ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,150 รายการ

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมนิทรรศการ "อิสระ สดชื่น ศรัทธา" การแสดงผลงานของคณาจารย์สาขาจิตรกรรม ภาควิชาวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1 - 30 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00 - 16.00 น. ทุกวันพุธ - อาทิตย์  (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ อาคารนิทรรศการ 6  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2566 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป


          เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปีพุทธศักราช 2566 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ได้จัดกิจกรรรมบรรยาย “ศาสตร์แห่งการอนุรักษ์ : ภาพวาดสีน้ำมันสำเนาแห่งอดีต”  เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และทางด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุประเภทภาพวาดสีน้ำมัน ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิธีการอนุรักษ์จิตรกรรมผ่าน ภาพวาดสีน้ำมันที่จัดแสดง ณ พระที่นั่งจันทรพิศาล จำนวน 3 ภาพ ซึ่งล้วนเป็นภาพแสดงเหตุการณ์สำคัญและบุคคลสำคัญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์ผู้ปรีชาแห่งกรุงศรีอยุธยา           1. ภาพสมเด็จพระนารายณ์รับราชสาสน์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จาก เชอวาเลีย เดอโชมองต์ วาดเมื่อพ.ศ. 2509 โดยอาจารย์จำรัส  เกียรติก้อง ศิลปินเอกด้านภาพเหมือน           2. ภาพออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) วาดโดยอาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปีพุทธศักราช 2549                      3. ภาพคณะราชทูตในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ถวายพระราชสาสน์ที่สำนักวาติกัน สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือศิลปินชาวต่างชาติ           กิจกรรมในครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม 2566 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนที่ QR CODE ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ภายในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2566 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 036-411-458 ต่อ 107, 090-426-1284 หรือ Inbox Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ : King Narai National Museum หรือลงทะเบียนกดที่นี่ https://forms.gle/mHoGcPJZnxpLo8r66


          อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กำหนดจัดกิจกรรมบรรยายทางวิชาการแก่บุคลากรทางการศึกษา หัวข้อเรื่อง “แหล่งตัดศิลาแลงเมืองกำแพงเพชร” ในวันที่ ๓, ๔, ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีเมืองกำแพงเพชร ให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ณ โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร            กำแพงเพชร เป็นชื่อเมืองโบราณในเขตจังหวัดกำแพงเพชร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำปิงในปัจจุบัน ที่พบร่องรอยหลักฐานด้านโบราณคดีที่แสดงถึงพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน มีชุมชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยตลอดสองฟากฝั่งของแม่น้ำปิง มีการรับส่งอิทธิพลจากสังคมภายนอกสู่พื้นที่เมืองกำแพงเพชรและพัฒนาขึ้นกลายเป็นบ้านเมืองที่มีขนาดใหญ่ ทั้งในวัฒนธรรมสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๐) ที่เมืองกำแพงเพชรมีฐานะเป็นหัวเมืองของกรุงสุโขทัยและในช่วงวัฒนธรรมอยุธยา (พุทธศตวรรษที่ ๒๐ ในฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ปัจจุบันเมืองกำแพงเพชรยังคงปรากฏหลักฐานทางด้านโบราณคดี ทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมากที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ของแผ่นดินเมืองกำแพงเพชร ตลอดจนเป็นสิ่งเตือนใจให้คนในปัจจุบันได้ระลึกถึงความรู้ทางเทคนิควิทยาและงานฝีมือศิลปกรรมในรูปแบบของสกุลช่างเมืองกำแพงเพชรได้อย่างโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน           ด้วยความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญ รวมทั้งการธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมเมือง กำแพงเพชรให้คงอยู่ยั่งยืนเป็นหลักฐานแสดงอารยธรรมของประเทศไทยสืบไป กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการ อนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดขอบเขตโบราณสถานตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๘๕ ตอนที่ ๔๑ วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๑๑ และดำเนินการจัดตั้งเป็นโครงการอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรในพื้นที่ ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโบราณสถานนอกเขตกำแพงเมืองด้านทิศเหนือหรือเขตอรัญญิก พื้นที่ ๑,๖๑๑ ไร่ มีโบราณสถาน จำนวน ๓๐ แห่ง และกลุ่มโบราณสถานภายในเขตกำแพงเมืองพื้นที่ ๕๐๓ ไร่ มีโบราณสถาน จำนวน ๓๖ แห่ง โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๔           ความสำคัญของเมืองโบราณกำแพงเพชรในฐานะที่เป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ของชนชาติไทย เป็นหลักฐานที่แสดงถึงอารยธรรมและความโดดเด่นอันชาญฉลาดของมนุษย์ในอดีตที่ยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบันองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) จึงได้ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกภายใต้ชื่อ "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร" (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ ๑๕ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๔ ที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนิเซีย            ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของจังหวัดกำแพงเพชร มีนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ เฉลี่ยประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คนต่อปี โดยมีอัตราส่วนเป็นชาวไทย ๙๕ % และชาวต่างชาติ ๕ % รวมทั้งมี แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเนื่องจากได้รับประชาสัมพันธ์และการสนับสนุนการท่องเที่ยวจากกลุ่มจังหวัดหน่วยงานราชการและภาคเอกชนในจังหวัดกำแพงเพชร            อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ซึ่งมีภารกิจหน้าที่สำคัญ ในการศึกษา ค้นคว้าและทำนุบำรุงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ อีกทั้งการสืบทอดและเผยแพร่องค์ ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและบทบาทของประชาชนที่จะร่วมกันในการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย            อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จึงได้จัดการบรรยายทางวิชาการประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ แก่บุคลากรทางการศึกษาในท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินงานที่สอดรับกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ แนวการจัดการศึกษามาตรา ๒๕ ที่ว่า “รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้ง แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวน พฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์กีฬาและนันทนาการแหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้ อย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ” เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีอีกทั้งยังเป็น ปลูกฝังให้บุคลากรทางการศึกษาได้ตระหนักในคุณค่า เห็นความสำคัญและร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติสืบไป


          หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตรัง ขอเชิญชวนน้อง ๆ ที่มีอายุระหว่าง 8 - 12 ปี เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน "สารานุกรมสวนสัตว์" ในวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.00 - 14.30 น. ณ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง เตรียมพบกับกิจกรรมการแข่งขันการหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ ผ่านการอ่านหนังสือสารานุกรม ฉบับเยาวชน พร้อมลุ้นรับของรางวัล           รีบสมัครด่วน! รับจำนวนจำกัด เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 โทร. 09 5037 4036 หรือทาง Facebook : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง https://www.facebook.com/nltrang.finearts


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมสดับพระธรรมเทศนา เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา ตามรอยธรรมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันธรรมสวนะ ตลอดเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๖ (วันที่ ๒, ๑๐, ๑๗, ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖) ตั้งแต่เวลา ๑๒.๐๐ น. ณ หอจตุเวทปริพัจน์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี           สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๒๒๔๒ ๕๖๐๐ Facebook : พระนครคีรี กรมศิลปากร / Phra Nakhon Khiri, The Fine Arts Department


การดำเนินงานโครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานปราสาทพนมวัน ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ ๑-๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ได้ดำเนินการ ดังนี้ - ตัดแต่งหินใหม่พร้อมนำขึ้นติดตั้งชุดหน้าบันประตูเชื่อมระหว่างโคปุระและระเบีนงคตด้านทิศตะวันออก - ตัดแต่งหินใหม่ใส่เสริมส่วนของมุมระเบียงคตด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ - ก่ออิฐใหม่เสริมส่วนของหน้าต่างระเบียงคตด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ทิศตะวันออกด้านใน)


