ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,093 รายการ
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดจันทร์ จังหวัดเพชรบุรี
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำ แต่ละด้านตกแต่งภาพภายในกรอบที่กรอบทั้ง ๔ ด้าน ตกแต่งด้วยลายเครือเถาเลื้อยแบบประดิษฐ์อย่างใหม่ ภายในกรอบตกแต่งด้วยลายกนกเปลวเครือเถาไขว้ นาคคาบ ครุฑคาบ ออกเถาช่อเปลวหางโตซึ่งเกี่ยวกระหวัดรัดพันเถากนก เริ่มต้นต่อออกเป็นกนกเถาใหม่สอดเกี่ยวเลื้อยพันกันขึ้นไปเป็นกนกช่อใหญ่ โดยมิได้เริ่มต้นเถากนกจากส่วนล่างอันเป็นภาพพื้นดินทุก ๆ ต้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้กนกแต่ละเถาจะเริ่มต้นเถากนกจากส่วนใดของภาพก็ได้ และมองดูงดงามกลมกลืนกันไปทุกแง่มุมของเส้นลาย เคล้าภาพลิง ภาพจับบุคคลในเรื่องรามเกียรติ์และภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์
ด้านหลัง ลงรักดำทึบ ตั้งแต่ขอบบนถึงเชิงตู้ลงรักดำทึบเช่นกัน
เสาขอบตู้ ๓ ด้าน ตกแต่งด้วยลายรักร้อยบัวร้อย มีลายกรวยเชิงเป็นที่สุดตอนบนและตอนล่าง
เสาขาตู้ ๓ ด้าน ตกแต่งด้วยลายกรวยเชิง
ขอบบน ขอบล่าง ตกแต่งด้วยลายรักร้อยบัวร้อย เหนือลายบัวเฉพาะขอบล่างมีลายบัวคว่ำ
เชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์ ๔ ด้าน ตกแต่งลายเพียง ๓ ด้าน คือด้านหน้าตกแต่งเป็นภาพจำหลักไม้นูนต่ำบนพื้นรักแดง ตัวลายลงทองทึบ ลวดลายดังกล่าวตรงกึ่งกลาง เหนือจมูกสิงห์จำหลักเป็นรูปลูกแก้ว มีภาพปลา ๑ คู่ หันหัวหางแก่กัน ๒ ข้างขวาซ้าย มีภาพสัตว์ในเทพนิยายจีนเรียกว่าตัวเลเวน ข้างละ ๑ ตัว นอนทอดตัวหันหัวออกทางขวาและซ้าย มีลายรูปเมฆประกอบทั้งหมดน่าจะเป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์ของ ฮก ลก ซิ่ว ด้านข้างขวาซ้าย จำหลักไม้ลายนูนต่ำเป็นลายก้านขด มีลายเมฆประกอบ พื้นหลังลงรักแดงทึบ ตัวลายลงทองทึบ
กท.๙๔ ตู้เท้าคู้ (เลขที่เดิม ๘๔, ๖)กท.๙๔ ตู้เท้าคู้ (เลขที่เดิม ๘๔, ๖)
ฝีมือช่าง สมัยรัตนโกสินทร์
ประวัติ เดิมอยู่วัดหิรัญรูจีวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย ตู้ลายรดน้ำ กนกเปลวเครือเถาไขว้เคล้าภาพสัตว์ ภาพจับและภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์
ด้านหลัง ลงรักแดงทึบเสาขอบตู้ ๓ ด้านตกแต่งด้วยลายรักร้อย ตอนล่างของเสาตกแต่งด้วยลายกาบพรหมศรเสาขาตู้ ลงรักปิดทองทึบใต้เชิงตู้เล็กน้อย นอกนั้นลงรักแดงทึบเชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์หน้าตัด ตกแต่งด้วยลายก้านขดทั้ง ๓ ด้าน แต่ด้านหน้ามีรูปคนไว้ผมยาวอยู่ทางมุมล่างทั้งขวาและซ้ายของปากสิงห์หลังตู้ มีเสาหัวเม็ดสี่เหลี่ยม ๔ เสาลงรักแดงทึบ
ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมู ภาพเล่าเรื่อง
รามเกียรติ์ ภาพสัตว์ และลายกนก
เปลวเครือเถาไขว้ (กท.๙๔)
ศิลปะ รัตนโกสินทร์
ไม้ ลายรดน้ำ
ขนาดสูง ๑๖๘ ซม. กว้าง ๑๑๗.๕ ซม.
