ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 48,953 รายการ
รอยจารึก พระปรมาภิไธย อักษรย่อ “จ.ป.ร.” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ (ร.๕) เมื่อ ๑๒๐ ปีก่อน บนผนังปราสาทหินพนมวัน ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีแผ่นพลาสติกปิดไว้อีกชั้นหนึ่ง โดยมีความยาวประมาณ ๑.๓๐ เมตร กว้างประมาณ ๕๐ เซนติเมตร
ทั้งนี้ อักษรที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาเขียนเป็นภาษาไทย ด้านซ้ายระบุข้อความตัวหนังสือขนาดใหญ่ เป็นพระปรมาภิไธย อักษรย่อ จ.ป.ร. ถัดมาเป็นตัวอักษรข้อความยาวประมาณ ๗ บรรทัด รายละเอียดระบุว่า “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประพาส เมื่อ รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ แสลงวันตามจันทรคติ วัน ๒ เดือน ๒ ขึ้น ๔ ค่ำ พุทธศักราช ๒๔๔๓ จุลศักราช ๑๒๖๒”
จารึกดังกล่าวเป็นจารึกเก่าแก่ที่อยู่คู่ปราสาทหินพนมวันมานาน และเป็นแผ่นจารึกของจริง ซึ่ง ประตูชั้นนอกจะมีทับหลังนารายณ์ประดิษฐานอยู่ และด้านล่างตรงประตูจะมีการจารึกอักษรขอมโบราณ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาทหินพนมวัน ส่วนจารึกดังกล่าวจะเป็นฝีพระหัตถ์ของ ร.๕ หรือไม่นั้น และพระองค์ท่านเสด็จฯ มาปราสาทพนมวันจริงหรือไม่ คงต้องไปค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์การเสด็จของพระองค์ท่านก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่นำแผ่นพลาสติกไปครอบไว้นั้นเพื่อต้องการรักษาแผ่นจารึกโบราณดังกล่าวไว้ไม่ให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวไป ขีดข่วน ลบ หรือทำลายจารึกให้เสียหาย
ปราสาทหินพนมวัน เป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๕ ของประเทศไทย สร้างราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ เข้าใจว่าเป็นเทวสถาน ต่อมาภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธสถานจากจารึกที่พบที่ปราสาทหินพนมวัน เรียกปราสาทแห่งนี้ว่า เทวาศรมิ อาคารของโบราณสถานที่เห็นในปัจจุบัน มีปรางค์จัตุรมุขเป็นประธานหลักหันหน้าสู่ทิศตะวันออกและมีมณฑปอยู่ด้านหน้า เป็นปราสาทหินที่มีรูปแบบเดียวกับปราสาทหินพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา และปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์
ทั้งนี้ในบันทึกการเสด็จประพาสนครราชสีมาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๔๔๓ หน้าที่ ๑๑๓-๑๑๔ ตอนหนึ่ง มีความว่า “...แล้วเสร็จทรงม้าพระที่นั่งไปประพาสวัดพนมวัน ทอดพระเนตรวิหารอันเป็นของโบราณทำด้วยศิลาแท่งใหญ่ ๆ ประดับซ้อนขึ้นไป แล้วทรงจารึกพระบรมนามาภิไธยเป็นอักษรย่อ จ.ป.ร. ในแผ่นศิลาฝาผนึกวิหาร และ มีอักษรว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประพาสเมื่อ รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ แสลงวันตามจันทรคติ วัน ๒ เดือน ๒ ขึ้น ๔ ค่ำ พุทธศักราช ๒๔๔๓ จุลศักราช ๑๒๖๒…” ซึ่งตรงกับแผ่นจารึกที่ปราสาทหินพนมวันดังกล่าว
