ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,370 รายการ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จังหวัดปทุมธานี
วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๙ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดปทุมธานี และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ
โอกาสนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กราบบังคมทูลเบิกผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๘ จำนวน ๑๘ ราย เข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าภายในอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการความเป็นมาของกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ อาทิ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โลหะวัตถุ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์จิตรกรรม ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุขนาดใหญ่ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทชุ่มน้ำ
กรมศิลปากรได้น้อมนำกระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับแนวทางการกําจัดสนิมพระแสงขรรค์เมื่อแรกพบจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้นทางการจัดตั้งงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุของกรมศิลปากร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๓ พร้อมจัดสร้างอาคารซ่อมสงวนรักษาศิลปโบราณวัตถุ ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กระทั่งปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมศิลปากร เริ่มจัดสร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แห่งใหม่อยู่คู่กับอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพื้นที่ศูนย์ราชการกรมศิลปากร ตําบลคลองห้า อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อรองรับเทคโนโลยีสนับสนุนการศึกษาวิจัยและอุปกรณ์เครื่องมือด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุที่ทันสมัยขึ้น
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในรวม ๓,๓๔๗ ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารปฏิบัติการหลัก สูง ๔ ชั้น แบ่งเป็นส่วนปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และส่วนปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ อาคารอนุรักษ์โบราณวัตถุ ประเภทชุ่มน้ำ สําหรับอนุรักษ์โบราณวัตถุที่พบจากพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ มีระบบควบคุมอากาศที่ดี เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น และมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่บริการความรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องประชุม และโถงนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ถือเป็นการยกระดับงานวิทยาศาสตร์และการศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่ครบถ้วน มีมาตรฐานระดับสากล และยังเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการปฏิบัติการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และทรัพยากรสารสนเทศด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนานาชาติที่ทันสมัย เพื่อให้บริการประชาชน และเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมระดับภูมิภาคต่อไป
วิหารทับเกษตร เป็นระเบียงที่มีหลังคาคลุมรอบฐานสี่เหลี่ยมของพระบรมธาตุเจดีย์ ดังนั้น บางครั้งคนในท้องถิ่นจึงเรียกระเบียงนี้ว่า “ระเบียงตีนธาตุ” ซึ่งหมายถึงระเบียงที่ฐานของพระบรมธาตุเจดีย์ ทางเดินเวียนรอบที่ถูกปกคลุมโดยวิหารนี้ได้รับการสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 13 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 15 พร้อมกับการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ช่วงแรก และเช่นเดียวกับพระบรมธาตุ ทางเดินเวียนนี้ได้รับการบูรณะในช่วงเวลาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
วิหารนี้มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมล้อมรอบฐานของพระบรมธาตุทั้งสี่ด้าน โดยยื่นออกจากฐานของเจดีย์ซึ่งมีความกว้าง 3.60 เมตร และหลังคามีความสูง 5.80 เมตร หลังคาลาดลงจากทางเดินเวียนรอบองค์ระฆังไปยังเสาอิฐ จำนวน 11 ต้น ในแต่ละด้าน และเว้นระยะห่างกัน 2.75 เมตร ส่วนบนของหลังคาทำจากไม้ โดยในช่วงแรกหลังคาอาจถูกมุงด้วยใบจาก แต่ในภายหลังใช้กระเบื้องดินเผาแทน วิหารแห่งนี้ทำให้เกิดทางเดินยาวใต้หลังคาที่ล้อมรอบพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับทำกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ เช่น การเดินประทักษิณ การบูชาพระบรมสารีริกธาตุประจำวัน การเวียนเทียน ฟังธรรม สวดมนต์ และการเดินจงกรม