ประวัติได้มาจากวัดหิรัญรูจีวรวิหาร กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๔๖๕
Manuscript Cabinet on pig-legged stand with scene from the Ramakien and a trellis of flame motifs and scrolling vine patterns interlocking bay. [BK.94, 84, 6]
Rattanakosin style
Lacquered and gilded wood and the
decorative technique called Lai Rot Nam
(splashed water pattern)
H. 168 cm. W. 117.5 cm.
From Wat Hiran Ruchi Worawihan,
Bangkok to the National Library
on 30 October 1921
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดชนะสงครามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำ ภาพเทพทวารบาลและต้นไม้เต็มเนื้อที่
เสาขอบตู้ ทั้ง ๔ ด้าน ลงทองทึบ แต่ทองลบเลือนมาก
เสาขาตู้ ทั้ง ๔ ด้าน ลงรักดำทึบ
ขอบบน ขอบล่าง ทั้ง ๔ ด้าน ลงทองทึบแต่ทองลบเลือนเกือบหมด
เชิงตู้ ทำเป็นรูปหูช้างทั้ง ๔ ด้าน และตกแต่งด้วยลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ใบเทศมีช่อกนกประดับอยู่ ๒ ข้าง ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนด้านข้างขวาซ้ายเขียนภาพกนกใบเทศและช่อกนก
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำกนกเปลวเครือเถาครุฑคาบนาคคาบ ออกเถาหัวนาค หัวครุฑ เคล้าภาพหน้าขบพุ่มข้าวบิณฑ์ภาพบุคคลยืนโดดเดี่ยวเต็มเนื้อที่ ภาพจับ ภาพอมนุษย์ และภาพเล่าเรื่องในชาดก
เสาขอบตู้ เสาขาตู้ ขอบบน ขอบล่าง ลงทองทึบ ๔ ด้าน
เชิงตู้ ๔ ด้านทำเป็นรูปปากสิงห์ตกแต่งลวดลายเพียง ๓ ด้าน โดยเฉพาะที่มุมบนของเชิงตู้ทั้ง ๓ ด้าน เขียนเป็นลายค้างคาว ด้านหน้าตกแต่งด้วยลายก้านขด มีพุ่มข้าวบิณฑ์อยู่กึ่งกลางเหนือจมูกสิงห์ มีรูปราชสีห์ขนาบพุ่มข้าวบิณฑ์ ๒ ข้าง ๆ ละ ๑ ตัว ด้านข้างขวาตกแต่งด้วยลายกนกเปลวมีหน้าขบตรงกลางเหนือจมูกสิงห์ด้านข้างซ้ายตกแต่งด้วยลายก้านขดมีออกเถาเทพบุตรพนมมือครึ่งตัวอยู่ ๒ ข้างพุ่มข้าวบิณฑ์ ตรงกลางซึ่งอยู่เหนือจมูกสิงห์พอดี ด้านหลังลงทองทึบ
หลังตู้ มีเสาหัวเม็ดทรงมัน ๔ เสา ที่หัวเม็ดจำหลักเป็นริ้วคล้ายกลีบบัว ที่คอเสาใต้หัวเม็ดจำหลักเป็นรูปกระจังรวนโดยรอบ เสาหัวเม็ดทั้งหมดนี้ลงทองทึบ
กท.๒๙ ตู้เท้าสิงห์ (เลขที่เดิม ๔)กท.๒๙ ตู้เท้าสิงห์ (เลขที่เดิม ๔)
ฝีมือช่าง สมัยรัตนโกสินทร์
ประวัติ เดิมเป็นของหอพุทธศาสนสังคหะ ได้มาแต่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย ตู้ไม้จำหลักประดับกระจกสี ด้านหน้า ด้านข้างขวาและด้านข้างซ้ายจำหลักลายนูนต่ำ
