ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,048 รายการ
วันที่ ๑๓ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ดำเนินการสำรวจติดตามโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในครอบครองของวัด ภาครัฐและเอกชน ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองและดูแลรักษามรดกของชาติ โดยได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลและอำนวยความสะดวกจากวัดและเอกชนผู้ครอบครองโบราณวัตถุ ในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๒๑ แห่ง รวม ๓๔ รายการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๖ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังเชื้อไวรัสโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด
ทำความสะอาดฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่า - ๑๙ หลังจากการบริการผู้เข้าชมนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ บริเวณจุดสัมผัสร่วม เช่น ราวบันได ทางเดิน ฯลฯ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ขอแนะนำหนังสือใหม่ ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่จัดให้บริการ ทั้งหนังสือทั่วไปและหนังสือเยาวชน จำนวน ๓๕ รายการ โดยผู้ใช้บริการสามารถเข้าชมหนังสือแนะนำประจำเดือน พร้อมรายละเอียดได้ที่ หนังสือแนะนำ หรือเข้าชมรายการหนังสือใหม่ประจำเดือนได้ที่ ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือ เฟซบุ๊ก (Facebook) หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ และสามารถสืบค้นข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศของทางหน่วยงานได้ที่ บริการสืบค้นข้อมูลทรัพยากร โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้บริการหนังสือใหม่ตัวเล่มจริงได้ที่ ห้องบริการของหน่วยงาน ตามวันเวลาทำการ >> เปิด : วันอังคาร-วันเสาร์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. ปิด : วันอาทิตย์ - วันจันทร์ และวันหยุดตามประกาศของทางราชการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ๐๕๓ - ๘๐๘๕๕๑, ๐๕๓-๒๗๘๓๒๒-๓ หรือทาง เฟซบุ๊ก (Facebook) หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ หรือ ทางอีเมล (E-mail) : nlt.chiangmai.hotmail.com
ชื่อเรื่อง : พรหมลิขิต
ผู้แต่ง : รอมแพง
สำนักพิมพ์ : แฮปปี้ บานานา
ปีพิมพ์ : 2563
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-312-415-9
เลขเรียกหนังสือ : 895.913 ร819พ
ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 2
สาระสังเขป : "พรหมลิขิต เป็นนวนิยายที่กล่าวได้ว่าผู้เขียนสร้างสรรค์ต่อยอดจากนวนิยายเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่นำไปสร้างเป็นละครทางโทรทัศน์จนโด่งดังเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องราวของ "พรหมลิขิต" เป็นจะนวนิยายแนวรักโรแมนติก สนุกสนานแบบบ้านๆ เน้นบอกเล่าเรื่องกรรมและความรัก สอดแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางประวัติศาสตร์ในยุคของการเปลี่ยนแผ่นดินตามอายุของตัวละครหลัก คือ ลูกชายของเกศสุรางค์ในเรื่องบุบเพสันนิสวาสที่เกิดในปี พ.ศ. 2231 บางเรื่องราวที่เคยกล่าวถึงในบุพเพสันนิสวาสก็ยังคงมีอยู่ให้ได้รู้สึกคุ้นเคย หากแต่ก็มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปเพื่อความแปลกใหม่ของเรื่องราวที่จะได้สัมผัสไปด้วยกัน โดยเรื่องราวที่เขียนขึ้นนี้เป็นเพียงจินตนาการที่ใช้ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาเท่านั้น ไม่สามารถที่จะนำไปใช้อ้างอิงทางวิชาการได้ ด้วยมุ่งหวังสร้างความบันเทิงและความสุขให้แก่ผู้อ่านเป็นหลัก
ชื่อเรื่อง : การเขียนลายไทยด้วยเครยอง = Classic Thai style drawing with crayon
ผู้แต่ง : วุฒิชัย พรมมะลา
สำนักพิมพ์ : วาดศิลป์
ปีพิมพ์ : 2560
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-428-055-7
เลขเรียกหนังสือ : 741.23 ว865ก
ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 2
