ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,798 รายการ

                 ต้อนรับท่าน ผอ. อมรเศรษฐ์ จากมูลนิธิพลเอกเปรมติณสูลานนท์ เข้าเยี่ยมชม หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา พร้อมให้คำแนะนำ วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘    


หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ได้จัดทำ "ตะกร้าหนังสือสื่อรักการอ่าน" เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ เยาวชน รักการอ่าน สร้างทางเลือกในการอ่าน ส่งเสริมจินตนาการ        


  หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา



นิทรรศการ ประวัิติและผลงานของ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรี คนที่ 16 ของประเทศไทย  จัดแสดง ณ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ โดยแบ่งเนื้อหาการนำเสนอออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย       ส่วนที่ 1 จัดแสดงภายใต้หัวข้อ "เกียรติภูมิ"  เป็นการนำเสนอเรื่องราวประวัติของ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์  ในช่วงชีวิตวัยเด็ก ชีวิตครอบครัว สภาพแวดล้อม  เช่น  ภูมิลำเนา ครู  อาจารย์ ญาติมิตร ที่หล่อหลอมให้คนธรรมดาคนหนึ่งได้เรียนรู้และซึมซับหลักปฏิบัติเอาสิ่งที่ดีงาม ที่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จนกระทั่งได้รับการยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบคนหนึ่งในสังคมไทย


               หัวหน้าหอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้ารายงานตัวและรับมอบภารกิจ / หน้าที่ ในระดับบริหารจัดการ ตามคำสั่งมูลนิธิสวนประว้ติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ แต่งตั้งบุคลากรบริหารจัดการห้องบำรุงความรู้ สวนประวัติศาสตร์     พลเอกเปรม ติณสูลานนท์            


ขณะนี้หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ ได้ปรับปรุงนิทรรศการถาวรใหม่เพื่อให้ทันสมัยเป็นที่น่าสนใจของผู้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ โดยแบ่งเนื้อหาในการนำเสนอออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 จัดแสดงภายใต้หัวข้อ "เกียรติภูมิ" เป็นการนำเสนอเรื่องราวประวัติของ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์  ในช่วงชีวิตวัยเด็ก ชีวิตครอบครัว สภาพแวดล้อม เช่น ภูมิลำเนา ครู อาจารย์ ญาติมิตร ที่หล่อหลอมให้คนธรรมดาคนหนึ่งได้เรียนรู้และซึมซับหลักปฏิบัติเอาสิ่งที่ดีงาม ที่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จนกระทั่งได้รับการยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบคนหนึ่งในสังคมไทย ส่วนที่ 2 จัดแสดงภายใต้หัวข้อ "เกียรติศักดิ์" เป็นการนำเสนอชีวประวัติของพลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ ในช่วงวัยการทำงาน คือชีวิตการรับราชการทหาร ผลงานด้านการทหาร จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 22 ของประเทศไทย ส่วนที่ 3 จัดแสดงภายใต้หัวข้อ "เกียรติยศ" เป็นการนำเสนอเรื่องราวในช่วงชีวิตการเป็นข้าราชการการเมือง โดยได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 16 ของประเทศไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานติดต่อกันถึง 3 สมัย เป็นเวลา 8 ปี 5 เดือน รวมทั้งนำเสนอผลงานเด่น ๆ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว


  หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ ขอเชิญชมนิทรรศการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2558 เรื่อง "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กับเอกสารจดหมายเหตุ ประวัติศาสตร์ของชาติ ตามรอยพระบาทสยามบรมราชกุมารี"  โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558  ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล มาเป็นประธานในพิธีเปิด และจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 - 30 กันยายน 2558  ณ  หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  ในวันและเวลาราชการ     นิทรรศการชุดดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานจดหมายเหตุ และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา จึงได้จัดแสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กับงานด้านจดหมายเหตุ การซ่อมอนุรักษ์เอกสารจดหมายเหตุ และการจัดฉายวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจฯ ตลอดงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่และสร้างความรู้ความเข้าใจในงานจดหมายเหตุ และเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชน คนไทยทุกคนได้เห็นคุณค่าความสำคัญของเอกสารจดหมายเหตุและร่วมกันอนุรักษ์ไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้าสืบไป  


  วัน  เดือน  ปีเวลา กิจกรรม สถานที่ หมายเหตุ กิจกรรมคืนความสุขให้คนไทยและมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน  - กิจกรรมสักการะไหว้พระ ขอพรพระพุทธรูปสำคัญ 9 องค์ ในพิพิธภัณฑ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล อาคารจัดแสดงชั้นบน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก ตั้งแต่วันที่ 31ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2557 งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2558 จัดกิจกรรมสร้างเสริมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และมรดกทางศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้กล้าแสดงออก - การแสดง/กิจกรรมบนเวที/จับรางวัล กิจกรรมกลางแจ้ง เกมส์นันทนาการ - การประกวดวาดภาพชิงทุนการศึกษา - กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องจัดแสดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก วันเสาร์ที่ 10มกราคม 2558 โครงการพิพิธภัณฑ์สัญจร ประจำปี 2558   - นำนิทรรศการเคลื่อนที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรค- วรนายก และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ไปจัดแสดง - บรรยายเกี่ยวกับมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ประวัติการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก เครื่องสังคโลก และพระพุทธรูป ฯลฯ - จัดกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลิน เช่น ตอบปัญหา หรือกิจกรรมกลุ่มพร้อมมอบของที่ระลึกแก่นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จำนวน 15 แห่ง ตลอดปีงบประมาณ 2558 กิจกรรมจัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยประจำปี 2558   - จัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “60พรรษา สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร”เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี พ.ศ. 2558  เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5รอบ 2เมษายน 2558 - กิจกรรมรณรงค์และบำเพ็ญประโยชน์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก - จัดสถานที่ลงนามถวายพระพรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ อาคารจัดแสดงชั้นล่างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก กิจกรรมเริ่มตั้งแต่วันที่2เม.ย. 2558 นิทรรศการจัดตั้งแต่เดือนเมษายน-ธันวาคม 2558 กิจกรรมพิเศษเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชา  โดยเปิดให้เข้าชมเป็นพิเศษเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยจัดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปได้สักการะ“พระพุทธ-รูปลีลา” ศิลปะสุโขทัย   อาคารจัดแสดงชั้นบนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก วันที่ 1 , 4-7 มิถุนายน 2558 โครงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรม คิด ฟอร์ คิดส์ (Kid for Kids) - ศึกษามรดกศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นเพื่อนำมาเป็นต้นทุนในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน - ประสานนักออกแบบเพื่อหารือแนวทางการออกแบบและผลิตผลงานได้แก่ กระเป๋าผ้าแคนวาสพิมพ์ลายสังคโลก ลายสือไท ลายดวงแก้ว เสื้อทีเชิ๊ตพิมพ์ลาย ซึ่งเน้นภูมิปัญญาท้องถิ่นของสุโขทัย    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ร่วมนำเสนอผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ในงาน “Creative Fine Arts 2015: เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม” ระหว่างวันที่ 14 - 16 สิงหาคม 2558 กิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทยประจำปี พ.ศ. 2558   - จัดนิทรรศการพิเศษ  “มกรสังคโลก: องค์ประกอบสถาปัตย์สุโขทัย”เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ “มกร” ซึ่งเป็นเครื่องประดับโบราณสถานในสมัยสุโขทัย ความหมายและการแสดงออกทางรูปแบบศิลปะ เทคนิคและการประดับลวดลาย นอกจากนี้ยังน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมิวเซียมหรือพิพิธภัณฑสถาน และเปิดให้ประชาชนเข้าชม ณ หอคองคอเดีย ในพระบรม มหาราชวัง เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2417   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก 19 กันยายน –ธันวาคม 2558  






๓ วังบนถนนหน้าพระลาน             พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีใหม่ เมื่อพุทธศักราช ๒๓๒๕ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมมหาราชวังขึ้นเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการโดยมีวัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นพระอารามหลวงประจำพระราชวัง  อาณาบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง  นับได้ว่าเป็นพื้นที่สำคัญและเป็นศูนย์ราชการในมหานครแห่งใหม่  บริเวณพื้นที่ด้านทิศเหนือของพระบรมมหาราชวังที่เรียกกันว่าหน้าพระลาน ต่อเนื่องกับบริเวณท้องสนามหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังขึ้นหลายวัง  พระราชทานแด่พระเจ้าลูกเธอและพระเจ้าหลานเธอหลายพระองค์  ซึ่งล้วนทรงมีบทบาทสำคัญต่องานราชการในเวลานั้น โดยมีเจ้านายซึ่งเป็นพระบรมวงศ์ชั้นสูงทรงครองวังและประทับสืบต่อมาหลายพระองค์ถึงชั้นประยูรญาติ  วังที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าพระลาน ๓ วัง มักเรียกกันโดยรวมว่า  วังถนนหน้าพระลาน  แบ่งได้ตามชื่ออันเป็นที่เรียกขานหรือรู้จักกันในระยะต่อมาว่า วังท่าพระ (หรือวังหน้าพระลานตะวันตก) วังกลาง และวังตะวันออก             เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้านายผู้ทรงครองวังหลายพระองค์มีพระอัจฉริยภาพและทรงงาน     ด้านการช่างและงานศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ ตราบจนในสมัยต่อมาวังทั้งสามเปลี่ยนบทบาทเป็นหน่วยงานราชการ แต่ก็ยังคงสืบทอดความเป็นสถานที่สำคัญทางการศึกษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ กล่าวคือ  วังตะวันตกใช้เป็นสถาบันการศึกษาด้านศิลปะ คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังกลาง และวังตะวันออก คือ ที่ตั้งของกรมศิลปากรในปัจจุบัน     วังตะวันตก             วังตะวันตกตั้งอยู่ริมถนนหน้าพระลานทางด้านทิศตะวันตก ใกล้ประตูท่าพระ (เดิมเรียก  ท่าช้าง (วังหลวง) เกิดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้อัญเชิญพระศรีศากยมุนี  พระพุทธรูปขนาดใหญ่จากวัดมหาธาตุ  สุโขทัย มาประดิษฐานที่วัดสุทัศเทพวราราม  โดยอัญเชิญขึ้นที่ท่าน้ำแห่งนี้  จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “ท่าพระ”ดังนั้นวังนี้จึงมีชื่อเรียกอีก “วังท่าพระ”ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานแด่สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ  เจ้าฟ้าฯ กรมขุนกษัตรานุชิต พระราชนัดดา  เป็นที่ประทับจนสิ้นพระชนม์  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระราชทานให้เป็นที่ประทับของพระเจ้าลูกยาเธอ  กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์  ครั้นเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้เป็นที่ประทับของพระราชโอรส ๓ พระองค์  และได้ประทับต่อมาจนสิ้นพระชนม์ตามลำดับ คือ พระองค์เจ้าลักขณานุคุณ  กรมขุนราชสีหวิกรม  และกรมหมื่นอดุลยลักษณสมบัติ  ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงได้พระราชทานวังท่าพระให้เป็นที่ประทับของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์  และเป็นเจ้านายพระองค์สุดท้ายที่ได้ประทับ ณ วังแห่งนี้  ปัจจุบันวังท่าพระเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร    วังกลาง             วังกลางตั้งอยู่ริมถนนหน้าพระลาน ต่อกับวังท่าพระมาทางด้านทิศตะวันออก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังนี้พระราชทาน  กรมหมื่นศักดิพลเสพ  พระราชโอรส ซึ่งประทับอยู่จนถึงพุทธศักราช ๒๓๖๗ ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบวรราชเจ้า  กรมพระราชวังบวรสถานมงคล  เสด็จไปประทับที่พระราชวังบวรสถานมงคล  วังกลางจึงว่างลงช่วงหนึ่งก่อนที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอาภรณ์  พระราชโอรสรัชกาลที่ ๒ ถึงคราวเสด็จออกวัง  จึงพระราชทานวังนี้ให้เป็นที่ประทับ  จนถึงพุทธศักราช ๒๓๘๐ วังตะวันออกว่างลง  จึงทรงย้ายมาประทับที่วังตะวันออกแทน  ส่วนวังกลาง รัชกาลที่ ๓ ได้พระราชทานให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา  กรมพระยาบำราบปรปักษ์  พระอนุชาร่วมพระชนนีกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าอาภรณ์ประทับจนถึงพุทธศักราช ๒๓๙๑  เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าอาภรณ์สิ้นพระชนม์  รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้รวมวังกลางกับวังตะวันออกเป็นวังเดียวกัน  โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นที่ประทับของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์  สืบมาจนถึงพุทธศักราช ๒๔๒๙ จึงสิ้นพระชนม์  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์  พระโอรสผู้รับผิดชอบงานด้านกรมพระคชบาล และกรมช่างสิบหมู่ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ประทับอยู่มาจนตลอดพระชนมายุ  หลังจากนั้นวังนี้ได้เปลี่ยนแปลงเป็นหน่วยงานด้านช่างสิบหมู่  สังกัดกรมศิลปากร และยังคงใช้เป็นสถานทำงานส่วนต่างๆ ของกรมศิลปากรสืบมาจนถึงปัจจุบัน   วังตะวันออก             วังตะวันออกตั้งอยู่ริมถนนหน้าพระลาน ต่อกับวังกลางมาทางด้านทิศตะวันออก  จนถึงมุมถนนหน้าพระธาตุตรงประตูวิเศษไชยศรี ทางเข้าพระบรมมหาราชวัง  ดังนั้นวังนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า วังหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้สร้างพระราชทานเป็นที่ประทับของกรมหมื่นเทพพลภักดิ์  พระราชโอรสประทับอยู่จนตลอดพระชนมายุ  สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอาภรณ์ประทับอยู่ต่อมา  ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าอาภรณ์  รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ผนวกวังตะวันออกเข้ากับวังกลางเป็นที่ประทับของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหามาลา  กรมพระยาบำราบปรปักษ์  ตราบจนสิ้นพระชนม์ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๙  พระโอรสของพระองค์คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์  กรมหมื่นปราบปรปักษ์  ได้ครองวังต่อมาจนสิ้นพระชนม์ในพุทธศักราช ๒๔๔๑ เป็นเจ้านายพระองค์สุดท้ายที่ครองวัง   อ่านต่อ ที่นี่    ที่มาของข้อมูล : หนังสือเปิดบ้านศิลปากร (กรมศิลปากร จัดพิมพ์เผยแพร่ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๕)


คนทั่วๆ ไปอาจมีความคิดว่าโบราณคดีเป็นงานน่าสนใจ เพราะมีโอกาสจะเกิด “โชคดี” เนื่องจาก “บังเอิญ” ขุดพบโบราณวัตถุประเภท “แปลกๆ” ซึ่ง “มีอายุเก่าแก่มาก” และ “ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน” ส่วนหลักฐานทางโบราณคดีที่นักโบราณคดีหามาได้นั้น หากมองผ่านๆ แล้วก็คล้ายกับว่านักโบราณคดีนำมาแปลความหมายโดยการใช้เพียงจินตนาการและการสันนิษฐานเท่านั้น             การทำงานของนักโบราณคดีในอดีต มักปรากฏในลักษณะงานที่มีบางส่วนเกี่ยวข้องกับการค้นหาและค้นพบโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า งานที่ทำในพื้นที่กันดารที่นักโบราณคดีนั้นๆ ไม่ค่อยคุ้นเคย จึงทำให้ดูเสมือนว่า งานโบราณคดีมักผสมผสานไปด้วยการเผชิญความยากลำบากและเสี่ยงอันตราย ลักษณะเช่นนี้ และวิธีการทำงานที่ประกอบด้วยการสืบค้นสอบสวนไปทีละขั้นตอน จากเงื่อนงำที่ได้มาทีละน้อยเป็นลำดับ เหมือนกับงานของนักสืบ ซึ่งนักประพันธ์และนักสร้างภาพยนตร์ได้มีการนำเรื่องของนักโบราณคดีมาเสนอในงานของตนจนเป็นที่รู้จักกันดี และทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่านักโบราณคดีพึงจะมีบทบาทเช่นนั้น อาทิ นวนิยายเรื่อง “ฆาตกรรมในเมโสโปเตเมีย” (Murder in Mesopotamia) ของแอกาธา คริสตี้ (Agatha Christie) และภาพยนตร์ชุด “อินเดียนา โจนส์” ของสตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ที่มีนักโบราณคดีเป็นตัวเอกของเรื่อง และมักมีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับการล่าโบราณวัตถุทรงค่า             แต่ตามความเป็นจริงแล้ว งานโบราณคดีเป็นงานวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ที่ต้องทำตามระเบียบวิธีการวิจัยอย่างเคร่งครัด ทั้งในขณะทำงานสำรวจหรือขุดค้นในภาคสนาม และในการทำงานวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเฉพาะที่สำนักงาน มิได้เป็นวิชาที่ต้องอาศัย “โชค” และ “ความบังเอิญ” แต่ต้องอาศัย “วิธีการคิด” ที่มีเหตุผลอย่างรอบคอบ และมีหลักวิชาการเป็นกรอบชี้นำความคิดและวิธีการค้นคว้า ส่วนการแปลความหมายหลักฐานเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่า โบราณวัตถุชิ้นต่างๆ มีอายุเท่าไรและมีความหมายอย่างไรเกี่ยวกับประวัติของมนุษยชาตินั้น จัดได้ว่าเป็นงานที่ยากลำบากที่สุดในกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี             แม้ว่างานโบราณคดีในนวนิยายและภาพยนตร์จะแตกต่างจากความเป็นจริงอย่างมาก แต่ก็สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงประการสำคัญประการหนึ่ง คือ โบราณคดีนั้นเป็นงาน “ค้นหา” ที่น่าตื่นเต้น ส่วนสิ่งที่นักโบราณคดีค้นหานั้นมิใช่ “สิ่งของและเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น หากแต่เป็น “ความรู้” เกี่ยวกับตัวของเราเองในฐานะที่เป็นมนุษย์ และความรู้เกี่ยวกับอดีตของมนุษยชาติ             โบราณคดีคืออะไร             โบราณคดี คือ ศาสตร์ของการใช้หลักวิชาการและวิธีการทั้งทางวิทยาศาสตร์และศิลปะมาผสมผสานกัน ใช้ศึกษา ค้นคว้าเพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับตัวของมนุษย์ในอดีต รวมทั้งสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของมนุษย์เมื่อครั้งอดีต หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า โบราณคดี คือ การศึกษาให้เข้าใจเรื่องราวในทุดด้านของมนุษย์ในอดีต รวมทั้งสิ่งแวดล้อมทุกประเภทที่สัมพันธ์กับมนุษย์ในอดีต สิ่งแวดล้อมทุกประเภทตามที่กล่าวนั้น หมายถึง สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ได้แก่ ดิน หิน ป่าไม้ ภูเขา ถ้ำ แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม เช่น ชุมชน สังคม ไร่ นา สวน เป็นต้น ที่สัมพันธ์กับชุมชนในสมัยอดีตแห่งที่นักโบราณคดีคนหนึ่งกำลังเน้นศึกษา             นักโบราณคดีศึกษาอะไร             นักโบราณคดีศึกษาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ดังนี้             ๑. คนสมัยโบราณ             ๒. สิ่งที่คนสมัยโบราณสร้าง ซึ่งเรียกโดยรวมว่า “วัฒนธรรม” และแบ่งย่อยได้เป็น ๒ ประเภท คือ วัฒนธรรมที่ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ (Tangible Culture) ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย รวมทั้งสิ่งก่อสร้างเพื่อกิจกรรมด้านต่างๆ ยารักษาโรค เครื่องมือใช้สอย และวัฒนธรรมที่ไม่ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ (Intangible Culture) เช่น ศาสนา ความ เชื่อ ประเพณี ดนตรี เป็นต้น             ๓. ระบบสิ่งแวดล้อมสมัยโบราณ ทั้งที่เกิดตามธรรมชาติ ได้แก่ ป่าไม้ แม่น้ำ แร่ธาตุ ดิน และเกิดโดยคนสร้างขึ้น เช่น หมู่บ้าน ไร่ นา สวน คูเมือง คลอง ในการศึกษาและวิจัยทางโบราณคดีนั้น นักโบราณคดีมักพยายามหาความรู้ว่าในสมัยโบราณนั้นที่แหล่งโบราณคดีที่กำลังศึกษา เกิดเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ทั้งทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรมอะไรบ้าง เกิดขึ้นที่ใด เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นในลักษณะอย่างไร เหตุใดจึงเกิดขึ้น มีเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ใดบ้างที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากการเกิดเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์นั้น    ที่มาของข้อมูล : หนังสือโบราณคดีสำหรับเยาวชน จัดพิมพ์โดยสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดกิจกรรมพิพิธภัณฑ์สัญจร ณ วัดท่าข้าม ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2558 โดยมีกิจกรรมแนะนำหน่วยงาน และการต่อจิ๊กซอ ให้นักเรียนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมสนุก   


black ribbon.