ลายก้านแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศ พื้นลายลงทองทึบและประดับกระจกสีขาว น้ำเงิน และสีเขียว ส่วนพื้นหลังของลายลงรักแดงทึบ กรอบของบานประตูด้านหน้าจำหลักลายบัวและประดับกระจกสีขาวล้วนด้านหลัง ลงรักแดงทึบตลอดจากขอบบนลงมาจนถึงขาตู้เสาขอบตู้ จำหลักลายรักร้อยพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศและลายกรวยเชิงซึ่งลงทองทึบและประดับกระจกสีขาว ส่วนพื้นหลังของลายลงรักแดงทึบเสาขาตู้ จำหลักลายเป็นรูปหน้าสิงห์ แข้งและเล็บสิงห์ เหยียบอยู่บนลูกแก้วที่ลงรักแดงทึบ ที่ตาสิงห์ประดับกระจกสีดำ ฟันสิงห์ลายลงรักแดงทึบท้องไม้ จำหลักลายประแจจีนลงทองทึบ และประดับกระจกสีเขียว จำหลักบัวหลังสิงห์เป็นลายบัวรวนและประดับกระจกสีขาวที่ใต้ท้องไม้เชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์เฉพาะด้านหน้าและด้านข้างขวาซ้ายจำหลักลายมังกร ๒ ตัว กำลังคาบแก้ว ซึ่งลอยอยู่ในตอนกลางเหนือจมูกสิงห์ บนดวงแก้วประดับกระจกสีขาว ตัวมังกรและพื้นหลังของลายลงรักแดงทึบเชิงตู้ทำต่อกับขาตู้
ตู้พระธรรม บนฐานสิงห์ เป็นตู้ไม้จำหลัก
ประดับกระจกสี (กท.๒๙)
ศิลปะ รัตนโกสินทร์
ไม้ จำหลัก ประดับกระจกสี
ขนาด สูง ๑๗๔ ซม. กว้าง ๙๗.๕ ซม.
ประวัติ ได้มาจากวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๔๖๕.
Manuscript Cabinet on lion-legged stand is carved and decorated with stained glass. [BK.29, 4]
Rattanakosin style
Wood carved inlaid with stained glassed
H. 174 cm. W. 97.5 cm.
From Wat Arun Ratchawararam Ratchamahawihan.
Bangkok to the National Library
on 4 July 1922
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำกนกเปลวเครือเถาและลายก้านขดกนกเปลวเคล้าภาพนกกระรอก ครุฑคาบ นาคคาบ ภาพหน้าขบ และออกเถาครุฑนาค เคล้าภาพเทพเจ้า ภาพจับและภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์
เสาขอบตู้ เขียนลายกรวยเชิงตกแต่งหัวเสาและปลายเสาส่วนช่วงกลางของเสาลงทองทึบ เฉพาะ ๓ ด้านยกเว้นด้านหลังซึ่งเขียนลายรักร้อยบัวร้อย
เสาขาตู้ ด้านข้างขวาซ้ายเขียนภาพไม้ยืนต้นกำลังผลิดอกออกผลและเคล้าภาพนกด้านหน้า
ภาพลบเลือนมากมีปรากฏให้เห็นตอนบนของขาตู้เขียนรูปคล้ายหางเหงือกส่วนอื่นๆ ที่ไม่ได้ลงรักดำหรือเขียนลายตกแต่งจะลงรักแดงทึบตลอดส่วนด้านหลังลงรักดำทึบ
ขอบบนขอบล่าง ลงทองทึบอยู่เหนือลายบัวรวน
เชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์ทั้ง ๔ ด้านแต่เขียนลายตกแต่งเฉพาะด้านหน้าและด้านข้างซ้ายขวา
ด้านหน้าเขียนลายก้านขดกนกเปลวออกเถาลิงเคล้าภาพนก และภาพบุรุษ ๓ คน อยู่เหนือจมูกสิงห์ ๑ คนส่วนอีก ๒ คนอยู่มุมซ้ายและขวาของเชิงตู้ ด้านข้างซ้ายเขียนลายก้านขดกนกเปลวเคล้าภาพบุรุษ ๓ คน ซึ่ง ๒ ใน ๓ ที่อยู่มุมขวาซ้ายของเชิงตู้ ด้านข้างซ้ายนี้ถือกิ่งไม้คนละ ๑ กิ่ง ด้านข้างขวาเขียนลายพันธุ์พฤกษาเคล้าภาพบุรุษ ๓ คน ซึ่ง ๒ ใน ๓ คนที่อยู่มุมขวาซ้ายต่างก็ถือไม้คนละ ๑ กิ่ง ภาพบุคคลที่เขียนตกแต่งบางคนมีใบหน้าทรงผมและสวมหมวกแบบชาวยุโรป
กท.๕๘ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๑๒๐)กท.๕๘ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๑๒๐)
