เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๙ ปัจจุบันจัดแสดง ณ ตำหนักแดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร _____________________________________ ประติมากรรมรูปเด็กออกมาจากหอยสังข์ ศีรษะด้านบนไว้ผมจุก ใบหน้ากลม ลำตัวตั้งตรง ส่วนขาขวาอยู่ภายในเปลือกหอยสังข์ ประวัติจากผู้มอบระบุว่าพบบริเวณคลองเมือง (แม่น้ำลพบุรี) ใกล้เมืองเก่าพระนครศรีอยุธยา . ประติมากรรมชิ้นนี้สันนิษฐานว่าทำขึ้นตามนิทานเรื่อง “สังข์ทอง” ซึ่งเป็นวรรณคดีที่มีเค้าโครงมาจากเรื่อง “สุวรรณสังขชาดก”* นิทานเรื่องนี้มีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และใช้ในการแสดงละคร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง . สุวรรณสังขชาดก พระราชนิพนธ์เรื่องสังข์ทอง และนิทานเรื่องสังข์ทอง มีตัวเอกในเรื่องคือ “พระสังข์” ทั้งสามเรื่องมีเค้าโครงเนื้อเรื่องที่ใกล้เคียงกัน แต่การลำดับเรื่องและรายละเอียดบางตอนอาจแตกต่างกันไปบ้าง เช่น การเสด็จเลียบพระนครและท้าวยศวิมลบวงสรวงขอพระราชโอรสนั้น ไม่ปรากฏในสุวรรณสังขชาดก และนิทานสังข์ทอง เป็นต้น รวมทั้งชื่อตัวละครและชื่อสถานที่ในสุวรรณสังขชาดก กับพระราชนิพนธ์เรื่องสังข์ทอง** ก็แตกต่างด้วยเช่นกัน . เรื่องย่อวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง ตอนกำเนิดพระสังข์ ทั้งบทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ ๒ และนิทานสังข์ทอง มีเนื้อเรื่องว่า ท้าวยศวิมลกับพระมเหสีนางจันท์เทวี ไม่มีพระราชโอรส จึงทำการบวงสรวง กระทั่งนางจันท์เทวีทรงพระครรภ์และให้กำเนิดออกมาเป็นพระสังข์ นางจันทาสนมเอกได้ติดสินบนโหรหลวงทำนายให้ร้ายแก่นางจันท์เทวีว่า การให้กำเนิดออกมาเป็นหอยสังข์นั้นเป็นอัปมงคลต่อบ้านเมือง ท้าวยศวิมลหลงเชื่อจึงขับไล่นางจันท์เทวีออกจากเมือง นางจันท์เทวีได้ไปอยู่กับสองตายาย ทำงานบ้านและเก็บฟืนเลี้ยงชีพ วันหนึ่งพระสังข์เกิดสงสารมารดา จึงแอบออกมาจากหอยสังข์ช่วยทำงานบ้านขณะที่พระนางจันท์เทวีออกไปหาฟืน และกลับเข้าไปในหอยสังข์อีกครั้งเมื่อนางกลับมาถึงบ้าน ฝ่ายพระนางจันท์เทวีเมื่อรู้ว่าบุตรซ่อนอยู่ในหอยสังข์จึงทุบหอยสังข์แตกแล้วจึงชุบเลี้ยงพระสังข์จนเติบโต . เรื่องสังข์ทองแพร่หลายไปท้องที่ต่าง ๆ บางแห่งปรากฏเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเช่นที่วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานความเห็นเกี่ยวกับการแพร่กระจายเรื่องสังข์ทองไว้ว่า . “...นิทานเรื่องสังข์ทองนี้มีในคัมภีร์ปัญญาสชาดก เรียกว่าสุวัณณสังขชาดก ถึงเชื่อถือกันว่าเป็นเรื่องจริง พวกชาวเมืองเหนืออ้างว่าเมืองทุ่งยั้ง***เป็นเมืองท้าวสามนต์ ยังมีลานศิลาแลงแห่ง ๑ ว่าเป็นสนามคลีของพระสังข์ อยู่ไม่ห่างวัดพระมหาธาตุนัก ที่ในวิหารหลวงวัดพระมหาธาตุ ฝาผนังก็เขียนเรื่องสังข์ทอง เป็นฝีมือช่างครั้งกรุงเก่ายังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ ทางหัวเมืองฝ่ายตะวันตกก็อ้างว่า เมืองตะกั่วป่า****เป็นเมืองท้าวสามนต์อีกแห่ง ๑ เรียกภูเขาลูก ๑ ว่าเขาขมังม้า อธิบายว่าเมืองพระสังข์ตีคลีชนะ ได้ขี่ม้าเหาะข้ามภูเขานั้นไปดังนี้…” . . . #วันเด็ก2566 . . . *หนึ่งในปัญญาสชาดก ซึ่งเป็นวรรณกรรมทางพุทธศาสนาที่แพร่หลายในพื้นที่ล้านนา-อยุธยา กล่าวถึงการเสวยชาติของพระโพธิ์สัตว์ **ทั้งนี้ชื่อตัวละครและสถานที่ในพระราชนิพนธ์เรื่องสังข์ทอง กับนิทานสังข์ทอง นั้นมีความเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นพระราชนิพนธ์เรื่องสังข์ทองยังมีรายละเอียดชื่อและสถานที่ มากกว่านิทานพระสังข์ทอง เช่น ชื่อเมืองสามล (เมืองของนางรจนา พระมเหสีของพระสังข์ทอง) กลับไม่ปรากฏในนิทานสังข์ทอง ***ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ****ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา อ้างอิง ปัญญาสชาดกเล่ม ๑-๒. กรุงเทพฯ: มูลนิธิออมสินเพื่อสังคม, ๒๕๕๔. พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ. บทละครนอก สังข์ทอง. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๐. ศุภธัช คุ้มครอง และสุปาณี พัดทอง. “สังข์ทองตอนกำเนิดพระสังข์ : กรณีศึกษาสุวรรณสังชาดก สังข์ทองฉบับพระราชนิพนธ์ และนิทานเรื่องสังข์ทอง.” วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๒๑, ๑ (มกราคม – มิถุนายน ๒๕๖๔): ๑๘๙-๒๑๓.


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 131/6เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 167/5เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : เมล็ดพันธุ์เพื่อเกษตรกร -- ปลายปี ๒๕๓๖ เกษตรจังหวัดพะเยาแจ้งว่า กรมส่งเสริมการเกษตรอนุมัติ ๒ โครงการเพื่อเกษตรกร จึงเรียนเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล โดย ๒ โครงการนั้น ได้แก่ โครงการพัฒนาการผลิตและการตลาดถั่วเหลือง (ฤดูแล้ง) ปี ๒๕๓๗ และโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดในเขตส่งออกและเขตทั่วไป กิจกรรมแลกเปลี่ยนพันธุ์ปี ๒๕๓๗ สาเหตุที่ต้องให้ผู้ว่าราชการมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล เพราะกรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับโครงการมาจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาย่อมเยาด้วย ดังปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุคำสั่งจังหวัดพะเยา ที่ ๒๖๒๑/๒๕๓๖ ว่า " ๑. เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง อัตรา ๑๕ กิโลกรัม/ไร่ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ๒.๐๐ บาท พร้อมเชื้อไรโซเบี้ยมฟรี เกษตรกรรายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ ๓๐๐ กิโลกรัม ๒. เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมเดี่ยว อัตรา ๒ กิโลกรัม/ไร่ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ๘.๐๐ บาท เกษตรกรรายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ ๔๐ กิโลกรัม ๓. เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมสามทาง อัตรา ๓ กิโลกรัม/ไร่ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ๕.๐๐ บาท เกษตรกรรายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ ๖๐ กิโลกรัม " ความน่าสนใจของหลักฐานนี้คือ แสดงให้ทราบว่า พืชไร่ถั่วเหลืองกับข้าวโพด ๒ สายพันธุ์เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เกษตรกรจังหวัดพะเยานิยมปลูก เพราะถึงกับต้องกำหนดราคาจำหน่ายเป็นต้นทุนไว้ ถัดมายังสะท้อนให้เห็นว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมเดี่ยวน่าจะมีราคาสูงในตลาด เมื่อมาจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาย่อมเยาแล้ว ราคาก็ยังแพงกว่าเมล็ดพันธุ์พืชอื่น ประการสุดท้าย น่าสังเกตว่า กรมส่งเสริมการเกษตรอนุมัติ ๒ โครงการข้างต้นให้กับจังหวัดอื่นในภูมิภาคที่มีสภาพดิน ฟ้า อากาศเหมือนกันด้วยรึไม่ ? หรือเป็นโครงการเฉพาะของจังหวัดพะเยาที่สำนักงานเกษตรจังหวัดจัดทำขึ้น เพราะเอกสารจดหมายเหตุไม่ปรากฏรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี โครงการทั้งสองเป็นหนึ่งในหลายๆ ภารกิจที่ภาครัฐเอาใจใส่เกษตรกร ผู้ได้รับสมญาว่า " กระดูกสันหลังของชาติ " การนี้หาไม่แล้ว เมล็ดพันธุ์กับอุปกรณ์การเกษตรที่เกี่ยวข้องคงเกินกว่าต้นทุนที่มี ทำให้เพาะปลูกได้ยาก สุดท้ายผลผลิตขาดตลาดกระทบต่อผู้บริโภคจำนวนมาก และที่สำคัญกิจกรรมช่วยเหลือข้างต้นต้องการสื่อนัยว่า เพื่อ " ปิดช่องทางพ่อค้าคนกลาง " ให้จงได้ผู้เขียน : นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา พย 1.13.1/36 เรื่อง คำสั่งจังหวัดพะเยา เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ การติดตามนิเทศงาน และการนำส่งเงินรายได้แผ่นดินค่าจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชปี 2537 [ 26 พ.