การออกแบบวิหารทับเกษตรซึ่งปรับให้เหมาะสมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มักมีฝนตกหนัก ทำให้สามารถปกป้องประติมากรรมช้างและพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นและมีคุณค่ามากที่สุดของวิหาร การสร้างหลังคาคลุมเพื่อป้องกันจึงเป็นมาตรการที่เหมาะสมและจำเป็น นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ในทางปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์ ผู้ศรัทธา และผู้แสวงบุญที่มาสักการะพระบรมธาตุเจดีย์อีกด้วย สถาปัตยกรรมลักษณะนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีฝนตกชุก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวัดอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ เช่น วัดพะโคะในจังหวัดสงขลา
#หนังสือกรมศิลป์น่าอ่าน วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง "#ช่างไทยสิบหมู่ : ช่างเขียน".หนังสือเล่มนี้รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับ “งานช่างเขียนไทย” ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของงานช่างทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรมหรือประณีตศิลป์.สำนักช่างสิบหมู่ได้ถ่ายทอดทั้งประสบการณ์และกระบวนการทำงานอย่างละเอียด ชี้ให้เห็นว่าช่างเขียนคือผู้วางโครงสร้าง กำหนดรูปแบบ และออกแบบลวดลายให้ถูกต้องงดงาม ก่อนที่งานช่างประเภทอื่นจะเริ่มต้นขึ้น.เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ประวัติความเป็นมา วิธีการปฏิบัติงาน ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจบทบาทของ “ช่างเขียน” ในฐานะผู้ออกแบบและผู้กำหนดทิศทางของงานช่างอย่างแท้จริง.นอกจากจะเป็นแหล่งความรู้แล้ว หนังสือเล่มนี้ยังมุ่งเน้นการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาเชิงช่างไทยให้คงอยู่ พร้อมเป็นคู่มือสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด และร่วมกันรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติอย่างยั่งยืน.ผู้สนใจอ่านได้ที่ #ห้องค้นคว้า ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ.บรรณานุกรมกรมศิลปากร. สำนักช่างสิบหมู่. ช่างไทยสิบหมู่ : ช่างเขียน. กรุงเทพฯ: กรม, 2564.เลขเรียกหนังสือ: ศก 709.593 ช472.แนะนำโดย นางแพรว ธนภัทรพรชัย เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงานกราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ#NLTKORAT #ช่างเขียน #ศิลปกรรมไทย #ภูมิปัญญาช่างไทย #มรดกวัฒนธรรม #กรมศิลปากร #องค์ความรู้ #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #หนังสือดีบอกต่อ
ดูน้อยลง
แนะนำหนังสือการท่องเที่ยว
เรื่อง สมุดภาพนครน่าน
สำนักหอสมุดแห่งชาติ
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
ขอแนะนำหนังสือการท่องเที่ยว
เรื่อง สมุดภาพนครน่าน
แนะนำหนังสือโดย
นางสาวทรายทอง อุ่นนันกาศ
บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมภาพประวัติศาสตร์ของจังหวัดน่าน ชุมชนเมืองต่าง ๆ ที่สำคัญเจริญรุ่งเรืองในอดีต นำเสนอผ่านภาพเก่า ตั้งแต่จังหวัดน่านในยุคแรกๆ มีลักษณะภาพขาว-ดำ ก่อน พ.ศ. 2520 ซึ่งได้คัดเลือกเฉพาะภาพที่ทรงคุณค่าและมีความงดงาม เพื่อนำมาจัดพิมพ์ เช่น สถาบันพระมหากษัตริย์ สถานที่ เหตุการณ์ บุคคลสำคัญ งานประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองน่าน
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 9 ตอน: ตอนแรกกล่าวถึงจังหวัดน่าน: พัฒนาการทางประวัติศาสตร์และสังคมเมือง ตอน 2 ภาพการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดน่าน เช่น เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรจังหวัดน่าน พ.ศ. 2501 ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตอน 3 ภาพเก่าเมืองน่านยุคแรก เช่น ชุดภาพคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดน พ.ศ. 2558 ภาพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เสด็จเมืองน่าน พ.ศ. 2449 ตอน 4 ภูมิสถานบ้านเมือง เช่น ภาพกำแพงเมืองนครน่าน ภาพพระธาตุแช่แห้ง ภาพวัดพระธาตุเขาน้อย ภาพเก่าเมืองน่าน พ.ศ. 2490 ตอน 5 ประเพณีและวิถีชีวิต เช่น ภาพประเพณีแห่ครัวตาน ภาพงานฉลองมงคลสมรสชาวเมืองน่าน ตอน 6 ผู้คนเมืองน่าน ภาพถ่ายหมู่ ตอน 7 ภาพพระสงฆ์เมืองน่าน ตอน 8 จิตรกรรมฝาผนังเมืองน่าน เช่น ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง วัดภูมินทร์ ภาพเขียนตำราโหราศาสตร์ วัดนาเหลืองใน และส่วนท้าย มรดกเมืองน่าน ประกอบด้วย ภาพพระพุทธนวราชบพิตร ศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และประเพณีแข่งเรือยาวหัวพญานาคเมืองน่าน