ฝีมือช่าง สมัยรัตนโกสินทร์
ประวัติ เดิมอยู่วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย ตู้ลายรดน้ำ ตกแต่งภาพบุคคลยืนโดดเดี่ยวเต็มเนื้อที่
ขอบบน ทำเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงาย ขอบล่างทำเป็นรูปฐานบัวหงาย ลงทองทึบตลอดเสาขอบตู้ ขาตู้ ลงทองทึบเชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์ ลงทองทึบตลอดด้านข้างขวา ซ้าย และด้านหลังผนังตู้ ด้านในบนบานประตูขวาซ้าย ตอนกลางขวาซ้าย เขียนภาพกระถางต้นกนกเปลวทึบ ลายก้านขด
สอดเกี่ยวกับลายเถาเลื้อย มีช่อพุ่มข้าวบิณฑ์อยู่ตรงกลาง ตอนล่างของด้านขวาเขียนลายมีลักษณะคล้าย
การตัดกระดาษที่พับหลายชั้น ซึ่งเมื่อคลี่กระดาษออกแล้วจะเห็นลายต่างๆ กัน เฉพาะที่นี้เป็นรูปดอกไม้ทรงสี่เหลี่ยมวางมุมต่างกัน ๓ ดอก และรูปวงกลม ๑ ดอก ส่วนด้านซ้ายเขียนลายดอกสี่เหลี่ยม ๔ ดอกอยู่ในลักษณะทรงเดียวกันและวางมุมแบบเดียวกัน อยู่ในแบบลายหน้ากระดาน
ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมู ตกแต่งภาพ
บุคคลเต็มเนื้อที่ และจารึกอักษรขอม
ภาษาไทย (กท.๕๘)
ศิลปะ รัตนโกสินทร์
ไม้ ลายรดน้ำ
ขนาด สูง ๑๗๖.๕ ซม. กว้าง ๑๑๒.๕ ซม.
ประวัติได้มาจากวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร
กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๖๕
Manuscript Cabinet on pig-legged stand with portraits of human and Khmer inscripts in Thai language.
[BK.58, 120]
Rattanakosin style
Lacquered and gilded wood and the
decorative technique called Lai Rot Nam
(splashed water pattern)
H. 176.5 cm. W. 112.5 cm.
From Wat
Pratumkhongkha Ratchaworawihan,
Bangkok to the National Library
on 5 May 1922
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดเกาะ จังหวัดเพชรบุรี
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำ ลายก้านขดกนกเปลวและลายกนกเปลวเครือเถา นาคคาบ ครุฑคาบ ออกเถารูปสัตว์ต่างๆ เทพนม พระรำ ช่อหางโตมีหน้าขบ เคล้าภาพสัตว์ ภาพเทวดา ภาพจับและภาพบุคคลยืนโดดเดี่ยว
เสาขอบตู้ ๓ ด้านตกแต่งด้วยลายรักร้อยอยู่ในระหว่างลายลูกขนาบ ซึ่งทำเป็นลายลูกแก้วสลับ
ดอกประจำยาม มีลายกาบพรหมสิงห์และกาบพรหมศรเป็นที่สุดตอนบนและตอนล่าง
เสาขาตู้ ๓ ด้านตกแต่งด้วยลายกาบพรหมสิงห์ที่มุมบน และต่อด้วยลายเท้าสิงห์ยาวลงไปจดขอบเชิงตู้ ต่อจากนั้นลงไปถึงที่สุดขาตู้ลงรักแดงทึบ
ขอบบน ขอบล่าง ๓ ด้านตกแต่งด้วยลายประจำยามลูกฟักก้ามปูเหนือลายบัวรวน
เชิงตู้ ทำเป็นรูปหูช้างตกแต่งด้วยลายก้านขดผักกูด ของนอกของหูช้างทำเป็นร่องริ้วเว้าเข้าออกตามรูปหูช้าง ลงรักแดงทึบ
หลังตู้ มีเสาหัวเม็ด เป็นเสาสี่เหลี่ยมลงรักแดงทึบ