สาระสังเขป : การเขียนภาพด้วยเครยอง เป็นศิลปะการวาดภาพ เขียนเส้นด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า แท่งถ่านเครยอง คือ แท่งถ่านที่ผลิตมาจากถ่านของเถาไม้บางชนิด นำมาบดละเอียดเป็นผงผสมกับส่วนประกอบอื่นแล้วอัดเป็นแท่งในแม่พิมพ์ให้เป็นแท่งสี่เหลี่ยมหรือแท่งกลม ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ตามที่ต้องการนำไปใช้ได้ มีหลายชนิดและคุณสมบัติแตกต่างกันเช่น เครยองของญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน อเมริกา เป็นต้น ซึ่งการเขียนด้วย เครยองจะทำเข้าใจและเห็นรายละเอียดในแสงเงาของตัวลาย ความลึก ความตื้น การซ้อนทับของลายได้ชัดเจนมากขึ้น โดยแนะนำตั้งแต่วัสดุอุปกรณ์ การเลือกและการเตรียมแท่งถ่าน การจับแท่งถ่านเขียนภาพ การฝึกเขียนลวดลายไทยด้วยแท่งถ่าน (เบื้องต้น) การเขียนดอกพุดตาน การเขียนช่อ ก้าน ใบ ของดอกพุดตาน ลายกระจัง การฝึกปฏิบัติ (Practice) การเขียนลายกระหนกด้วยดินสอ และด้วยแท่งถ่าน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาลายเชิง ลายกรวยเชิง ลายเฟื่อง ซึ่งมีภาพประกอบที่ชัดเจน เข้าใจง่าย พร้อมคำอธิบายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่จะทำให้ผู้อ่านทำความเข้าใจและเขียนด้วยแท่งถ่านเครยองได้เร็วขึ้น รับรองว่าเขียนไม่ยากถ้าอยากเขียน และฝึกเขียนด้วยความตั้งใจและอดทน
โครงการพัฒนาและความร่วมมือในการบริหารจัดการห้องสมุดชุมชน ณ โรงเรียนเทศบาลเมืองสิงหนคร ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา วันที่ 21 - 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
การดำเนินงานพัฒนาแหล่งโบราณสถาน ในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา
ดำเนินการโดย นายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส และคณะ
๑.แหล่งตัดหินบ้านส้มกบงาม อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนทิศทางป้ายตัดหญ้าและกำจัดวัชพืช บริเวณร่องรอยการตัดหิน และการทำความสะอาด
๒.แหล่งตัดหินสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการขุดเปิดหลุมกุมภลักษณ์ ได้หลุมขนาดใหญ่เพียง ๒ หลุม ยังเหลือหลุมขนาดใหญ่อีกประมาณ ๕ หลุม และดำเนินการตัดหญ้าบริเวณอาคารที่พักและศูนย์ข้อมูล
๓.เขาจันทน์งาม อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายประวัติเขาจันทน์งาม และดำเนินการกำจัดวัชพืช
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง #พี่นักโบ โดยในวันนี้ขอชวนทุกๆท่านมารู้จักเเละเรียนรู้ แหล่งตัดหินโบราณ ซึ่งเป็นวัสดุหลักที่สำคัญ สำหรับนำไปใช้ก่อสร้างปราสาทในวัฒนธรรมเขมร ณ #แหล่งตัดหินโบราณบ้านส้มกบงาม กันครับ
.
แหล่งตัดหินโบราณบ้านส้มกบงาม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 9 บ้านส้มกบงาม ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา (ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองโบราณเสมา ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร) โดยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นลานหินธรรมชาติ กระจายตัวอยู่ในเขตพื้นที่ป่าชุมชน ปัจจุบันพบร่องรอยการตัดหินทรายสีแดง รวมทั้งสิ้น 4 จุด พิกัดทางภูมิศาสตร์ UTM โซน 47P 1661400.08 ม. เหนือ 801588.99 ม. ตะวันออก
.
โดยแหล่งตัดหินโบราณบ้านส้มกบงามนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ อุทยานธรณีโคราช หรือ #โคราชจีโอพาร์ค เพราะปรากฏร่องรอยกิจกรรมเเละภูมิปัญญาของมนุษย์ที่ใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ อย่างหินทรายไปรังสรรค์ให้ก่อเกิดสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นทางวัฒนธรรม
.
ลักษณะร่องรอยการตัดหินที่พบนั้น พบร่องรอยการตัดหินที่มีการเคลื่อนย้ายหินออกไปแล้ว โดยอาจใช้เทคนิควิธีเดียวกันกับแหล่งตัดหินอื่นๆ ที่พบในเขตพื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์เเละนครราชสีมา คือ ใช้เครื่องมือเหล็ก ประเภทสิ่ง เซาะหินทรายเป็นแถวยาว แล้วตัดแบ่งออกเป็นก้อนสี่เหลี่ยม เมื่อได้ขนาดที่ต้องการเเล้ว จึงสกัดด้านล่างออกเป็นแท่งสี่เหลี่ยม แล้วจึงเคลื่อนย้ายออกไปใช้ประโยชน์ โดยหินทรายเหล่านี้ เป็นวัสดุหลักที่สำคัญในการใช้ก่อสร้างปราสาทในวัฒนธรรมเขมร ที่พบในหลายแห่งของจังหวัดนครราชสีมาของเราครับ
.
