ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,150 รายการ

"เอาผ้าขาวมาวัดตัดสบง เย็บลงฝีเข็มเหมือนเล็มเลี่ยน ตัดจีวรสไบตะไกรเจียน เย็บทับจับเนียนเป็นเนื้อเดียว” จากขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วบวชเณร ไตรจีวร ถือเป็นปัจจัยเครื่องอัฏฐบริขารที่พระภิกษุใช้สอย โดยพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุอธิษฐาน คือ ตั้งไว้เป็นของประจำตัว ประกอบด้วย อุตตราสงค์ (ผ้าห่ม) อันตรวาสก (ผ้านุ่ง) และสังฆาฏิ (ผ้าห่มซ้อนนอก) ในต้นพุทธกาลพระภิกษุคงใช้ผ้านุ่งห่มตามที่หามาได้ โดยเก็บเอาผ้าที่ถูกทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ ผ้าคลุกฝุ่น และผ้าห่อศพ เรียกว่า “ผ้าบังสกุล” ต่อมาพระพุทธเจ้าจึงได้อนุญาตให้รับผ้าจากฆราวาส ตามศรัทธาของอุบาสกอุบาสิกา และเพื่อบรรเทาความยากลำบากของพระภิกษุ รูปแบบของสีจีวรตามพระอรรถกถาจารย์ กล่าวว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้า... ทรงห่มบังสุกุลจีวรอันประเสริฐสีแดง มีวรรณะละม้ายยอดอ่อนแห่งต้นไทร (นิโครธ)” และ “..แม้พระมหาเถระทั้งหลาย มีท่านพระสารีบุตร และท่านพระมหาโมคคัลลานะเปนต้น ก็ห่มบังสุกุลจีวรมีสีแดงเหมือนเมฆ” แสดงให้เห็นว่าน้ำย้อมจีวรที่ได้จากการเคี่ยวสีย้อมจากธรรมชาติ ทำให้มีความเข้มอ่อนแตกต่างกัน แต่ยังคงเป็นโทนสีแดงหรือเรียกว่าสีกรักแดง พระพุทธเจ้าได้ทรงอนุญาตใช้น้ำย้อมสำหรับผ้ากาสาวพัสตร์ คือ ผ้าจีวรที่ย้อมด้วยน้ำฝาด ๖ ชนิด อันเป็นการรักษาคุณภาพของผ้า เนื่องจากยางไม้บางประเภทมีคุณสมบัติทางยา ทำให้เชื้อราไม่เจริญเติบโต มีสีเข้มไม่เปื้อน และไม่เก็บความชื้น ทั้งนี้ยังกำหนดข้อห้ามใช้จีวรบางสีเพื่อให้เกิดความแตกต่างจากนักบวชของสำนักอื่นๆ การเย็บจีวรของพระภิกษุยังไม่มีรูปแบบชัดเจน โดยนำเศษผ้ามาเย็บต่อกันตามความสามารถของพระภิกษุสำหรับพอนุ่งหุ่มได้ แต่ยังดูไม่เป็นระเบียบ พระพุทธเจ้าจึงได้มอบให้พระอานนท์กำหนดการตัดเย็บจีวรตามรูปร่างผืนนาข้าวสำหรับเป็นแบบแผนเดียวกัน เรียกว่า ผ้าขัณฑ์ คือ ผ้าที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติให้พระสงฆ์ตัดจีวรเป็นกระทง มีลักษณะการตัดผ้าเป็นชิ้นๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายกระทงนา แล้วเย็บติดกัน แต่ละชิ้นเรียกว่าขัณฑ์ โดยต้องตัดผ้าตามจำนวนเลขคี่ เรียกว่า ขัณฑ์ขอน พระธรรมวินัยได้บัญญัติขนาดของจีวร ในรตนวรรคสิกขาบทที่ ๑๐ ความว่า “อนึ่งภิกษุใด ให้ทำจีวรมีประมาณเท่าสุคตจีวรหรือยิ่งกว่า เป็นปาจิตตีย์ มีอันให้ตัดเสีย นี้ประมาณแห่งสุคตจีวรของพระสุคตในคำนั้น โดยยาว ๙ คืบ กว้าง ๖ คืบ ด้วยคืบสุคต” หากจีวรมีขนาดย่อมกว่า แล้วพอดีกับบุคคลผู้ครองนั้นไม่มีข้อห้าม สำหรับพระภิกษุไทยนั้น ประมาณความยาวไม่เกิน ๖ ศอก กว้างไม่เกิน ๔ ศอกของผู้ครอง จีวรสีแก่นขนุน ๕ ขัณฑ์ นี้ ปักอักษรบริเวณกระทงความว่า “ผ้าผืนนี้ของสมเด็จพระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริยรักธอเมื่อจุลสักราชได ๑๑๖๔ ปีจอจัตวาศก ด้ายหนักเขดลสลึงสองไพธอเป็นเนื้อเอกมือ ๛” โดยสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ เป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (พระเชษฐภคินีในรัชกาลที่ ๑) กับเจ้าขรัวเงิน แซ่ตัน มีบทบาทเกี่ยวกับการสงคราม โขน-ละคร และการปฏิสังขรณ์วัดเลียบ ภายหลังพระราชทานนามว่า “วัดราชบูรณะ” จากลักษณะการเย็บทับจับเนียนเป็นเนื้อเดียว แสดงให้เห็นฝีมือการทอผ้าเนื้อละเอียดและการเย็บที่ต้องอาศัยความประณีตบรรจง มีขนาดต้องตามพระธรรมวินัย และอาจพอเหมาะกับรูปร่างของบุคคลผู้ครองจีวรด้วย จีวรผืนนี้ตามประวัติระบุว่า พระอาจารย์รวม วัดยาง ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี มอบให้เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ . . อ้างอิง กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๕๔. สุนทรี สุริยะรังษี. จีวร : การตัดเย็บจากอดีตถึงปัจจุบัน. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ ๓,๒(พฤษภาคม-สิงหาคม) ๒๕๕๙ พระสมุห์จักรพงศ์ จนฺทสีโล. ศึกษาการทรงผ้าจีวรของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาในเถรวาท. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑ ถมรัตน์ สีต์วรานนท์. ปทานุกรมผ้าไทย ใน “วารสารฝ้ายและสิ่งทอ” ๕,๙ (พฤษภาคม-กรกฎาคม) ๒๕๒๕ ยิ้ม ปัณฑยางกูร. ประชุมหมายรับสั่ง ภาคที่ ๒ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, ๒๕๒๕


