ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 48,853 รายการ
องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เรื่อง ชุดความรู้ทางวิชาการ :หลักฐานศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในภาคใต้ของประเทศไทย ตอน "พระศิวะปางดุร้าย “พระวฏุกไภรวะ" ค้นคว้า/เรียบเรียง นางสาวสุขกมล วงศ์สวรรค์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ
เมืองโบราณเมืองหงส์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบ้านเมืองหงส์ ตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ตัวเมืองมีลักษณะเป็นเนินดินทรงกลมรี มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ๑ ชั้น ขนาดประมาณ ๖๐๐ x ๑๐๐๐ เมตร แนวคูเมืองที่ยังคงเห็นได้ชัดเจน คือ หนองใหญ่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และ หนองฝายทางด้านทิศตะวันออก มีห้วยตะโกงเป็นแนวเชื่อมน้ำจากหนองฝายกับอ่างเก็บน้ำห้วยกุดแดง ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไปทางด้านทิศใต้ประมาณ ๕๐๐ เมตร สภาพโดยรวมพบว่า แนวคูเมืองส่วนใหญ่ตื้นเขินและถูกปรับไถเป็นที่นา เหลือให้เห็นเป็นร่องน้ำแคบๆ ทั้งนี้ข้อมูลจากการสำรวจเมื่อปี ๒๕๒๗ กล่าวว่าคูเมืองเดิมมีขนาดกว้างประมาณ ๖๐ เมตร ส่วนคันดินยังคงเหลือให้เห็นบางส่วนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทางด้าน ทิศใต้บริเวณด้านหลังโรงเรียนชุมชนบ้านเมืองหงส์ สภาพปัจจุบันกำแพงเมืองมีความกว้างประมาณ ๓๐ เมตร สูงประมาณ ๒ - ๓ เมตร จากรายงานการสำรวจเมืองโบราณเมืองหงส์ของกรมศิลปากรเมื่อปี ๒๕๒๗ ได้กล่าวถึงโบราณวัตถุและร่องรอยโบราณสถานที่พบในเขตเมืองโบราณเมืองหงส์ ซึ่งไม่เหลือให้เห็นแล้วในปัจจุบัน ได้แก่ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดิน (Earthenware) ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง (Stoneware) และชิ้นส่วนภาชนะ ดินเผาเคลือบสีขาวไข่กา (Celadon) นอกจากชิ้นส่วนภาชนะดินเผาที่พบทั่วไปแล้ว ยังพบโบราณวัตถุอื่นๆ เช่น ตะกรัน หรือ ขี้แร่ (Slag) ภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกมนุษย์ (Burial jar) โครงกระดูกมนุษย์ ตุ๊กตาดินเผารูปสัตว์ อิฐเก่า และพระพุทธรูปสำริด เป็นต้น (กรมศิลปากร : ๒๕๒๗) นอกจากร่องรอยของโบราณสถานภายในตัวเมืองบริเวณวัดหงส์สุวรรณารามแล้ว ยังมีโบราณสถานนอกเมืองอีก ๑ แห่ง ตั้งอยู่ห่างออกไปทางด้านทิศเหนือประมาณ ๗๐๐ เมตร สภาพเหลือเพียงส่วนฐาน กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งและเสริมความมั่นคงในปี ๒๕๓๕ โดยโบราณสถานหลังขุดแต่งทางโบราณคดี มีลักษณะดังนี้ องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ ๖ เมตร ทำเป็นมุขยื่นออกมาด้านละ ๓๐ เซนติเมตร สร้างซ้อนกัน ๒ ชั้น ส่วนฐานสูง ๑๔๐ เซนติเมตร ตรงกลางองค์เจดีย์มีลักษณะเป็นห้องขนาด ๒ x ๑.๕ เมตร การก่ออิฐไม่เป็นระเบียบนัก อิฐที่ก่อมีความหนาบางไม่เท่ากัน ซึ่งอาจเป็นเพราะจะต้องฉาบปูนปิดอีกที จึงไม่จำเป็นที่จะใช้อิฐขนาดเท่ากันเสมอไป หรืออาจเป็นอิฐที่ปั้นขึ้นจากศรัทธาหลายคนต่างบริจาคมาร่วมในการก่อสร้าง จึงทำให้อิฐมีขนาดไม่เท่ากัน ก่อนที่จะเริ่มก่ออิฐปรากฏหินกรวดผสมดินเหนียวและ ศิลาแลงเป็นวัสดุรองพื้น จากการขุดแต่งพบโบราณวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธรูปสำริดศิลปะทวารวดี พุทธลักษณะประทับยืน สูง ๑๓.๗ เซนติเมตร กว้าง ๕ เซนติเมตร เม็ดพระศกเป็นก้นหอย ไม่มีรัศมี พระพักตร์กลม พระขนงต่อกันเป็นปีกกา พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์หนา พระกรรณยาวลงมาถึงต้นพระศอ พระศอ เป็นปล้อง ครองจีวรห่มคลุมแนบพระวรกาย ชายจีวรยาวจรดข้อพระบาท พระกรทั้งสองข้าง และพระบาท หักหายไป และยังได้พบลูกปัดหินควอทซ์สีขาว ลักษณะเป็นเม็ดกลมขนาดเส้นรอบวง ๑๑ เซนติเมตร เจาะรูทะลุตรงกลาง (กรมศิลปากร : ๒๕๓๕) จากลักษณะของคูเมืองกำแพงเมือง เจดีย์เมืองหงส์ และโบราณวัตถุที่พบจากการสำรวจเมื่อปี ๒๕๒๗ สันนิษฐานว่าเมืองโบราณเมืองหงส์ มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย และพัฒนาเข้าสู่ ยุคสังคมเมืองสมัยวัฒนธรรมทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖ และวัฒนธรรมเขมร ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๘ เนื่องจากภายในเมืองโบราณและบริเวณใกล้เคียงได้สำรวจพบภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง ชิ้นส่วน ไหเท้าช้าง และภาชนะเครื่องเคลือบแบบวัฒนธรรมเขมร รวมถึงมีความต่อเนื่องมาจนถึงวัฒนธรรมอีสาน - ล้านช้าง เพราะพบว่ามีการกล่าวถึงชื่อเมืองหงส์ในตำนานอุรังคธาตุ ซึ่งเป็นตำนานสำคัญทางศาสนาที่แต่งขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๓ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ภายในตัวเมืองโบราณยังไม่เคยทำการขุดค้นทางโบราณคดี มีแต่เพียงเจดีย์เมืองหงส์ ที่ตั้งอยู่นอกเมืองเท่านั้นที่ได้รับการขุดแต่งและพบหลักฐานเพียงสมัยทวารวดี ดังนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของเมืองโบราณเมืองหงส์ จึงต้องมีการศึกษาทางวิชาการโบราณคดีต่อไป--------------------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูลโดย นางสาวศุภภัสสร หิรัญเตียรณกุล นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี--------------------------------------------------------อ้างอิงจาก กองโบราณคดี. (๒๕๒๗). รายงานการสำรวจแหล่งเมืองโบราณ บ้านเมืองหงส์ ตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด. เล่มที่ ๑/๒๕๒๗, โครงการโบราณคดีประเทศไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), กรมศิลปากร : กองโบราณคดี. หน่วยศิลปากรที่ ๖. (๒๕๓๕). รายงานการขุดแต่งและเสริมความมั่นคงเจดีย์เมืองหงส์ อำเภอ จตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด. ฉบับที่ ๑๘, กรมศิลปากร : กองโบราณคดี (ฝ่ายควบคุมดูแลรักษาโบราณสถาน).
ชื่อเรื่อง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ผู้แต่ง สรัญญา สุริยรัตนกรผู้แต่งเพิ่ม กฤษฎา พิณศรี, ประภัสสร โพธิ์ศรีทอง.ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN 974-418-093-5หมวดหมู่ พิพิธภัณฑวิทยาเลขหมู่ 069.0959372 ส349พสถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัดปีที่พิมพ์ 2542ลักษณะวัสดุ 122 หน้า : ภาพประกอบ, แผนที่ ; 29 ซม. หัวเรื่อง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก ประวัติของพิพิธภัณฑ์และผังการจัดแสดงนิทรรศการถาวร แนะนำสภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ เรื่องราวในอดีของนครปฐมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์และยุควัฒนธรรมทวารวดี เรื่องราวของศาสนาและความเชื่อของชุมชนสมัยทวารวดีจากหลักฐานโบราณวัตถุ เรื่องราวความเจริญรุ่งเรืองของนครปฐม หลังจากวัฒนธรรมทวารวดีเสื่อมลง จนถึงสมัยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ มีภาคผนวกโบราณวัตถุสมัยทวารวดีสำคัญและจารึกโบราณ และเนื้อเรื่องภาคภาษาอังกฤษประกอบ
ชื่อเรื่อง ธมฺมปทวณฺณา ธมฺมปทฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ธมฺมปทฺธ)
สพ.บ. 376/4ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 52 หน้า กว้าง 4 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง ธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด-ลองรัก ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
ชบ.บ.38/1-7
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ปญฺจพุทฺธา (ปญฺจพุทฺธา)
ชบ.บ.76/1-1ฆ
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
สงฺคีติกถา (ปถม-ปญฺจมสงฺคายนา)
ชบ.บ.101/1-1ค
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.321/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 4.5 x 54.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 129 (321-328) ผูก 2 (2565)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์(8หมื่น)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผลงาน: Untitled
ศิลปิน: พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)
เทคนิค: จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด: กว้าง 60 ซม. สูง 46 ซม.