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๘
: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
: นายสมเดช ลีลามโนธรรม นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา
วันเสาร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๔
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ทั้งหมด ๑๐๗ คน/รูป แบ่งเป็น
นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาย ๓๒ คน หญิง ๔๐ คน
เด็ก/เยาวชน ชาย ๘ คน หญิง ๑๑ คน
ผู้สูงอายุ ชาย ๖ คน หญิง ๗ คน
นักบวช ๓ รูป
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน ทั้งหมด ๔๗ คน แบ่งเป็น
นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาย ๒๓ คน หญิง ๑๕ คน
เด็ก/เยาวชน ชาย ๔ คน หญิง ๔ คน
นักบวช ๑ รูป
และมีการทำความสะอาดพื้นที่ทุกสองชั่วโมงตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมนิทรรศการโดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ ระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึง ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๒,๙๗๔ คน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ขอนำเสนอองค์ความรู้ทางวิชาการ ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๔
"พระนารายณ์เทพเจ้าเก่าแก่ของฮินดู"
ทับหลังสลักภาพพระนารายณ์ทรงครุฑ
ศิลปะลพบุรี (ศิลปะเขมรแบบบาแค็ง) กำหนดอายุ พุทธศตวรรษที่ ๑๕ หรือราว ๑,๑๐๐ ปีมาแล้ว สร้างขึ้นด้วยหินทราย ใช้เทคนิคการจำหลักหรือสลักด้วยเครื่องมือโลหะ ขนาด กว้าง ๘๕.๕ ซม. ยาว ๑๗๕ ซม. หนา ๒๐ ซม. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ได้รับมอบจากอำเภอปราสาท และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุของชาติ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๗
ทับหลังในสถาปัตยกรรมขอม หมายถึง แท่งหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางเหนือกรอบประตูสลักลวดลายภาพเล่าเรื่องทางศาสนา วรรณคดีเกี่ยวกับศาสนา ลายพวงมาลัย ลายใบไม้ เป็นต้น ลายที่ปรากฏบนทับหลังนี้สามารถนำมากำหนดอายุสถาปัตยกรรมได้
ทับหลังชิ้นนี้สลักลายเต็มแผ่น องค์ประกอบภาพแบ่งเป็น ๒ ส่วน มีแนวลายกลีบบัวเป็นเส้นแบ่ง ส่วนบนสุดสลักเป็นซ่องซุ้ม ๑๓ ช่อง มีรูปบุคคลประนมมือ ภาพปรากฏเพียงช่วงอก พื้นที่ตรงกลางสลักภาพพระนารายณ์สี่กรประทับนั่งมหาราชสีลาสนะ พระหัตถ์ขวาบนถือสังข์ พระหัตถ์ขวาล่างถือคฑา พระหัตถ์ซ้ายบนถือจักร พระหัตถ์ซ้ายล่างถือภู ทรงสวมชฎามงกุฎ ประทับนั่งบนไหล่ครุฑที่ยืนบนแท่นรูปกลีบบัวมือสองข้างของครุฑยุคหางนาค ๒ ตัวไว้ ลำตัวนาคสลักเป็นลายดอกไม้สี่กลีบทอดโค้งยาวตามแนวทับหลังทั้งสองข้าง นาคมี ๓ เศียรหันหน้าตรง เหนือลำตัวนาคเป็นลายใบไม้เต็มใบ ใต้ลำตัวนาคเป็นลายใบไม้ม้วน ส่วนล่างสุดของทับหลังเป็นลายกลีบบัวมีเกสร ลวดลายที่ปรากฏบนทับหลังมีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาแค็ง ได้แก่ ภาพคนโผล่ออกมาจากซุ้ม แนวลายกลีบบัว ครุฑใบหน้าคล้ายมนุษย์แต่มีจะงอยปาก มีปีก มีขาคล้ายขาสิงห์ ลักษณะจะงอยปากเป็นแบบที่ปรากฏมาแต่ศิลปะขอมแบบพะโค
พระนารายณ์ หรือพระวิษณุ ถือเป็น ๑ ใน ๓ ของเทพผู้ยิ่งใหญ่(ตรีมูรติ) ในศาสนาฮินดู ประกอบด้วย พระพรหมเป็นเทพผู้สร้าง พระนารายณ์เป็นเทพผู้รักษา และพระอิศวร(พระศิวะ)เป็นเทพผู้ทำลาย พระนารายณ์เป็นเทพเก่าแก่ของอินเดียตั้งแต่ยุคพระเวท เดิมเป็นหนึ่งในเทพแห่งแสงอาทิตย์ เป็นส่วนหนึ่งของแสงอาทิตย์ มีหน้าที่ก้าว ๓ ก้าว หรือที่เรียกว่า ตรีวิกรม คือ เป็นเทพแห่งอาทิตย์ตอนเช้า ตอนเที่ยงและตอนเย็น กลุ่มเทพแห่งแสงอาทิตย์ที่มีอยู่หลายองค์ เช่น สุริยเทพเป็นเทพแห่งแสงอาทิตย์ทั้งปวง สาวิตรีเทพแห่งแสงอาทิตย์สีทองยามเช้าและยามเย็น อุษาเทวีเทพแห่งรุ่งอรุณ เป็นต้น จนต่อมาในสมัยมหาภารตะและยุคปาณะ ความรุ่งเรืองของพระนารายณ์จึงเจริญขึ้นจนถือเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่องค์หนึ่ง ได้นามว่า พระนารายณ์ หมายถึง ผู้เคลื่อนไหวในน้ำ พระนารายณ์เป็นพระโอรสองค์สุดท้ายในบรรดาโอรส ๑๒ พระองค์ของเทวีอทิติกับท้าวกัศปะเทพบิดร แต่บางตำนานในยุคหลังกล่าวว่าอุบัติขึ้นเอง บ้างก็ว่าพระศิวะสร้างขึ้น สถานที่ประทับของพระนารายณ์เรียกว่า ไวกูณฐ์ มีลักษณะเป็นแผ่นทอง มีวิมานประดับด้วยแก้วอยู่กลางเกษียรสมุทรหรือทะเลน้ำนม บัลลังก์คือ พระยาอนันตนาคราช มีพระยาครุฑเป็นพาหนะ พระมเหสีคือ พระลักษมีหรือพระศรีเป็นเทพีแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ เกิดจากการกวนเกษียรสมุทร
รูปเคารพของพระนารายณ์ จะทำเป็นเทพที่มีเศียรเดียว มี ๔ กร และทรงถืออาวุธหลายอย่าง อาวุธที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของพระนารายณ์ คือ จักร และสังข์ ซึ่งจะต้องถืออยู่เป็นประจำ ส่วนอีก ๒ กร อาจถืออาวุธอย่างอื่นแตกต่างกันไป เช่น คฑา ตรี ดอกบัว บ่วงบาศ ฯลฯ แต่ละอย่างก็มีประวัติความเป็นมาความหมายต่างกัน ดังนี้
- จักร มีชื่อว่า วัชรนาถ หรือจักรสุทรรศน์ เป็นจักรที่พระเพลิงมอบให้เป็นอาวุธ บางตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นจากรัศมี และความร้อนแรงขององค์สุริยเทพ เป็นเครื่องหมายของดวงอาทิตย์และแทนวงโคจรของดวงอาทิตย์รอบจักรวาล
- สังข์ มีชื่อว่า ปาญจะชันยะ มีประวัติเล่าว่าเดิมเป็นเปลือกหอยสังข์หุ้มกายอสูรชื่อ ปัญจชน ต่อมาได้ถูกพระกฤษณะฆ่าตาย จึงได้นำเปลือกสังข์มาใช้เป็นอาวุธ สังข์เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ ชีวิต และความอุดมสมบูรณ์ เป็นอาวุธสำหรับขว้างไปทำลายส่วนที่เป็นหัวใจของศัตรูโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังใช้เป็นเครื่องเป่าเพื่อประกาศการเริ่มต้นของเหตุการณ์อันเป็นมงคล สามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้