ในสมัยก่อนสำหรับความเป็นมาในการถ่ายทำภาพยนตร์ ทางทีมงานกองถ่ายแบบวสุวัตมีเครื่องถ่ายทำที่มีน้ำหนักอย่างมาก ไม่สามารถยกไปมาตามชอบหรือถ่ายทำแบบพลิกแพลงได้โดยง่าย และสำหรับการอัดเสียงบางครั้งก็ถูกอากาศเข้าไปแทรกทำให้ได้เสียงไม่ชัด นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่าง คือต้องถ่ายภาพกับเสียงควบคู่กันไปบนฟิล์ม และการล้างให้ได้ภาพชัด บางทีเสียงก็มักเสียหายไม่ชัดเจน ดังนั้นต้องประคองภาพและเสียงให้ควบคู่ไปด้วยกัน ภาพยนตร์เสียงศรีกรุงกับภาพยนตร์เรื่องหลงทางเป็นเรื่องแรกของสยาม เป็นบทประพันธ์ของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) โดยภาพยนตร์เป็นแนวดราม่าและเพลง มีเรื่องราวกล่าวถึง นายแสวง พืชผล แต่งงานกับยอดมิ่ง มีบุตรหนึ่งคนชื่อยอดขวัญ ประกอบอาชีพกสิกรรม วันหนึ่งแสวงเดินทางเข้าสู่พระนครเพื่อซื้อเครื่องมือมาใช้ในกิจการ โดยพักอยู่กับจำนง สุขนคร เพื่อนรักซึ่งอาศัยที่พระนคร จำนงชักนำให้แสวงรู้จักกับฟองสวาท แต่แสวงหลงรักฟองสวาทอย่างหัวปักหัวปำและไม่หันหลังกลับไปทำอาชีพกสิกรรม โดยยอมมาทำงานในพระนคร และพาฟองสวาทมาอยู่ร่วมกันแต่ฟองสวาทใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ไม่นานนักแสวงก็หมดเงิน ฟองสวาทจึงตีตัวออกห่าง แสวงต้องออกจากงานต้องทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสทำให้เขาหวนนึกถึงยอดมิ่งที่เคยพึ่งพิง จึงกลับไปที่บ้านทุ่งเพื่อหาเมียรักซึ่งคอยเขาอยู่ที่นั่น... เรียบเรียงและรวบรวมโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ แหล่งอ้างอิง : คน ฝั่งธน.  บัวบังใบ วาสนา ทองศรี ขับร้อง / วงเครื่องสายฝรั่ง ศรีกรุง ( ภาพยนตร์เรื่อง หลงทาง /พ.ศ. ๒๔๗๔ ). [ออนไลน์].           สืบค้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖, จาก https://www.youtube.com/watch?v=mselNFsyQes, ๒๕๖๕. คน ฝั่งธน. เพลงภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ฮอลลีวู้ดเมืองไทย ( เพลงจากซีดี ). [ออนไลน์].          สืบค้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖, จาก https://www.youtube.com/watch?v=6aP82WBig_A, ๒๕๖๔. โดม สุขวงศ์.  หลงทางและคดีหลงทาง.กรุงเทพฯ : รุ่งวัฒนา, ๒๕๓๒. ไทยบันเทิง.  หลงทาง (2475). [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖, จาก https://thaibunterng.fandom.com/th/wiki/หลงทาง_(2475)


