ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,470 รายการ

วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกันทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการและบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด - ๑๙ และเตรียมความพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวต่อไป


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 



                                                               แนะนำหนังสือหายาก E-bookธรรมาภิมณฑ์, รองอำมาตย์เอกหลวง(ถึก จิตรกถึก).  ประชุมลำนำ ประมวลกลอนกานต์ โคลงฉันท์.  พระนคร: โรงพิมพ์สำนัก           ทำเนียบนายกรัฐมนตรี, 2514. 


                                                        แนะนำหนังสือหายาก E-bookวรงค์ อิทธะรงค์.  ละครการเมือง เล่ม 1.  พระนคร: โรงพิมพ์บริษัทสหอุปกรณ์การพิมพ์, 2492


วันอังคารที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมฝึกอบรมวิทยากรส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ โดยนายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด และวิทยากรโดยนายอิทธิพร วันดี ผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาบุคลากร ผู้นำหรือผู้แทน ชุมชน องค์กร อำเภอ และภาคีเครือข่าย ให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ในการส่งเสริมคุณธรรม แก่ ชุมชน หน่วยงาน และอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดเชียงใหม่ อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกลุ่มเป้าหมายจากบุคลากร ผู้นำหรือผู้แทน ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ องค์กรคุณธรรมต้นแบบ อำเภอคุณธรรมต้นแบบ และภาคีเครือข่าย และข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ รวมมีจำนวนทั้งสิ้น ๗๐ รูป/คน ณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "โฉมใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี" ในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube กรมศิลปากร


          กรมศิลปากร ได้ดำเนินการจัดสร้างศูนย์บริการข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ก่อนเข้าไปเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม          ศูนย์บริการข้อมูล แบ่งการจัดแสดงออกเป็น ๓ ส่วน ประกอบด้วย           ส่วนที่ ๑ โถงต้อนรับ จัดแสดงข้อมูลเบื้องต้นของปราสาทสด๊กก๊อกธม สำหรับผู้เข้าชมที่มีเวลาจำกัดสามารถทำความรู้จักปราสาทสด๊กก๊อกธมโดยย่อ           ส่วนที่ ๒ ห้องฉายวิดีทัศน์ บอกเล่าเรื่องราวของปราสาทสด๊กก๊อกธมอย่างสังเขป ตั้งแต่การสร้างปราสาทเรื่อยมาจนถึงการบูรณะ           ส่วนที่ ๓ ห้องนิทรรศการ จัดแสดงเรื่องราวของปราสาทสด๊กก๊อกธมในแง่มุมต่าง ๆ ความรู้เกี่ยวกับ “ปราสาท” สถาปัตยกรรมวัฒนธรรมเขมร ความหมาย คติการสร้าง ที่มาของรูปแบบ ความสำคัญ วัสดุในการสร้าง แผนผัง รูปแบบ และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เนื้อหาของจารึกสด๊กก๊อกธมในบริบทต่าง ๆ รวมถึงการอนุรักษ์และบูรณะปราสาทสด๊กก๊อกธม ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านนิทรรศการสื่อผสม ทั้งป้ายคำบรรยาย หุ่นจำลองสามมิติ สื่อวีดีทัศน์ และการจัดแสดงโบราณวัตถุประเภทชิ้นส่วน เครื่องประดับสถาปัตยกรรม และองค์ประกอบต่างๆ          ศูนย์บริการข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป เปิดทุกวัน เวลา  ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. สอบถามเพิ่มเติม เฟสบุ๊ก: อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม หรือ โทร. ๐ ๓๗๕๕ ๐๔๕๔





วันอังคารที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา พร้อมด้วยนายชำนาญ กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน และนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธา นักโบราณคดีปฏิบัติการ เข้าร่วมประชุมชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการบูรณะซ่อมแซมอุโบสถวัดโคกพรม อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับนายอำเภอโนนไทย ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ จากนั้นลงพื้นที่ตรวจโบราณสถานปราสาทพนมวัน ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา




          กรมศิลปากร ขอเชิญชมนิทรรศการถาวร “ประณีตศิลป์สยาม ณ หมู่พระวิมาน พระราชวังบวร สถานมงคล” จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นเอก ศิลปะช่างหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์พระราชวังบวรสถานมงคล พร้อมแนะนำโบราณวัตถุ ๑๐ ชิ้นต้องชมในหมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          หมู่พระวิมาน พระมณเฑียรที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้ง รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หมู่พระวิมานมีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่เรียงกัน ๓ หลัง สำหรับประทับในฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน เชื่อมต่อกันด้วยมุขเป็นห้องหลังขวางทั้ง ๔ ทิศ รวมมีพระที่นั่ง ๑๑ องค์ ท้องพระโรง ๑ องค์ พุทธศักราช ๒๔๖๙ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานหมู่พระวิมาน พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ให้เป็นห้องจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร จนกระทั่ง พุทธศักราช ๒๕๕๕ กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) โดยมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ บูรณะอาคารต่าง ๆ ตลอดจนกลุ่มอาคารหมู่พระวิมาน และปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการถาวรให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ โดยหมู่พระวิมานใช้เป็นห้องจัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นเอกที่แสดงเอกลักษณ์อันวิจิตรของศิลปะช่างหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รวม ๑๔ ห้องจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้งานประณีตศิลป์ของชาติ โดยมีฉากหลังเป็นบรรยากาศสถาปัตยกรรมและกลิ่นอายของวิถีชีวิตวังหน้า ประกอบด้วย พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ท้องพระโรงวังหน้า มุขกระสัน ทางเชื่อมระหว่างมณเฑียรที่ประทับด้านในกับท้องพระโรง จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติยศ กรมพระราชวังบวนสถานมงคล พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร จัดแสดงเครื่องราชยาน คานหาม พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ จัดแสดงเครื่องสูง พระแท่นราชบัลลังก์และพระโธรน พระที่นั่งทักษิณาภิมุข จัดแสดงเครื่องมหรสพและการละเล่น พระที่นั่งวสันตพิมาน (บน) จัดแสดงเครื่องที่ประทับวังหน้า พระที่นั่งวสันตพิมาน (ล่าง) จัดแสดงเครื่องถ้วยในราชสำนัก พระที่นั่งปัจฉิมาภิมุข จัดแสดงเครื่องโลหะศิลป์ พระที่นั่งปฤษฎางคภิมุข จัดแสดงเครื่องสัปคับ มุขเด็จ จัดแสดงเครื่องไม้แกะสลัก พระที่นั่งอุตราภิมุข จัดแสดง อิสริยพัสตราภูษาภัณฑ์ พระที่นั่งพรหมเมศธาดา (ล่าง) จัดแสดงศิลปะเครื่องมุก พระที่นั่งพรหมเมศธาดา (บน) จัดแสดงเครื่องใช้ในพุทธศาสนา และพระที่นั่งบูรพาภิมุข จัดแสดงเครื่องศัสตราวุธโบราณ          ทั้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้แนะนำโบราณวัตถุ ๑๐ ชิ้นต้องชมในหมู่พระวิมาน ได้แก่๑. พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร (พระที่นั่งพุดตานวังหน้า) ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ กระทรวงวังส่งมา ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องเฉลิมพระเกียรติกรมพระราชวังบวรสถานมงคล มุขกระสัน พระที่นั่งพุดตาน            พระราชยานสำหรับเสด็จกระบวนพยุหยาตรา ใช้พลแบกหาม ๑๖ นาย สันนิษฐานว่ารัชกาลที่ ๔ พระราชทานแก่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นวังหน้าที่มีพระเกียรติยศเสมอพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่สอง ภายหลังจึงใช้เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศสำหรับพระมหาอุปราชและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร๒. พระที่นั่งราเชนทรยาน ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ สำหรับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงวังส่งมา ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องราชยานคานหาม พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร           พระที่นั่งราเชนทรยาน มีลักษณะเป็นทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจก ใช้พลแบกหาม ๕๖ นาย สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในเวลาเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนแห่อย่างใหญ่ที่เรียกว่า กระบวนพยุหยาตราสี่สาย เช่น ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และใช้ในการอัญเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิพระมหากษัตริย์ หรือพระโกศพระอัฐิพระบรมวงศ์จากพระเมรุท้องสนามหลวงเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง๓. กลองวินิจฉัยเภรี สมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๓๘๐ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ สำหรับร้องทุกข์ถวายฎีกา ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องพระแท่นราชบัลลังก์และพระโธรน           พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ เจ้าพระยาพระคลัง สร้างน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกลองวินิจฉัยเภรีที่ทิมดาบกรมวังในพระบรมมหาราชวัง สำหรับให้ราษฎรใช้ตีกลองร้องทุกข์ถวายฎีกา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปไว้ที่หอริมประตูเทวาพิทักษ์ และโปรดเกล้าฯ ให้เลิกวิธี “ตีกลองร้องฎีกา” เปลี่ยนเป็นเสด็จรับฎีการาษฎรด้วยพระองค์เองทุกวันโกนเดือนละ ๔ ครั้ง ที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ โดยโปรดเกล้าฯ ให้ตีกลองวินิจฉัยเภรีเป็นอาณัติสัญญาณ๔. ศีรษะหุ่นพระยารักน้อย พระยารักใหญ่ ศิลปะรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ กรมพิณพาทย์และโขนหลวงมอบให้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องนาฏดุริยางค์ พระที่นั่งทักษิณาภิมุข           ศีรษะหุ่นหลวงพระราม-พระลักษมณ์ คู่นี้ เรียกกันว่า พระยารักใหญ่ พระยารักน้อย แกะสลักจากไม้รัก เป็นฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ซึ่งทรงมีพระปรีชาชาญในการแกะสลักไม้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ออกแบบวัดเบญจมบพิตร ตรัสชมว่า “งามไม่มีหน้าพระอื่นเสมอสอง” ๕. แพลงสรงจำลอง ศิลปะรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๔๒๙ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชทาน เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๐ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องโลหศิลป์ พระที่นั่งปัจฉิมาภิมุข           แพลงสรงจำลอง ทำด้วยเงินกะไหล่ทองกับนาก สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงสร้างถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ในพระราชพิธีลงสรง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๙ พระราชพิธีลงสรงเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมพระนามาภิไธยตั้งพระนามพระราชกุมารที่ดำรงพระอิสริยยศชั้นเจ้าฟ้าอย่างเต็มตำราครั้งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฏหลักฐานการประกอบพระราชพิธีลงสรงเพียง ๒ ครั้งเท่านั้น ๖. สัปคับ สมัยรัตนโกสินทร์ ฝีมือช่างล้านนา ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕ (๑๕๐ ปีมาแล้ว) พระเจ้าอินทวิชยานนท์ ถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๒๐ พรรษา (พ.ศ. ๒๔๑๖) ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องสัปคับ พระที่นั่งปฤษฎางคภิมุข           สัปคับจำหลักงาช้าง ฝีมือช่างชั้นเยี่ยมชาวล้านนา ฉลุโปร่งเป็นลายพันธุ์พฤกษา นกยูง และรูปบุคคล ทั้งนี้เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๒๐ พรรษา มีเหตุการณ์สำคัญกล่าวคือ พระราชพิธีทรงผนวช เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๔๑๖ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๑๖ โดยทรงมีพระราชอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์ มิต้องมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินดังเดิม๗. ประตูพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ศิลปะรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๓๖๕ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องเครื่องไม้จำหลัก