ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,421 รายการ
วันที่ 28 มีนาคม 2568 นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวเกมมรดกวัฒนธรรม “ศรีเทพ ผจญภัย” ในโครงการเนรมิตพิพิธวัฒนธรรม SITHEP Cultural Metaverse กรมศิลปากร โดยมี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมศิลปากร ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด สร้างสรรค์เป็นพลัง Soft Power โดยมีเกม เป็นอุตสาหกรรมด้านคอนเทนต์ ความสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมที่ทรงพลังอย่างมาก เป็นหนึ่งใน Soft Power ที่รัฐบาลผลักดันให้เป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้สู่ประเทศ ดังนั้น กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำเกมมรดกวัฒนธรรม “ศรีเทพ ผจญภัย” ในโครงการเนรมิตพิพิธวัฒนธรรม SITHEP Cultural Metaverse ขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์ด้านมรดกวัฒนธรรมในการสร้างสรรค์ Digital Content ที่นำมาถ่ายทอดผ่านเกม เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจมรดกวัฒนธรรม ได้ทั้งความรู้ คู่ความสนุก เปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงข้อมูลให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษใหม่ ไปสู่การเรียนรู้ที่สนุกกว่าเดิม เกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและชาติ เกิดสุนทรียะ และพัฒนาต่อยอดสู่การเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้และแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในระดับบุคคลและระดับสังคมต่อไปได้
กรมศิลปากร ตั้งใจให้เกมเนรมิตพิพิธวัฒนธรรม SiThep Cultural Metaverse ส่งผ่านไปยังโรงเรียน สถานศึกษา สามารถเล่นได้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน หรืออุปกรณ์ Tablet เป็นเครื่องมือในการศึกษา และเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของไทย โดยผู้เล่นเกมจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ และเมืองโบราณศรีเทพ ที่ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยได้อย่างสนุกสนาน เป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้เด็กและเยาวชน เกิดการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นเกมอื่นๆ แบ่งปันประสบการณ์และการเรียนรู้ สร้างสัมพันธภาพกับคนในทุกมุมโลก ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่เน้นการใช้เทคโนโลยีในการแลกเปลี่ยนแบ่งปันซึ่งกันและกันในศตวรรษที่ 21
วันนี้ (วันพุธที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีนางสาวสุนีย์ โชคธนะสกุลชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ นายสิทธิศักดิ์ แก้วสอนทะเล ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร สำนักงานเขตภาษีเจริญ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ และเครือข่ายการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๕๐ คน
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ เป็นกิจกรรมทำความสะอาดโบราณสถาน อาคาร สิ่งสำคัญภายในวัดที่มีความสำคัญตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเป็นการทำความสะอาดในเชิงการอนุรักษ์เป็นสำคัญ และยึดถือตามวัตถุประสงค์เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย อีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา นอกจากที่วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร กรมศิลปากรยังได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติขึ้นทั่วประเทศ เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี วัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่ วัดโพธาราม จังหวัดมหาสารคาม วัดโรง จังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนาโบราณสถานหรือแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับวัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เดิมชื่อวัดหมู ตั้งอยู่แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ เป็นวัดโบราณมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) พระอุโบสถ เป็นอาคารสร้างโดยก่ออิฐถือปูน มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมศิลปะแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ ๓ หรือ ศิลปะแบบนอกอย่าง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานจำนวน ๒๘ พระองค์ ตั้งอยู่บนฐานชุกชีเดียวกัน กรมศิลปากรได้ร่วมกับทางวัดจัดทำโครงการบูรณะศาลาการเปรียญ ซึ่งถือเป็นศาลาเครื่องไม้ที่เก่าแก่หลังหนึ่งในกรุงเทพมหานคร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ โดยยึดถือตามรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม และเสริมความมั่นคงให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ สำหรับหอไตรกลางน้ำจะมีการบูรณะส่วนเสาในปีต่อไป
