ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,130 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.780/ข7ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 72 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก ข7 (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายนมูล--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี จัดโครงการ Ai Generate.หอสมุดฯ ที่เรารัก ประจำปีงบประมาณ 2569 สำหรับน้อง ๆ ระดับประถม - มัธยม พบกับกิจกรรม Workshop Ai Generate สร้างภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ กิจกรรมประกอบด้วย การพูดคุยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Ai เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (คู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครองในประเทศไทย พ.ศ. 2568 โดยกระทรวงศึกษาธิการ), ฝึกคิด Prompt ให้ตรงใจ, สร้างผลงานด้วย Ai Generate
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม มีรายละเอียดดังนี้
1. รับสมัครเพียง 40 คน เท่านั้น!
2. สร้างสรรค์ผลงานกลุ่มละ 2 คน จากการเรียนรู้
3. ได้รับเกียรติบัตรการเข้าร่วมกิจกรรมจากหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
กิจกรรมนี้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถลงทะเบียนได้ที่ห้องโสตฯ ชั้น 2 หรือสแกนคิวอาร์โค้ด ตั้งแต่วันนี้ - 10 พฤศจิกายน 2568 โดยกิจกรรมแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 20 คน และวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 20 คน เริ่มเวลา 16.00 น. ณ ห้องโสตทัศนวัสดุ ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3932 1211 เฟซบุ๊ก: หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี https://www.facebook.com/nltchan1990
มรดกอารยธรรม สานพลังใจปวงชน : ของขวัญปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๖๙ จากกรมศิลปากร
กรมศิลปากรขอร่วมส่งมอบความสุขและกำลังใจแก่ประชาชน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ศักราชใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ด้วยการเปิดพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมให้เป็นแหล่งเรียนรู้และพักใจ ผ่านการงดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ – ๑ มกราคม ๒๕๖๙
สำหรับหน่วยงานในพื้นที่ในความรับผิดชอบของสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ได้จัดเตรียมกิจกรรมพิเศษเพื่อร่วมต้อนรับปีใหม่และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสคุณค่าของมรดกอารยธรรมอย่างใกล้ชิด ดังนี้
๑. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย (อ.พิมาย จ.นครราชสีมา)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- Phimai Night Light Up: สัมผัสความยิ่งใหญ่ของปราสาทหินทรายที่ใหญ่ที่สุดในไทย ผ่านการประดับไฟส่องสว่างองค์ปราสาทอย่างตระการตายามค่ำคืน
- Phimai Night Tour: ชมความงามพร้อมรับฟังเรื่องราวจากวิทยากรและน้องๆ Phimai Junior Guide (ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ๓ รอบ: ๑๗.๓๐ / ๑๘.๓๐ / ๑๙.๓๐ น.) ลงทะเบียนล่วงหน้าที่นี่ https://forms.gle/ndrN29K2hLPMmKrd8
๒. ปราสาทพนมวัน (อ.เมือง จ.นครราชสีมา)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- สิริมงคลแห่งพนมวัน: สักการะพระพุทธรูปปางประทานอภัยและปางประทานพรศิลปะอยุธยาอันศักดิ์สิทธิ์ ณ ซุ้มประตูทางทิศเหนือของปรางค์ประธานสัมผัสพลังศรัทธาในปราสาทหินที่ใหญ่เป็นอันดับ ๕ ของไทย พร้อมชม "เนินนางอรพิมพ์" พลับพลาลงสรงหนึ่งเดียวในประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศอารยธรรมขอมนับพันปี
๓. โบราณสถานเมืองแขก (อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- ยลโฉมปราสาทขอมพุทธศตวรรษที่ ๑๖ และทับหลังศิลปะเกาะแกร์สุดวิจิตรที่สร้างถวายแด่พระศิวะเพื่อพลังอำนาจและชัยชนะ แวะกราบสักการะ "พระนอนปางไสยาสน์" ณ วัดธรรมจักรเสมาราม พระพุทธรูปหินทรายสมัยทวารวดีที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในไทย เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข
๔. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ (อ.เมือง จ.นครราชสีมา)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- ชมพระศิลาสมัยทวารวดีและพระสัมฤทธิ์สมัยอยุธยาที่หาชมยากใจกลางเมืองโคราช กิจกรรม Memories in Museum: ร่วมเช็คอินและส่งต่อความสุขผ่านโปสการ์ด “ส่งท้ายปีเก่า เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความทรงจำดี ๆ” (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๔ ม.ค. ๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.)
