ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,568 รายการ

          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “คุณค่าและการอนุรักษ์อิสริยพัสตราภูษาภัณฑ์” วิทยากรโดย นางพวงพร ศรีสมบูรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และนายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.           ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และชมย้อนหลังได้ทาง Youtube Live : กรมศิลปากร


          กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย จัดนิทรรศการ “Bridge of Colors” สะพานแห่งสีสัน เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบวันชาติของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ครบรอบ ๗๗ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ และเป็นสะพานเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซียเข้าไว้ด้วยกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือทางด้านศิลปวัฒนธรรม             นิทรรศการในครั้งนี้ถ่ายทอดความหมายของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ผ่านภาพวาดที่หลากหลายทั้งทางด้านสุนทรียศาสตร์ การใช้สีสัน แนวความคิดการถ่ายทอดภาพและเทคนิคในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันของศิลปินชาวอินโดนีเซีย ๑๑ ท่าน     ประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ นับตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลา ๗๒ ปีแล้ว แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน ได้มีการแลกเปลี่ยน การส่งเสริม และการสานสัมพันธ์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมนั้น ทั้งสองประเทศต่างมีวัฒนธรรมร่วมกัน ดังจะเห็นได้จากศิลปะ วรรณกรรม นาฏยศิลป์ แตกต่างเพียงบริบทแวดล้อมทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเท่านั้น การสร้างความรับรู้และเข้าใจในความหลากหลายผ่านผลงานศิลปะ นับเป็นวิธีการสื่อสารทางการทูตรูปแบบหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาใช้เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของชาติ โลกศิลปะที่ไร้พรมแดนสามารถหล่อหลอมให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกรับรู้ร่วมกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ และตกผลึกกลายเป็นความตระหนักรู้ถึงคุณค่า และ “อัตลักษณ์” แห่งวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องที่ สร้างพลังแห่งศรัทธาและสายสัมพันธ์ที่เชื่อมผู้คนเข้าไว้ด้วยกันผ่านงานศิลปะ     ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพิเศษ “Bridge of Colors” ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ณ ห้องจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. หยุดวันจันทร์และอังคาร ค่าเข้าชม ชาวไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท   


       พระพิมพ์ปางสมาธิ ขนาบข้างด้วยพระโพธิ์สัตว์        ศิลปะศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ (ประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว)        ได้มาจากถ้ำเขาขาว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง        ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ ห้องศรีวิชัย อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร        พระพิมพ์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กึ่งกลางแสดงพระพุทธรูปประทับขัดสมาธิราบแสดงปางสมาธิ บนฐานบัว พระพุทธรูปมีอุณีษะนูน พระเกศาเรียบ พระพักตร์ค่อนข้างกลม ครองจีวรห่มเฉียง ทรงประทับใต้ฉัตร ขนาบทั้งสองข้างด้วยบริวาร (ซึ่งอาจหมายถึงพระโพธิ์สัตว์) ในท่ายืนตริภังค์บนฐานบัว ถือดอกบัวก้านยาวเหนือเกสรดอกบัวมีพระพุทธรูปแสดงปางสมาธิ พระเศียรของบริวารมีศิรประภาล้อมรอบ ท่อนล่างแสดงการนุ่งผ้ายาวเกือบถึงข้อพระบาท ระหว่างพระพุทธรูปกับพระสาวกคั่นด้วยสถูปทั้งสองข้าง ส่วนซี่ฉัตรมีก้านยื่นออกเป็นดอกไม้รองรับพระพุทธรูปปางสมาธิข้างละหนึ่งองค์ และด้านบนฉัตรยังปรากฏพระพุทธรูปปางสมาธิอีกสององค์ ขอบพระพิมพ์ทั้งสองด้านมีสถูปรูปทรงคล้ายหม้อน้ำ ส่วนยอดสถูปยืดสูง        พระพิมพ์ชิ้นนี้เป็นหนึ่งในบรรดาพระพิมพ์ที่พบในพื้นที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งปรากฏแหล่งที่พบพระพิมพ์จำนวนมาก โดยเฉพาะที่ถ้ำเขาสายและถ้ำวัดคีรีวิหาร (วัดหาร) อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และแสดงถึงการนับถือพุทธศาสนามหายานอย่างชัดเจน เนื่องจากพระพิมพ์ที่พบนั้น บางชิ้นเป็นรูปพระโพธิ์สัตว์อวโลกิเตศวร ๔ กรและพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๑๒ กร อีกทั้งยังพบพระพิมพ์รูปแบบเดียวกันนี้ที่ถ้ำคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง* ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการแพร่กระจายตามเส้นทางข้ามคาบสมุทร ดังนั้นการนับถือพุทธศาสนามหายานจึงปรากฏทั้งในพื้นที่ชุมชนฝั่งอ่าวไทยและอันดามันในสมัยศรีวิชัย โดยมีปัจจัยสำคัญคือการค้าข้ามคาบสมุทร        นอกจากนี้ในเอกสารตรวจราชการของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พ.ศ. ๒๔๔๕ และจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ พ.ศ. ๒๔๕๒ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖* ยังกล่าวถึงพระพิมพ์ในพื้นที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรังไว้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะที่ถ้ำวัดคีรีวิหารนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพรรนาถึงพระพิมพ์แบบหนึ่งไว้ความว่า “..รูปแผ่นอิฐอย่างหนึ่ง มีรูปพระสองกรอยู่กลาง (ที่พุทธรูป) มีสาวกฤๅเทวดาสองข้าง...” สันนิษฐานว่าอาจหมายถึงพระพิมพ์รูปแบบเดียวกันนี้        *ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา       **เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร     อ้างอิง กรมศิลปากร. พระพิมพ์ : พระเครื่องเมืองไทย. นครปฐม: รุ่งศิลป์การพิมพ์, ๒๕๖๔. นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยา. จดหมายระยะทางไปตรวจราชการแหลมมลายู ร.ศ. ๑๒๑. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๐.