ปีที่ทรงวาด: พ.ศ. 2506
รายละเอียดเพิ่มเติม: : พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดการเขียนภาพจิตรกรรม ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงประทับศึกษาอยู่ต่างประเทศ เมื่อทรงเสด็จนิวัติพระนครและเริ่มทรงงานศิลปะเป็นงานอดิเรกราวช่วงต้น พ.ศ.2500 พระองค์ทรงยินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและทรงสดับข้อเสนอแนะในการสร้างสรรค์งานศิลปะจากศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาแนวทางการสร้างสรรค์งานศิลปะของพระองค์ ภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในแนวกึ่งนามธรรม (semi-abstract) แบบเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ (expressionism) ชิ้นนี้ ซื่งใช้โทนสีที่ร้อนแรงในการแสดงอารมณ์ความรู้สึก สะท้อนให้เห็นถึงความสนพระทัยในรูปแบบและแนวทางการแสดงออกของงานจิตรกรรมสมัยใหม่ของพระองค์
Title: Untitled
Artist: His Majesty King Bhumibol Adulyadej (Rama IX)
Technique: oil on canvas
Size: 60 × 46 cm.
Year: 1963
Detail: His Majesty King Bhumibol Adulyadej (Rama IX) had an interest on painting ever since his adolescence years of studying abroad. When His Majesty came back to Thailand and started to paint as amateur painter on the early 1960s, His Majesty is pleased to take advice and criticism from professional and avant-garde artists in a country, in order to develop and create His Majesty’s own unique style. This semi abstract and expressionist painting clearly reflects his Majesty's impression on the trends & expressions of modern art
ชื่อเรื่อง : โหงวโฮ้วเพงไซ โหงวโฮ้งเพงหน่า เล่ม ๒ ชื่อผู้แต่ง : โหงวโฮ้วเพงปีที่พิมพ์ : 2513สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : คุรุสภาลาดพร้าว จำนวนหน้า : 276 หน้าสาระสังเขป : โหงวโฮ้วเพงไซ โหงวโฮ้งเพงหน่า เป็นนิยายอิงพงศาวดารจีนที่แพร่หลายในเมืองไทย เนื้อเรื่องสนุกสนาน ปูมหลังก็ยอดเยี่ยม ซึ่งจะทำความเข้าใจตัวละครและการดำเนินเรื่องได้อย่างลึกซึ้ง
จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ
นอกจากจารึกวัดจงกอ แล้ว ในเขตพื้นที่อำเภอด่านขุดทด ยังพบจารึกอีกหลักหนึ่งที่เราไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ #จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ เดิมทีจารึกหลักนี้พบในเขตพื้นที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พบอยู่กับไม่ไกลกับ #เหวตาบัว ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางสัญจรธรรมชาติเชื่อมต่อระหว่างที่ราบภาคกลางกับที่ราบสูงโคราช โดยเป็นจารึกสำคัญที่แสดงความมีตัวตนของ #เมืองพิมาย และเมืองพนมรุ้ง ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 20 ว่ามิได้รกร้าง มีการอยู่อาศัย ต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 แม้แต่กรุงศรีอยุธยา ในช่วงเวลานั้น ก็รู้จักและมีความต้องที่จะขยายพระราชอำนาจเหนือเมืองพิมาย เเละเมืองพนมรุ้ง อีกด้วย
จารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ เป็นจารึกหินทราย ด้านที่ 1 จารึกด้วยอักษรไทย ภาษาไทย จำนวน 26 บรรทัด ด้านที่ 2 จารึกด้วยอักษรขอม ภาษาเขมรโบราณ จำนวน 27 บรรทัด
#ข้อความในจารึกกล่าวถึง สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสาทพระยา) โปรดให้ขุนศรีไชยราชมงคลเทพเอกมนตรีพิเศษและเหล่าขุนนาง ยกทัพไปตีเมืองพิมาย เมืองพนมรุ้ง และเมืองพระนคร ภายหลังได้รับชัยชนะจึงยกทัพกลับ สอดคล้องกับข้อความที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ และพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีกของหอสมุดวชิรญาณ ตรงกับปี พ.ศ.1974
ปัจจุบันจารึกหลักดังกล่าว ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ณ วัดบ้านฉางประชานิมิต ตำบล เขาน้อย อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