ในสมัยก่อนสำหรับความเป็นมาในการถ่ายทำภาพยนตร์ ทางทีมงานกองถ่ายแบบวสุวัตมีเครื่องถ่ายทำที่มีน้ำหนักอย่างมาก ไม่สามารถยกไปมาตามชอบหรือถ่ายทำแบบพลิกแพลงได้โดยง่าย และสำหรับการอัดเสียงบางครั้งก็ถูกอากาศเข้าไปแทรกทำให้ได้เสียงไม่ชัด นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่าง คือต้องถ่ายภาพกับเสียงควบคู่กันไปบนฟิล์ม และการล้างให้ได้ภาพชัด บางทีเสียงก็มักเสียหายไม่ชัดเจน ดังนั้นต้องประคองภาพและเสียงให้ควบคู่ไปด้วยกัน ภาพยนตร์เสียงศรีกรุงกับภาพยนตร์เรื่องหลงทางเป็นเรื่องแรกของสยาม เป็นบทประพันธ์ของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) โดยภาพยนตร์เป็นแนวดราม่าและเพลง มีเรื่องราวกล่าวถึง นายแสวง พืชผล แต่งงานกับยอดมิ่ง มีบุตรหนึ่งคนชื่อยอดขวัญ ประกอบอาชีพกสิกรรม วันหนึ่งแสวงเดินทางเข้าสู่พระนครเพื่อซื้อเครื่องมือมาใช้ในกิจการ โดยพักอยู่กับจำนง สุขนคร เพื่อนรักซึ่งอาศัยที่พระนคร จำนงชักนำให้แสวงรู้จักกับฟองสวาท แต่แสวงหลงรักฟองสวาทอย่างหัวปักหัวปำและไม่หันหลังกลับไปทำอาชีพกสิกรรม โดยยอมมาทำงานในพระนคร และพาฟองสวาทมาอยู่ร่วมกันแต่ฟองสวาทใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ไม่นานนักแสวงก็หมดเงิน ฟองสวาทจึงตีตัวออกห่าง แสวงต้องออกจากงานต้องทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสทำให้เขาหวนนึกถึงยอดมิ่งที่เคยพึ่งพิง จึงกลับไปที่บ้านทุ่งเพื่อหาเมียรักซึ่งคอยเขาอยู่ที่นั่น... เรียบเรียงและรวบรวมโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ แหล่งอ้างอิง : คน ฝั่งธน.  บัวบังใบ วาสนา ทองศรี ขับร้อง / วงเครื่องสายฝรั่ง ศรีกรุง ( ภาพยนตร์เรื่อง หลงทาง /พ.ศ. ๒๔๗๔ ). [ออนไลน์].           สืบค้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖, จาก https://www.youtube.com/watch?v=mselNFsyQes, ๒๕๖๕. คน ฝั่งธน. เพลงภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ฮอลลีวู้ดเมืองไทย ( เพลงจากซีดี ). [ออนไลน์].          สืบค้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖, จาก https://www.youtube.com/watch?v=6aP82WBig_A, ๒๕๖๔. โดม สุขวงศ์.  หลงทางและคดีหลงทาง.กรุงเทพฯ : รุ่งวัฒนา, ๒๕๓๒. ไทยบันเทิง.  หลงทาง (2475). [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖, จาก https://thaibunterng.fandom.com/th/wiki/หลงทาง_(2475)