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           31/7ประเภทวัสดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                               30 หน้า : กว้าง 4.9 ซม. ยาว 53.2 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           45/6ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              28 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง           บันทึก ของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม  ระหว่าง พ.ศ.2491 – 2499 ชื่อผู้แต่ง         กรมศิลปากร กองจดหมายเหตุแห่งชาติ พิมพ์ครั้งที่       - สถานที่พิมพ์     พระนคร สำนักพิมพ์       ศิวพร ปีที่พิมพ์          2500 จำนวนหน้า      3๕๒  หน้า รายละเอียด บันทึก ของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม  ระหว่าง พ.ศ.2491 – 2499  พิมพ์ในอภิลักขิตสมัยคล้ายวันเกิดครบ 5 รอบ ของ พณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี 14 กรกฎาคม 2500  ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการงานของกระทรวง ทบวง กรม และองค์การต่างๆ เมื่อครั้งรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยแบ่งหัวข้อเรื่องไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ และได้กล่าวถึงเกี่ยวกับ คณะรัฐบาล ชุดที่ ๑ ถึงชุดที่ ๖ คำแถลงนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตร ฯลฯ


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 142/7 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 177/1ญ เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                    1มัดที่1 เวทมนต์คาถาป้องกันอันตรารายภูตผีปีศาจต่างๆแทรกด้วยตำรายาแก้โรคต่างๆประเภทวัสดุ/มีเดีย      สมุดไทยขาวISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                   ตำราไสยศาสตร์ลักษณะวัสดุ              158; หน้า : มีภาพประกอบหัวเรื่อง                     ตำราไสยศาสตร์    ภาษา                      ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติ  นายวีระศักดิ์ เข็มเงิน มอบให้หอสมุดสุพรรณฯ


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           13/6ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              24 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 54.8 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


เลขทะเบียน : นพ.บ.377/11ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 20 หน้า ; 5 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 142  (7-25) ผูก 11 (2566)หัวเรื่อง : เวสฺสนฺตรชาตก --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.513/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4 x 48.5 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 172  (248-253) ผูก 9 (2566)หัวเรื่อง : ฉลองอาราม--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



ວິຫານ ວັດໂພສີ ບ້ານເໜືອງແພ່ ແຂວງໄຊຍະບຸລີ ສປປ.ລາວ จิตรกรรมฝาผนังวิหาร วัดโพธิ์ศรี บ้านเหมืองแพร่ แขวงไชยบุรี สปป.ลาว ติดกับบ้านเหมืองแพร่ ต.นาแห้ว อ.นาแห้ว จ.เลย เขียนด้วยเทคนิคสีฝุ่นบนผนังปูน เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ทศชาติชาดก พระมาลัย และสอดภาพแทรกวิถีชีวิต สามารถข้าม"พรมแดน"เข้าชมความงดงามได้ในทุกๆ"วันพระ"ວິຫານ ວັດໂພສີ ບ້ານເຫມືອງແພ່ ແຂວງໄຊຍະບຸລີ ເມືອງບໍ່ແຕນ ສປປ.ລາວ