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดเวฬุราชิน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำ กนกเปลวเครือเถาไขว้ นาคคาบ ครุฑคาบ ออกเถาหัวนาค หัวครุฑ หัวราชสีห์ หัวหงส์ หัวสิงห์ ลิงครึ่งตัว ยักษ์ครึ่งตัว เทวดารำครึ่งตัว เทพพนมครึ่งตัวออกเถาช่อเปลวหางโต เคล้าภาพสัตว์ นก กระรอก ภาพสัตว์หิมพานต์ พุ่มข้าวบิณฑ์ ภาพจับและภาพเล่าเรื่อง
เสาขอบตู้ เสาขาตู้ ขอบบน ขอบล่าง ลงทองทึบทั้ง ๔ ด้าน
เชิงตู้ ๔ ด้านทำเป็นรูปปากสิงห์ ด้านหน้าตกแต่งด้วยลายก้านขดผักกูด เคล้าภาพเงือกชายขนาบจมูกสิงห์ ข้างละ ๑ ตัว มีรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ครึ่งซีกอยู่ที่ริมชิดขาตู้ข้างละ ๑ ภาพ ด้านข้างขวาตกแต่งด้วยลายก้านขดกนกเปลว ออกเถาหัวครุฑ มีภาพชายนุ่งผ้าไม่สวมเสื้อยืนอยู่ที่ริมชิดขาตู้ข้างละ ๑ คน ด้านข้างซ้ายไม่มีภาพเห็นเป็นรักดำทึบเข้าใจว่าคงซ่อมขึ้นใหม่ ด้านหลังตกแต่งด้วยลายก้านขดกนกเปลว ออกเถาหัวครุฑหัวนาค เคล้าภาพแพะข้างละ ๑ ตัว มีหน้าขบอยู่กึ่งกลางเหนือจมูกสิงห์ ๑ หน้า
กท.๕๓ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๑๐๕)กท.๕๓ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๑๐๕)
ฝีมือช่าง สมัยรัตนโกสินทร์
ประวัติ เดิมอยู่วัดอัมพวา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย ตู้ลายรดน้ำ ภาพเล่าเรื่อง พุทธประวัติ มีกนกเปลวเครือเถาไขว้ ครุฑคาบ นาคคาบ
ออกเถาหัวนาค หัวครุฑ และเทพนมเคล้าภาพเทวดา วิทยาธร สัตว์หิมพานต์ อมนุษย์ และสัตว์ประเภท นก ลิง กระรอก เป็นต้น ด้านหลัง ลงรักดำทึบตลอดตั้งแต่ขอบบนถึงเชิงตู้
เสาขอบตู้ ๓ ด้านตกแต่งด้วยลายก้านแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์ภายในเส้นขนาบ ที่เส้นขนาบมีลายลูกแก้วสลับดอกประจำยามสี่กลีบ มีลายกรวยเชิงเป็นที่สุดตอนบนและตอนล่างเสาขาตู้ ๓ ด้านเขียนเป็นภาพยักษ์ยืนถือตะบองเหนือสิงหบัลลังก์ขอบบน ตกแต่งด้วยลายประจำยามลูกฟักก้ามปูเหนือลายบัวรวนขอบล่าง ทำเป็นรูปบัวคว่ำ เขียนลายบัวรวนอยู่เหนือขอบล่าง ที่ขอบล่างเขียนลายประจำยามลูกฟักก้ามปูเชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์ ๔ ด้าน แต่ตกแต่งลาย ๓ ด้าน ด้านหน้าเขียนภาพมกรแบบจีน ๒ ตัว ล่อแก้วหันหน้าเข้าหากัน เหนือจมูกสิงห์จำหลักไม้ฉลุโปร่งเป็นรูปคล้ายใบโพธิ์ มีลายกนกเปลวเป็นพื้นหลังด้านข้างขวาซ้ายตกแต่งด้วยลายก้านขด กนกเปลว ครุฑคาบ นาคคาบ ออกเถาครุฑ นาค มีภาพหน้าสิงห์อยู่ตรงจมูกสิงห์หลังตู้ มีเสาหัวเม็ดทรงมันยอดแหลม ลงทองทึบ ๔ เสา
ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมู ภาพเล่าเรื่อง
พุทธประวัติ เทพพนม ภาพเทวดา วิทยาธร
ครุฑคาบ นาคคาบ ออกเถา อมนุษย์ สัตว์หิมพานต์และลายกนกเปลวเครือเถาไขว้ (กท.๕๓)
ศิลปะ รัตนโกสินทร์
ไม้ ลายรดน้ำ
ขนาดสูง ๑๔๒ ซม. กว้าง ๙๗.๕ ซม.
