ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,093 รายการ
วันจันทร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๒๐ น. นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมด้วยนางสาวกนกวลี สุริยะธรรม ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง และนายมนตรี ธนภัทรพรชัย หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เข้ารายงานผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๔ เสนอต่อนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี
วันจันทร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมด้วยกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจรับงานงวดที่ ๒ โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ระบบปะปาและระบบไฟฟ้า อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
บรรยากาศนักท่องเที่ยวเข้าชมโบราณสถานปราสาทพนมวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
โดยปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกัน ควบคุม และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ อย่างเคร่งครัด
-ลงทะเบียน ณ จุดคัดกรอง
-ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย
-ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
-สวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา
-เจ้าหน้าที่หมั่นเช็ดทำความสะอาดราวจับหรือจุดสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมนิทรรศการ ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๔ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๕๘ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด
วันอาทิตย์ที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดห้องจัดแสดงนิทรรศการและบริเวณพิพิธภัณฑ์ เพื่อฆ่าเชื้อไวรัสโควิด - ๑๙ และป้องกันการแพร่ระบาด
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ดำเนินโครงการพิพิธภัณฑ์สัญจร เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ณ พิพิธภัณฑ์กู่แก้วสี่ทิศ วัดพระธาตุกู่แก้ว อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๒ และ ๒๖ - ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ กิจกรรมประกอบด้วย การเคลื่อนย้าย อนุรักษ์ จัดทำทะเบียนและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และวัตถุทางชาติพันธุ์ โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด
#พิพิธภัณฑ์กู่แก้วสี่ทิศ ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานกู่แก้วสี่ทิศหรือกู่บ้านหว้าน เป็นศาสนาสถาน เนื่องในศาสนาพุทธ วัฒนธรรมทวารวดี กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖ ประกอบด้วยโบราณสถาน ๔ หลัง หลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ อาทิ ลายปูนปั้นประดับโบราณสถาน ชิ้นส่วนยอดโบราณสถาน ศิลาจารึกอักษรปัลลวะ เป็นต้น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ดำเนินโครงการพิพิธภัณฑ์สัญจร เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ณ พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดบ้านปราสาท อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ ๑ - ๓ กันยายน ๒๕๖๔ กิจกรรมประกอบด้วย การเคลื่อนย้าย อนุรักษ์ จัดทำทะเบียนและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และวัตถุทางชาติพันธุ์
#พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดบ้านปราสาท ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับโบราณสถาน ปราสาทบ้านไพล ซึ่งเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ศิลปะลพบุรี(เขมรในประเทศไทย) กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ หลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ อาทิ ทับหลังจำหลักภาพบุคคลประทับเหนือหน้ากาลคายท่องพวงมาลัย ปัจจุบันเก็บรักษาและจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย นอกจากนี้บริเวณโดยรอบชุมชนยังพบภาชนะดินเผาวัฒนธรรมเขมรเป็นจำนวนมาก ซึ่งประชาชนได้นำมาถวายแก่วัดบ้านปราสาทเพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต่อไป
วันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินการตรวจดูแลโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย๑. ปราสาทบ้านพลวง อ.ปราสาท๒. ปราสาททนง อ.ปราสาท๓. ปราสาทตามอญ อ.บัวเชด๔. ปราสาทยายเหงา อ.สังขะ๕. ปราสาทหมื่นศรีน้อย อ.สำโรงทาบ๖. ปราสาทศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ๗. ปราสาทช่างปี่ อ.ศีขรภูมิและ ๘. คูเมืองกำแพงเมืองสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์เพื่อตรวจสอบความชำรุดเสียหายของโบราณสถานจากเหตุอุทกภัยรวมทั้งภัยอันตรายอื่นๆ และรายงานผลการตรวจสอบต่อสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขต่อไป
กรมศิลปากรเตรียมเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ๑๙ กันยายน ๒๕๖๔ พบโฉมใหม่ของการจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยทวารวดี กว่า ๒๖๐ รายการ รับชมผ่านระบบออนไลน์ ได้ทาง facebook fanpage กรมศิลปากร และ youtube กรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันพิพิธภัณฑ์ไทย ๑๙ กันยายน ๒๕๖๔ กรมศิลปากรกำหนดเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ในรูปแบบใหม่ผ่านทางสื่อออนไลน์ ตามแบบชีวิตวิถีใหม่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ภายหลังจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๓ ปี ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๒ จนกระทั่งถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ เพื่อปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายในใหม่ โดยจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยทวารวดี จำนวนกว่า ๒๖๐ รายการ อาทิ ธรรมจักร พระพุทธรูปทวารวดี จารึกวัดพระงาม เนื่องจากเมืองนครปฐมโบราณเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองในสมัยทวารวดี และเป็นเมืองสำคัญที่ตั้งอยู่ทางพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง – ท่าจีน จากทำเลที่ตั้งของเมืองนครปฐมโบราณที่มีความเหมาะสมต่อการตั้งเป็นบ้านเมือง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เมืองนครปฐม มีความเจริญรุ่งเรือง กลายเป็นเมืองขนาดใหญ่นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา โดยมีการพบหลักฐานโบราณวัตถุในสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รวบรวมจัดแสดงไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ การรวบรวมโบราณวัตถุที่พบที่เมืองนครปฐมครั้งใหญ่เกิดขึ้นในพุทธศักราช ๒๔๓๘ จากความ สนพระทัยในด้านประวัติศาสตร์ - โบราณคดีของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น โดยโบราณวัตถุที่รวบรวมได้ในระยะแรกถูกนำมาเก็บรักษาไว้บริเวณระเบียงคด รอบองค์พระปฐมเจดีย์ พุทธศักราช ๒๔๕๔ ได้เคลื่อนย้ายโบราณวัตถุดังกล่าวเข้าไปไว้ในวิหารด้านตรงข้ามพระอุโบสถ เรียกว่า “พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน” ต่อมากรมศิลปากรใช้พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์สร้างอาคารถาวรและเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุที่ได้จากการรวบรวมในครั้งนั้นมาจัดแสดงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๑๔ เป็นต้นมา โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์” ตลอดระยะเวลาในการให้บริการประชาชนมากว่า ๕๐ ปี ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ได้มีการปรับปรุงการจัดแสดงหลายครั้ง ครั้งล่าสุดในพุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีมาแล้ว ประกอบกับการรองรับโบราณวัตถุที่ค้นพบจากการดำเนินงานทางด้านโบราณคดีในเมืองนครปฐมที่พบหลักฐานทางโบราณคดีใหม่ ๆ มากมาย จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ขึ้น กรมศิลปากรหวังว่าการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ในครั้งนี้ จะทำให้ผู้ชมได้ เรียนรู้และมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ โบราณคดีและศิลปกรรมของไทย อีกทั้งเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความสนใจ ในการศึกษา “ทวารวดี” ในเมืองนครปฐมโบราณ อันเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางในทางวิชาการต่อไป