          สำนักการสังคีต ขอเชิญชมการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด “มารทะนงสงคราม” ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ เริ่มจำหน่ายบัตร ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป           วันเสาร์ที่ ๑๙ และ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี บัตรราคา ๘๐, ๖๐, ๔๐ บาท  สอบถามเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๔, ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๖           วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา บัตรราคา ๑๐๐, ๘๐, ๖๐, ๔๐ บาท  สอบถามเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๔๔๔๖ ๖๒๐๒, ๐ ๔๔๔๖ ๖๒๐๓   เนื้อเรื่องการแสดงโขน  ชุด มารทะนงสงคราม           กล่าวถึงนนทุก  อสูรเทพบุตร  มีหน้าที่ล้างเท้าอยู่เชิงบันไดเขาไกรลาส  ถูกเหล่าเทวดา นางฟ้า  กลั่นแกล้ง  ถอนผมจนหัวล้าน เกิดความโกรธแค้นจึงขึ้นไปขอพรพระอิศวรให้นิ้วชี้เป็นเพชร ชี้ใครให้ถึงความตาย  ครั้นได้นิ้วเพชรตามต้องการก็กำเริบฤทธิ์  ใช้ชี้สังหารเทวดา นางฟ้า บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก  พระนารายณ์ทราบข่าว วางอุบายแปลงเป็นนางเทพอัปสร  มาลวงนนทุกใช้นิ้วเพชรชี้ขาตนเองหัก  นนทุกรู้ว่าต้องอุบายพระนารายณ์  ก็กล่าวตัดพ้อ  ว่ามีถึงสี่มือถือทรงเทพอาวุธศักดา  แต่ไม่กล้ามาสู้ซึ่ง ๆ หน้า  พระนารายณ์จึงให้สัจจะแก่นนทุก  ให้ชาติหน้าไปเกิดเป็นพญายักษ์ผู้เรืองฤทธิ์ มีสิบหน้า ยี่สิบมือ พระองค์จะอวตารเป็นมนุษย์ตามไปผลาญชีวิต  ฝ่ายนนทุกก็จองอาฆาตพระนารายณ์ให้ได้รับความทุกข์ลำเค็ญพรากจากสิ่งที่รัก  เมื่อต่างให้สัจจะซึ่งกันและกันแล้ว  พระนารายณ์ก็สังหารนนทุกถึงแก่ความตาย           จากสัจจะแรงอาฆาตก็มาอุบัติในชาติใหม่บนโลกมนุษย์  เมื่อพระนารายณ์อวตารมาเป็นพระราม นนทุกมาจุติเป็นทศกัณฐ์ลอบลักนางสีดาพาไปไว้ยังกรุงลงกา  พระรามพร้อมด้วยพระลักษมณ์น้องชายต้องเดินป่าติดตามจนมาพบหนุมาน  นำไพร่พลวานรมาถวายเป็นข้าทหาร  พระรามจึงยกกองทัพข้ามมหาสมุทรไปกรุงลงกาเพื่อชิงนางสีดาคืน   ฝ่ายทศกัณฐ์ครั้นทราบข่าวจึงบัญชาใช้เสนายักษ์  ไปแจ้งข่าวศึกลงกาแก่พญามังกรกัณฐ์  เจ้าเมืองโรมคัล ผู้เป็นพระราชนัดดา (หลาน) ให้ยกทัพมาช่วยรบ  มังกรกัณฐ์แผลงศรไปต้องเกราะพระรามขาด  พระราม  ทรงแผลงศรไปทำลายคันศรมังกรกัณฐ์หัก  พญายักษ์เกิดหวาดกลัวเหาะหนีไปแอบในกลีบเมฆ  แปลงกายเป็นหลายตน   แต่ไม่พ้นอำนาจศรของพระรามแผลงมาต้องอกมังกรกัณฐ์สิ้นชีวิต          ฝ่ายแสงอาทิตย์ พญายักษ์ อุปราชเมืองโรมคัล  รู้ข่าวมังกรกัณฐ์พี่ชายถูกพระรามฆ่าตายก็เสียใจโกรธแค้น  ยกกองทัพพร้อมด้วยพิจิตรไพรีผู้เป็นพี่เลี้ยงมาทำสงครามกับพระราม  พระรามรู้ฤทธิ์เดชแสงอาทิตย์จากพิเภกว่ามีแว่นวิเศษเป็นอาวุธ  จึงบัญชาใช้องคตแปลงร่างเป็นพิจิตรไพรี  ไปลวงเอาแว่นสุรกานต์ที่ฝากพระพรหมไว้มาทำลาย  จากนั้นพระรามก็ยกกองทัพออกทำสงคราม  แสงอาทิตย์รบสู้พระรามไม่ได้สั่งให้พิจิตรไพรี  ขึ้นไปขอแว่นวิเศษที่ฝากจากพระพรหมนำมาส่องสังหารศัตรู  แต่พอรู้ว่าถูกข้าศึกวางกลลวงเอาแว่นไปแล้ว  แสงอาทิตย์ยิ่งแค้นใจเข้าสู้รบ  จนถูกพระรามแผลงศรผลาญชีวิตตายตามมังกรกัณฐ์ผู้เป็นพี่ชายไป  


วันศุกร์ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จันทะลุน บรรณารักษ์ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยบรรณารักษ์ เข้าร่วมพิธีเปิดงานเชียงใหม่ บุ๊คแฟร์ ครั้งที่ ๘ ณ เชียงใหม่ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต พร้อมทั้งร่วมจัดกิจกรรม “แต้มสี เติมสรรค์ ตุ๊กตาปูนปั้น กับหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่” ภายในงานครั้งนี้ด้วย







black ribbon.