ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 48,926 รายการ
วันที่ ๒ เมษายน ของทุกปี ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ซึ่งกำหนดให้เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ
การนี้ กรมศิลปากร ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าชมโบราณสถานที่ประกาศขึ้นทะเบียนแล้ว และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั่วประเทศ โดยงดเก็บค่าเข้าชม ระหว่างวันที่ ๒ - ๘ เมษายน ๒๕๖๔
**ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิท ๑๙ อย่างเคร่งครัด
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ จัดแสดงหนังสือเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เมษายน ๒๕๖๔ ณ ห้องหนังสือท้องถิ่นภาคเหนือ
ชื่อเรื่อง : องค์ความรู้ การซ่อมบูรณะงานศิลปกรรมแบบสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร (เครื่องไม้)
ผู้แต่ง : -
สำนักพิมพ์ : สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
ปีพิมพ์ : 2563
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-283-500-1
เลขเรียกหนังสือ : 709.593 อ114
ประเภทหนังสือ : หนังสือกรมศิลปากร
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1
สาระสังเขป : ราชรถน้อย 9783 เป็นศิลปวัตถุยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นที่กรมศิลปากรเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อกาลเวลาล่วงเลยความเสื่อมและชำรุดย่อมเกิดขึ้น กรมศิลปากรได้มอบหมายให้สำนักช่างสิบหมู่ซ่อมแซมบูรณะ จึงได้จัดทำหนังสือองค์ความรู้การซ่อมบูรณะ งานศิลปกรรมแบบสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร (เครื่องไม้) ซึ่งสำนักช่างสิบหมู่ ได้ศึกษาความรู้เรื่องเครื่องไม้ของไทยจากรณีศึกษาการซ่อมบูรณะราชรถน้อย 9783 ในปีพุทธศักราช 2551 อันเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นจากการรวบรวมและเรียบเรียงขั้นตอนการปฏิบัติงานและการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงานจริง รวมถึงเทคนิควิธีการที่พบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของช่างไทยโบราณในเรื่องเครื่องไม้ของไทยที่ใช้ทักษะและกระบวนการแตกต่างจากยุคสมัยปัจจุบัน สำนักช่างสิบหมู่จึงได้รวบรวม ศึกษา และจัดทำหนังสือองค์ความรู้การซ่อมบูรณะงานศิลปกรรมแบบสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร : เครื่องไม้ขึ้น โดยนำเสนอเรื่องราวประวัติ ความเป็นมา ความหมาย ความสำคัญของราชรถ ราชยาน ราชรถสำหรับงานพระราชพิธีพระบรมศพของไทยราชรถน้อย 9783 กระบวนการซ่อมบูรณะงานศิลปกรรมแบบสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร (เครื่องไม้) ราชรถน้อย 9783 เช่น การสำรวจและจัดทำแผนการดำเนินงาน พิธีบวงสรวง การถ่ายภาพเก็บข้อมูล ช่างเขียนวัดขนาดเขียนแบบรูปทรง การรื้อถอน ถอดลวดลาย และโครงสร้าง ความเสื่อมสภาพและความชำรุดเสียหาย รูปแบบวิธีการซ่อมงานเครื่องไม้ในรูปแบบต่างๆ (แกะสลักลวดลายใหม่ ชิ้นงานที่หักหายบางส่วน แกะล้างหน้าลาย ไม้เสื่อมสภาพ เพาะเสริมไม้ที่แตกหัก บิ่น ผุ เสริมความมั่นคงแข็งแรง) การเทียบประกอบ การติดตั้งบุษบก การติดประกอบลวดลาย การปิดทอง การประดับกระจก เป็นต้น และประโยชน์ ความสำคัญจากการซ่อมบูรณะงานศิลปกรรมแบบสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร นอกจากนี้ยังมีภาพประกอบสีพร้อมรายละเอียดอธิบายประกอบทำให้เกิดความเข้าใจได้อย่างชัดเจน ซึ่งการรวบรวมองค์ความรู้นี้ด้วยมุ่งหวังเพื่อเป็นการสืบสานเทคนิควิธีการดังกล่าวเอาไว้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๘ ประกาศให้วันที่ ๒ เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ
กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบงานด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเป็นแนวทางในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ อันเนื่องด้วยการอนุรักษ์มรดกไทยให้แพร่หลายกว้างขวาง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัวในการร่วมกันดูแลรักษาศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ โดยมีการจัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เป็นกิจกรรมหลักที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
