ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ
ชื่อเรื่อง ปฐมสมฺโพธิกถา (ปฐมสมโพธิ์)
สพ.บ. 215/3ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 54 หน้า กว้าง 4 ซ.ม. ยาว 57 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา ชาดก เทศน์มหาชาติ คาถาพัน
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดกกม่วง ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรม “จิบชาชมวัง” เสวนาวิชาการ สาธิตงานศิลปวัฒนธรรมและงานประณีตศิลป์ในราชสำนัก และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ ในยามค่ำคืน (Night at the Museum) ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ดำเนินโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน กำหนดจัดกิจกรรม “จิบชาชมวัง” ประกอบด้วย กิจกรรมการเสวนาวิชาการ “จิบชาชมวัง (Tea Talks)” ณ เรือนชาลีลาวดี หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. วันศุกร์ที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง “หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) มรดกจากความทรงจำ” วันเสาร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง “ว่าด้วยชา ที่ชา และเครื่องกระเบื้องในสยาม” วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง “สามก๊ก...วรรณกรรมจีนบนบานเฟี้ยมของเจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี)” ทั้งนี้ ในการเสวนาฯ แต่ละวันจะมีของว่างพร้อมจิบชาในตำนานที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่ ชาโร่วกุ้ย และชาต้าหงเผา ซึ่งเป็นหนึ่งในชนิดของชาบู๋อี๋ที่ปรากฏในจดหมายเหตุลาลูแบร์ และชาซงหลัวจากจดหมายเหตุลาลูแบร์เช่นกัน รวมถึงชาจือหลาน ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ โดยในช่วงค่ำตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. - ๑๙.๐๐ น. มีบริการน้ำชาและของว่าง (มีค่าใช้จ่าย) พร้อมทั้งนำชมนิทรรศการภายในหออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) ซึ่งจัดแสดงประวัติเจ้าพระยายมราช เสนาบดีกรมนครบาล ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และผนังไม้จำหลักวรรณกรรม “สามก๊ก” และเก๋งจีนนุกิจราชบริหาร ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังจีน “ห้องสิน” ฝีมือของช่างชาวจีน ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเสวนาสามารถลงทะเบียนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ ทุกวันพุธ - อาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น. (สำรองที่นั่งทางโทรศัพท์เท่านั้นและรับจำนวนจำกัด) กิจกรรมสาธิตงานศิลปวัฒนธรรมและงานประณีตศิลป์ ณ พระตำหนักแดง เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. ในหัวข้อ “แป้งพวงแป้งร่ำ” และ “เครื่องแขวน” พร้อมชมนิทรรศการถาวรในพระตำหนักแดงที่มีการปรับปรุงใหม่ โดยจัดแสดงวิถีชีวิตของเด็กไทย ตั้งแต่การเกิด การโกนจุก จนถึงประเพณีการเรียนการศึกษาในช่วงวัยรุ่น โดยโบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดง อาทิ พระแท่นประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระแท่นบรรทมเพลิง (กระดานอยู่ไฟ) เครื่องเล่นของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้า มหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร บ้านตุ๊กตาของเจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ ๕ กิจกรรมเปิดพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน (Night at the Museum) เวลา ๑๖.๓๐ – ๒๐.๐๐ น. เปิดให้เข้าชมความงดงามของโบราณสถานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ส่วนจัดแสดงนิทรรศการในพระที่นั่งต่างๆ โดยมีการนำชมเป็นรอบ ทั้งภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และ เยอรมัน จำนวน ๓ รอบ/วัน พร้อมชมการบรรเลงดนตรีไทย – สากล จากสำนักการสังคีต ในเวลา ๑๘.๐๐ – ๑๙.๐๐ น. ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องแสดงผลรับรองการรับวัคซีนโควิด 19 อย่างน้อย ๒ เข็ม สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาอภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฏฐาน)
สพ.บ. 380/1กประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 28 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง ธรรมะ
