ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,548 รายการ
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรการคำนวณความสูงของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม เมืองกำแพงเพชรจากการศึกษาสัดส่วนระหว่างความกว้างและความสูงเจดีย์ในวัฒนธรรมสุโขทัย...เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม กำหนดอายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ถือเป็นรูปแบบเฉพาะของสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย เนื่องจากพบเจดีย์ทรงนี้อย่างแพร่หลายตามหัวเมืองต่าง ๆ หรือที่เกี่ยวข้องในวัฒนธรรมสุโขทัย เช่น เจดีย์ประธาน วัดตระพังเงิน เมืองสุโขทัย เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์เจ็ดแถว เมืองศรีสัชนาลัย เจดีย์ยุทธหัตถี เมืองตาก และเจดีย์ประธาน วัดเจดีย์ยอดทอง เมืองพิษณุโลก.เมืองกำแพงเพชรปรากฏขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ (จารึกกฎหมายลักษณะโจร พ.ศ. ๑๙๔๐) เป็นเมืองโบราณร่วมสมัยกับอาณาจักรสุโขทัย อีกทั้งในเขตจังหวัดกำแพงเพชรยังพบเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมสมัยสุโขทัย เช่น เจดีย์ประธาน วัดกะโลทัย เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์กลางทุ่ง และเจดีย์ประธาน วัดวังพระธาตุ.สำหรับการดำเนินงานทางโบราณคดีนั้น มักพบโบราณสถานในลักษณะซากปรักหักพังที่เหลือเพียงส่วนฐานของเจดีย์ การศึกษานี้จึงพิจารณาจากโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่พบลักษณะฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนลดหลั่นกันอย่างน้อยสามชั้น ซึ่งเป็นลักษณะองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม และคำนวณความสูงโดยเทียบสัดส่วนจากความกว้างของฐานเจดีย์ เพื่อสันนิษฐานความสูงดั้งเดิมของเจดีย์อันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรูปแบบสันนิษฐานโบราณสถานอันสำคัญในพื้นที่มรดกโลก..จากการศึกษาสัดส่วนระหว่างความกว้างและความสูงของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมในวัฒนธรรมสุโขทัย : กรณีศึกษาโบราณสถานในเขตจังหวัดสุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และพิษณุโลก จำนวน ๑๑ ตัวอย่าง พบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีอัตราส่วนระหว่าง ๑ : ๑.๕๐ ถึง ๑ : ๒.๑๕ และมีค่าอัตราส่วนเฉลี่ย ๑ : ๑.๘๘ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่าเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมในกรณีศึกษานี้จะมีความสูงประมาณ ๑.๕ - ๒ เท่าของความกว้างฐาน.โดยในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรพบเจดีย์ลักษณะดังกล่าวได้แก่.๑. เจดีย์หมายเลข ๑ วัดกลางนคร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัดพระแก้ว บริเวณใจกลางเมืองกำแพงเพชร เจดีย์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวิหาร มีลักษณะเหลือเพียงส่วนฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมกว้าง ๔.๑๓ เมตร ซ้อนลดหลั่นกันสามชั้น ต่อด้วยฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ส่วนเรือนธาตุและส่วนยอดหักหายไป.๒. เจดีย์รายหมายเลข ๓ วัดป่าแลง ตั้งอยู่ในเขตอรัญญิกของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เจดีย์รายตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเจดีย์ประธาน มีลักษณะเหลือเพียงส่วนฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมกว้าง ๕.๑๙ เมตร ซ้อนลดหลั่นกันสี่ชั้น ส่วนฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ส่วนเรือนธาตุ และส่วนยอดหักหายไป ผลจากการดำเนินงานทางโบราณคดีบริเวณด้านตะวันตกของเจดีย์รายหมายเลข ๓ พบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมสันนิษฐานว่าเป็นส่วนเรือนธาตุ ที่มีย่อมุมอันเป็นลักษณะจำเป็นในองค์ประกอบของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม ..เมื่อนำขนาดความกว้างฐานของเจดีย์ดังกล่าวมาสันนิษฐานโครงสร้างดั้งเดิมตามองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมร่วมกับการคำนวณความสูงตามอัตราส่วนจากการศึกษาสัดส่วนระหว่างความกว้างและความสูงของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมในวัฒนธรรมสุโขทัย สามารถสันนิษฐานความสูงของเจดีย์ได้ดังนี้.๑. เจดีย์หมายเลข ๑ วัดกลางนคร ฐานเจดีย์มีความกว้าง ๔.๑๓ เมตร ควรจะมีความสูงประมาณ ๖.๒๐ เมตร คิดเป็นอัตราส่วน ๑ : ๑.๕ ซึ่งมีอัตราส่วนใกล้เคียงกับ เจดีย์ยุทธหัตถี จังหวัดตาก (ตั้งอยู่ห่างจากวัดกลางนครประมาณ ๘๐ กิโลเมตร).๒. เจดีย์รายหมายเลข ๓ วัดป่าแลง ฐานเจดีย์มีความกว้าง ๕.๑๙ เมตร ควรจะมีความสูงประมาณ ๘.๗๙ เมตร คิดเป็นอัตราส่วน ๑ : ๑.๗ ซึ่งมีอัตราส่วนใกล้เคียงกับ เจดีย์ประธาน วัดวังพระธาตุ จังหวัดกำแพงเพชร (ตั้งอยู่ห่างจากวัดป่าแลงประมาณ ๑๕ กิโลเมตร)...เอกสารอ้างอิงบริษัท ปรียะธุรกิจ จำกัด. รายงานงานบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ โบราณสถานวัดป่าแลง โครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์วัดมณฑป วัดป่าแลง วัดกรุสี่ห้อง. กำแพงเพชร: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๓.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ในประเทศไทย : แนวคิด คติการสร้าง พัฒนาการทางรูปแบบ และการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘.สำนักหอสมุดแห่งชาติ. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดับเบิ้ลยู เอ อาร์ คอนสตรัคชั่น. รายงานโครงการบูรณะโบราณสถานวัดดงอ้อย อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร. กำแพงเพชร: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๕๔. (เอกสารอัดสำเนา).ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรศักดิ์ก่อสร้าง. รายงานการขุดแต่งวัดป่าแลง ในเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร.กำแพงเพชร: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๒. (เอกสารอัดสำเนา).ห้างหุ้นส่วนจำกัด เหมลักษณ์ก่อสร้าง. รายงานการบูรณะโบราณสถานเมืองกำแพงเพชร วัดหมาผี (น. ๑๖) วัดรามรณรงค์ (น. ๔๐) วัดนาคเจ็ดเศียร (น. ๑๓) วัดมะเคล็ด (น. ๒๖) วัดสระแก้ว (น. ๓๒). กำแพงเพชร: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๐. (เอกสารอัดสำเนา).อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร. องค์ความรู้ประจำเดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เรื่อง การศึกษาสัดส่วนระหว่างความกว้างและความสูงของเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ในวัฒนธรรมสุโขทัย : กรณีศึกษาโบราณสถานในเขตจังหวัดสุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และพิษณุโลก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๘, จาก: https://www.facebook.com/kpppark2534/posts/pfbid021rBrknHEzRkMm5Hca2vbzXbYFRKtcP4ZfeLM7Q28VLUR4zckHWzKKuJ5ypy87uQWlอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร. แบบวัดกลางนคร แสดงเจดีย์หมายเลข ๑, หมายเลข ๒ (แบบบูรณะ). (แบบรูปแปลนและรูปด้าน). สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๔๕. (เอกสารอัดสำเนา).อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. การศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัยปีงบประมาณ ๒๕๖๑. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๑.
ชื่อเรื่อง ขุนคลังวิทยาผู้แต่ง คงเดช ประพัฒน์ทองประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากISBN/ISSN -หมวดหมู่ รวมเรื่องเบ็ดเตล็ด เลขหมู่ 089.95911สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์ข่าวทหารอากาศปีที่พิมพ์ 2529ลักษณะวัสดุ 157 หน้าหัวเรื่อง หนังสืออนุสรณ์งานศพ : รวมเรื่อง
ภาษา ไทย
บทคัดย่อ/บันทึก พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพนายคงเดช ประพัฒน์ทอง ณ ฌาปนสถานวัดภคิณีนาถวรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร.
***รายการบรรณานุกรม***
หนังสือหายาก
กรมศิลปากร. ละคอน เรื่อง อิเหนา ตอน ประสันตาต่อนก. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๔๙๔.