๕. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- ปราสาทพนมรุ้ง เทวสถานสีชมพูบนยอดภูเขาไฟศิลปะขอมแบบนครวัดที่สมบูรณ์ที่สุดในไทย โดดเด่นด้วยภูมิปัญญาดาราศาสตร์ ๑๕ ช่องประตู และทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์อันวิจิตร ออกแบบตามคติจักรวาลวิทยาประดุจเขาไกรลาสบนเส้นทางราชมรรคาอันทรงคุณค่า เชิญรับสิริมงคลช่วงปีใหม่ ณ โบราณสถานสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของราชวงศ์มหิธรปุระ
๖. ปราสาทเมืองต่ำ (อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- ยลโฉมปรางค์อิฐ ๕ องค์และสระน้ำล้อมรอบระเบียงคดที่วิจิตรที่สุด รับสิริมงคล ณ จุดสลักดอกบัว ๘ กลีบจำลองผังจักรวาล และชมบารายโบราณขนาดมหึมา "ทะเลเมืองต่ำ"
๗. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ (อ.เมือง จ.สุรินทร์)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- อัตลักษณ์แห่งสุรินทร์แหล่งรวมมรดกขอม-ทวารวดี และวิถีชีวิต ๔ ชาติพันธุ์ที่ผูกพันกับช้าง
- กิจกรรมไหว้พระขอพร (๒๕ ธ.ค. ๖๘ – ๓๑ ม.ค. ๖๙): อัญเชิญพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา (ขอพรด้านสุขภาพ), พระพิฆเณศ (ขอพรความสำเร็จ) และพระพุทธรูปปางประทานพร เพื่อสิริมงคลต้นปี ๒๕๖๙
๘. ปราสาทศีขรภูมิ (อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์)
- งดเก็บค่าธรรมเนียม: ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ (๓๑ ธ.ค. ๖๘ – ๑ ม.ค. ๖๙)
- ชมทับหลังพระศิวนาฏราชที่สมบูรณ์ที่สุดในไทย และรูปสลัก "นางอัปสรา" หนึ่งเดียวในประเทศที่มีรูปลักษณ์คล้ายนครวัด บนปรางค์อิฐ ๕ องค์ที่สง่างามเหนือกาลเวลา
ของขวัญปีใหม่ปี ๒๕๖๙ จากกรมศิลปากรในครั้งนี้ เป็นมากกว่าการเปิดประตูสู่แหล่งท่องเที่ยว แต่คือการเปิดพื้นที่ให้คนไทยได้กลับมาพึ่งพิงจิตวิญญาณแห่งบรรพชน ในห้วงเวลาที่เราโหยหาความหวังและพลังใจมากที่สุด มรดกวัฒนธรรมเหล่านี้จะยืนหยัดเป็นประจักษ์พยานว่า ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนผ่านหรือสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นเช่นไร รากเหง้าแห่งอารยธรรมและความสมานฉันท์ของคนในชาติ จะยังคงเป็นแสงสว่างที่นำทางเราไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงสืบไป
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรียบเรียงข้อมูลและแนะนำ : นางแพรว ธนภัทรพรชัย เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน
กราฟิก : นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
พระปฏิมาที่เรียกกันโดยสามัญว่า "พระล้อม" คือพระพุทธรูปแวดล้อมด้วยพระสาวกเรียงบนฐานซ้อนเป็นชั้น องค์พระปฏิมาลอยองค์มีขนาดใหญ่ เป็นประธานท่ามกลางพระสาวก ซึ่งทำเป็นภาพนูนต่ำ อยู่ในลักษณะสมาธิ หรือถวายอัญชลีต่อพระพุทธองค์ มีขนาดเล็กจิ๋ว เรียงเป็นแถวตามแนวชั้นฐาน ส่วนฐานมักทำเป็นรูปสามเหลี่ยมหลังมนซ้อนลดหลั่นกันหลายชั้น เรียวสอบขึ้นด้านบนตอนบนสุดของฐานเป็นฐานรองรับพระพุทธรูป มักทำเป็นฐานสิงห์ ประกอบด้วย.........อ่านต่อในเอกสารที่แนบ (คอลัมน์ของชิ้นเอกในกรมศิลปากร นิตยสารศิลปากร ปีที่ ๕๖ ฉบับที่ ๖ ประจำเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ๒๕๕๖)
พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง ชาวนาไทย: www.virtualmuseum.finearts.go.th/thaifarmersnational
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย
เดิมตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง ปัจจุบันได้ย้ายไปตั้งอยู่บริเวณศูนย์ราชการแห่งใหม่ริมถนนสายสุพรรณ - ชัยนาท (340) เป็นอาคารคอนกรีตออกแบบผสมผสานระหว่างเรือนไทยและยุ้งฉางของชาวนาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทำนาโดยไม่ได้จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุชั้นล่างจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนาเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา ประเพณีวิถีชีวิตของชาวนาเรื่องราวของข้าวในอดีต