มุขเด็จทิศตะวันตก           เดิมเป็นบานประตูคู่กลางด้านหน้าพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงมีส่วนร่วมในการจำหลักด้วยพระองค์เอง ประตูจำหลักจากไม้แผ่นเดียวคว้านผิวลึกลงเป็นลวดลายพันธุ์พฤกษาตวัดเกี่ยวกันคล้ายกำลังเคลื่อนไหว สอดแทรกรูปสรรพสัตว์นานาพันธุ์ ลงรักปิดทองฝีมือประณีตงดงามอย่างยิ่ง ต่อมาในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ เกิดไฟไหม้บานประตูชำรุดบานหนึ่ง จึงได้นำบานประตูคู่กลางด้านหลังมาใส่ไว้แทน และถอดบานประตูเดิมนี้ออกเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร๘. ฉลองพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ สมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔ สมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องอิสริยพัสตราภูษาภัณฑ์ พระที่นั่งอุตราภิมุข           ฉลองพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ลักษณะเป็นเสื้อนอกแบบยุโรป ชายเสื้อยาว แขนยาว คอตั้ง และที่ปกเสื้อปักรูปพระมหามงกุฎ พระบรมราชสัญลักษณ์ในรัชกาลที่ ๔ ฉลองพระองค์นี้มีต้นแบบจากชุดเครื่องแบบทหารยุโรป อันแสดงถึงอิทธิพลวัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทในราชสำนักขณะนั้น ต่อมาในรัชกาลที่ ๕ จึงพัฒนาลวดลายปักที่เป็นแบบตะวันตกให้ผสมผสานกับลวดลายและฝีมือประณีตชั้นสูงของช่างไทยในราชสำนัก และใช้เป็นเครื่องแบบเต็มยศของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ ๙. ฉากไม้ลงรักประดับมุกพระพุทธเจ้าปางห้ามญาติ ขนาบข้างด้วยพระอัครสาวก ศิลปะรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔ สมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องเครื่องประดับมุก พระที่นั่งพรหมเมศธาดา (ล่าง)           ฉากไม้ประดับมุกภาพพระพุทธเจ้าปางห้ามญาติ ขนาบข้างด้วยพระอัครสาวกในซุ้มเรือนแก้ว ฉากประดับมุกนี้แสดงถึงความวิจิตรบรรจงของช่างไทยในการฉลุเปลือกหอยให้เป็นลวดลายชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนติดลงบนแผ่นไม้ แล้วใช้รักสมุกถมลงช่องว่างจนเกิดลวดลายสีขาวของเปลือกหอยตัดกับสีดำของยางรัก ฉากนี้ยังมีประวัติว่าได้นำไปจัดแสดงในนิทรรศการที่ต่างประเทศอยู่หลายวาระ อาทิ งานแสดงศิลปหัตถกรรมนานาชาติ ณ ชังป์ เดอมารส์ (Champ-de-Mars) ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ หรือ มหกรรมแสดงสินค้าโลก ที่เมืองเซนต์หลุยส์ มลรัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗ เป็นต้น ๑๐. กลองสำหรับพระนคร สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ (๒๐๐ ปีมาแล้ว) สมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ ห้องศัสตราวุธ พระที่นั่งบูรพาภิมุข           กลองทั้งสามใบนี้แต่เดิมอยู่ที่หอกลองประจำเมืองกรุงเทพฯ ที่สวนเจ้าเชตุ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) หอกลองมี ๓ ชั้น ชั้นล่าง “กลองย่ำพระสุริย์ศรี” ใช้สำหรับตีบอกสัญญาณย่ำรุ่ง-ย่ำค่ำ เวลาเปิดปิดประตูเมือง ชั้นกลาง “กลองอัคคีพินาศ” ใช้สำหรับตีบอกสัญญาณเมื่อเกิดอัคคีภัย และกลองชั้นสุดบน “กลองพิฆาตไพรี” ใช้สำหรับตีบอกสัญญาณเมื่อมีข้าศึกมาประชิดเมือง และเมื่อมีการใช้นาฬิกาแพร่หลายพ้นสมัยการตีกลองให้สัญญาณ จึงย้ายกลองทั้งสามใบนี้ไปยังหอนาฬิกาศาลสถิตยุติธรรม และหอนาฬิกาศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมตามลำดับ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๕๔ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาเก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถาน          ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการถาวร “ประณีตศิลป์สยาม ณ หมู่พระวิมาน พระราชวังบวร สถานมงคล” เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ทุกวัน (ปิดวันจันทร์และอังคาร) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อัตราค่าเข้าชม คนไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓


black ribbon.