สำริด ลงรักปิดทอง ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๑๙- ๒๐ พบในเมืองโบราณสุโขทัย นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร ก่อนนำมาจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๐๖ พระพุทธรุปแสดงอิริยาบถเดินโดยพระบาทซ้ายก้าวไปข้างหน้า พระบาทขวายกส้นพระบาทขึ้นเล็กน้อย ประทับบนฐานรูปดอกบัวหงาย รองรับด้วยฐานแปดเหลี่ยม ยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้นในท่าประทานอภัย พระหัตถ์ขวาทอดลงข้างพระวรกาย พระพุทธรูปลีลานับเป้ฯงานสร้างสรรค์ประติมากรรมอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของศิลปะสุโขทัย เป็นการสร้างสรรค์พุทธศิลป์ตามคตินิยมเรื่อง “มหาบุรุษลักษณะ”ที่มีความงามตามอุดมคติอย่างแท้จริงโดยมีลักษณะพระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเรียวเหลือบต่ำ พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งงุ้ม พระโอษฐ์เรียวเล็กบาง พระหนุเป็นปม พระรัศมีรุปเปลวเพลิง ขมวดพระเกศาขนาดเล็ก พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรห่มเฉียงบางแนบพระวรกาย สังฆาฏิยาวจรดพระนาภี ปลายหยักเป็นเขี้ยวตะขาบ พระพุทธรูปลีลาลอยตัวนี้น่าจะหมายถึง พุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากพระพุทธองค์โปรดพระพุทธมารดาแล้ว พระองคืเสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ โดยเสด็จลงมาทางบันไดแก้วซึ่งอยู่ระหว่างที่กลางพระอินทร์และพระพรหม ลงมาตามบันไดทองและบันไดเงิน ซึ่งเมื่อสร้างเป็นประติมากรรมลอยตัวจึงปรากฏเพียงรูปของพระพุทธองค์ในลักษณะก้าวเดินโดยไม่มีฉากประกอบ นอกจากนั้นในการสร้างพระพุทธรูปลีลาลอยตัว ยังแสดงถึงเทคนิคขั้นสูงในการหล่อโลหะในช่วงยุคทองของการสร้างสรรค์ศิลปกรรมของสุโขทัยสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทอีกด้วย
***บรรณานุกรม***
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทวีปัญญา เล่ม 4 มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูถัมภ์ จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศล ซึ่ง สมเด็จพะเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญ คล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 26 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2525 ครบ 57 ปี
กรุงเทพฯ
โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย
2525
อยากทราบว่ารับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าครับ ผมเรียน วัฒนธรรม สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณดคี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ครับ
โครงการหอสมุดแห่งชาติสู่สถานศึกษาและชุมชน
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔
ณ โรงเรียนบ้านโคกยาง ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
พระพุทธรูปทรงเครื่องปางป่าเลไลยก์
เลขทะเบียน ๐๙/๓/๒๕๒๕
ศิลปะอยุธยา อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๒ –๒๓
ไม้ ขนาด สูง ๑๓๙ เซนติเมตร ฐานกว้าง ๔๓.๘ เซนติเมตร
พระครูสิริธรรมาทร เจ้าอาวาสวัดสะแก เจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕
พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ประทับนั่งบนฐานบัวหงาย ห้อยพระบาททั้งสองข้างบนฐานสี่เหลี่ยมยกสูง พระพักตร์รูปไข่ พระขนงเป็นวงโค้ง พระเนตรเหลือบมองต่ำ ปลายพระเนตรชี้ขึ้น พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เล็ก พระหัตถ์ขวาวางคว่ำ ส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระชานุ สันนิษฐานว่า สร้างรูปช้างและวานรประกอบที่ฐานด้านหน้า แต่หลุดหายไป
พระพุทธรูปทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปที่ฉลองพระองค์ทรงเครื่องขัตติยราชแบบกษัตริย์ เช่น สวมมงกุฎ กรองศอ ทับทรวง ฉลองพระบาท ฯลฯ โดยเป็นที่นิยมสร้างกันมากในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และแบ่งออกได้เป็น ๒ แบบ คือ แบบทรงเครื่องใหญ่ และแบบทรงเครื่องน้อย
สำหรับพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์นี้เป็นตอนหนึ่งในพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ในพรรษาที่ ๑๐ เมื่อพระพุทธองค์ประทับ ณ โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ในครั้งนั้น พระสงฆ์สาวก ไม่สามัคคีปรองดองกัน ประพฤตินอกพระโอวาท ด้วยอำนาจมานะทิฏฐิ พระพุทธองค์จึงเสด็จจาริกแต่พระองค์เดียวไปยังป่าปาลิไลยกะ ทรงอาศัยพระยาช้างปาลิไลยก์ทำวัตรปฏิบัติ ต่อมาพระยาวานรออกเที่ยวตามยอดไม้โดยลำพัง ได้พบพระยาช้างปาลิไลยก์ทำวัตรปฏิบัติถวายพระพุทธองค์อยู่ด้วยความเคารพจึงบังเกิดกุศลจิต ครั้นพบรวงผึ้งจึงนำมาถวายพระพุทธองค์เช่นกัน
Buddha Receiving Offerings from an Elephant and a Monkey (Parileyyaka)
Registration No. 09/3/2525
Ayutthaya Art, ca. 14th-16th century
Wood, Height 139 cm. Width 43.8 cm.
Donated by Phra Kru Siri Dhammathorn, the abbot of Wat Sakae, Nakhon Ratchasima province to Maha Viravong National Museum in 1982.
The bejeweled Buddha image is decorated with many ornaments that befitting a King. This style was very popular during the late Ayutthaya period. It is assumed that the sculpture used to have an elephant and a monkey statue positioned at the base.
This sculpture represents the events in the life of the Buddha when a quarrel broke out between his followers. The Buddha decided to leave the monks to themselves and retreated to Parileyyaka Forest where he sheltered under a tree. While there, he was served by an elephant and a monkey. The elephant brought water and the monkey offered honey to the Buddha.
บทเรียนนอกสถาที่
เมื่อวันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2557 ทางโรงเรียนแย้มสอาด ได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษา บทเรียนนอกสถานที่โดยได้ให้นักเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 5 จำนวน 220 คน เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนได้ให้ความรู้ ความเข้าใจ ประวัติความเป็นมา โดยกิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากน้องๆ เป็นอย่างยิ่ง