ชื่อเรื่อง : มรณสติกถา
หัวเรื่อง : พิพิธมนตรี เทวปาโล (ปุย คชเสนี), พระยา, 2414-2482
ธรรมเทศนา
ธรรมกาย
คำค้น : มรณานุสติ
มรณสติ
รายละเอียด : หนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาพิพิธมนตรี เทวปาโล (ปุย คชเสนี) พ.ศ. 2482
ผู้แต่ง : พระราชเวที วัดมกุฏกษัตริยาราม
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ : 2483
วันที่เผยแพร่ : 24 มิถุนายน 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระยาพิพิธมนตรี เทวปาโล (ปุย คชเสนี) ภายในเล่มมีภาพและประวัติของผู้วายชนม์ เนื้อหากล่าวถึงธรรมะเรื่องมรณสติ การพึงระลึกถึงความตาย และการประพฤติตนไม่อยู่ในความประมาท
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79473 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
294.304
พ382มพ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ขอเชิญท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ในเดือนกรกฎาคม 2568 มีกิจกรรมต้อนรับหน้าฝนให้ทุกท่านได้ลองทำ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ มาเรียนรู้ลวดลายเครื่องจักสานและประดิษฐ์ตะกร้าดอกไม้จากลวดกำมะหยี่สีสันสดใส ไปฝากคนที่บ้านกันได้ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4223 5040 Facebook “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง : Banchiang National Museum”
เลขทะเบียน : นพ.บ.654/3กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 14 หน้า ; 4 x 58 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 209 (122-134) ผูก 3ก (2568)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.705/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 10 หน้า ; 4.5 x 58 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 225 (290-302) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : อานิสงส์สร้องธงเหล็ก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยา. หนังสือ court ข่าวราชการ เจ้านาย 11 พระองค์ ทรงช่วยกันแต่ง เล่ม 1. พระนคร : โรงพิมพ์ไท, 2466.
หนังสือ COURT ข่าวราชการ เจ้านาย 11 พระองค์ช่วยกันแต่ง เล่ม 1 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช โปรดฯ ให้พิมพ์ในงานฉลองพระชัณษาเมื่อปีกุญ พ.ศ. 2466 เป็นหนังสือพิมพ์บอกข่าวราชการที่ออกเป็นรายวัน โดยพระเจ้าน้องยาเธอ จำนวน 11 พระองค์ซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผลัดเวรช่วยกันจดข่าวในพระราชสำนักที่เกิดขึ้น
เนื่องในโอกาสครบรอบวันฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารี "๒๐๐ ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธามิเสื่อมคลาย" ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ ขอเชิญชมโบราณวัตถุสำคัญและเรียนรู้เรื่องราวร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา "ย่าโม" วีรสตรีผู้เป็นที่เคารพรักของชาวโคราช "เสาหลักเมือง" สัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ศรัทธา และจิตวิญญาณของเมืองโคราช พร้อมไหว้พระขอพรองค์เทพที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น. ซึ่งเป็นการเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนเป็นพิเศษในงาน “พิพิธภัณฑ์รัตติกาล Night at the Museum” ทุกท่านจะได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์ในมุมมองที่แตกต่าง กับบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสง สี และเรื่องราวสุดน่าค้นหา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ : Maha Viravong National Museum https://www.facebook.com/profile.php?id=100057592323151
-----------------------------------------------------------------
“200 Years of Heroic Legacy, Unwavering Faith”
The year 2026 marks the 200th anniversary of the Victory Celebration of Thao Suranari.
You are cordially invited to explore significant historical artifacts and learn about the enduring legacy of faith surrounding 'Ya Mo', the revered heroine of Nakhon Ratchasima (Korat).
The City Pillar Shrine stands as a symbol of stability, devotion, and the spiritual heart of Korat.
Join us in paying respect and seeking blessings from sacred deities on display at Maha Viravong National Museum.