ในปีพุทธศักราช 2528 - 5229 สมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีทำปุ๋ยหมักธรรมชาติที่บ้านแหลมสะแก อำเภอบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี และหลังจากนั้นไม่นาน ได้เสด็จพระราชดำเนินลงนาโดยหว่านข้าวและปุ๋ยหมักลงในแปลงนาสาธิต ณ บึงไผ่แขก อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีครั้งถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวต้นข้าวสุกเหลืองอร่ามเต็มท้องนาจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารอีกวาระหนึ่งโดยได้เสด็จพระราชดำเนินทางเกี่ยวข้าวที่ได้ทรงปลูกไว้เป็นปฐมฤกษ์ซึ่งพระจริยาวัตรที่งดงามนี้ยังความปลาบปลื้มปีติโสมนัสแก่บรรดาเหล่าเกษตรกรและพสกนิกรชาวไทยเป็นยิ่งนักเหตุการณ์ทั้งหมดนี้นับเป็นพระราชกรณียกิจที่ใหญ่สมควรจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของไทย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ได้จัดแสดงสิ่งสำคัญ อาทิ รวงข้าวจำนวน 9 รวงแรก ที่สมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารทรงเกี่ยวเป็นปฐมฤกษ์รวมทั้งเคียวเกี่ยวข้าวด้ามทองคำที่จังหวัดสุพรรณบุรี จัดทำขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพิเศษ และยังรวมภาพเหตุการณ์อุปกรณ์เครื่องมือที่ทรงใช้ในการทำนาประวัติศาสตร์ครั้งนี้มาจัดแสดงด้วย
นอกจากนี้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ยังได้จัดแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของพระมหากษัตริย์ไทยกับชาวนาร่องรอยของข้าวในอดีตวิวัฒนาการของการทำนาในประเทศไทยตลอดจนประเพณีวิถีชีวิตของผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ นั่นคือ "ชาวนา"
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ภายในบริเวณเดียวกันกับศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี มีเนื้อที่บริเวณรวมทั้งสิ้นประมาณ 200 ตารางวา กระทรวงศึกษาธิการประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2533
ความเป็นมาในการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย (หลังใหม่)
ตามที่จังหวัดสุพรรณบุรีได้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย บริเวณศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีหลังเดิมถนนพระพันวษาเพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงเหตุการณ์สำคัญที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราช ดำเนินมาเป็นองค์ประธานในการทำปุ๋ยหมักสาธิตการทำนาและเกี่ยวข้าวในจังหวัดสุพรรณบุรีถึง 3 ครั้ง และเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2537 นั้น
เนื่องจากปัจจุบันศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีได้ย้ายไปอยู่ในศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ถนนสุพรรณบุรี - ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 340) ตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีหลังเดิม ใช้เป็นที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันบริเวณสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย มีสภาพภูมิทัศน์ไม่สวยงามดังเดิม
จังหวัดสุพรรณบุรีพิจารณาเห็นว่า เพื่อให้สถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย มีความเหมาะสม สง่างาม และสมพระเกียรติ จังหวัดสุพรรณบุรีได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตย้ายและก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย จึงใคร่ขอเสนอกรมศิลปากรพิจารณาและสนับสนุนจังหวัดสุพรรณบุรี ในการย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ไปตั้งอยู่ในศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณด้านข้างศาลากลางจังหวัด ด้านทิศใต้ ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถจัดสภาพภูมิทัศน์ให้สวยงามและสมพระเกียรติได้ดีกว่าที่เดิม
ซึ่งหากจากสถานที่เดิมประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยให้กรมศิลปากรและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ออกแบบอาคารและการจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย โดยอาศัยรูปแบบอาคารเดิมเป็นฐานในการคิด และได้สรุปรูปแบบเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น มีใต้ถุนล่าง มีพื้นที่ ใช้สอยทั้งหมด 1,890 ตารางเมตร
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมนำความคิดมาจากยุ้งข้าวทางภาคกลาง ประดับตกแต่งด้วยลายรวงข้าว มีพื้นที่โครงสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มุงหลังคาด้วยกระเบื้องซีเมนต์ หันด้านหน้าอาคารไปทางทิศเหนือ