นอกเหนือจากแหล่งตัดหินบ้านส้มกบงาม อำเภอสูงเนิน เเล้ว ในเขต #จังหวัดนครราชสีมา ยังพบแหล่งตัดหินโบราณอีกหลายแห่ง ได้แก่ #อำเภอสีคิ้ว พบแหล่งตัดอีก 3 แห่ง ประกอบด้วย 1 แหล่งตัดหินมอจะบก (ติดถนนมิตรภาพ) 2 แหล่งตัดหินด้านหน้าเเละด้านในวัดป่าเขาหินตัด 3 แหล่งตัดหินวัดโบสถ์ริมบึง และ #อำเภอปักธงชัย ประกอบด้วย 1 แหล่งตัดหินใกล้โบราณสถานกู่เกษม ซึ่งทั้งหมดมีลักษณะ คล้ายคลึงกันคือปรากฏร่องรอยการสกัดเเละตัดหินทรายเป็นแท่งรูปสี่เหลี่ยมผืนผัา
.
จากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth ที่พี่นักโบ เลือกมานำเสนอ จะเห็นว่า บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงของแหล่งตัดหินโบราณ ปรากฏ ปราสาทในวัฒนธรรมเขมร หลายแห่ง ปราสาทเมืองแขก ปราสาทโนนกู่ ปราสาทเมืองเก่า ปราสาทบ้านบุใหญ่ เเละปราสาทบ้านหัวสระ รวมไปถึงโบราณสถานหมายเลข 1 กลางเมืองเสมา ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่าง พุทธศตวรรษที่ 16-18 ด้วยเพราะใกล้วัสดุสำคัญอย่างหินทราย จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่พื้นที่บริเวณนี้พบการสร้างปราสาทหลายหลัง นั่นเองครับ
เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ
การสำรวจศิลปกรรมประเภทแกะสลักหินทรายบนทับหลัง โบราณสถานประเภท อโรคยาศาล..."กุฏิฤาษีโคกเมือง"
โดย นายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส
กุฏิฤาษีโคกเมือง หมู่ที่ ๖ บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘และกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๙ ตอนที่ ๑๕๕ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๕ พื้นที่โบราณสถาน ๓ ไร่ ๒ งาน ๗๐ ตารางวา
องค์ประกอบของโบราณสถาน...
๑.ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย ฐานปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาด
๗x๗ เมตร ทางด้านทิศตะวันออกเป็นมุขยื่น ยาวออกไปเป็นประตูเข้าออก มีขนาดประมาณ ๒.๒๐x๓.๒๐ เมตร
๒.บรรณาลัย ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีขนาดประมาณ ๔x๗.๕๐ เมตร ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ภายในกำแพงแก้ว
๓.กำแพงแก้วและซุ้มประตู กำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลง มีขนาดประมาณ ๒๖.๗๐x๓๕.๔๐ เมตร มีซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออกก่อด้วยศิลาแลงกรอบประตูเป็นหินทราย ซุ้มประตูแบ่งเป็น ๓ คูหา คูหาช่องซ้ายขวามีช่องหน้าต่างทั้งด้านนอกและด้านในข้างล่ะ ๑ ช่อง คูหากลางมีมุขหน้าขนาด ๔x๒.๕๐ เมตร และมุขหลังมีขนาด ๔x๔.๗๐ เมตร
๔.สระน้ำประจำโบราณสถาน ตั้งอยู่มุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกุฏิฤาษี ด้านทิศตะวันออกตรงแกนกลางมีบารายหรือสระน้ำขนาดใหญ่ ประมาณ ๕๐๐x๘๐๐ เมตร เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ทะเลเมืองต่ำ และห่างจากกุฏิฤาษีโคกเมืองไปด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่ตั้งของปราสาทเมืองต่ำ
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย นายเสน่ห์ สายเย็นใจ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริบูลยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๔ โดยมีข้าราชการ ลูกจ้าประจำ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริบูลยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๔ ในการนี้ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรและชมนิทรรศการพระราชประวัติ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ร่วมแสดงออกถึงความรักและหวงแหนในสถาบันหลักของชาติ และเสริมสร้างความรักสามัคคีของประชาชนในชาติ ณ ห้องประชุม หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