ประวัติ ได้มาจากวัดอัมพวา กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๖๔
Manuscript Cabinet on pig-legged stand with scenes from the Life of the Buddha, celestial being with hands in prayer, figures of devata, vidyadhara, flamelike foliage with garuda's heads or naga's heads biting the stems, monsters, mythical creatures and a trellis of flame motifs and scrolling vine patterns interlocking bay. (BK.53, 105]
Rattanakosin style
Lacquered and giided wood and the decorative technique called Lai Rot Nam (splashed water pattern)
H. 142 cm. W. 97.5 cm.
From Wat Amphawa, Bangkok to the National Library on 15 August 1921
กท.๗๗ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๑๐๙)กท.๗๘ตู้เท้าสิงห์ (เลขที่เดิม ๑๐๗)
ฝีมือช่าง สมัยรัตนโกสินทร์
ประวัติ เดิมอยู่วัดนาคกลางวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย ตู้ลายรดน้ำ ตกแต่งภาพเล่าเรื่องอันเกี่ยวเนื่องด้วยองค์พระพุทธเจ้า ๓ ด้าน คือ ด้านหน้า ด้านข้างขวา ซ้าย ส่วนด้านหลังตกแต่งเป็นภาพสีวิจิตรทิวทัศน์ในป่า ด้านหลัง ตกแต่งเป็นภาพเขียนสีวิจิตรประกอบด้วยสีแดง เหลือง เขียว น้ำเงิน เทา และสีทอง ด้วยภาพทิวทัศน์ในป่า มีภาพภูเขา ชะง่อนหิน ต้นไม้ ตอนกลางตู้มีพรานป่า ๒ คน บนชะง่อนหิน แต่งกายโพกผ้าคล้ายพวกแขก ถือหน้าไม้ คนหนึ่งกำลังขึ้นหน้าไม้ คนหนึ่งกำลังชี้ลงมาเบื้องล่างให้มองดูกวางฝูงใหญ่ซึ่งอยู่ทางตอนล่าง ริมซ้าย มีเสือ ๑ ตัวกำลังกัดกินกวางเสาขอบตู้ ๓ ด้าน คือ ด้านหน้า ด้านข้างขวา ซ้าย ตกแต่งด้วยลายรักร้อยพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบ มีลายกรวยเชิงเป็นที่สุดตอนบนและตอนล่าง ด้านหลัง ตกแต่งด้วยภาพสีวิจิตรลายดอกพุดตานแบบประดิษฐ์อย่างใหม่คล้ายลายก้านต่อดอกขอบบน ขอบล่าง ๔ ด้าน ด้านหน้าและด้านข้างขวาซ้ายเขียนเป็นภาพลายรดน้ำ ด้านหลังเขียนเป็นภาพสีวิจิตรตกแต่งด้วยลายก้านต่อดอกเครือเถาใบเทศอยู่เหนือลายบัวท้องไม้ใต้ขอบล่าง ๓ ด้านทำเป็นไม้จำหลักนูนต่ำลายประแจจีนบนพื้นรักแดง ตัวลายทองทึบ ด้านหลังลงรักแดงทึบเชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์สืบต่อไปถึงขาตู้ซึ่งทำเป็นรูปปากสิงห์ ตกแต่ง ๓ ด้าน คือ ด้านหน้า ด้านข้างขวาซ้ายด้วยลายรดน้ำ เป็นลายดอกพุดตานเครือเถา เขียนรูปหน้าสิงห์ที่มุมบนของเท้าสิงห์ทั้ง ๓ ด้าน ที่เท้าสิงห์ทำเป็นนิ้วเล็บสิงห์เหยียบบนลูกแก้ว ตัวลูกแก้วลงรักแดงทึบ ด้านหลังตกแต่งด้วยภาพสีวิจิตรลายดอกพุดตานเครือเถาที่เท้าสิงห์ทำเป็นนิ้วเล็บสิงห์เหยียบบนลูกแก้ว
ตู้พระธรรม บนฐานสิงห์ ตกแต่งภาพเล่าเรื่อง
วัด ๓ แห่ง คือ วัดพระพุทธบาท
วัดพระแท่นดงรัง และวัดพระบาทชัย (กท.๗๘)
ศิลปะ รัตนโกสินทร์
ไม้ ลายรดน้ำ
ขนาด สูง ๑๕๓.๕ ซม. กว้าง ๙๒ ซม.
