ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,980 รายการ
การดำเนินงานกิจกรรม สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและองค์ประกอบโบราณสถานประเภทหิน หลังการขุดแต่งทางโบราณคดี (ภายใต้โครงการปรับปรุงและบำรุงรักษาโบราณสถานในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา) โบราณสถานปรางค์กู่ ตำบลโนนสำราญ อำเภอแก้งสนาม จังหวัดนครราชสีมา
- ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศเหนือ ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก
- ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศตะวันตก ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก
- ทดลองประกอบหินด้านทิศเหนือ
- ทดลองประกอบหินชุดวงกบด้านทิศตะวันตก
- ดำเนินการเขียนแบบหินที่ทดลองประกอบแล้ว
นายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส และคณะ
การดำเนินงานกิจกรรม สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและองค์ประกอบโบราณสถานประเภทหิน หลังการขุดแต่งทางโบราณคดี (ภายใต้โครงการปรับปรุงและบำรุงรักษาโบราณสถานในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา) โบราณสถานปรางค์กู่ ตำบลโนนสำราญ อำเภอแก้งสนาม จังหวัดนครราชสีมา
- ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศเหนือ ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก
- ดำเนินการขุดลอกหน้าดินบนตัวปรางค์ด้านทิศตะวันตก ให้เห็นหินก้อนล่างที่เป็นส่วนประกอบหลัก
- ทดลองประกอบหินด้านทิศเหนือ
- ทดลองประกอบหินชุดวงกบด้านทิศตะวันตก
- ดำเนินการเขียนแบบหินที่ทดลองประกอบแล้ว
นายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส และคณะ
สารคดีองค์ความรู้ทางด้านพิพิธภัณฑสถานวิทยา ชุด
“พิพิธภัณฑสถานวิทยากับการคืนชีวิตนิทรรศการ ณ หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร”
ตอนที่ 3 : การกำหนดหัวข้อและเนื้อหาจัดแสดงนิทรรศการ
การออกแบบนิทรรศการเป็นกระบวนการหนึ่งที่มัณฑนากรหรือนักออกแบบจะต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกับภัณฑารักษ์ ทำการคัดเลือกหัวข้อและเนื้อหาของนิทรรศการ นำมาสู่การถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านการออกแบบนิทรรศการ สำหรับกรณีของหมู่พระวิมานเป็นนิทรรศการที่มีการออกแบบภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์และพัฒนา ดังนั้นมัณฑนากรจะต้องออกแบบภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าวให้เกิดความสมดุลกัน รวมถึงข้อควรพิจารณาในการออกแบบการจัดแสดง โดยยกกรณีศึกษาบางส่วนของห้องนิทรรศการภายในหมู่พระวิมาน ซึ่งทำให้เห็นเทคนิคและวิธีการนำเสนอนิทรรศการผ่านการออกแบบที่ช่วยให้เพิ่มพูนประสบการณ์ของการรับชมนิทรรศการได้อย่างเพลิดเพลิน และเสริมสร้างการเรียนรู้จากนิทรรศการได้เป็นอย่างดี-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามรับชมวิดีทัศน์ของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่
Youtube : Office of National Museums, Thailand
Website : https://www.finearts.go.th/thailandmuseum/categorie/video
เพลงกล่อมเด็กเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะชนิดหนึ่ง โดยเป็นเพลงที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงเด็กใช้ร้องขับกล่อมให้เด็กฟังเพื่อให้เด็กนอนหลับสบาย ไม่งอแง พัฒนามาจากการเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนในสมัยก่อน ต่อมาจึงมีการใส่ทำนองเพลงช้าๆ เพื่อความไพเราะ และสร้างบรรยากาศให้เด็กหลับง่ายขึ้น สานสัมพันธ์ความรัก ความห่วงใยจากพ่อแม่สู่ลูก ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม วิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนผ่านบทเพลง
ในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน มีปรากฏเพลงกล่อมเด็กอยู่ในวัฒนธรรมพื้นบ้านมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันช่วงเวลาแน่ชัด โดยลักษณะของเพลงกล่อมเด็กล้านนา ส่วนมากมักขึ้นต้นด้วยการร้อง "อื่อ จา จา" หรือ "อื่อ อื่อ จา จา" จึงมักเรียกว่า เพลงอื่อ คำว่า “อื่อ” หมายถึง เพลงที่ขับร้องโดยมีการส่งเสียงหึ่งจากลำคอให้ดังออกมาทางจมูก และมักจะทอดเสียงท้ายว่า ชา หรือ ชาชา เป็นทำนองต่างๆ เพื่อให้เกิดเสียงนุ่มนวล ชวนให้เด็กหลับได้ง่าย โดยเนื้อหาจะพรรณนาถึงสิ่งต่างๆ ปัจจุบัน เพลงอื่อ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เนื่องจากเป็นเพลงที่ใช้การจดจำสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ที่มีปรากฏส่วนมากมาจากคนรุ่นเก่าๆ ที่ได้สืบทอดไว้นั่นเอง
เรียบเรียงโดย นางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
“ล้านนา” ดินแดนที่มีอาณาเขตอยู่บริเวณแถบภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมขอบเขต ๘ จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน เป็นอาณาจักรที่มีความเป็นมาและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถือเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง ด้วยพบหลักฐานวัตถุทางวัฒนธรรม ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้และผลงานศิลปกรรมตามแหล่งโบราณคดีต่างๆ รวมถึงมีวัฒนธรรมและประเพณีพื้นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า ศิลปวัฒนธรรมล้านนา อันเป็นภูมิปัญญาของคนล้านนา ด้วยความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมล้านนาจากอดีตกาลจนถึงปัจจุบัน เอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งนับว่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาติคือ งานช่างล้านนา จากการศึกษาเอกสารโบราณทางประวัติศาสตร์ กฎหมาย ศาสนา ภาษาและวรรณกรรม ทั้งจารึก พงศาวดาร ตำนาน คัมภีร์ใบลาน และวรรณกรรมพื้นบ้าน ปรากฏหลักฐานว่ามีการกล่าวถึงวิชาชีพช่างและงานช่างฝีมือหลายแขนงของล้านนาโบราณ
"ช่างล้านนา" ถือเป็นวิชาชีพที่มีมาตั้งแต่โบราณ ดังจะเห็นได้จากหลักฐานที่ปรากฏในเอกสารโบราณ ทั้งจารึก พงศาวดาร ตำนาน คัมภีร์ใบลาน และวรรณกรรมพื้นบ้านมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของช่างในสังคมล้านนาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน นับเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันเป็นสมบัติล้ำค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ สั่งสม และสืบทอดมาถึงคนรุ่นต่อรุ่น ที่ควรค่าแก่การสืบทอดและรักษาให้องค์ความรู้ภูมิปัญญาของช่างล้านนาทั้งในอดีตและปัจจุบันนี้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน เพราะงานช่างล้านนาไม่ได้แค่อาชีพของคนในท้องถิ่นเท่านั้น หากแต่ยังเป็นองค์ความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะของท้องถิ่นและประเทศชาติด้วยเช่นกัน
เรียบเรียงโดย นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จันทะลุน บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่