ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,799 รายการ

กถากุสุมมญฺชรี นิทานเทียบสุภาษิต ภาค 4


เกร็ดความรู้ของที่ระลึกเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ณ บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ...................................................... *****ปราสาทสด๊กก๊อกธม เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๑๕๙๕ ในรัชสมัยพระเจ้าอุทยาทิตยวรมันที่ ๒ (พ.ศ. ๑๕๙๓ – ๑๖๐๙) เพื่อประทานแด่พระราชครูที่ลาสิกขาจากสมณเพศนามว่า “ศรีชเยนทรวรมัน” หรือนามเดิมว่า “สทาศิวะ” โดยที่พระครูผู้มีศักดิ์เป็นพระชามาดา (ลูกเขย ) ของพระเจ้าสูรยวรมันที่ ๑ อีกทั้งยังเป็นผู้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกถวายแด่พระเจ้าอุทยาทิตยวรมันที่ ๒ *****ทั้งนี้ จากการขุดค้น ขุดแต่ง และบูรณะปราสาทสด๊กก๊อกธม ได้พบชิ้นส่วนประติมากรรมหินแกะสลักรูปนักบวชหลายชิ้น ซึ่งอาจสื่อความหมายถึงพราหมณ์ “สทาศิวะ” และสายตระกูลพราหมณ์ที่มีบทบาทควบคู่กับพระมหากษัตริย์เขมรสมัยเมืองพระนครจนถึงพระเจ้าอุทยาทิตยวรมันที่ ๒ *****เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ณ บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว กรมศิลปากร ได้จัดทำประติมากรรมรูปนักบวชจำลอง เพื่อทูลเกล้า ฯ ถวายเป็นของที่ระลึก ทั้งนี้ ประติมากรรมหินแกะสลักรูปนักบวชเป็นชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่พบจากปราสาทสด๊กก๊อกธม ขนาดสูง ๒๑ ซม. กว้าง ๑๐ ซม. และหนา ๙ ซม. ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ++ผู้เรียบเรียง: นางสาววัชรี ชมภู ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี++


ชื่อเรื่อง                     คู่มือท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานีผู้แต่ง                       องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                   ภูมิศาสตร์และการท่องเที่ยว เลขหมู่                      915.9313 อ114คสถานที่พิมพ์               ปทุมธานีสำนักพิมพ์                 องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ปีที่พิมพ์                    ม.ป.ป.ลักษณะวัสดุ               36 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.หัวเรื่อง                     ปทุมธานี - - ภูมิประเทศและการท่องเที่ยว         ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก           เนื้อหาประกอบด้วยข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ประเพณี สินค้า ที่พัก และร้านอาหารจังหวัดปทุมธานี  



