ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,973 รายการ


          กรมศิลปากรได้จัดพิมพ์หนังสือ “ศิลปากรสถาน เลขที่ ๑ ถนนหน้าพระธาตุ” เนื่องในโอกาส ๑๑๐ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร บอกเล่าประวัติความเป็นมาของกรมศิลปากร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต เนื้อหาประกอบด้วย ปฐมบท : จากพระราชปณิธานสู่กรมศิลปากร เลขที่ ๑ ถนนหน้าพระธาตุ บทที่ ๑ ประวัติและพัฒนาการของพื้นที่ บทที่ ๒ บทบาท ภารกิจและผลงานของกรมศิลปากร บทที่ ๓ แนวทางการอนุรักษ์ พัฒนาอาคารและพื้นที่บริเวณกรมศิลปากร บทที่ ๔ นานาทัศนะผู้อยู่เบื้องหลังแผนการอนุรักษ์และพัฒนา ปัจฉิมบท : สืบสานพระราชปณิธานไปพร้อมกับโลกไร้พรมแดน และภาคผนวกเรื่องการศึกษาทางโบราณคดีพื้นที่สามวัง และทำเนียบผู้บริหารกรมศิลปากร           หนังสือจำหน่ายราคาเล่มละ ๑,๔๙๕ บาท ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อหนังสือ “ศิลปากรสถาน เลขที่ ๑ ถนนหน้าพระธาตุ” และหนังสือของกรมศิลปากร ได้ทั้งแบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ http://bookshop.finearts.go.th หรือที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร ชั้น ๑ อาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) เขตดุสิต กรุงเทพฯ เปิดทำการเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ติดตามข่าวสารหนังสือออกใหม่ ส่วนลดพิเศษ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง facebook fanpage : ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร




          เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้าง และกรมศิลปากรประกาศปิดแหล่งแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นั้น กรมศิลปากร ขอเชิญชวนประชาชน "เที่ยวทิพย์" ท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศแบบออนไลน์ ร่วมเรียนรู้และเข้าถึงข้อมูลศิลปวัฒนธรรมได้ง่ายๆ จากที่บ้าน โดยรับชมผ่านทางเว็บไซต์ virtualhistoricalpark.finearts.go.th          กรมศิลปากรได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้พัฒนาระบบอุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง (Virtual Historical Park) รวบรวมอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ มาไว้บนเว็บไซต์ http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th โดยบอกเล่าประวัติความเป็นมา มีภาพแผนที่โบราณสถาน และภาพโบราณสถานให้ได้ชม รวมทั้งภาพมุมสูง ซึ่งทำให้มองเห็นอุทยานประวัติศาสตร์โดยรอบ สามารถขยายภาพ และฟังเสียงบรรยายเข้าถึงเสมือนได้ชมในสถานที่จริง







          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของกำแพงวัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพังถล่มลงมาหลังจากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ ๒ พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า กำแพงวัดด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นกำแพงก่ออิฐเดิมสูงประมาณ ๑.๕๐ เมตร หนา ๐.๔๐ เมตร มีอายุการสร้างประมาณ ๘๐ – ๑๐๐ ปี อยู่ในเขตประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดยางกวง ได้พังเสียหายลงมาเป็นระยะทางยาวประมาณ ๑๕ เมตร จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสียหายเบื้องต้นพบว่า บริเวณด้านในของกำแพงที่พังเสียหาย มีการก่อสร้างศาลาบาตรและลานประทักษิณรอบ ๆ องค์เจดีย์วัดยางกวง (ก่อสร้างมาประมาณสิบปีแล้ว) มีการถมดินปนเศษอิฐหักรองพื้น และยกพื้นสูงกว่าพื้นถนนด้านนอก เมื่อมีปริมาณน้ำฝนที่มากทำให้น้ำฝนซึมลงสู่ชั้นดินด้านล่าง ด้วยความสูงของการถมดินพื้นด้านในกำแพงมากกว่า ๑.๕๐ เมตร โดยอาศัยกำแพงก่ออิฐเดิมเป็นผนังที่รับแรงดันด้านข้าง ประกอบกับอายุการก่อสร้างกำแพง ซึ่งชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาอยู่แล้ว กำแพงก่ออิฐจึงไม่สามารถรับแรงดันดินด้านข้างจากภายในนี้ได้ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว          อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เบื้องต้นทางสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ได้ประสานกับหน่วยงานใน ท้องถิ่นในการขนย้ายเศษอิฐกำแพงที่พังทลายออก และขอความอนุเคราะห์องค์การบริหารส่วนจังหวัด, เทศบาลนครเชียงใหม่ ใช้กระสอบทรายปิดกั้นแนวกำแพงและใช้เป็นผนังรับแรงดันดินด้านข้างเป็นการชั่วคราวก่อน จากนี้จะส่งผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มวิศวกรรม สำนักสถาปัตยกรรม มาดำเนินการสำรวจและแนะนำแนวทางการบูรณะซ่อมแซมพร้อมทั้งมอบให้สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ เร่งทำรูปแบบเพื่อบูรณะคืนสภาพเดิม ทั้งนี้ เจ้าอาวาสวัดยางกวงได้รับทราบและยินดีจัดหางบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมวัดยางกวงภายใต้การกำกับดูแลและคำแนะนำของกรมศิลปากร





รายงานงบทดลองประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๔พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์


black ribbon.