ชื่อเรื่อง                     เมืองพิษณุโลก และพระราชปรารภเรื่องพระพุทธชินราชผู้แต่ง                       สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพผู้แต่งเพิ่ม                  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ประเพณี ขนบธรรมเนียม คติชนวิทยาเลขหมู่                      398.329593 ด495มพสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 กรมแผนที่ทหารบกปีที่พิมพ์                    2504ลักษณะวัสดุ               106 หน้า หัวเรื่อง                     พระพุทธชินราช                              พิษณุโลก – ประวัติ                              พิษณุโลก – ภูมิประเทศ – นำเที่ยว                              พิษณุโลก – โบราณสถานภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือเล่มนี้รวบรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองพิษณุโลก




ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.45 คาถาอาคมและตำรายาประเภทวัสดุ/มีเดีย       สมุดไทยขาวISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  ไสยศาสตร์ลักษณะวัสดุ              49; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    คาถาอาคมและตำรายา                     ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัตินายดิเรก ทัศนพันธ์ ต.ดอนตาล  อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 6 ต.ค..2538


           นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี ได้ดำเนิน “โครงการศึกษาโบราณคดีวัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร และพัฒนาการชุมชนประวัติศาสตร์ย่านสัมพันธวงศ์” โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณและความร่วมมือในการดำเนินงานจาก “มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา”              อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การดำเนินงานในระยะแรก จะเป็นการขุดค้นทางโบราณคดีภายในพื้นที่โบราณสถานหรือเขตพุทธาวาสของวัดจักรวรรดิราชาวาส ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม – 12 เมษายน 2567    ซึ่งทางวัดจักรวรรดิได้ขอให้กรมศิลปากรเข้ามาดำเนินงานโบราณคดี เพื่อนำข้อมูลหลักฐานทางโบราณคดีไปใช้ในการออกแบบบูรณะโบราณสถานและการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในพื้นที่โบราณสถานวัดจักรวรรดิราชาวาส เพื่อรักษาศาสนสมบัติและมรดกวัฒนธรรมให้ยั่งยืน โดยรูปแบบการดำเนินงานทางโบราณคดีของโครงการ จะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและการแบ่งปันองค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง เปิดโอกาสให้อาสาสมัคร ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาร่วมสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดี ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยให้นักโบราณคดีรุ่นใหม่ได้เข้ามาฝึกฝนและเรียนรู้ประสบการณ์จริงในการทำงานภาคสนามทางโบราณคดี ส่วนการสำรวจชุมชนประวัติศาสตร์ย่านสัมพันธวงศ์ มุ่งเน้นศึกษาความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนประวัติศาสตร์เมืองบางกอก โดยเฉพาะชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลย่านสำเพ็ง เยาวราช และตลาดน้อย เพื่อเป็นทุนทางวัฒนธรรมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพของสังคมในย่านประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืน              วัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร หรือวัดสามปลื้ม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร มีประวัติว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวง เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ควบคู่กับชุมชนบางกอกและสำเพ็งมายาวนาน มีปูชนียวัตถุสถานที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์หลายประการ เช่น วิหารพระนาก พระอุโบสถ พระวิหารกลาง พระปรางค์และมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาท รวมถึงรูปเหมือนพระพุฒาจารย์มา หรือท่านเจ้ามา และรูปเหมือนเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นต้น 


         ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี (Prof. Silpa Bhirasri)          ศิลปิน : ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Silpa Bhirasri)          ปีพุทธศักราช: ปี พ.ศ.2499 (1956))          เทคนิค: สำริด ( Bronze)          ขนาด : สูง 22 เซนติเมตร ( H. 22 cm.)          ประวัติ : นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2465 เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญในด้านประติมกรรม ที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและทั่วไป ได้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมทั้งที่เป็นงานศิลปะแบบปัจจุบันและประเพณีไว้มากมาย ได้ส่งผลงานเข้าร่วมแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ได้รับรางวัลเกียรตินิยมเหรียญทองหลายครั้งและได้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าปฏิบัติราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณ ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อพุทธศักราช 2508 ได้รับราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณจนเกษียณอายุราชการ ผลงาน   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri/360/model/s01ok/   ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri


#รีวิวซ่องนครโสเภณี #โรงรับชำเราบุรุษเมื่อซีรีส์ที่ร้อนแรงแห่งปีอย่าง #บางกอกคณิกา ได้หยิบยกเรื่องราวของหญิงนครโสเภณีขึ้นมา ผลิตเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในช่วงปี 2435 หรือในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการพัฒนาของบ้านเมือง และโสเภณีอาชีพ ในขณะเดียวกันก็เป็นยุคที่มีการเลิกทาสด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการชมละคร วันนี้ พี่บรรณฯ จึงขอนำเรื่องราวของโรงรับชำเราบุรุษ หรือหญิงนครโสเภณี ที่ครั้งหนึ่ง ในสังคมไทยได้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย และมีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง จนเงินเหล่านี้ได้มาสร้างความเจริญแก่บ้านเมือง สร้างถนนหนทางให้ได้ใช้กันจนถึงปัจจุบัน จัดทำโดย นางรสสุคนธ์ ตั้งนภากร บรรณารักษ์ชำนาญการ



ชื่อเรื่อง                     พระพุทธรูปศิลาขาวสมัยทวารวดีผู้แต่ง                        ธนิต  อยู่โพธิ์ครั้งที่พิมพ์                  4ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ศาสนา เลขหมู่                      294สถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวพร ปีที่พิมพ์                    2510ลักษณะวัสดุ               46 หน้า หัวเรื่อง                     ศาสนาภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือพระพุทธรูปศิลาขาว สมัยทวารวดีเล่มนี้ กล่าวถึงพระพุทธรูปศิลาขาวสมัยทวารวดี ณ วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ปางประทานปฐมเทศนา นักปราชญ์ทางโบราณคดียกย่องว่า พระพุทธองค์นี้มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีมาก เพราะเป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี มีอายุกว่าพันปีมาแล้ว