         หนังสือ “ทรัพยศาสตร์” เขียนโดยมหาอํามาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร นักเศรษฐศาสตร์คนแรกของประเทศไทย ตำราเศรษฐศาตร์สมัยใหม่เล่มแรกของประเทศ ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นการนำเสนอแนวความคิดทางเศรษฐศาสตร์ของ พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค พ.ศ. 2405 - 2479) ซึ่งเป็นบุตรของพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) สมุหกลาโหมฝ่ายเหนือกับหม่อมศิลา เมื่อแรกรับราชการมีตำแหน่งเป็นมหาดเล็กวิเศษ (เวรฤทธิ์) ภายหลังได้เลื่อนขั้นตำแหน่งตามโอกาส เป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และรัสเซีย  เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรกพระยาสุริยานุวัตรได้มารับเสด็จที่เมืองเวนิสประเทศอิตาลี จากพระราชหัตถเลขาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่พระยาสุริยานุวัตร เห็นได้ว่าในขณะนั้นเป็นผู้ใกล้ชิดที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระองค์ และทรงมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลการศึกษาของพระราชโอรสที่กำลังศึกษาอยู่ในยุโรป  พ.ศ. 2449 พระยาสุริยานุวัตรได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2449 - 2450  ทั้งนี้บ้านสุริยานุวัตร เป็นบ้านที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อตอบแทนคุณความดี ในการปฏิบัติราชการด้วยความสามารถ ความเพียร และซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอดของ "พระยาสุริยานุวัตร” ออกแบบก่อสร้างโดยนายมารีโอ ตามัญโญ สถาปนิกชาวอิตาเลียน ก่อสร้างขึ้นในราวปี 2448 ที่ออกแบบก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ทั้งนี้อาคารดังกล่าวเป็นที่ทำงานถาวรหลังแรกของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หน่วยงานด้านการวางแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ            หนังสือทรัพยศาสตร์ เป็นการนําเสนอแนวความคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่เขียนโดยคนไทย ในปี พ.ศ. 2454 ประกอบด้วยหนังสือ ๓ เล่ม ได้แก่ ทรัพยศาสตร์ ชั้นต้น หรือ เล่ม 1 และ เล่ม 2  ส่วนเล่ม 3 ใช้ชื่อหนังสือ เศรษฐกิจ-การเมือง หรือเศรษฐวิทยา จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2477 หนังสือดังกล่าวสะท้อนภาพโครงสร้างและปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ผู้เขียนมุ่งหวังจะเห็นประเทศไทยพัฒนาไปสู่ความมั่นคั่ง เข้มแข็ง เป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองและมีความเป็นธรรมในสังคม พร้อมทั้งนำเสนอแนวความคิดที่ก้าวหน้าจนแทบไม่มีใครในยุคนั้นตามทัน            ความสำคัญของหนังสือทรัพยศาสตร์อยู่ที่การวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ชี้สภาพความยากจนของชาวนาไทยและอธิบายถึงความยากจนอันเกิดจากการถูกขูดรีด การเอารัดเอาเปรียบของระบบนายทุน ทั้งนี้เป็นผลจากที่ดินและทุน นับว่าเป็นหนังสือเศรษฐกิจการเมืองไทยเล่มแรกที่วิเคราะห์และวิจารณ์ระบบศักดินา เสริมด้วยเรื่องนายทุนของประเทศไทยพร้อมกับวิจารณ์ระบบที่เป็นมา พระยาสุริยานุวัตรเสนอให้เปลี่ยนโครงสร้างระบบกรรมสิทธิ์ของไทยใหม่ กระจายกรรมสิทธิ์ในเรื่องของการผลิตก่อน และสมาชิกนำปัจจัยมารวมกันในขบวนการผลิตในรูปแบบสหกรณ์ โดยยึดหลักการช่วยเหลือซึ่งกันและกันแทนการแข่งขันและการขูดรีด           เมื่อพิจารณาความรู้จาก “ทรัพยศาสตร์” จะทำให้ผู้อ่านเห็นถึงโครงสร้างกรรมสิทธิ์ และการผลิตของเศรษฐกิจไทยในอดีต สภาพความยากจนของชาวนาไทย ซึ่งหนังสือดังกล่าวได้เปิดเผยความจริงของชีวิตภายใต้ระบบศักดินา การมีระบบชนชั้น ซึ่งถือได้ว่าการอ่านทรัพยศาสตร์คือการรับรู้ปัญหาของเศรษฐกิจไทยเมื่อครั้ง 63 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วไม่ต่างกับปัญหาเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน   ------------------------------------------------------ บรรณานุกรม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.  ทรัพยศาสตร์ ชั้นต้น เล่ม 1 - ๒.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ 21 เซ็นจูรี,  2565. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.  เศรษฐกิจ-การเมือง หรือ เศรษฐวิทยา เล่ม 3.  กรุงเทพฯ:  โรงพิมพ์ 21 เซ็นจูรี,  2565. “บ้านสุริยานุวัตร” จากบ้านของนักเศรษฐศาสตร์ไทยคนแรก สู่อาคารสำนักงานของสภาพัฒน์.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๑๖ พฤษภาคม 2565, จาก: ttps://www.nesdc.go.th/ewt_news.php?nid=7028&filename=index  ------------------------------------------------------- เรียบเรียงข้อมูลโดย : อรวรรณ เพ็งฉิม บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ  


อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนกันยายน เรื่อง "โพธิฆระ แห่งเมืองศรีสัชนาลัย"ต้นพระศรีมหาโพธิ์ถือเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เนื่องจากในตอนที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พระองค์ประทับอยู่ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ จึงเกิดเป็นแนวคิดที่ว่าพระศรีมหาโพธิ์เป็นสิ่งสักการะบูชาแทนองค์พระพุทธเจ้า เมื่อพุทธศาสนาได้แผ่ขยายมายังศรีลังกา จึงได้มีการอัญเชิญต้นพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยามาปลูกที่ศรีลังกาด้วย และได้มีการสร้างเรือนหรือฐานสำหรับปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เรียกว่า “โพธิฆระ” ต่อมาในสมัยสุโขทัยก็ได้มีการอัญเชิญต้นพระศรีมหาโพธิ์จากศรีลังกามาปลูกภายในอาณาจักรสุโขทัย ดังที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลายหลัก เช่น ศิลาจารึกวัดศรีชุม (ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐) ที่กล่าวถึงพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีได้อัญเชิญต้นพระศรีมหาโพธิ์จากศรีลังกามาปลูกไว้ยังอาณาจักรสุโขทัย ความว่า “…พระศรีมหาโพธินครสิงหลนั้นก็ดี สมเด็จพระมหาเถรเป็นเจ้า เอามาปลูกเหนือดิน…” และศิลาจารึกนครชุม (พุทธศักราช ๑๙๐๐) กล่าวถึงการอัญเชิญต้นพระศรีมหาโพธิ์พร้อมด้วยพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกามาประดิษฐานที่อาณาจักรสุโขทัย โดยปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ด้านหลังพระมหาธาตุ ความว่า “…พระมหาธาตุอันนี้ใช่ธาตุอันสามานย์ คือพระธาตุแท้จริงแล้ เอาลุกแต่ลังกาทวีปพู้น มาดาย เองทั้งพืชพระศรีมหาโพธิ อันพระพุทธเจ้าเราเสด็จอยู่ใต้ต้นแลผจญ พลขุนมาราธิราช ได้ปราบแก่สัพพัญญุตญาณเป็นพระพุทธ มาปลูกเบื้องหลังพระมหาธาตุนี้...” เป็นต้น โดยที่เมืองศรีสัชนาลัย พบโบราณสถานที่ปรากฏร่องรอยของการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้แก่ วัดเจดีย์เจ็ดแถวและวัดยายตามีรายละเอียด ดังนี้ ซึ่งวัดเจดีย์เจ็ดแถว เป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสัชนาลัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ โดยบริเวณด้านหลังของเจดีย์ประธาน นอกกำแพงแก้วของวัด มีฐานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณ ๑๗ x ๑๗ เมตร ก่อล้อมทั้งสี่ด้าน อยู่ในแนวแกนเดียวกับวัด ส่วนวัดยายตา เป็นวัดที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๑ ด้านหลังวิหารที่เชื่อมต่อกับมณฑป ปรากฏแนวศิลาแลงก่อในผังแปดเหลี่ยมขนาดประมาณ ๗ x ๗ เมตร โดยเอนออกจากแนวแกนวัดเล็กน้อย  เมื่อพิจารณาจากรูปแบบของฐานศิลาแลงที่ไม่ใช่ก่อเพื่อสร้างเจดีย์หรืออาคาร และตำแหน่งที่ตั้งที่สร้างอยู่ในแนวแกนเดียวกับวัด สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งก่อสร้างดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพระพุทธรูปที่ประดิษฐานภายในวิหาร หรือพระธาตุภายในเจดีย์ประธาน จึงสันนิษฐานว่าฐานศิลาแลงที่ปรากฏอยู่ภายในทั้งสองวัดนี้เป็นโพธิฆระแห่งเมืองศรีสัชนาลัยนั่นเองเอกสารอ้างอิงกรมศิลปากร. ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘.________. ทำเนียบโบราณสถาน ศรีสัชนาลัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สมาพันธ์, ๒๕๓๕.รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พุทธศิลป์ลังกา. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๖.________.บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย เข้าถึงเมื่อ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ https://www.sac.or.th/.../sac.../research-item-search.php...