23 March – 3 April 2026
09:00 AM – 09:00 PM
หอสมุดแห่งชาติ ขอท้าทุกคนมาโชว์ Vibe ที่หอสมุดแห่งชาติ กับกิจกรรม "My Library Vibes: หอสมุดในมุมมองของฉัน" ไม่ว่าจะเป็นมุมสถาปัตยกรรม มุมอ่านหนังสือชิล ๆ หรือมุมลับที่คนไม่ค่อยรู้ โดยมีกติกาการแข่งขันกันที่ยอดไลก์ (Popular Vote)
1. แชะ: ถ่ายภาพหรือคลิปมุมโปรดในหอสมุดแห่งชาติ
2. แชร์: โพสต์ลง Platform ใดก็ได้ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ Facebook, X, IG, Tiktok, Lemon8 (ตั้งสาธารณะ)
3. เขียนแคปชันเริ่ด ๆ แล้วติด #หอสมุดแห่งชาติ #NLTVibes
รางวัลสำหรับผู้ที่มียอด Like & Share สูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ หูฟังไร้สาย TRUE WIRELESS จำนวน 5 รางวัล และรางวัลสุ่มผู้โชคดี ได้แก่ กระเป๋าผ้า Limited Edition "Read Vibe Only" จำนวน 10 รางวัล ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 พฤษภาคม 2569 ขอเชิญทุกท่านรีบมาถ่าย รีบมาโพสต์ แล้วเรียกเพื่อนมาช่วยกันไลก์ด่วนๆ
พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง เจ้าสามพระยา: www.virtualmuseum.finearts.go.th/chaosamphraya
ประวัติสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
พระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองหนึ่งของประเทศไทย เพราะเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของคนไทยก่อนจะย้ายไปตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีด้วยเหตุนี้จึงยังคงมีหลักฐานให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรื่องในอดีปรากฏอยู่มากมายโดยเฉพาะที่เป็นโบราณสถานดังนั้นเมื่อเราก้าวเข้าสู่เขตเมืองของพระนครศรีอยุธยาเราจะสัมผัสกับภาพของเจดีย์รูปแบบต่างๆของสมัยอยุธยา ที่ดูยิ่งใหญ่อลังการ หลายแห่งยังอยู่ในสภาพดี เพราะได้รับการอนุรักษ์ดูแลจากกรมศิลปากรมาโดยตลอดอนึ่งนอกจากสภาพแวดล้อมที่สะท้อนให้เห็นความเป็นอาณาจักรอยุธยาแล้วลักษณะพิเศษของพระนครศรีอยุธยา ก็คือ ภาพของคนในยุคปัจจุบันที่ยังดำเนินวิถีชีวิตไปควบคู่กับการเป็นเมืองเก่าในอดีต บางครั้งการใช้ชีวิตร่วมกันก็ทำให้เกิดปัญหาในด้านการอนุรักษ์และพัฒนา แต่บางครั้งก็เป็นการธำรงไว้ซึ่งความมีชีวิตของเมือง จากอดีตสู่ปัจจุบัน เมื่อมีโบราณสถานอยู่ทั้งในตัวเมืองและล้อมรอบตัวเมือง และด้วยเหตุที่คงความมีอำนาจมาถึง 417 ปี โบราณสถานเฉพาะที่มีอยู่ในเขตเมืองและสร้างโดยพระมหากษัตริย์จึงมีอยู่มากมาย ภายหลังจึงได้มีการค้นพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่คนไทยนิยมบรรจุไว้ในกรุของวัดต่างๆ ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะหลายครั้ง ครั้งที่สำคัญที่สุดคือเมื่อพุทธศักราช 2500 เมื่อได้มีการค้นพบเครื่องทองที่เป็นชุดสถูปและเครื่องราชูปโภคจำลองซึ่งสันนิษฐานว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ได้สร้างเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเชษฐาสองพระองค์ของพระองค์โดยบรรจุไว้ในกรุวัดราชบูรณะ เมื่อพุทธศักราช 1967การค้นพบครั้งนั้นเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของงานโบราณคดีในสมัยแรกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จเจ้าพระนางพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโบราณวัตถุเหล่านั้นและพระราชทานพระราชดำริว่สมควรจัดสร้างพิพิธภัณฑ สถานขึ้น ณ สถานที่พบคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเก็บรักษาให้เป็นมรดกของท้องถิ่นนั้นต่อไป เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของที่นั่น กรมศิลปากรจึงได้จัดสร้าง “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” ขึ้นมา ที่กลางเมืองพระนครศรีอยุธยา และเปิดเป็นทางการเมื่อพุทธศักราช 2504 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยานี้ ต้องถือว่าเป็นต้นแบบของพิพิธภัณฑสถานที่สร้างขึ้น เพื่อการเป็นพิพิธภัณฑสถานโดยตรงตั้งแต่ต้นมิใช่เป็นเพียงเพื่อการเก็บรวบรวมรักษามรดกของชาติเพียงอย่างเดียวเหมือนพิพิธภัณฑสถานรุ่นก่อนๆจึงได้มีการวางแผนงานการจัดอย่างเป็นเรื่องเป็นราวจากจุดเริ่มต้น