            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี เชิญชมนิทรรศการหมุนเวียน "Object of the Month" วัตถุจากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประจำเดือน "มกราคม ๒๕๖๘ " ขอนำทุกท่านมาสัมผัสเรื่องราวของวันวานผ่านกลีบบัวที่โรยร่วงสู่พื้นดิน เรื่อง "กลีบบัวที่ลอยล่อง กับร่องรอยที่เหลืออยู่"             โบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ได้แก่ “กลีบบัวปูนปั้น” ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๘ มีขนาดสูง ๑๙ เซนติเมตร กว้าง ๑๙ เซนติเมตร มีลักษณะเป็นชิ้นส่วนประดับรูปกลีบบัว ขอบตกแต่งลายขีดเป็นเส้นตรง ด้านซ้ายขวาเป็นเส้นโค้ง แบบกลีบดอกไม้ คั่นกลางด้วยลายหยักในแนวขวาง พบที่โบราณสถานเนินทางพระ ตำบลบ้านสระ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี นิทรรศการนำเสนอความรู้ ๖ หัวข้อ ได้แก่ ร่องรอยขอมในดินแดนสุพรรณ, โบราณวัตถุที่พบจากปราสาทเนินทางพระ, วิถีแห่งบัว ความหลากหลายในธรรมชาติ, บัวและศรัทธา ตำนานที่สืบทอดจากอดีต, ดอกบัวความงดงามในงานศิลป์ไทย, ปทุมมาแห่งปราสาทขอม             ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ "กลีบบัวที่ลอยล่อง กับร่องรอยที่เหลืออยู่" ได้ในเดือนมกราคม ๒๕๖๘ เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร  ณ ห้องโถงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๓๐ หรือ Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum  


ชื่อเรื่อง : เสียงเรียกจากฉวาง หัวเรื่อง : การบริหารงานบุคคล คำค้น : ฉวาง           ระบบข้าราชการพลเรือน           นายอำเภอ           ระบิล นานากุล รายละเอียด : - ผู้แต่ง : นิติศักดิ์ แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : บริษัท บพิธ จำกัด (แผนกการพิมพ์) ปีที่พิมพ์ : 2512 วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือรวบรวมลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากปฏิกิริยาที่ชาวบ้านอำเภอฉวางได้คัดค้านการย้ายของ ร.ต.ท. ระบิล นานากุล นายอำเภอฉวาง และรวบรวมทัศนะต่างๆ ที่ประชาชน นักการเมือง หนังสือพิมพ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางท่านได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์กรณีนี้ เลขทะเบียน : น. 32 บ. 2993 จบ. เลขหมู่ : 354.593             น591ส


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       63/2หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               76 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา



ชื่อผู้แต่ง         - ชื่อเรื่อง           ระเบียบ ทำวัตร - สวดมนต์ วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์ พิมพ์ครั้งที่       - สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์       โรงพิมพ์การศาสนา ปีที่พิมพ์          ๒๕๑๔ จำนวนหน้า      ๒๖๖  หน้า รายละเอียด                                       หนังสือระเบียบ ทำวัตร - สวดมนต์ ฉบับวัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฏิ์  อธิบดีสงฆ์องค์ที่ ๑๖ แห่งวัดมหาธาตุฯ ได้เรียบเรียงขึ้นไว้สำหรับเป็นคู่มือแก่พระภิกษุสามเณรทั่วไป  และได้จัดพิมพ์แจกเป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพของท่านเจ้าพระคุณ พระธรรมนาถมุนี  ถาวรเถร  เจ้าอาวาสวัดหน้าพระบรมธาตุ  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ณ เมรุพิเศษ  วัดหน้าพระบรมธาตุ  วันที่ ๔  พฤษภาคม ๒๕๑๔     


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       84/6หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               24 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 


black ribbon.