ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,060 รายการ

          วันศุกร์ที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. กรมศิลปากรได้รับมอบประติมากรรมรูปเคารพ จำนวน ๑๓ รายการ ซึ่งเป็นของที่ยึดได้จากการดำเนินคดีขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุข้ามชาติในสหรัฐอเมริกา จากผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ โดยมี นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน ได้เดินทางมาตรวจรับและร่วมดำเนินการกับภัณฑารักษ์และนักวิทยาศาสตร์อย่างใกล้ชิด ในการตรวจสอบและตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนการรับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของกรมศิลปากร           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า วัตถุทั้ง ๑๓ รายการ เป็นรูปเคารพเนื่องในศาสนาพุทธทั้งหินยานและมหายาน ยึดได้จากขบวนการค้าโบราณวัตถุของนายสุภัช คาปูร์ ซึ่งลักลอบนำโบราณวัตถุจากประเทศต่าง ๆ เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวิธีการที่ผิดกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า ๒,๕๐๐ รายการ โดยหน่วยงานด้านกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย หน่วยงานต่อต้านการค้าโบราณวัตถุ สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน (Anti Trafficking Unit, Manhattan District Attorney) และสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งสหรัฐอเมริกา ประจำนครนิวยอร์ก (HSI New York) ได้ร่วมกันดำเนินการสืบสวนคดีดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ จนกระทั่งสิ้นสุดคดี จึงได้ดำเนินการส่งมอบโบราณวัตถุสู่ประเทศต้นทาง โดยได้มีพิธีส่งมอบให้กับฝ่ายไทย คือสำนักงานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๔ การขนส่งประติมากรรมรูปเคารพดังกล่าวกลับสู่ประเทศไทย ได้รับความอนุเคราะห์จาก สำนักงานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ช่วยดำเนินการบรรจุหีบห่อ และจัดส่งผ่านทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ภายหลังจากที่กรมศิลปากรได้รับประติมากรรมรูปเคารพและดำเนินการตรวจพิสูจน์ พร้อมทั้งบันทึกสภาพตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมการเพื่อนำมาจัดแสดงให้ประชาชนได้เข้าชมศึกษาต่อไป


การดำเนินงานกิจกรรม สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและองค์ประกอบโบราณสถานประเภทหิน หลังการขุดแต่งทางโบราณคดี (ภายใต้โครงการปรับปรุงและบำรุงรักษาโบราณสถานในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา) โบราณสถานปรางค์กู่ ตำบลโนนสำราญ อำเภอแก้งสนาม จังหวัดนครราชสีมา - ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศเหนือ ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก - ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศตะวันตก ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก - ทดลองประกอบหินด้านทิศเหนือ - ทดลองประกอบหินชุดวงกบด้านทิศตะวันตก - ดำเนินการเขียนแบบหินที่ทดลองประกอบแล้ว นายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส และคณะ


การดำเนินงานกิจกรรม สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและองค์ประกอบโบราณสถานประเภทหิน หลังการขุดแต่งทางโบราณคดี (ภายใต้โครงการปรับปรุงและบำรุงรักษาโบราณสถานในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา) โบราณสถานปรางค์กู่ ตำบลโนนสำราญ อำเภอแก้งสนาม จังหวัดนครราชสีมา - ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศเหนือ ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก - ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศตะวันตก ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก - ทดลองประกอบหินด้านทิศเหนือ - ทดลองประกอบหินชุดวงกบด้านทิศตะวันตก - ดำเนินการเขียนแบบหินที่ทดลองประกอบแล้ว นายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส และคณะ








สารคดีองค์ความรู้ทางด้านพิพิธภัณฑสถานวิทยา ชุด “พิพิธภัณฑสถานวิทยากับการคืนชีวิตนิทรรศการ ณ หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” ตอนที่ 3 : การกำหนดหัวข้อและเนื้อหาจัดแสดงนิทรรศการ              การออกแบบนิทรรศการเป็นกระบวนการหนึ่งที่มัณฑนากรหรือนักออกแบบจะต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกับภัณฑารักษ์ ทำการคัดเลือกหัวข้อและเนื้อหาของนิทรรศการ นำมาสู่การถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านการออกแบบนิทรรศการ สำหรับกรณีของหมู่พระวิมานเป็นนิทรรศการที่มีการออกแบบภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์และพัฒนา ดังนั้นมัณฑนากรจะต้องออกแบบภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าวให้เกิดความสมดุลกัน รวมถึงข้อควรพิจารณาในการออกแบบการจัดแสดง โดยยกกรณีศึกษาบางส่วนของห้องนิทรรศการภายในหมู่พระวิมาน ซึ่งทำให้เห็นเทคนิคและวิธีการนำเสนอนิทรรศการผ่านการออกแบบที่ช่วยให้เพิ่มพูนประสบการณ์ของการรับชมนิทรรศการได้อย่างเพลิดเพลิน และเสริมสร้างการเรียนรู้จากนิทรรศการได้เป็นอย่างดี------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ติดตามรับชมวิดีทัศน์ของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่ Youtube : Office of National Museums, Thailand Website  : https://www.finearts.go.th/thailandmuseum/categorie/video




     เพลงกล่อมเด็กเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะชนิดหนึ่ง โดยเป็นเพลงที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงเด็กใช้ร้องขับกล่อมให้เด็กฟังเพื่อให้เด็กนอนหลับสบาย ไม่งอแง พัฒนามาจากการเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนในสมัยก่อน ต่อมาจึงมีการใส่ทำนองเพลงช้าๆ เพื่อความไพเราะ และสร้างบรรยากาศให้เด็กหลับง่ายขึ้น สานสัมพันธ์ความรัก ความห่วงใยจากพ่อแม่สู่ลูก ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม วิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนผ่านบทเพลง      ในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน มีปรากฏเพลงกล่อมเด็กอยู่ในวัฒนธรรมพื้นบ้านมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันช่วงเวลาแน่ชัด โดยลักษณะของเพลงกล่อมเด็กล้านนา ส่วนมากมักขึ้นต้นด้วยการร้อง "อื่อ จา จา" หรือ "อื่อ อื่อ จา จา" จึงมักเรียกว่า เพลงอื่อ คำว่า “อื่อ” หมายถึง เพลงที่ขับร้องโดยมีการส่งเสียงหึ่งจากลำคอให้ดังออกมาทางจมูก และมักจะทอดเสียงท้ายว่า ชา หรือ ชาชา เป็นทำนองต่างๆ เพื่อให้เกิดเสียงนุ่มนวล ชวนให้เด็กหลับได้ง่าย โดยเนื้อหาจะพรรณนาถึงสิ่งต่างๆ ปัจจุบัน เพลงอื่อ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เนื่องจากเป็นเพลงที่ใช้การจดจำสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ที่มีปรากฏส่วนมากมาจากคนรุ่นเก่าๆ ที่ได้สืบทอดไว้นั่นเอง      เรียบเรียงโดย นางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่




black ribbon.