ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,060 รายการ
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “การอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร” วิทยากรโดย นายธนาวัฒน์ ตราชูชาติ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ และนายสรรินทร์ จรัลนภา นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube Live : กรมศิลปากร
วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลา ๙:๐๐ : ๑๒:๐๐ น. ทางศูนย์เทคโนฯ หารือรวมกับบริษัทksc เพื่อเตรียมความพร้อมการสร้างมาตรฐาน ISO ของหน่วยงาน
ผลการตรวจสอบแหล่งโบราณคดีบ้านโนนสง่า หมู่ที่ 5 บ้านโนนสง่า ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ
ตำแหน่งที่ตั้ง: จุดที่พบโบราณวัตถุ อยู่ในเขตแปลงที่ดินของนายบัว เจริญคุณ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเนินวัดธาตุในเขต หมู่ที่ 5 บ้านโนนสง่า ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสารจังหวัดชัยภูมิ
บริเวณที่พบโบราณวัตถุ ตั้งอยู่นอกหมู่บ้านโนนสง่า มาทางด้านทิศตะวันออก ระยะทางประมาณ 200 เมตร เดิมมีสภาพเป็นโนนหรือที่ดอน เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100 เมตร ราษฎรในพื้นที่เรียกว่า เนินวัดธาตุ แต่ในปัจจุบันมีสภาพเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีการปรับพื้นที่ให้สำหรับทำเกษตรกรรมได้แก่เพาะปลูกอ้อย มีความสูง 219 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณด้านทิศตะวันออก ระยะห่างประมาณ 350 เมตร มีลำน้ำเชิญซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่าน จึงมีสภาพเหมาะสมกับการตั้งถิ่นฐาน
ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบ
การกำหนดอายุสมัยเบื้องต้น
ผลการกำหนดอายุสมัยเบื้องต้นแหล่งโบราณคดีบ้านโนนสง่า หมู่ที่ 5 บ้านโนนคูณ ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ จากโบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ เครื่องมือเหล็ก อย่าง เสียมเหล็กมีบ้อง กำไลสำริด และลูกปัดแก้วใสสีน้ำเงิน ซึ่งทั้งหมดเป็นโบราณวัตถุที่ผลิตและได้รับความนิยม ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สมัยเหล็ก เพราะมนุษย์ในช่วงนั้นเกิดการติดต่อสันพันธ์ แลกเปลี่ยนสินค้า วัตถุดิบระหว่างกันทั้งในภูมิภาคเดียวกันและต่างภูมิภาคผู้เขียนจึงสันนิษฐานว่าแหล่งโบราณคดีบ้านโนนสง่า มีอายุในช่วง 2,500-1,500 ปีมาแล้ว หรือหากแบ่งอายุสมัยโดยการใช้วิถีการดำรงชีพและความเจริญทางวัฒนธรรมของชุมชนเป็นตัวกำหนด มนุษย์ที่ประกอบกิจกรรมหรือพิธีกรรมในบริเวณนี้คงอยู่ในสมัยสังคมเมือง ซึ่งเป็นสมัยที่ผู้คนในสังคมเกษตรกรรมพัฒนาชุมชนเดิมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ประกอบกับวิทยาการการใช้เหล็ก จึงทำให้รูปแบบสังคมมีการพัฒนาที่ก้าวหน้าและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ปริมาณชุมชนโบราณในสมัยเหล็กเพิ่มขึ้นจากชุมชนในสมัยเกษตรกรรมเป็นอย่างมากอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้เหล็ก
สำหรับเครื่องมือเหล็กที่พบในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ควรศึกษากันต่อไปว่าชุมชนโบราณแห่งนี้หรือชุมชนโบราณใกล้เคียง อย่างแหล่งโบราณคดีบ้านโนนคูณ ผลิตเครื่องมือเหล็กใช้เองหรือไม่ หากไม่สามารถผลิตเองได้จะเป็นไปได้หรือไม่ ชุมชนโบราณแห่งนี้นำเข้ามาจากภูมิภาคใด
การใช้งานพื้นที่
ไม่สามารถตอบได้ชัดเจนเบื้องต้น สันนิษฐานว่าเป็นแหล่งฝังศพ เนื่องจากโบราณวัตถุ อาทิ เสียมเหล็กมีบ้อง กำไลสำริด ลูกปัดแก้วใสสีน้ำเงิน และชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ที่พบคงเป็นเครื่องอุทิศให้กับศพ
ความนิยมลูกปัดยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผลจากการวิเคราะห์ ศึกษาเปรียบเทียบรูปทรง รูปแบบของลูกปัดแก้ว ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่พบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย ผุสดี รอดเจริญ พบว่า มนุษย์ในช่วงเวลานั้น บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย นิยมลูกปัดแก้วทรงเกือบเป็นแผ่นแบน สีส้ม ทึบแสงมากที่สุด และนิยม ทรงกลม เกือบกลม และกระบอกสั้น พบทุกสี (น้ำเงิน, ฟ้า, เขียว, แดง, ส้ม, เหลือง, ขาว, ทอง, ฟ้าอมเขียว, เขียวอมฟ้า)รองลงมา นอกจากนี้ยังพบลูกปัดแก้วลักษณะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ทรงกระบอกยาวคล้ายหลอด ทรง Truncated Bicone และทรงกระบอกที่มีความยาวและกว้างใกล้เคียงกัน ซึ่งลูกปัดแก้วที่พบจากแหล่งโบราณคดีบ้านโนนสง่า มีลักษณะเช่นเดียวกับลูกปัดแก้วใสที่พบจากแหล่งโบราณคดีโนนบ้านนางแดดเหนือและแหล่งโบราณคดีใกล้เคียงในพื้นที่ตำบลวังชมภู อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีลักษณะตรงกับผลการวิเคราะห์ดังกล่าว
ความสัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดีอื่นๆ
จากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงตำแหน่งแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก (ภาพที่ 29 หน้า 19) แสดงให้เห็นการกระจายของแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก ในเขตอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอภูเขียว และอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นเส้นทางการคมนาคม ติดต่อสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนสินค้า ระหว่างที่ราบภาคกลางกับที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย ในช่วง 2,500-1,500 ปีมาแล้ว จะเห็นว่า มนุษย์ในช่วงเวลานั้น มีการเลือกตั้งถิ่นฐาน ใกล้กับแหล่งน้ำ และลำน้ำสำคัญ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในบริเวณใกล้เคียง
นอกเหนือจากปัจจัยการคมนาคม ติดต่อสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมแล้ว ปัจจัยทางธรรมชาติก็เป็นปัจจัยสำคัญของการเลือกตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในบริเวณนี้ด้วย เพราะพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ราบมีลำน้ำไหลผ่านหลายสาย อาทิ ลำน้ำชี ลำน้ำเชิญ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรม และยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเทือกเขาเขียว ภูแลนคา เพชรบูรณ์ และพังเหย ซึ่งมีสัตว์ป่าอยู่เป็นจำนวนมาก เหมาะกับการหาของป่าล่าสัตว์ สะดวกกับการดำรงชีวิตได้ทั้ง 2 ทาง
สำหรับโบราณวัตถุที่พบจากแหล่งโบราณคดีบ้านโนนสง่า อาทิ เสียมบ้องเหล็ก กำไลสำริด และลูกปัดแก้วใสสีน้ำเงิน เป็นร่องรอยหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนโบราณอื่นๆ เพราะโบราณวัตถุเหล่านี้พบในแหล่งโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก ร่วมสมัยกัน ทั่วทั้งดินแดนไทย
คณะสำรวจ: 1. นางสาวสุภาวดี อินทรประเสริฐ นักโบราณคดีชำนาญการ
2. นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ
3.นายธันยธรณ์ วรรณโพธิ์พร ผู้ช่วยนักโบราณคดีโครงการฯ
๔ กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องในวาระครบ ๔๐ ปี ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ ซึ่งจะครบ ๔๐ ปี ในพุทธศักราช ๒๕๖๕ นี้ นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า นับแต่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา เปิดให้บริการตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๕ ยังไม่เคยมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทำให้สภาพปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา ประกอบกับลักษณะกายภาพของเมืองไชยา เปลี่ยนไปจากเดิม มีการปรับพื้นที่ขยายถนนด้านหน้า ทำให้พื้นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา มีสภาพเป็นที่ลุ่ม น้ำท่วมขังเป็นประจำเกือบทุกปี ส่งผลกระทบต่อโบราณวัตถุที่จัดแสดงและตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรี ธรรมราช ศึกษาและจัดทำโครงการปรับปรุงพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ระยะเวลา ๓ ปี (ระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖) งบประมาณทั้งสิ้น ๘๐ ล้านบาท เป้าหมายสำคัญคือจะดำเนินการซ่อมปรับปรุงพัฒนาอาคารหลังเดิม และสร้างอาคารจัดแสดงเพิ่ม ๑ หลัง พัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการภายใน รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับพื้นที่ใช้สอยส่วนต่าง ๆ ตามมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ในระดับสากล สร้างความภาคภูมิใจแก่คนในชาติ และเป็นแหล่งศึกษามรดกวัฒนธรรมที่สำคัญของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน นักท่องเที่ยวต่อไป โดยการจัดแสดงนิทรรศการ นอกจากจะจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และข้อมูลทางวิชาการ ที่แสดงถึงพัฒนาการทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในช่วงสมัยศรีวิชัยที่ปรากฏหลักฐานว่าเมืองไชยามีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัยแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่กรมศิลปากรให้ความสำคัญและจะเพิ่มเติมในการจัดแสดงครั้งนี้คือเรื่องราวเกี่ยวกับท่านพุทธทาส ที่มีคุณูปการต่องานโบราณคดีและการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมในฐานะผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ท่านแรกอีกด้วย อธิบดีกรมศิลปากร ยังได้มอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ภัณฑารักษ์ และนักโบราณคดี ผู้รับผิดชอบการจัดทำบทจัดแสดงนิทรรศการ ให้นำองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จากการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและใกล้เคียง มานำเสนอเล่าเรื่องราวให้น่าสนใจ รวมทั้งสำรวจ รวบรวม โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงหรือเก็บรักษาในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต่าง ๆ มาจัดแสดงประกอบในนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ซึ่งอาจเป็นลักษณะการขออนุมัติเคลื่อนย้ายกลับมาจัดแสดงถาวร หรือการยืมระหว่างพิพิธภัณฑ์เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ระหว่างดำเนินการปรับปรุงและก่อสร้างอาคารหลังใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ยังคงเปิดให้บริการผู้เข้าชมในอาคารจัดแสดงหลังที่ ๑ ได้ตามปกติ โดยงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๗๗๔๓ ๑๐๖๖ หรือ Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา //การก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา เริ่มขึ้นเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๗๘ โดยพระครูโสภณ เจตสิการาม อดีตเจ้าคณะอำเภอไชยา ได้รวบรวมศิลปโบราณวัตถุมาเก็บรักษาไว้ในพระอุโบสถ พระวิหารหลวง และพระระเบียง ของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ต่อมากรมศิลปากรได้พิจารณารับเป็นสาขาพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ เรียกชื่อในขนาดนั้นว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี” โดยจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ครั้นต่อมา พุทธศักราช ๒๔๙๓ ท่านพระครูอินทปัญญาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยา ได้เริ่มสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ขึ้น โดยเงินส่วนหนึ่งได้จากการจำหน่ายหนังสือเรื่อง "แนวสังเขปโบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน" ที่ท่านเป็นผู้เขียน มาใช้สำหรับสร้างอาคารเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแบบไทยประยุกต์แล้วเสร็จเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๙๕ ต่อมา พุทธศักราช ๒๔๙๙ กรมศิลปากรได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เพิ่มอีกหลังทางด้านทิศเหนือ เมื่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับพระวิหารหลวงของวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ชำรุดทรุดโทรม และทางวัดจะรื้อสร้างใหม่ จึงได้ย้ายโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุทั้งหมดจากวิหารหลวงนำไปเก็บและตั้งแสดงในอาคารพิพิธภัณฑ์ที่สร้างใหม่ ซึ่งก็คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ในปัจจุบัน โดยการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ครั้งนั้น ท่านพุทธทาสได้รับความช่วยเหลือดำเนินการจาก มจ.สุภัทรดิศ ดิศกุล และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรมศิลปากรอีกหลายท่าน ต่อมา ในวาระสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้กราบบังคม ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ในการนี้ ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิน ทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ภาพ : จารึกพระนามาภิไธยเนื่องในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงยกฉัตรยอดพระบรมธาตุไชยาและทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา วันเสาร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๒๕ ภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ในปัจจุบันแบบทัศนียภาพอาคารจัดแสดงหลังใหม่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ซึ่งสถาปนิกได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบอุโบสถวัดจำปา ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของเมืองไชยา ภาพ : นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และให้คำแนะนำการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา แก่ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช และข้าราชการ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๔--------------------------------------------------------------ข่าว/ภาพ : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
หลินอวิ้น. สวยมาก สุขด้วย รวยอีกต่างหาก. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ฮาวทู, 2562. 21 หน้า. ภาพประกอบ. 245 บาท.
ให้คำแนะนำวิธีที่จะทำให้ผู้หญิงทุกคนดีขึ้น สวยขึ้น ไม่ใช่สวยจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่จะสวยจากความคิด ทัศนคติ การแสดงออก และได้บอกวิธีการปฏิบัติต่อผู้อื่นในสังคมนี้ โดยพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวที่แย่ให้กลายเป็นเรื่องที่ดีได้เราจึงต้องอ่านเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ให้จบ
155.25
ห 335 ส
รายงานงบทดลองประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์