ทั้งนี้ ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔ กรมศิลปากรกำหนดจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๔ โดยมีกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม ณ โบราณสถานในจังหวัดต่างๆ พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ให้ประชาชนเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ทั้งหมด ๔๔๗ คน/รูป แบ่งเป็น
นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาย ๑๐ คน หญิง ๑๘ คน
เด็ก/เยาวชน ชาย ๑๖๘ คน หญิง ๑๗๓ คน
แขกราชการ ชาย ๒๑ คน หญิง ๓๖ คน
ผู้สูงอายุ ชาย ๒ คน หญิง ๕ คน
นักบวช ๑๔ รูป
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน ทั้งหมด ๑๘ คน แบ่งเป็น
นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาย ๕ คน หญิง ๑ คน
เด็ก/เยาวชน ชาย ๖ คน หญิง ๓ คน
แขกราชการ ชาย ๑ คน หญิง ๑ คน
ผู้สูงอายุ ชาย ๑ คน
และมีการทำความสะอาดพื้นที่ทุกสองชั่วโมงตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔
เวลา ๑๓.๕๐ - ๑๕.๐๐ น.
คณะคุณครูและนักเรียน โรงเรียนวัดเวฬุวัน จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน ๒๐๗ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โดยมีนางชลลดา จันทร์แซม, นางสาวชาลินี สีหานาม เป็นวิทยากรนำชม
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔
เวลา ๑๒.๕๐ - ๑๓.๔๕ น.
คณะคุณครูและนักเรียน โรงเรียนบ้านจำปานาถ่อน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จำนวน ๔๐ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โดยมีนางสาวมณีรัตน์ มนตรีพิทักษ์ เป็นวิทยากรนำชม
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔
เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.
คณะคุณครูและนักเรียน โรงเรียนบ้านทุ่งแก จังหวัดสกลนคร จำนวน ๘ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โดยมีนางสาวเกศินี ใหญ่โสมานังเป็นวิทยากรนำชม
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ทำความสะอาดโบราณสถานวัดไก่เตี้ย โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร ผู้แทนเขตตลิ่งชัน ครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดไก่เตี้ย รวมถึง ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๕๐ คน อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม และทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ กรมศิลปากรจึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยร่วมกับอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในท้องถิ่น จัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ สำหรับกรุงเทพมหานคร กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี ได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดวัดไก่เตี้ย บริเวณโบราณสถาน วิหาร อุโบสถ ลานหน้าอุโบสถ ลานหน้าหอไตร ลานหน้าหอระฆัง ลานหน้าเจดีย์ และทำความสะอาดคัมภีร์ใบลานโดยเจ้าหน้าที่สำนักหอสมุดแห่งชาติ ทั้งนี้ ได้ปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) และดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวันอนุรักษ์มรดกไทย ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ เอกสารโบราณ รวมถึงสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนาโบราณสถานหรือแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป นอกจากนี้ กรมศิลปากร ได้จัดการเสวนาวิชาการ และการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ในงาน สัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ ให้ประชาชนร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔
เวลา ๑๐.๔๕ - ๑๑.๔๕ น.