ย. - 3 ธ.ค. 2536 ]  #จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           20/7ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                38 หน้า : กว้าง 5.2 ซม. ยาว 56.5 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


       มหามกุฏราชสันตติวงศ์ ๒๑ มกราคม ๒๓๙๕ วันประสูติพระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ อรรคราชสุดา พระเจ้าลูกเธอพระองค์ใหญ่ในรัชกาลที่ ๔        พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ อรรคราชสุดา เป็นพระราชธิดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแพ (สกุลเดิม ธรรมสโรช) ประสูติเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๓๙๔ (นับแบบปัจจุบันเป็นพุทธศักราช ๒๓๙๕) พระชนกนาถทรงเรียกว่า แม่หนูใหญ่ ส่วนชาววังออกพระนามว่า เสด็จพระองค์ใหญ่ หรือ เสด็จพระองค์ใหญ่ยิ่ง         ทรงมีพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมพระมารดา ได้แก่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพักตร์พิมลพรรณ, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบัญจบเบญจมา        พระองค์เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้รับพระราชทานสร้อยพระนามว่า "อรรคราชสุดา" ซึ่งมีพระราชธิดาเพียง 3 พระองค์ใหญ่เท่านั้นที่ได้รับพระราชทานสร้อยพระองค์ โดยอีก 2 พระองค์ ได้แก่ พระองค์เจ้าทักษิณชา นราธิราชบุตรีในเจ้าจอมมารดาจันทร์ และพระองค์เจ้าโสมาวดี ศรีรัตนราชธิดาในเจ้าจอมมารดาเที่ยง นอกจากนี้พระนามของทั้งสามพระองค์ยังสอดคล้องกันโดยเรียงตามพระชนมายุ ได้แก่ พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์, พระองค์เจ้าทักษิณชา และพระองค์เจ้าโสมาวดี ซึ่งถือเป็นกลุ่มพระราชธิดาที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับพระราชบิดามากกว่าพระราชธิดาพระองค์อื่น        พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชธิดาได้ทรงศึกษาเล่าเรียนวิชาการสมัยใหม่และภาษาอังกฤษ ทรงเปิดโอกาสให้พระราชบุตรทั้งหลายคบหาสมาคมกับชาวต่างประเทศทั้งหญิงชาย        เมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๑ พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์, พระองค์เจ้าทักษิณชา และพระองค์เจ้าโสมาวดี ซึ่งเป็นพระราชธิดารุ่นใหญ่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมักมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โดยเสด็จพระราชดำเนินออกสมาคมเช่นการต้อนรับแขกเมือง ดังที่เซอร์แฮรี ออด ผู้สำเร็จราชการมลายูของอังกฤษประจำเมืองสิงคโปร์ซึ่งมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์        พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ อรรคราชสุดา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๙  สิริพระชันษา ๓๖ ปี   ภาพ : พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ อรรคราชสุดา


ชื่อผู้แต่ง                  - ชื่อเรื่อง                   พระสหัสนัย - พระมาลัย ครั้งที่พิมพ์               - สถานที่พิมพ์            - สำนักพิมพ์               - ปีที่พิมพ์                  - จำนวนหน้า              ๑๔๔   หน้า หมายเหตุ                สข.๐๘๔ หนังสือสมุดไทยขาว อักษรขอม ภาษาบาลีและภาษาไทย เส้นหมึก (เนื้อหา)                  พระสหัสนัยบทสวดมนต์ที่อธิบายเกี่ยวกับขันธ์ ๕ คือ รูปเวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณอันเป็นข้อธรรมที่มีความลุ่มลึกทางพุทธศาสนา เนื้อหาพระมัยกล่าวถึงพระมาลัยเสด็จโปรดสัตว์ในนรก แสดงธรรมเกี่ยวกับอกุศลกรรมของสัตว์ทั้งหลาย และบันดาลฝนดับไฟนรกก่อนเสด็จเยี่ยมชมสวรรค์  และแสดงธรรมเทศนาแก่มนุษย์เกี่ยวกับบาป และบุญ


          วันนี้ (วันพุธที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖) เวลา ๐๙.๐๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวส่งมอบผลงานโครงการความร่วมมือระหว่างวัดเบญจมบพิตรกับกรมศิลปากรเพื่อเผยแพร่ผลงานการอนุรักษ์เอกสารโบราณวัดเบญจมบพิตร โดยถวายคัมภีร์ใบลานที่ได้รับการอนุรักษ์แล้ว พร้อมหนังสือบัญชีทะเบียนเอกสารโบราณวัดเบญจมบพิตร แด่เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรแก่ภาคีเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) ผู้ปฏิบัติงานอนุรักษ์เอกสารโบราณ ณ วัดเบญจมบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ            อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างวัดเบญจมบพิตรกับกรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ผลงานการอนุรักษ์เอกสารโบราณวัดเบญจมบพิตร ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการอนุรักษ์เอกสารโบราณวัดเบญจมบพิตร ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ รวมระยะเวลา ๕ เดือน ในการปฏิบัติงานอนุรักษ์ ได้บูรณาการประสานความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร คณะสงฆ์ และประชาชน สร้างการรับรู้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) รุ่นแรกในส่วนกลาง ซึ่งเป็นรุ่นบุกเบิกของการสร้างเครือข่ายดูแลรักษาเอกสารโบราณให้ขยายวงกว้างออกไป โดยการดำเนินการดังกล่าว สอดรับพันธกิจของ  กรมศิลปากรที่ต้องธำรงรักษา อนุรักษ์ สืบสาน มรดกทางศิลปวัฒนธรรมซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนจากรุ่นสู่รุ่นให้คงอยู่สืบไป ความสำเร็จของการดำเนินงานครั้งนี้  จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่สร้างความมั่นใจในการเป็นผู้นำการอนุรักษ์ให้กับประชาชน และสร้างการรับรู้แก่ชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดเอกสารโบราณ โดยมีวัดเป็นแหล่งเอกสารโบราณ และคณะสงฆ์เป็นผู้เก็บรักษาสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ไว้ สรุปผลความสำเร็จของการดำเนินงานได้ ดังนี้            ๑. กรมศิลปากร ได้ดำเนินการอนุรักษ์จัดทำทะเบียนเอกสารโบราณ ซึ่งเป็นการจัดระบบเอกสารโบราณ เพื่อให้บริการตามหลักวิชาการ ดำเนินการออกเลขทะเบียนบัญชีรายชื่อเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลาน จำนวนมากถึง ๔๒๕ มัด ออกรหัสเลขที่ได้ ๗๑๙ เลขที่ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๖,๒๗๕ ผูก และเอกสารโบราณ ประเภทหนังสือสมุดไทย จำนวน ๖ เล่ม ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเอกสารโบราณกลางกรุงที่ใหญ่มาก และได้รับการพัฒนาไปสู่แหล่งเรียนรู้อีกระดับหนึ่ง             ๒. ความสำคัญของเอกสารโบราณเหล่านี้ไม่แพ้ความสำคัญของวัด โดยเฉพาะคัมภีร์ใบลานมีการสืบสายธารแห่งประวัติศาสตร์ไม่ขาดสาย ถึง ๓ สมัย ได้แก่ คัมภีร์ใบลานสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ผูก และพบคัมภีร์ที่เก่าแก่แต่ละสมัย ดังนี้ สมัยอยุธยา ได้แก่ วบจ.