- คฑา มีชื่อว่า เกาโมทก หรือนันทา เป็นสิ่งที่พระเพลิงมอบให้พร้อมจักรวัชรนาถ ส่วนความหมายของคฑา หมายถึง ผู้คุ้มครอง สร้างระเบียบและลงโทษผู้ทำความชั่วร้ายโดยเฉพาะอสูรต่างๆ ซึ่งเป็นศัตรูของเทพเจ้า
- ดอกบัว เป็นสัญลักษณ์ของโลกและการสร้างโลก อย่างไรก็ตามบางครั้งพระนารายณ์จะถือวัตถุรูปกลมในฝ่ามือแทน คือ ภู หรือแผ่นดิน อันเป็นสัญลักษณ์ของโลกเช่นกัน
พระนารายณ์จะทรงฉลองพระองค์อย่างกษัตริย์ สวมมงกุฎ กลางพระอุระจะมีขน พระอุระเป็นเครื่องหมายศรีวัตสะ อันมีกำเนิดจากการกวนเกษียรสมุทรเป็นอิตถีพลังหรือศักติ โดยวิธีรวมตัวเป็นพระนารายณ์อย่างมหัศจรรย์ คือ แทรกตัวผ่านผิวหนังที่อุระข้างขวาเข้าไปสถิตอยู่ในหัวใจของพระนารายณ์ ตรงรอยแทรกเข้าไปนั้นเหลือปรากฏเป็นกลุ่มขนบนรอยปาน ในการสร้างรูปเคารพพระนารายณ์มักแสดงให้เห็นศรีวัตสะในรูปดอกไม้ ๔ กลีบ ทรงขนมเปียกปูน ส่วนผิวกายจะแตกต่างไปตามยุค ซึ่งยุคในเทพนิกายฮินดูได้แบ่งตามคุณงามความดีของมนุษย์ ดังนี้
๑. กฤดายุค (กฺริดา-) น. เป็นยุคที่มนุษย์ประกอบไปด้วยคุณงามความดี มีธรรมะสูงสุด คือ เต็ม ๔ ใน ๔ ส่วน และมีอายุยืนยาวที่สุด ยุคนี้มีอายุเท่ากับ ๑,๗๒๘,๐๐๐ ปีของโลกมนุษย์ พระนารายณ์ยุคนี้มีผิวกายสีขาว
๒. ไตรดายุค (ไตฺร-) น. เป็นยุคที่ความดีและความซื่อสัตย์ของมนุษย์เสื่อมลงเหลือ ๓ ใน ๔ ส่วนเมื่อเทียบกับในสมัยกฤดายุค พระนารายณ์มีผิวกายเป็นสีแดง
๓. ทวาบรยุค (ทะวาบอระ-) น. เป็นยุคที่ความดีของมนุษย์เหลือเพียงครึ่งเดียว หรือเหลือเพียง ๒ ใน ๔ ส่วน เมื่อเทียบกับในสมัยกฤดายุค พระนารายณ์มีผิวกายเป็นสีเหลือง
๔. กลียุค (กะลี-) น. เชื่อกันว่าเป็นวาระสุดท้ายของโลกเป็นยุคที่ศีลธรรมเสื่อม เป็นยุคที่ความดีของมนุษย์เหลือเพียง ๑ ใน ๔ ส่วน เมื่อเทียบกับในสมัยกฤดายุค และอายุของมนุษย์ก็สั้นลงโดยไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน ช่วงเวลาที่มีแต่ความรุนแรงเลวร้ายเกิดขึ้น พระนารายณ์ยุคนี้มีผิวกายสีดำ
ผู้เรียบเรียง :
นายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร
อ้างอิง :
๑. ผาสุข อินทราวุธ, รูปเคารพในศาสนาฮินดู. นครปฐม : มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๒.
๒. พีรพน พิสณุพงศ์, “วิวัฒนาการมนุษยชาติกับเรื่องนารายณ์อวตาร”
ศิลปากรปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๓ (พฤษภาคม – มิถุนายน ๒๕๓๘) หน้า ๑๐๙.
๓. ศิลปากร, กรม, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย : แหล่งรวมมรดกวัฒนธรรมอีสาน. กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), พิมพ์ครั้งแรก, ๒๕๓๖.
๔. ศิริพร สุเมธารัตน์, หลักฐานโบราณคดีในเมืองสุรินทร์. อุบลราชธานี :
โรงพิมพ์ศิริธรรมออฟเซ็ท, ๒๕๕๐.
ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) ปิดทำการ ตั้งแต่วันที่ 10 - 15 เมษายน 2564 เนื่องจากวันหยุดเทศกาลสงกรานต์
และวันที่ 16 - 25 เมษายน 2564 ปิดทำการ เนื่องจากไปออกบูทจำหน่ายหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 49 พบกันได้ที่บูท i 17 ณ ไบเทค บางนา ต้องขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ
ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการเสวนาวิชาการ กิจกรรมเนื่องในงาน ใต้ร่มพระบารมี ๒๓๙ ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ในหัวข้อ “รอยประพาสปิยมหาราชเสด็จยุโรป” จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก)
ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ ๘ - ๑๐ เมษายน ๒๕๖๔ จำนวนจำกัด ๑๗๐ ที่นั่งเท่านั้น (สงวนสิทธิ์ในการปิดรับลงทะเบียนก่อนกำหนดเมื่อที่นั่งครบตามจำนวน)
วันศุกร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดประชุมเวที"สภากาแฟ" โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประชุมในเวทีดังกล่าว ทั้งนี้สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ได้ผัดหมี่พิมายให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับประทาน ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จังหวัดนครราชสีมา
วันศุกร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ โบราณสถานปราสาทพนมวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมโบราณสถาน ค่าธรรมเนียมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๕๐ บาท
โดยมีมาตรการป้องกันโควิด-19 สำหรับผู้เข้าชมโบราณสถานดังนี้
- สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
- ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย
- ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
- ลงทะเบียนผู้เข้าชมด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะ หรือสมุดลงทะเบียน
- เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
วันศุกร์ ที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๑.๓๐ น.คณะครู นักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลเคหะชุมชนขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จำนวน ๒๕๖ คน เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น โดยมีคุณแพรว ธนภัทรพรชัย คุณสกุลทิพย์ จรดอน คุณจตุรพร คำมูลนา และคุณวิภารัตน์ เสนานิมิต เป็นวิทยากรนำชม
วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564
เวลา 14.00 น.
นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มอบหมายให้ นายจำรัส กังน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมกระตุ้นและเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าและบริการในตลาดชุมชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2564
เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในตลาด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องเป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศตามนโยบาลของรัฐบาล รวมทั้งประชาสัมพันธ์ตลาดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ณ ตลาดต้องชมบ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
วันศุกร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔
เวลา ๑๕.๐๐ น.
นายจำรัส กังน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมคณะ ๕ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โดยมีนางนิตยา เกี้ยวพิมาย เป็นวิทยากรนำชม
วันศุกร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ทั้งหมด ๘๐ คน/รูป แบ่งเป็น
นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาย ๒๐ คน หญิง ๒๖ คน
ชาวต่างชาติ ชาย ๑ คน
เด็ก/เยาวชน ชาย ๖ คน หญิง ๙ คน
แขกราชการ ชาย ๕ คน
ผู้สูงอายุ ชาย ๓ คน หญิง ๗ คน
นักบวช ๒ รูป
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน ทั้งหมด ๒๗ คน/รูป แบ่งเป็น
นักท่องเที่ยวชาวไทย ๑๑ คน
ชาวต่างชาติ ชาย ๑ คน
เด็ก/เยาวชน ชาย ๓ คน
ผู้สูงอายุ ชาย ๑ คน หญิง ๑ คน
แขกราชการ ชาย ๒ คน หญิง ๗ คน
นักบวช ๑ รูป
และมีการทำความสะอาดพื้นที่ทุกสองชั่วโมงตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
วันเสาร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ร่วมกับวัดโคกปราสาทและชุมชนบ้านปราสาท จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ จังหวัดสุรินทร์ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ณ โบราณสถานปราสาทบ้านไพล และพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านปราสาท ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น ๕๓ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙
กิจกรรม " Big Cleaning Day " ประจำวันอาทิตย์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔ โดยการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องจัดแสดง สำนักงาน และบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิท - ๑๙
วันจันทร์ ที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๔ นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายเยาวชนสมานฉันท์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีนางณิชชา จริยเศรษฐการ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง พ.ต.อ.อำนวยพันธ์ นิลน้อย ผกก.สภ.คลองห้า ร่วมงาน ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช