ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,567 รายการ
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเครื่องถ้วยสังคโลกลายปลาที่พบระหว่างการดำเนินการโครงการพัฒนาเส้นทางชมโบราณสถานและป้ายสื่อความหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (ระยะที่ ๒)โครงการพัฒนาเส้นทางชมโบราณสถานและป้ายสื่อความหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (ระยะที่ ๒) เป็นโครงการที่มีการดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ในพื้นที่วัดอาวาสใหญ่ วัดสิงห์ วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดพระนอน ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาป้ายสื่อความหมายและปรับปรุงเส้นทางเดินชมโบราณสถานให้ได้มาตรฐานสากล สามารถเพิ่มศักยภาพในการอำนวยความสะดวกรองรับการใช้บริการของนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อันเป็นการยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานในระดับสากลในฐานะแหล่งมรดกโลกจากการก่อสร้างในโครงการดังกล่าวที่วัดพระสี่อิริยาบถ พบชิ้นส่วนเครื่องถ้วยสังคโลก ผลิตจากแหล่งเตาเมืองสุโขทัย ส่วนก้น ตกแต่งด้วยการรองผิวสีขาว เขียนลายสีดำ แล้วเคลือบใส โดยภายในเขียนลายสีดำรูปปลา จำนวน ๒ ชิ้น ดังนี้๑. ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยสังคโลก ส่วนก้น ตกแต่งภายในด้วยการเขียนลายปลาตัวเดียวในเส้นวงกลมขนานจำนวน ๒ เส้น พบรอยขากี๋ (Support) บนตัวปลาจำนวน ๔ รอย เขียนลายพรรณพฤกษาภายนอกเส้นวงกลม มีขนาดกว้าง ๒.๘-๑๓.๑ เซนติเมตร ยาว ๒.๒-๑๘.๒ เซนติเมตร หนา ๐.๕-๑.๓ เซนติเมตร สูง ๕.๘ เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางก้น ๗.๒-๙.๐ เซนติเมตร ๒. ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยสังคโลก ส่วนก้น ตกแต่งภายในด้วยการเขียนลายปลาตัวเดียวในเส้นวงกลมขนานจำนวน ๒ เส้น โดยใช้เส้นวงกลมเป็นส่วนท้องของปลา และมีการวาดส่วนครีบของปลาคล้ายการตวัดปลายพู่กัน พบรอยขากี๋ (Support) บนตัวปลาจำนวน ๓ รอย มีขนาดกว้าง ๔.๑-๑๐.๓ เซนติเมตร ยาว ๒.๐-๑๑.๐ เซนติเมตร หนา ๐.๕-๑.๓ เซนติเมตร สูง ๒.๗ เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางก้น ๗.๓-๙.๐ เซนติเมตรสังคโลก เป็นชื่อที่ใช้เรียกเครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อแกร่ง ทั้งประเภทเคลือบและไม่เคลือบ ใช้เรียกเฉพาะจากแหล่งผลิตเตาทุเรียงเมืองสุโขทัย และเตาเมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ณ แหล่งเตาทุเรียงเมืองสุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ ๒๕๕๙-๒๕๖๐ ทำการตรวจสอบหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธี AMS Dating (Accelerator Mass Spectrometry) และการกำหนดอายุเชิงเทียบ (Relative Dating) สามารถจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งเตาเมืองสุโขทัยออกเป็น ๒ ระยะ ได้แก่ ระยะแรกกำหนดอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐ (พ.ศ. ๑๘๙๓-๑๙๔๓) และระยะหลังกำหนดอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑ (พ.ศ. ๑๙๕๓-๒๐๗๓) โดยสามารถจำแนกสมัยการเขียนลายปลาที่ตกแต่งจานทรงสูงจากแหล่งเตาเมืองสุโขทัย ดังนี้ระยะแรก มีลักษณะเขียนลายปลาภายในเส้นวงกลมขนานสองชั้นที่เขียนรอบก้นจานด้านใน มีทั้งเขียนลายปลาตัวเดียวอยู่ภายในวงกลม ด้านบนของลายมีการปล่อยพื้นที่ว่าง ไม่มีการเขียนลายใดๆ เขียนลายปลาคาบดอกไม้โดยเขียนลายปลาด้านล่างของวงกลม บริเวณปากของปลามีลายเส้นก้านดอกไม้โค้งขึ้นไปด้านบน แล้วเขียนลายดอกไม้ บางใบอาจเป็นเพียงการแต้มให้คล้ายใบไม้เท่านั้น และลายกลุ่มปลา มีทั้งลายปลาสามตัวและสี่ตัว ซึ่งบางชิ้นพบการเขียนลายปลาโดยการแบ่งพื้นที่วงกลมเป็นสี่ส่วน แต่ละส่วนเขียนลายปลาหันหัวเข้าหากัน ระยะหลัง มีลักษณะเขียนลายปลาตัวเดียว โดยมีภาพรวมคล้ายระยะแรก แต่ต่างกันที่ลวดลายที่เขียนลายปลาคร่าวๆ แบบง่ายๆ ไม่ประณีตและบรรจง อยู่ในเส้นวงกลมของก้นจานด้านใน บางลายเขียนลายปลาโดยเอาเส้นวงกลมเป็นส่วนท้องของปลา เพื่อให้รวดเร็ว และลดขั้นตอนการเขียนลายปลา และพบการทาน้ำดินสีขาวหนากว่าระยะแรก สันนิษฐานว่าช่างน่าจะมีความชำนาญ และประสบการณ์ในการเผาแล้ว และสันนิษฐานว่าช่างเขียนลายน่าจะต่างกลุ่มจากช่างระยะแรก สังเกตจากลักษณะลายเส้นในการวาด และความพิถีพิถัน เอาใจใส่ต่อการเขียนลวดลายมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การเขียนลายปลาในระยะแรกมีลักษณะเชิงโครงสร้างเป็นการเขียนลายปลาภายในเส้นวงกลมขนานที่เขียนรอบก้นจานด้านใน และปล่อยพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณด้านนอกเส้นวงกลม โดยพบหลักฐานการเขียนลายในพื้นที่ดังกล่าวในระยะหลังจากการกำหนดอายุเปรียบเทียบกับหลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดี ณ แหล่งเตาทุเรียงเมืองสุโขทัย สันนิษฐานว่าชิ้นส่วนเครื่องถ้วยสังคโลก ส่วนก้น ตกแต่งด้วยการเขียนลายปลาที่พบจากการก่อสร้างในโครงการดังกล่าว ณ วัดพระสี่อิริยาบถ เป็นผลิตภัณฑ์จากแหล่งเตาเมืองสุโขทัย ระยะหลัง กำหนดอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑ สอดคล้องกับหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในวัดพระสี่อิริยาบถก่อนหน้านี้ เช่น พระพุทธรูปลีลาภายในมณฑปประธานวัดพระสี่อิริยาบถ ที่มีลักษณะศิลปกรรมเทียบเคียงได้กับพระพุทธรูปลีลาสำริด วัดกรุสี่ห้อง กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑ และจารึกลานเงินเสด็จพ่อพระยาสอย กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ (ประมาณพุทธศักราช ๑๙๖๓) โดยการดำเนินงานทางโบราณคดีในเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรก่อนหน้านี้ พบชิ้นส่วนเครื่องถ้วยสังคโลกลายปลา ผลิตจากแหล่งเตาเมืองสุโขทัย เช่น บริเวณกำแพงเมืองกำแพงเพชร และวัดพระธาตุ การพบเครื่องถ้วยสังคโลก จากแหล่งเตาเมืองสุโขทัยในเมืองกำแพงเพชร แสดงให้เห็นถึงการเป็นเมืองร่วมสมัย และการรับอิทธิพลวิถีการดำรงชีวิตของชาวเมืองกำแพงเพชรจากอาณาจักรสุโขทัยเอกสารอ้างอิงธงชัย สาโค. สังคโลกเตาทุเรียงเมืองสุโขทัย ข้อมูลใหม่จากหลักฐานทางโบราณคดี. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๔.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๕๗.สำนักหอสมุดแห่งชาติ. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘.ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามเพชร. การขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณพื้นที่ภายในกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก (สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเดิม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร งบกลาง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙. [ม.ป.ท.], ๒๕๕๐. [เอกสารอัดสำเนา].ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามเพชร. รายงานการบูรณะโบราณสถานวัดพระธาตุจังหวัดกำแพงเพชร. กำแพงเพชร: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๔. [เอกสารอัดสำเนา].อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณพุทธศักราช ๒๕๕๙-๒๕๖๐. สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, ๒๕๖๐.
#หนังสือดีวันนี้ ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง “#จิตตุงแปร่ง ...ในโลก why (?) ป่วง”
.
"จิตตุงแปร่ง..." (หรือชื่อเต็มคือ จิตตุงแปร่ง... ในโลกเพี้ยน) เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิดผ่านมุมมองจิตแพทย์เพื่อให้เราเข้าใจความปกติในความไม่ปกติของมนุษย์ ได้อธิบายความสับสนของสมองและจิตใจในชีวิตประจำวันผ่านมุมมองวิทยาศาสตร์และงานวิจัยที่อ่านสนุก โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วนหลัก เกี่ยวกับจิตว้าวุ่น คนวุ่นวาย และสิ่งปั่นป่วน จึงเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจตัวเองและทันโลกที่วุ่นวาย โดยเน้นการใช้หลักฐานวิทยาศาสตร์มาอธิบายเรื่อง "ป่วงๆ" ในชีวิตประจำวัน
.
ผู้สนใจเข้ามาอ่านได้ที่ #ห้องทั่วไป ชั้น 1 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ
.
บรรณานุกรม
นำชัย ชีววิวรรธน์. จิตตุงแปร่งในโลก why (?) ป่วง. กรุงเทพฯ: มติชน, 2567.
เลขเรียกหนังสือ: 089.95911 น515จ
.
แนะนำโดย นางอุษา ลีลามโนธรรม เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน
กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
#NLTKORAT #จิตตุงแปร่งในโลกWhyป่วง #หวย #สลากกินแบ่งรัฐบาล #หวยงวดนี้ #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #หนังสือดีบอกต่อ
***รายการบรรณานุกรม***
หนังสือหายาก
กรมศิลปากร. ละคอน เรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๔๙๕.
สำริด ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐ เทวรูปองค์นี้ถูกเคลื่อนย้ายจากเมืองโบราณสุโขทัย ไปประดิษฐานไว้ ณ เทวสถาน กรุงเทพมหานคร และนำกลับมาจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ในปี พุทธศักราช ๒๕๐๗ พระหริหระ เทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ที่เป็นการรวมพระวิษณุ (หริ) และพระศิวะ (หระ) ให้อยู่ในองค์เดียวกัน โดยนำลักษณะเด่นของแต่ละองค์มารวมไว้ด้วยกันอย่างเหมาะสม พระองค์มี ๔ กร พระหัตถ์ขวาบนทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายบนทรงสังข์ พระหัตถ์ซ้ายล่างทรงดอกบัว สัญลักษณ์ของพระวิษณุ พระหัตถ์ขวาล่างแสดงปางกรัณฑมุทรา เครื่องประดับพระเศียรตกแต่งด้วยลายพันธุ์พฤกษา ยอดเป็นทรงกระบอกคอดเว้า คล้ายมุ่นมวยผม ประดับด้วยรูปพระจันทรืเสี้ยว มีพระเนตรที่ ๓ บริเวณกลางพระนลาฏ ทรงสวมสายธุรำรูปนาค ซึ่งเป็นสัญลักษ์ของพระศิวะ ลักษณะของพระพักตรเป็นรูปไข่ พระเนตรยาวรี พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งงุ้ม พระโอษฐ์บางพระหนุเป็นปมตามรูปแบบพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย พระกรรณสวมกุณฑล ทรงกรองศอ พาหุรัดและทองพระกร พระภูษายาวที่เรียกว่า "โธตี" (ผ้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพันรอบตัว) ด้านหน้าจีบเป็นริ้วแฉก คาดปั้นเหน่งชักชายภูษาโค้งลงมาปิดหัวปั้นเหน่งประทับยืนบนฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย การสร้างเทวรูปซึ่งเป็นรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของศาสนาพราหมณ์ที่มีบทบาทในสังคมพุทธศาสนาในสุโขทัย โดยได้สร้างสรรค์รูปแบบงานศิลปกรรมตามคตินิยมและสุนทรียภาพตามแบบศิลปะไทยที่นิยมในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือในสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไทซึ่งตามหลักฐานศิลาจารึก วัดป่ามะม่วง พุทธศักราช ๑๙๐๔ ได้ระบุว่าพระมหาธรรมราชาลิไททรงโปรดให้ประดิษฐานเทวรูป พระศิวะและพระวิษณุไว้ที่หอเทวาลัยมหาเกษตรในป่ามะม่วงนอกกำแพงเมืองสุโขทัยทางด้านตะวันตกเพื่อให้พราหมณ์และดาบสได้บูชา โดยเทวรูปพระหริหระนี้อาจเป็นหนึ่งในเทวรูปที่พระองค์ทรงโปรดให้นำไปประดิษฐานในหอเทวาลัยมหาเกษตร
วันจันทร์ ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อนำมาจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ เป็นผู้อ่านโองการบวงสรวง มีข้าราชการและประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก
อนึ่ง ไม้จันทน์หอมนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ได้คัดเลือกต้นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ จำนวน ๑๒ ต้น โดยจะดำเนินการตัด และแปรรูป พร้อมนำส่งมอบให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อนำไปจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในลำดับต่อไป
กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์
เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรมศิลปากรแถลงข่าวชี้แจงประเด็นกุฏิพระโบราณที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย โดยนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นายช่างโยธาและวิศกรควบคุมงาน เป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร
ตามที่รายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหายทั้งหมด สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ นั้น
กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ขอชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้
๑. วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษา ที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือ เป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙
๒. กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ประสบอุทกภัย โครงการบูรณะโบราณสถานวัดสิงห์ จำนวน ๑๒,๐๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งเป็น ๒ โครงการ