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคาต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
องค์ความรู้เรื่อง : อาคารปางไม้ บอมเบย์เบอร์มา แห่งป่าสาละวินเรียบเรียงโดย : นายสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ มนุษย์เราจะยอมรับสิ่งหนึ่งสิ่งใดว่าสำคัญ หาใช่เพียงรูปลักษณ์ ความวิจิตร หรือมูลค่าราคาของสิ่งนั้นๆ ลึกลงไปในความสำคัญ คือ ความหมายที่สิ่งนั้นมีให้แก่สังคม การเป็นเครื่องหมาย และประจักษ์พยานที่สะท้อนคุณค่า ผ่านห้วงเวลา ประสบการณ์ สั่งสมเป็นประวัติศาสตร์ในตน อาคารไม้ยกใต้ถุนสูง หลังเล็ก กลางป่าสาละวิน ในเขตอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นำมาบอกเล่าในวันนี้ คงเป็นอาคารกลางป่าที่มิได้สลักสำคัญอะไร หากอาคารนี้เป็นแต่เพียงเป็นอาคารทั่วไปที่เป็นบ้านหรืออาคารตามปกติ แต่สิ่งที่ทำให้อาคารธรรมดาหลังนี้ไม่ธรรมดา คือ อาคารกลางป่าหลังนี้เป็นประจักษ์พยานของอุตสาหกรรมป่าไม้ในพื้นที่ภาคเหนือเพียงหลังเดียวที่คงเหลือกลางผืนป่าลึก ที่ทำหน้าที่เป็นสำนักงานทำไม้ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ปางไม้” ที่พบหลักฐานในปัจจุบัน (ปัจจุบันยังคงเหลือ อาคารที่ทำการตำรวจภูธรน้ำเพียงดินหลังเดิม ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปาย ในเขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกหนี่งหลังที่ทำหน้าที่เป็นปางไม้ในอดีต แต่ปัจจุบันอาคารหลังนี้มีถนนเข้าถึงโดยสะดวกแล้ว) ----------------------------------
.
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
ชบ.บ.42/1-5
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
อฎฺฐงฺคิกมคฺค (พรอฎงฺคิกมคฺค)
ชบ.บ.83/1-8
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
มหานิปาตวณฺณนา(เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ทสพร-กุมาร)
ชบ.บ.106ก/1-6
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.332/11ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 132 (343-358) ผูก 11 (2565)หัวเรื่อง : ปาลิวารปาลี (บาลีบริวาร)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ศิลปะอินเดีย พุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕
เป็นสมบัติเดิมของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ พระที่นั่งวสันตพิมาน หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
งาช้างจำหลักรูปพระนางทุรคาสิบกรในอิริยาบถทรงยืนบนสิงห์กำลังปราบมหิษาสูรอยู่ภายในอาคาร พระกรซ้ายล่างจับผมของมหิษาสูร ส่วนพระกรที่เหลือทรงอาวุธต่าง ๆ กรอบวงโค้งด้านบนจำหลักภาพบุคคลขี่สัตว์กำลังต่อสู้กันและอาคารประดับยอดโดม ด้านซ้ายจำหลักรูปพระคเณศสี่กรประทับนั่งห้อยพระบาท พระศอทรงสร้อยลูกประคำ พระกรทั้งสี่ทรงทองพระกร นุ่งผ้าโธตียาวจรดพระบาท ข้อพระบาททรงทองพระบาท ด้านขวาจำหลักรูปสกันทกุมารสองกร (หรือขันทกุมาร) ประทับเหนือนกยูง พระศอทรงสร้อยลูกประคำ นุ่งผ้าโธตียาว ทรงรองพระบาท
เรื่องราวของพระนางทุรคาปราบมหิษาสูร มีที่มาจากเนื้อหาคัมภีร์ในศาสนาพราหมณ์หลายฉบับ อาทิ คัมภีร์สกันทปุระ คัมภีร์วราหปุระ คัมภีร์วามนปุราณะ และคัมภีร์มารกัณเฑยปุราณะ แต่ละฉบับมีรายละเอียดของเหตุการณ์การปราบมหิษาสูรที่แตกต่างกันออกไปแต่ใจความที่เหมือนกันคือ มหิษาสูร เป็นอสูรที่มีฤทธิ์มาก เหล่าเทวดามิอาจต่อกรได้ ฝ่ายเทพเจ้าได้ส่งพระนางทุรคาผู้มีฤทธิ์เหนือเทพทั้งปวงไปปราบอสูรโดยมอบอาวุธต่าง ๆ ให้ กระทั่งพระนางทุรคาสามารถสังหารมหิษาสูรได้ในที่สุด
ชัยชนะของพระนางทุรคาเป็นที่มาของวัน “วิชัยทศมี” (Vijayadashami) หรือดุสเซราห์ (Dussehra) ที่จัดขึ้นในวันที่สิบของเทศกาลบูชาพระนางทุรคา โดยจัดต่อเนื่องเป็นเวลาเก้าวันในช่วงเดือนตุลาคม ในพื้นที่อินเดียตอนเหนือยังถือว่า วันวิชัยทศมี เป็นวันที่พระรามสามารถสังหารทศกัณฐ์ (หรือราวัณในเรื่องรามายณะ) ภายหลังจากที่รบกันมาเป็นเวลาเก้าวัน สำหรับปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ วันวิชัยทศมีตรงกับวันที่ ๑๕ ตุลาคม
อ้างอิง
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. ตรีมูรติ อภิมหาเทพของฮินดู. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๔๑.
บำรุง คำเอก. “การเฉลิมฉลองเทศกาลทุรคาบูชา”. ดำรงวิชาการ ๙, ๒ (มิถุนายน-ธันวาคม ๒๕๕๓) : ๑๒๐-๑๓๔.
ชื่อผู้แต่ง กัลยาณานุกูล, พระครู
ชื่อเรื่อง ประวัติวัดกัลยาณมิตร
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ ม.ป.ท.
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์สถานสงเคราะห์หญิงปากเกร็ด
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๖
จำนวนหน้า ๖๖ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์เป็นบรรณาการ ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายเชื่อ เสวิกุล ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม ๑ พฤษภาคม ๒๕๑๖
หนังสือเล่มนี้ มาจากการเรียบเรียงเนื้อหาจากหนังสือ และเอกสารที่เกี่ยวกับ การตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์, การตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์, ตำนานการสร้างวัตถุสถานในรัชกาลที่ ๓, เครื่องบูชา พระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ประวัติสังเขปของวัดกัลยาณมิตร บันทึกโดยกรมหลวงปราจิณกิติบดี, ลำดับสกุลเก่าบางสกุล, ราชสกุลวงศ์, ระฆังใหญ่วัดกัลยาณมิตร, ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔, พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๓-๔, หมายรับสั่งรัชกาลที่ ๓-๕, จดหมายเหตุรัชกาลที่๓-๕ และจดหมายเหตุโหร
ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร เล่ม 50 (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 80) จดหมายเหตุฟอร์บังชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2513 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ จำนวนหน้า : 292 หน้าสาระสังเขป : ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 80 จดหมายเหตุฟอร์บัง จดหมายเหตุฟอร์บัง เป็นบันทึกประวัติและเรื่องราวของเชวาลิเอร์ เดอะ ฟอร์บัง นายเรือโท ชาวฝรั่งเศสซึ่งเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาพร้อมคณะฑูตของสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ครั้นคณะฑูตจะกลับออกไป สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ตรัสขอฟอร์บังไว้ช่วยราชการ ต่อมาทรงแต่งตั้งให้เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่มีบรรดาศักดิ์เป็นออกพระศักดิสงคราม ฟอร์บังได้เล่าเรื่องราวมูลเหตุที่สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงแต่งตั้งคณะฑูตเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา ทั้งได้เล่าเหตุการณ์สำคัญที่ป้อมบางกอกและที่ในกรุงศรีอยุธยาในระหว่าง พ.ศ.2228 ถึง พ.ศ.2231 โดยพิศดาร กล่าวคือ เรื่องการปราบปรามกบฏแขกมักกะสัน และกรณีที่เขาขัดแย้งกับเจ้าพระยาวิชเยนทร์
วันศุกร์ที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงผลงานเนื่องในโอกาส ๑๑๑ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ผลงานด้านการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและสินค้าท้องถิ่น ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมศิลปากรเวียนมาบรรจบครบรอบ ๑๑๑ ปี นับแต่แรกสถาปนา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรของกรมศิลปากร ได้ปฏิบัติภารกิจในการขับเคลื่อนงานด้านมรดกวัฒนธรรมของชาติ ไม่ว่าจะเป็นงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ งานด้านภาษา เอกสารและหนังสือ งานนาฏศิลป์และดนตรี งานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมและช่างศิลป์ไทย รวมไปถึงงานสนับสนุนต่าง ๆ โดยมีผลงานสำคัญในรอบปีที่ผ่านมา อาทิ งานพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้แก่ การเปิดให้บริการอาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี การอนุรักษ์โบราณวัตถุและปรับปรุงศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว เพื่อรองรับการเปิดอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธมอย่างเป็นทางการ และการพัฒนาแหล่งมรดกโลก การปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีมาตรฐานและทันสมัย โดยมีการปรับปรุงทั้งรูปแบบการจัดแสดงให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม การจัดสร้างอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน การจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้พัฒนาและขับเคลื่อนภารกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องเศรษฐกิจวัฒนธรรมสร้างสรรค์บนพื้นฐานของทุนทางวัฒนธรรม รวมถึงนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงาน ทั้งการให้บริการและการเผยแพร่ผลงานของกรมศิลปากรในทุกด้าน ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ทางวิชาการผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ก ยูทูบ อินสตราแกรม ไลน์ นับเป็นมิติใหม่ของการทำงานกรมศิลปากร ที่จะต้องเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม และชีวิตวิถีใหม่ New Normal สำหรับกิจกรรมเนื่องในโอกาส ๑๑๑ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร กรมศิลปากรยังได้จัดเสวนา ทางวิชาการ ในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) ประกอบด้วย เรื่อง โรงละครแห่งชาติความรุ่งเรืองแห่งศิลปวัฒนธรรม, กรมศิลปากรกับมรดกความทรงจำแห่งโลก, งานวรรณคดีและประวัติศาสตร์ในบทบาทกรมศิลปากร และเรื่อง หนังสือหายาก ถ่ายทอดสดผ่าน facebook live กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมศิลปากร กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ในเวลา ๑๐.๓๐ น. ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ขอนำเสนอโบราณวัตถุ
พระพุทธรูปจากแหล่งโบราณคดีเขานาพร้าว (เขาขุนกระทิง)
วัสดุทำจากไม้ ขนาด หน้าตัก กว้าง 14.5 เซนติเมตร สูงรวมฐาน 34.5 เซนติเมตร ศิลปะ รัตนโกสินทร์ อายุ/สมัย พุทธศตวรรษที่ 25
รูปแบบลักษณะ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ พระพักตร์รูปไข่ เม็ดพระศกเป็นปมสี่เหลี่ยม มีไรพระศก พระกรรณยาว พระขนงโก่ง พระเนตรปิด พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์ยิ้ม พระศอเป็นปล้อง ครองจีวรห่มเฉียง ประทับนั่งบนฐานบัวมีเกสรและฐานเขียง ครองจีวรห่มเฉียง ด้านหน้าสังฆาฏิยาว จรดพระเพลาด้านหลังจรดพระโสณี ทาชาดปิดทอง
ประวัติวัตถุ คณะสำรวจโบราณสถานภาคใต้ พบที่เขานาพร้าว (เขาขุนกระทิง) อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2521 นำมาจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2540
ชื่อเรื่อง รายงานเบื้องต้นการขุดค้นโบราณสถานสมัยทวาราวดีผู้แต่ง มหาวิทยาลัยศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ ภูมิศาสตร์ และการท่องเที่ยวเลขหมู่ 915.9303 ศ529รสถานที่พิมพ์ ม.ป.ท. สำนักพิมพ์ ม.ป.พ.ปีที่พิมพ์ 2519ลักษณะวัสดุ 42 หน้าหัวเรื่อง การขุดค้น โบราณสถานภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกรายงานการขุดค้นโบราณสถานสมัยทวาราวดีบ้านคูเมือง เป็นผลจากการฝึกภาคสนามของนักศึกษาที่ศึกษาวิชาโบราณคดีเป็นวิชาเอก เพื่อให้นักศึกษาเกิดความชำนาญและมีประสบการณ์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