คณะคุณครูและนักเรียน โรงเรียนบ้านห้วยโจด จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน ๖๒ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โดยมีนางนิตยา เกี้ยวพิมาย เป็นวิทยากรนำชม
พร้อมเผยโฉมนิทรรศการใหม่ในอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๑๖.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลี้ม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการถาวรภายในอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ และเปิดงานสัปดาห์ วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดี กรมศิลปากร กล่าวรายงาน ร่วมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิด พระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม และทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงกำหนดจัดงานสัปดาห์วัน อนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของการอนุรักษ์ มรดกทางวัฒนธรรม และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ประกอบด้วย การเสวนาทางวิชาการ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ เป็นวิทยากร ระหว่างวันที่ ๓ - ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ และการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณสนามหญ้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้เปิดห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายในอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ ซึ่งดำเนินงานบูรณะพร้อมการจัดแสดงห้องต่างๆ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๓ ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ จัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบบนผืนแผ่นดินไทย หลัง พ.ศ. ๑๘๐๐ เป็นต้นมา อันเป็นช่วงเวลาของการก่อกำเนิดบ้านเมืองขนาดใหญ่ระดับรัฐ หรืออาณาจักรในแต่ละภูมิภาค โดยจัดแสดงโบราณวัตถุรวม ๙๑๘ รายการ แบ่งเป็น ห้องล้านนา นำเสนอเรื่องราวอาณาจักรที่ พญามังราย สถาปนาเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ โดยมีศูนย์กลาง อยู่ที่เมืองเชียงใหม่ โบราณวัตถุสำคัญ อาทิ ศิลปโบราณวัตถุประเภทเครื่องพุทธบูชา ที่พบจากวัดร้างในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และหลวงพ่อนาก พระพุทธรูปซึ่งพระยายุธิษฐิระ เจ้าเมืองพะเยาเป็นผู้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๑๙ ห้องสุโขทัย จัดแสดงความรุ่งเรืองของรัฐขนาดใหญ่นามว่า สุโขทัย แห่งราชวงศ์พระร่วง ซึ่งสถาปนา เมื่อ พ.ศ. ๑๗๙๒ โบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่จัดแสดงในห้องนี้คือ ศิลาจารึกหลักที่ ๑ สมัยพ่อขุนรามคำแหง ห้องกรุงศรีอยุธยา นับจากการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๓ ปรากฏโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญถึงความรุ่งเรืองมั่นคงทางการเมืองการปกครอง ความเจริญทางเศรษฐกิจ และความรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนา เป็นรากฐานให้กับศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ซึ่งพัฒนาต่อมาเป็นศิลปะประจำชาติไทยในปัจจุบัน โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ อาทิ ธรรมาสน์สังเค็ด วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี และตู้พระธรรมวัดเซิงหวาย ซึ่งมีลวดลายรดน้ำปิดทองประณีตงดงามเป็นเลิศ ห้องกรุงธนบุรี – รัตนโกสินทร์ตอนต้น โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ อาทิ พระแท่นของสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช พระเก้าอี้พับของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งทรงใช้ในยามราชการสงคราม ฉากลับแลลายกำมะลอเรื่องอิเหนา เป็นต้น ห้องกรุงรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงตระหนัก ถึงความสำคัญของการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาชาติ จึงทรงส่งราชทูตไปยังราชสำนักชาติมหาอำนาจตะวันตก ทรงวางรากฐานในการยอมรับศิลปวิทยาการสมัยใหม่ และนำมาพัฒนาให้สังคมไทยมีความทันสมัยเช่นสากล จากการติดต่อกับต่างชาติตะวันตกโดยเฉพาะยุโรป อเมริกา การสร้างสรรค์งานศิลปกรรมจึงมีอิทธิพลตะวันตกเพิ่มขึ้นโดยลำดับ ทั้งนี้ สถาบันศาสนาและพระมหากษัตริย์ นอกจากเป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย ยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยธำรงรักษาวัฒนธรรมประเพณีของชาติ ที่เป็นเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ได้จนถึงปัจจุบัน โบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดงในห้องนี้ อาทิ ลูกโลกและรถไฟจำลอง สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘ พระโธรน พระราชอาสน์สำหรับประทับให้ข้าราชการยืนเข้าเฝ้า ซึ่งสร้างขึ้นเป็นองค์แรกใน พ.ศ. ๒๔๑๖ กรมศิลปากร จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔ และชมห้องจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔
เวลา ๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น.
คณะคุณครูและนักเรียน โรงเรียนบ้านนาตาดนาโปร่ง อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๖๖ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โดยมีนายเด่น เกี้ยวพิมาย เป็นวิทยากรนำชม
วันศุกร์ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงและหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน โดยมีนางสาวกนกวลี สุริยะธรรม ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง เป็นประธาน ร่วมกับ อาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) ตำบลบ้านเชียงอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จำนวน ๕๔ คน ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงและหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน