ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,879 รายการ


เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกันจัดกิจกรรม " Big Cleaning Day " ประจำวันอาทิตย์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยการทำความสะอาดภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ สำนักงาน และบริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ บริเวณจุดสัมผัสร่วม เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า - ๒๐๑๙(Covid - 19)




วันที่ 17 มกราคม 2564 เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยให้มีการวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ใช้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นสถานที่ในการจัดงานรัฐพิธี เพื่อเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงในวโรกาส ครบรอบ 45 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์ 738 ปี ลายสือไทย ในการนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ร่วมให้การต้อนรับที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย



กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ระบบสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรมของกรมศิลปากร” วิทยากรโดย นางวิรยาร์ ชำนาญพล ผู้อำนวยการกลุ่มระบบสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ดำเนินรายการโดย นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้ชมรายการร่วมแสดงความคิดเห็นในรายการ ลุ้นรับแก้วน้ำรูปภาพอุทยานประวัติศาสตร์ เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ จำนวน ๓ รางวัล ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร





วันศุกร์ที่ ๑๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๐ น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ เชิญส.ค.ส. พระราชทาน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ประทานแก่นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ณ กรมศิลปากร ถ.หน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ


          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๔ กรมศิลปากร โดย สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ได้เข้าตรวจสอบหลักหินเสมา ๒ หลัก ที่บ้านกุดตาใกล้ หมู่ ๔ ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ โดยชาวบ้านกุดตาใกล้ได้ทำการขุดเปิดพื้นที่บริเวณบ้านของนายธงชัย คะโยธา ราษฎรบ้านกุดตาใกล้ จึงได้พบหลักหินดังกล่าว           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่าหลักหินที่ขุดพบมี ลักษณะเป็นเสาหินทรายแปดเหลี่ยม จำนวน ๒ หลัก ขนาดกว้าง ๕๕ ซม. สูง ๒๑๒ ซม. และ กว้าง ๖๐ ซม. สูง ๑๗๗ ซม. สภาพไม่สมบูรณ์ ส่วนเดือยของหลักหินที่หักออก มีขนาดกว้าง ๔๔ ซม. สูง ๙๒ ซม. ชาวบ้านกุดตาใกล้ ได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้จมดินอยู่โดยโผล่พ้นดินขึ้นมาบางส่วน หลังจากนั้นมีการนำดินขุดสระมาถม แต่ยังเป็นที่รับรู้ของคนในชุมชนว่ายังมีหลักหินอยู่ในจุดดังกล่าว จนกระทั่งได้ขุดเปิดพื้นที่และพบหลักหินทั้งสองหลักนี้อีกครั้ง โดยตนได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เก็บข้อมูลรายละเอียดพร้อมจัดทำแผนผังที่พบ เพื่อดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีต่อไป           นายประทีปกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันกรมศิลปากรมีนโยบายในการศึกษาความสัมพันธ์ของใบเสมา ทวารวดีกับการตั้งชุมชนและพื้นที่ใช้งานทางวัฒนธรรมช่วงทวารวดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี และสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เพื่อศึกษารวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับเสมาโบราณที่พบกระจายตัวหนาแน่นในภาคอีสานที่สัมพันธ์กับการตั้งชุมชนในวัฒนธรรมทวารวดีในพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๖ โดยมีแหล่งสำคัญ เช่น เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และเมืองคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นต้น สำหรับในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของวัฒนธรรมทวารวดี ที่ผ่านมามีรายงานการพบแหล่งเสมาโบราณหนาแน่นมากกว่าจังหวัดอื่น โดยมีแหล่งสำคัญอยู่ที่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ตำบลหนองแปน อำเภอ กมลาไสย และที่บ้านหนองห้าง ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ เป็นต้น โดยแหล่งบ้านกุดตาใกล้นี้จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาความสัมพันธ์ของใบเสมาทวารวดีฯ ด้วยเช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดของการพบเสมาทั้ง ๒ หลักนี้ คือเป็นการพบหลักฐานในแหล่งดั้งเดิม ที่นักโบราณคดีจะยังมีโอกาสศึกษาชั้นดินที่พบ รวมถึงเก็บข้อมูลบริบทแวดล้อมทางโบราณคดีได้มากกว่าใบเสมาส่วนใหญ่ที่ถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว และสูญเสียข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในทางการศึกษาวิจัยทางโบราณคดีไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้ ในเบื้องต้นท้องถิ่นแจ้งความประสงค์จะเก็บรักษาเสมาทั้งสองหลักไว้ในพื้นที่ โดยจะดำเนินการขออนุญาตกรมศิลปากรตามข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในท้องถิ่นต่อไป


กรมศิลปากรตรวจสอบหลักหินเสมา 2 หลัก ที่บ้านกุดตาใกล้ หมู่ 4 ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 กรมศิลปากร โดย สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ได้เข้าตรวจสอบหลักหินเสมา 2 หลัก ที่บ้านกุดตาใกล้ หมู่ 4 ต.สายนาวัง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ โดยชาวบ้านกุดตาใกล้ได้ทำการขุดเปิดพื้นที่บริเวณบ้านของนายธงชัย คะโยธา ราษฎรบ้านกุดตาใกล้ จึงได้พบหลักหินดังกล่าว อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่าหลักหินที่ขุดพบมีลักษณะเป็นเสาหินทรายแปดเหลี่ยม จำนวน 2 หลัก ขนาดกว้าง 55 ซม. สูง 212 ซม. และ กว้าง 60 ซม. สูง 177 ซม. สภาพไม่สมบูรณ์ ส่วนเดือยของหลักหินที่หักออก มีขนาดกว้าง 44 ซม. สูง 92 ซม. ชาวบ้านกุดตาใกล้ได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้จมดินอยู่โดยโผล่พ้นดินขึ้นมาบางส่วน หลังจากนั้นมีการนำดินขุดสระมาถม แต่ยังเป็นที่รับรู้ของคนในชุมชนว่ายังมีหลักหินอยู่ในจุดดังกล่าว จนกระทั่งได้ขุดเปิดพื้นที่และพบหลักหินทั้งสองหลักนี้อีกครั้ง โดยตนได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี เก็บข้อมูลรายละเอียดพร้อมจัดทำแผนผังที่พบ เพื่อดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีต่อไป นายประทีปกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันกรมศิลปากรมีนโยบายในการศึกษาความสัมพันธ์ของใบเสมาทวารวดีกับการตั้งชุมชนและพื้นที่ใช้งานทางวัฒนธรรมช่วงทวารวดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี และสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เพื่อศึกษารวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับเสมาโบราณที่พบกระจายตัวหนาแน่นในภาคอีสานที่สัมพันธ์กับการตั้งชุมชนในวัฒนธรรมทวารวดีในพุทธศตวรรษที่ 13-16 โดยมีแหล่งสำคัญ เช่น เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และเมืองคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นต้น สำหรับในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของวัฒนธรรมทวารวดี ที่ผ่านมามีรายงานการพบแหล่งเสมาโบราณหนาแน่นมากกว่าจังหวัดอื่น โดยมีแหล่งสำคัญอยู่ที่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย และที่บ้านหนองห้าง ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ เป็นต้น โดยแหล่งบ้านกุดตาใกล้นี้จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาความสัมพันธ์ของใบเสมาทวารวดีฯ ด้วยเช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดของการพบเสมาทั้ง 2 หลักนี้ คือเป็นการพบหลักฐานในแหล่งดั้งเดิม ที่นักโบราณคดีจะยังมีโอกาสศึกษาชั้นดินที่พบ รวมถึงเก็บข้อมูลบริบทแวดล้อมทางโบราณคดีได้มากกว่าใบเสมาส่วนใหญ่ที่ถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว และสูญเสียข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในทางการศึกษาวิจัยทางโบราณคดีไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้ ในเบื้องต้นท้องถิ่นแจ้งความประสงค์จะเก็บรักษาเสมาทั้งสองหลักไว้ในพื้นที่ โดยจะดำเนินการขออนุญาตกรมศิลปากรตามข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในท้องถิ่นต่อไป ------------------------------------------------------------------- ข่าวที่เกี่ยวข้อง https://www.thaipost.net/main/detail/89915... https://ejan.co/news/6001507b701bf  



สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมท่องดินแดนต้นธารอารยธรรมพุทธศาสนากับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในกิจกรรมพิพิธภัณฑ์เสวนา "สัมพันธ์หลากมิติ ไทย - ปากีสถาน" ในวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2564 เวลา 15.00 - 17.00ผ่าน Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และร่วมกิจกรรมถาม - ตอบ ในช่วงท้ายรายการ วิทยากร - ศาสตราจารย์พิเศษ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ  หัวข้อ  :  รู้จักปากีสถาน แหล่งอารยธรรมโบราณของโลก - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  หัวข้อ  :  นานาพิพิธภัณฑ์ในปากีสถาน - ดร.วรรณพร เรียนแจ้ง คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   หัวข้อ  :  เส้นทางแห่งพุทธศาสนาในแคว้นคันธาระ - นางกาญจนา โอษฐยิ้มพราย ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  หัวข้อ  :  สายธารแห่งพระราชไมตรีการเสด็จเยือนปากีสถาน - นายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  หัวข้อ  :  อิทธิพล แรงบันดาลใจในการสร้างพระพุทธรูปแบบคันธาระในประเทศไทย ดำเนินการเสวนา : นายดิษพงศ์ เนตรล้อมวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ


black ribbon.