- โครงการงานบูรณะโบราณสถาน จำนวนเงิน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท
- โครงการงานปรับยกระดับ (ปรับดีด) วงเงินสัญญาจ้าง ๗,๕๓๙,๐๐๐ บาท ดำเนินการว่าจ้างบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑๒/๒๕๕๕ เริ่มสัญญาวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สิ้นสุดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน
๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๒๑.๓๐ น. นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา ได้รับแจ้งจากตัวแทนบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด ในเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ขณะที่คนงานอยู่ในช่วงพัก ไม่มีใครอยู่ภายในบริเวณอาคารกุฏิโบราณ ได้ยินเสียงพร้อมทั้งปูนฉาบของตัวอาคารกะเทาะหลุดร่วงลงมา แล้วมุมอาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เกิดการทรุดตัวลง ทำให้กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างหลังคาทั้งหมด ทรุดลงมากองอยู่บริเวณพื้นไม้ชั้นสองของอาคาร ทำให้น้ำหนักบรรทุกของพื้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นผนังด้านทิศใต้ ก็ได้พังทลายตามลงมาเนื่องจากรับหนักของหลังคาที่ทรุดลงมาไม่ไหว
๔. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (นายประทีป เพ็งตะโก) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามโคก และคณะกรรมการวัดสิงห์ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการพังทลาย ได้ข้อสรุปดังนี้
๔.๑ การที่อาคารเกิดการทรุดตัว เนื่องจากพื้นดินรับฐานรากอาคารอยู่ในที่ต่ำชุ่มน้ำตลอดทั้งปี ทำให้อ่อนตัวรับน้ำหนักอาคารไม่ไหวทำให้ผนังอาคารทรุดตัวลงมาประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน
๔.๒ ผนังอาคารมีร่องรอยแตกร้าวจำนวนมาก พบร่องรอยนี้จากการสำรวจเพื่อจัดทำรูปแบบรายการการอนุรักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔
๔.๓ ปูนสอเสื่อมสภาพจากการถูกน้ำแช่ขังและใช้งานอาคารมาเป็นเวลานาน ทำให้การยึดตัวของอิฐและปูนสอไม่ดี เป็นสาเหตุให้ตัวอาคารทรุดลงมา
๔.๔ สภาพอาคารที่ปูนฉาบผนังนอกหลุดร่อน ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผนังทำให้ ปูนสอชุ่มน้ำ ทำให้แรงยึดเกาะระหว่างอิฐต่ำ
๔.๕ ขณะที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างการขุดเพื่อตรวจสอบฐานของอาคารส่วนที่ จมดินเพื่อเตรียมการกำหนดระยะที่ทำการตัดผนังเพื่อเสริมคานถ่ายแรง ยังไม่ได้ทำการตัดผนัง จึงยังมิได้มีการรบกวนโครงสร้างของอาคารโบราณ แต่ตัวอาคารก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียก่อน
หลังจากทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างทำการค้ำยันผนังส่วนที่เหลือโดยให้ดำเนินการตามคำแนะนำของวิศวกร และทำการจัดเก็บวัสดุส่วนที่สามารถนำมาก่อสร้างเพื่อคืนสภาพอาคารไปจัดเก็บในที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการบูรณะกุฏิให้คืนสภาพโดยเร็ว โดยให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง ปรับปรุงรูปแบบรายการ และวิธีปรับดีดให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของกุฏิ และให้ดำเนินการบูรณะกุฏิให้กลับคืนสภาพเดิม โดยให้เป็นไปตามรูปแบบรายการบูรณะที่ได้รับอนุญาต
วันอาทิตย์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ ๑ - ๖ โรงเรียนพรานวิบูลวิทยา ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นักเรียนจำนวน ๓๘ คน คุณครูจำนวน ๖ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนางสาวอภิญญา สุขใหญ่ พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
โครงการความรู้ในการตรวจสอบพิสูจน์พระพุทธรูปศิลปะพม่า
วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม 2557
ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จังหวัดปทุมธานี
การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในวันนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะต่อยอดความรู้จากการอบรมที่ผ่านมา (เมื่อวันที่ 12 - 15 มีนาคม 2557 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง) โดยใช้วัตถุโบราณที่ได้รับจากการตรวจยึดอายัดจากด่านศุลกากรและส่งมอบให้จัดเก็บในคลัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (คลังกลาง) จังหวัดปทุมธานี เป็นกรณีศึกษาเพื่อนำความรู้ทั้งหมดที่ได้รับมาจัดการให้เป็นระบบสำหรับพิมพ์เป็นคู่มือปฏิบัติงาน ของบุคลากรในกรมศิลปากรต่อไป ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากท่านวิทยากร คุณอู หยุน ฮั่น และคุณไน หมิ่น เวย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จากประเทศพม่า