ระยะเวลาในการดำเนินการออกแบบและก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทยแล้วเสร็จเดือนกันยายน พุทธศักราช 2551 ดำเนินการจัดแสดงภายในอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด สุพรรณบุรี แล้วเสร็จในเดือนกันยายน พุทธศักราช 2552 และดำเนินการย้ายการปฏิบัติงานที่อาคารหลังใหม่ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2552
กรมศิลปากรได้เข้าร่วมขบวนรถแห่เทียนพรรษาตามตารางกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันพุธที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๒.๐๐ น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง และนำเทียนพรรษาไปถวายยังวัดปรินายก กรุงเทพมหานครฯ ต่อไป โดยมีท่านอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานและผู้อำนวยการสำนักบริหารกลางพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ข้าราชการเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
มรดกดีเด่น(Significant heritage)
เนื้อหาจะกล่าวถึงมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์ที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือ งานศิลปหัตถกรรม ได้แก่ การทำเครื่องประดับเงินและการทอผ้าไหม ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ได้แก่ การแสดงเรือมอันเร(การรำสาก) การละเล่นเจรียง รวมถึงดนตรีพื้นบ้าน เช่น วงกันตรึม วงมโหรี และการเลี้ยงช้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ในส่วนการจัดแสดงจะใช้โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ หุ่นจำลอง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ และเครื่องเล่นแผ่นเสียง เป็นสื่อให้เห็นถึงการแสดงพื้นบ้าน การผลิตและใช้ประโยชน์จากงานหัตถกรรม มีหุ่นจำลองและวีดิทัศน์เรื่องการจัดแสดงศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ฉากจำลองบรรยากาศหมู่บ้านเลี้ยงช้างและวีดิทัศน์เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนเลี้ยงช้าง ให้ผู้เข้าชมได้ทราบถึงมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นสุรินทร์ที่มีมาในอดีตและยังคงรับใช้ชุมชนอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน
Significant heritage
Exhibits highlight the well – known cultural heritage of Surin province: handicrafts, such as silver ornaments and silk weaving; folk performances such as “Ruam”, or local dancing, “Jariang”, or local singing, and local music such as “Kantruem”; and elephant training, for which Surin is famous throughout the world. Models, photographs and audio – visual displays illustrate handicraft production, and samples of silk cloth and silver are on display. A model of an elephant training village, as well as audio – visual displays, help visitors to learn about the heritage of local wisdom from ancient times to the present.
ำลองการประกอบพิธีแกลมอ (Healing ceremony) ของกลุ่มชาติพันธุ์กวย(Kuay)หุ่นจำลองการประกอบพิธีการ์แซน(การแต่งงาน) Wedding ของกลุ่มชาติพันธุ์เขมร(Khmer)และภาพถ่ายเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีบายศรีสู่ขวัญ สภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว(Lao)ซึ่งจะสื่อถึงสภาพวิถีชีวิต ลักษณะเด่นทางวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประกอบกันเป็นคนสุรินทร์ในปัจจุบัน และยังมีข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบรรจุอยู่ใน Computer Touch Screen ให้ศึกษาค้นคว้าได้โดยละเอียด
Ethnology
Displays here focus on the population of Surin province, which can be divided into three groups: the Kuay, who excelled at catching and training elephants, the Khmer, the original inhabitants of Surin province, and the Laos, a later group who immigrated to Surin province. Models depict the houses, ceremonies, photographs and paintings, daily tools, and objects reflecting the lives and cultures of the three groups. A computer touch screen provides additional information.