ประวัติได้มาจากวัดนาคกลางวรวิหาร เขตธนบุรี
กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๔๖๔
Manuscript Cabinet on lion-legged stand with the picture of three important Buddhist temples, namely, Wat Phra Buddhabat, Wat Phra Thaendongrang and Wat Phra Batchai. (BK.78, 107]
Rattanakosin style
Lacquered and gilded wood and the decorative technique called Lai Rot Nam (splashed water pattern)
H. 153.5 cm. W. 92 cm.
From Wat Nakklang Worawihan,
Bangkok to the National library
on 19 June 1921
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดน้อยทองอยู่ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันวัดน้อยทองอยู่ได้ยุบรวมไปกับวัดดุสิดารามในปี พ.ศ. ๒๔๘๘
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำ กนกเปลว เครือเถาตรง และกนกเปลวเครือเถาเลื้อยซึ่งเกี่ยวกระหวัดเถาตรง ครุฑคาบ นาคคาบ หน้าขบ ออกเถาหัวครุฑ หัวนาค ช่อเปลวหางโต เทพนมครึ่งตัว เทพรำครึ่งตัว เคล้าภาพสัตว์ ลิง นก กระรอก สัตว์หิมพานต์ และภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์
ด้านหลัง ลงรักดำทึบ ตลอดทั้งเสาขอบตู้ เสาขาตู้ ขอบบนและขอบล่าง
เสาขอบตู้ และเสาขาตู้ ๓ ด้านคือ ด้านหน้า ด้านข้าง ขวา ซ้าย ตกแต่งมุมเสาด้วยลายรักร้อยบัวร้อย
ขอบบน ขอบล่าง ตกแต่งด้วยลายประจำยามก้ามปูขาเดียวประดิษฐ์อย่างใหม่คล้ายลายเกลียว ขอบบนอยู่เหนือลายบัวรวน ขอบล่างอยู่ใต้ขอบบัวคว่ำทำเป็นลายบัวรวนส่วนใหญ่ลายลบเลือนเห็นเพียงลงรักดำทึบ
เชิงตู้ ทำเป็นขอบไม้ตรง ๆ มีหยักตรงกลาง ลงทองทึบ
ฝีมือช่าง : สมัยอยุธยา
ประวัติ : เดิมอยู่วัดกาญจนสิงหาศน์วรวิหาร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย : ตู้ลายรดน้ำลายกนกเปลวเครือเถาเคล้าลายก้านขดกนกเปลวและลายกนกเปลวเครือเถา ครุฑคาบ นาคคาบ ออกเถาหัวครุฑ หัวนาค เทพรำครึ่งตัว หัวคชสีห์ หัวราชสีห์ เคล้าภาพเทพเจ้า ภาพจับและภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์ มีหน้าขบ ภาพสัตว์ป่า สัตว์หิมพานต์ และภาพบุคคลยืนโดดเดี่ยว
เสาขอบตู้ ๔ ด้านตกแต่งด้วยลายรักร้อยบัวร้อยที่มุมเสา มีลายกาบพรหมสิงห์และกาบพรหมศร เป็นที่สุดตอนบนและตอนล่าง กึ่งกลางเสามีลายรูปประจำยามรัดอกและมีลายน่องสิงห์ขนาบข้างของเสาขอบตู้ ๓ ด้านคือด้านหน้า ด้านข้างขวา ซ้าย
เสาขาตู้ ตกแต่งมุมขาตู้ ๔ ด้าน เป็นลายกาบพรหมสิงห์
ขอบบน ขอบล่าง ลงทองทึบอยู่เหนือลายบัว
กท.๔๗ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๙๙)กท.๔๗ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๙๙)
ฝีมือช่าง สมัยรัตนโกสินทร์
ประวัติ เดิมอยู่วัดนางชี กรุงเทพมหานคร
ลักษณะลาย ตู้ลายรดน้ำ เขียนภาพพุทธประวัติและภาพเล่าเรื่อง ทศชาติ ด้านหลังเขียนภาพสีวิจิตร
ตอนบนเป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จสรงน้ำและทรงซักผ้าในสระน้ำ ตอนล่างเป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงปลงอสุภกรรมฐาน
เสาขอบตู้ เขียนลายก้านแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์และลายเชิงเฉพาะด้านหน้าและด้างข้างขาวซ้าย ส่วนด้านหลังเขียนลายรักร้อยพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศและลายเชิงเสาขาตู้ เขียนลายกรวยเชิง ขอบบน ขอบล่าง ด้านหน้าและด้านข้างขวาซ้ายเขียนลายประจำยามสลับกับลายดอก ๘ กลีบเขียนอยู่เหนือลายบัวกนก ส่วนด้านหลังลงทองทึบเชิงตู้ ทำเป็นรูปปากสิงห์ทั้ง ๔ ด้าน ด้านหน้าเขียนลายก้านขดออกเถาราชสีห์ คชสีห์ เคล้าภาพจับพระรบกับยักษ์ และลิงรบกับเสนายักษ์ ๒ คู่ เขียนภาพยักษ์และลิงยืนโดดเดี่ยวอยู่ที่ด้านข้างของเชิงตู้ และเขียนภาพเทพนมอยู่ในพุ่มทรงข้าวบิณฑ์อยู่เหนือจมูกสิงห์ ด้านข้างซ้ายเขียนภาพลายก้านขดออกเถาเทพนม และเขียนภาพเทพนมครึ่งองค์อยู่เหนือจมูกสิงห์ ด้านข้างขวาเขียนลายช่อกนกเปลวครุฑคาบเคล้าภาพนรปักษาไกรสรชายหญิง ๑ คู่และเขียนภาพหน้าขบอยู่เหนือจมูกสิงห์ ด้านหลังเขียนภาพพุ่มข้าวบิณฑ์อยู่เหนือจมูกสิงห์มีดารารายอยู่ข้างละ ๒ ดวง
ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมู เขียนภาพพุทธประวัติและภาพเล่าเรื่อง ทศชาติ (กท.๔๗)
ศิลปะ รัตนโกสินทร์
ไม้ ลายรดน้ำ
ขนาด สูง ๑๕๑.๕ ซม. กว้าง ๙๘ ซม.
ประวัติ ได้มาจากวัดนางชีโชติการาม เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
เมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๔
Manuscript Cabinet on pig-legged stand with scenes from the Life of the Buddha and scenes from the ten previous lives of the Buddha. [BK.47, 99]
Rattanakosin style
Lacquered and gilded wood and the decorative technique called Lai Rot Nam (splashed water pattern)
H. 151.5 cm. W. 98 Cm.
From Wat Nang Chi, Bangkok to the National
Library in 1921
กท.น.๑ นาฬิกาปารีส (ตู้นาฬิกา)กท.น.๑ นาฬิกาปารีส (ตู้นาฬิกา)
ฝีมือช่าง สมัยรัตนโกสินทร์
ประวัติ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานแก่หอพระสมุดวชิรญาณ ในโอกาสที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ครบรอบ ๒๕ ปี
ลักษณะลาย ตู้นาฬิกา ทำเป็นเรือนนาฬิการอบนอกอยู่ในทรงสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่บนฐาน ๓ ชั้น คือ ฐานปัทม์ ฐานสิงห์และฐานเขียง เขียนลายรดน้ำ ตกแต่ง ๓ ด้าน คือ ด้านหน้า เขียนภาพรามสูรชี้นิ้วไปที่ดวงแก้วซึ่งนางมณีเมขลาถือล่อไว้ ตอนล่าง เขียนภาพราหูกำลังอมจันทร์ และภาพป่าหิมพานต์ ด้านข้างขวาและด้านข้างซ้าย เขียนภาพเทวดา นางฟ้าร่ายรำ ตอนล่างเขียนภาพป่าหิมพานต์
เสาขอบตู้นาฬิกา ๓ ด้าน คือ ด้านหน้า ด้านข้าง ขวา ซ้าย ตกแต่งด้วยลายรักร้อยใบเทศภายในพุ่มข้าวบิณฑ์แบบประดิษฐ์อย่างใหม่ขอบบน ๓ ด้าน ตกแต่งด้วยลายรักร้อยใบเทศภายในพุ่มข้าวบิณฑ์แบบประดิษฐ์อย่างใหม่มีลายเชิงเป็นที่สุด ริมขวาซ้ายหลังคา ๓ ด้าน ทำเป็นซุ้ม ๓ ยอด ตกแต่งด้วยลายก้านขดกนกใบเทศเครือเถาไขว้ ด้านข้างเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ใบเทศ
นาฬิกา ปารีส
ลายภาพเมขลาล่อแก้วและรามสูรขว้างขวานสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานแก่หอพระสมุด วชิรญาณในโอกาสที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ครบรอบ ๒๕ ปี
Paris Clock
The goddess Mokhalā holds a magical gem to lure the Demon Rāmasūra who attempts to take the gem from her with his axe. Presented to the Vajirañāna Library by His late Royal Highness Prince Damrong Rājānubhab to commemorate his 25 year of tenure of the Ministry of Interior,
https://heritage.asean.org/view/NLT/NLT_PARISCLOCK#mode=browse