ท่านใดสนใจหนังสือที่แนะนำสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ห้องบริการหนังสือประเทศไทย หนังสือนานาชาติ และราชกิจจานุเบกษา
อาคาร 1 ชั้น 3 สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
บรรณานุกรม
กันต์ พูนพิพัฒน์, เอนก นาวิกมูล และธงชัย ลิขิตพรสวรรค์, บรรณาธิการ. สมุดภาพนครน่าน = The city
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 12 ฉบับที่ 676 (28 ก.พ.2513)ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2513ลักษณะวัสดุ 12 หน้า. : กว้าง 40 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา ไทย
ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 66
หัวเรื่อง : พระร่วง
หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- กรุงสุโขทัย
ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- กรุงธนบุรี
ละม่อม เศรษฐบุตร
คำค้น : -
รายละเอียด : นางน้อม กรณีศรีสำรวจ พิมพ์แจกในงานประชุมเพลิงศพ นางละม่อม เศรษฐบุตร ณ วัดจักรวรรดิราชาวาส วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2480
ผู้แต่ง : -
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์เดลิเมล์
ปีที่พิมพ์ : 2480
วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : กรมศิลปากร
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือเล่มนี้รวบรวมเอกสารและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ 4 เรื่อง ได้แก่ จดหมายเหตุรายวันทัพสมัยกรุงธนบุรีเกี่ยวกับการศึกปราบเมืองพุทไธมาศและเขมร พ.ศ. 2314, เรื่องจุลยุทธการวงศ์ที่กล่าวถึงพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยและเหตุการณ์ต่อถึงต้นกรุงศรีอยุธยา, ตำนานพระร่วงสุโขทัยจากคำให้การชาวกรุงเก่า และเทศนาจุลยุทธการวงศ์ ที่สรุปพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาจนถึงเสียกรุง พ.ศ. 2310 และเชื่อมถึงสมัยกรุงธนบุรีกับต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 80323 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
959.304
ป247ล
ผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท. สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ. พระยาพรหมโวหาร หรือ พญาพรม เดิมชื่อว่า พรมมินทร์ มีเชื้อสายของตระกูลเจ้าเจ็ดตน สืบเชื้อสายจาก หนานทิพย์ช้าง หรือพระยาสุลวฤาไชยสงคราม ผู้กอบกู้ละกอน (ลำปาง ปัจจุบัน) จากผู้นำหละปูน คือท้าวมหายศ (ลำพูน ปัจจุบัน) ซึ่งได้รับอำนาจสืบมาจาก ม่าน (พม่า) สมัย ม่านกินหัวเมืองล้านนา พ่อของพรมมินทร์ คือแสนเมืองมา (เป็นชื่อขุนนาง ของเวียงละกอน น่าจะเป็นชื่อตำแหน่ง เพราะสมัยนั้นจะมีตำแหน่งที่ขึ้นต้นด้วยแสน เช่น แสนหนังสือ เป็นต้น แต่ชื่อตำแหน่งนี้ จะไปคล้องกับชื่อเจ้าแสนเมืองมา ของเวียงปิงเจียงใหม่ตวย) ผู้ถือกุญแจคลังหลวงของเจ้าเมืองละกอน มีแม่มาดา ชื่อว่า เป็ง
วันศุกร์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๐๐ น. โรงเรียนชลประทานวิทยา จังหวัดนนทบุรี นำนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๑ จำนวน ๑๒๐ คน พร้อมคณะครู ๒๐ ท่าน เดินทางศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โดยมีนางสาววิรงค์รอง เกตุทิม นักวิชาการวัฒนธรรม บรรยายให้ความรู้
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี เปิดให้บริการภาพงานพิธีรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ประจำปี 2553 ผู้สนใจสามารถติดต่อขอใช้บริการได้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี ในวันและเวลาราชการ
ขอเชิญชมนิทรรศการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เรื่อง เส้นทางการค้าขายและการเกิดขึ้นของเมืองโบราณ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพร ห้องนิทรรศการพิเศษ ชั้น 2 ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 31 มกราคม 2559
วันจันทร์ ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อนำมาจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ เป็นผู้อ่านโองการบวงสรวง มีข้าราชการและประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก
อนึ่ง ไม้จันทน์หอมนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ได้คัดเลือกต้นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ จำนวน ๑๒ ต้น โดยจะดำเนินการตัด และแปรรูป พร้อมนำส่งมอบให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อนำไปจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในลำดับต่อไป