พระพิมพ์ปางมารวิชัยและปางนาคปรก ประทับสามองค์ .. ศิลปะลพบุรี (ศิลปะเขมรในประเทศไทย) มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๘ หรือประมาณ ๘๐๐ – ๙๐๐ ปีมาแล้ว เป็นพระพิมพ์ที่สร้างจากดินเผา มีขนาด กว้าง ๕ เซนติเมตร สูง ๗.๕ เซนติเมตร พระชัยนาทมุนี (นวม สุทัตโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร และอดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เก็บรักษาไว้ .. พระพิมพ์องค์นี้ตรงกลางเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัย ถึงแม้ว่าจะเห็นรายละเอียดเครื่องทรงของพระพุทธรูปไม่ชัดนักแต่สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องคือ มีเครื่องประดับสวมรัดต้นแขนของพระพุทธรูป ซึ่งก็คือเครื่องประดับที่มีชื่อเรียกว่า “พาหุรัด” เป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่มักพบประดับอยู่บนพระพุทธรูปทรงเครื่อง ครองจีวรห่มเฉียง ประทับบนฐานบัว ประดิษฐานภายในซุ้มเรือนแก้ว ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ส่วนพระพุทธรูปที่ประกอบอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของพระพุทธรูปองค์กลางนั้น เป็นพระพุทธรูปนาคปรก .. สันนิษฐานว่าพระพิมพ์ดินเผานี้สร้างขึ้นตามคติเรื่องตรีกาย ของพุทธศาสนามหายาน ที่มีแนวความเชื่อว่า พระพุทธเจ้านั้นมี ๓ กาย อันได้แก่ ๑. ธรรมกาย คือ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ๒. สัมโภคกาย คือ กายทิพย์หรือกายละเอียดของพระพุทธเจ้า และ ๓. นิรมาณกาย คือ กายที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนมนุษย์ทั่วไป ซึ่งบางทีเรียกว่า รูปกาย มีการพบพระพิมพ์ดินเผารูปแบบนี้ในหลายพื้นที่ในประเทศไทย เช่น พบที่ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี พบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี พบที่กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบที่วัดชุมนุมสงฆ์ (ร้าง)จังหวัดสุพรรณบุรี พบที่โบราณสถานบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย วัดมหาธาตุ วัดพระพายหลวง เป็นต้น




ชื่อผู้แต่ง        -  ชื่อเรื่อง         ที่ระลึกเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาพระฤกษ์ พระมหามณฑปพุทธบาท ภปร.สก.วัดญาณสังวราราม ครั้งที่พิมพ์      - สถานที่พิมพ์   กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์     ชวนพิมพ์ ปีที่พิมพ์        ๒๕๒๗ จำนวนหน้า    ๑๐๘ หน้า รายละเอียด                    พระมหามณฑปพุทธบาท ภปร. สก.ตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว สร้างเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์พระมหามณฑป มีฐานกว้าง ๙ เมตร สูง ๓๓ เมตร ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทคู่แกะสลักลายมงคล ๑๐๘ ประการ ล้อมรอบด้วยรูปพระอสีมหาสาวก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๗


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 148/1เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 178/5ฉเอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อผู้แต่ง          สงวน  โรจนวงศ์ ชื่อเรื่อง           ทรงจำ รำลึก ครั้งที่พิมพ์       - สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์       โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม ปีที่พิมพ์          ๒๕๒๑ จำนวนหน้า                ๗๓   หน้า รายละเอียด                     ทรงจำ รำลึก เป็นการบันทึกความทรงจำและรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตของพลตรีสงวน โรจนวงศ์ เกี่ยวกับประวัติโดยย่อ ด้านประวัติส่วนตัว การศึกษา การทำงาน โดยเฉพาะด้านชีวิตการรับราชการตลอดจนเครื่องราชอีสสริยาภรณ์และเหรียญที่ได้รับพระราชทาน  รวมถึงการจัดตั้งทุนพลตรี สงวน   โรจนวงศ์ ท้ายเล่มมีภาคผนวกและเอกสารอ้างอิงประกอบ


         เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๘.๓๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี ๒๕๖๖ พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะกรรมการจัดงานฯ และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี            ทั้งนี้ งานดังกล่าวฯ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๓๕ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเที่ยวชมงาน กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชาวลพบุรี


ประถมวศ์ ชื่อผู้แต่ง           จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, ๒๓๔๗ - ๒๔๑๑. ชื่อเรื่อง            ปฐมวงศ์ ครั้งที่พิมพ์        พิมพ์ครั้งที่ ๑ สถานที่พิมพ์      กรุงเทพมหานคร สำนักพิมพ์        บริษัท สารมวลชน ปีที่พิมพ์           ๒๕๒๗ จำนวนหน้า       ๒๑๘ หน้า : ภาพประกอบ หมายเหตุ         พิมพ์เป็นอนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพหม่อมประภัศร์ เกษมศรี ณ อยุธยา ในพลตรี  หม่อมเจ้านิลประภัศร์ เกษมศรี เป็นกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดธาตุทอง วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๓๐.                    เป็นหนังสือเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์ พระราชหัตถเลขาและประกาศบางเรื่อง ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.       


black ribbon.