๒๒-๒๕  (วัดเบญจมบพิตร เลขที่ ๒๒-๒๕) เรื่อง วิมติวิโนทนี วินยฎีกา สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาทอง พ.ศ.๒๑๘๖ อายุ ๓๘๐ ปี สมัยธนบุรี ได้แก่ วบจ.๓๓๘ (วัดเบญจมบพิตร เลขที่ ๓๓๘) เรื่อง สารสังคหะ สมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.ศ.๒๓๒๐ อายุ ๒๔๖ ปี สมัยรัตนโกสินทร์ ได้แก่ วบจ.๒๗๑ (วัดเบญจมบพิตร เลขที่ ๒๗๑) เรื่อง ธรรมบทอัฏฐกถา สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.๑) พ.ศ.๒๓๒๘ อายุ ๒๓๘ ปี  ภาพ : คำภีร์ใบลานสมัยอยุธยา เรื่อง วิมติวิโนทนี วิยฏีกา อายุ ๓๘๐ ปี            ๓. พบคัมภีร์ใบลานสมัยรัตนโกสินทร์ที่สืบต่อกันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๖ ทำให้เห็นว่าวัดเบญจมบพิตรเป็นแหล่งเอกสารโบราณที่สามารถศึกษาเปรียบเทียบยุคสมัยของตัวอักษรแต่ละรัชกาลได้ในแหล่ง เอกสารเดียวกัน พร้อมกันนี้ ยังศึกษาประวัติศาสตร์การสร้างคัมภีร์ถวายในพระพุทธศาสนาในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก ใบลานสู่กระดาษแบบฝรั่ง             ๔. สมัยรัชกาลที่ ๕ มีการปริวรรตพระไตรปิฎกจากอักษรขอมเป็นอักษรไทยจัดพิมพ์เป็นพระไตรปิฎก ฉบับพิมพ์อักษรไทยเป็นครั้งแรกของโลก หลังจากนั้นจึงไม่มีการผลิตซ้ำทำเพิ่มคัมภีร์ใบลาน แต่ในความเป็นจริง คัมภีร์ใบลานยังคงความศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาสืบมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้สร้างคัมภีร์ใบลานถวายไว้ในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก และเจาะจงสร้างถวายเป็นการเฉพาะสำหรับวัดเบญจมบพิตร   อีกด้วย ตัวอย่างเช่น คัมภีร์ใบลาน เลขที่ ๕๒๔ เรื่อง เวสสันตรชาตกกถา พ.ศ.๒๔๖๑ อายุ ๑๐๕ ปี              ๕. ข้อสันนิษฐาน คัมภีร์ใบลาน เลขที่ วบจ.๑๖๑ เรื่อง มังคลัตถทีปนี ใช้นามผู้สร้างว่า “เจ้าทับ” พ.ศ. ๒๓๘๖ อายุ ๑๘๐ ปี ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และสอดคล้องกับพระนามเดิมของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงสันนิษฐานว่า ร.๓ สร้างเป็นการส่วนพระองค์จึงให้ชื่อว่า “เจ้าทับ” ตาม พระนามเดิมของพระองค์ ไม่ประทับตราพระราชลัญจกร              ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้มรดกภูมิปัญญาและแหล่งศึกษาเรียนรู้นี้มีประโยชน์และทรงคุณค่าต่อไป คือการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ให้ผู้สนใจและใฝ่รู้ทั้งหลายได้หันมามองสิ่งอันเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้อย่างจริงจัง ย่อมสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศไทย ดังคำกล่าวที่ว่า วัฒนธรรมสร้างชาติ นั่นเอง


ชื่อผู้แต่ง           เปล่ง  ชื่นกลิ่นธูป ชื่อเรื่อง             คู่มือพุทธมามกะ ครั้งที่พิมพ์         - สถานที่พิมพ์      กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์        โรงพิมพ์ประยูรวงศ์ ปีที่พิมพ์            ๒๕๒๔ จำนวนหน้า       ๑๔๔ หน้า   กล่าวถึง บันทึกประวัติและความเป็นมาของตระกูลที่เกี่ยวพันกัน ลำดับเครือญาติ การประพันธ์ โคลง ฉันท์ กาพย์กลอน คำกลอน เช่น นิราศโรงพยาบาลนครปฐม นิราศพระปฐมเจดีย์ สำหรับหนังสือคู่มือพุทธมามกะนี้ ได้ต้นฉบับจากหนังสือชื่ออินท์ฑราวาศวัตรเป็นหนังสือขนาด 16 หน้ายก สำหรับอุบาสกอิบาสิกา จะพึงศึกษา


เลขทะเบียน : นพ.บ.454/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 159  (163-173) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : ธรรมบทมัด 3--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


black ribbon.