         ประติมากรรมดินเผารูปนาค พบจากเมืองโบราณอู่ทอง          ประติมากรรมดินเผารูปนาค สมัยทวารวดี พบจากเมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดง ณ ห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง          ประติมากรรมดินเผารูปนาค สูง ๔ เซนติเมตร กว้าง ๓.๓ เซนติเมตร มีขนดนาคซ้อนเป็นวง ๒ ชั้น รองรับเศียรนาคซึ่งมีลักษณะเหมือนหงอนเป็นตุ่มนูน ใบหน้าและลำตัวของนาค ตกแต่งโดยใช้วัสดุปลายแหลมขีดให้เป็นลูกตากลมโต จมูกเจาะเป็นรูกลม ๒ รู ส่วนปากขีดเป็นเส้นตรงยาว มุมปลายยกขึ้นคล้ายอมยิ้ม ลำตัวตกแต่งเป็นขีดคล้ายเกล็ดงู            นาค เป็นสัตว์ในจินตนาการ ซึ่งได้รับแนวคิดมาจากสัตว์ที่มีอยู่จริงประเภทงูใหญ่ ตามความเชื่อ นาค ถือเป็นสัญลักษณ์ของน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นผู้พิทักษ์รักษาในศาสนาพุทธ และพราหมณ์-ฮินดู ความเชื่อเรื่องนาคที่ปรากฏในดินแดนไทย จึงเป็นการผสมผสานทั้งความเชื่อที่มีมาแต่เดิม และความเชื่อทางศาสนา รวมทั้งการรับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย          รูปแบบทางศิลปกรรมของนาคชิ้นนี้ สัมพันธ์กับประติมากรรมรูปนาค ที่สร้างขึ้นในสมัยทวารวดีที่พบในเมืองโบราณอู่ทอง ได้แก่ ประติมากรรมปูนปั้นรูปนาค พบที่เจดีย์หมายเลข ๓ นาค เป็นนาคหัวโล้น มีหงอนเป็นจุกสามเหลี่ยม นอกจากนั้น ในเมืองโบราณอู่ทอง ยังพบหลักฐานประติมากรรมรูปนาคปูนปั้นที่เจดีย์หมายเลข ๒๘ ซึ่งประติมากรรมรูปนาคปูนปั้นเหล่านี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อประดับส่วนฐาน หรือประดับองค์ประกอบอื่นๆ ของสถาปัตยกรรม หลักฐานประติมากรรมรูปนาคที่พบจากเมืองโบราณอู่ทอง ส่วนใหญ่มักทำจากปูนปั้น และเกี่ยวข้องกับการตกแต่งศาสนสถานในศาสนาพุทธ ซึ่งน่าจะมีความหมายถึงความเป็นสิริมงคลและเป็นผู้พิทักษ์ดูแลพุทธสถานแห่งนั้น          ประติมากรรมรูปนาคชิ้นนี้ น่าจะมีหน้าที่ต่างจากประติมากรรมรูปนาคชิ้นอื่น ๆ ที่พบภายในเมืองโบราณอู่ทอง เนื่องจากทำจากดินเผา มีขนาดเล็ก และส่วนฐานโค้งเว้า ประกอบกับบริเวณขนดนาคมีการเจาะรูกลมทะลุถึงกัน  ลักษณะคล้ายกับประติมากรรมดินเผารูปช้าง และสิงห์ ประดับบนจุกภาชนะ พบบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง จึงสันนิษฐานว่าประติมากรรมรูปนาคนี้ เป็นประติมากรรมที่ประดับอยู่บนจุกภาชนะเช่นเดียวกัน ซึ่งน่าจะใช้สำหรับอุดปากภาชนะประเภทปากแคบหรือขวดที่มีความสำคัญ อาจใช้สำหรับบรรจุของที่ใช้ในพิธีกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ หรืออาจเป็นเครื่องใช้ของบุคคลชั้นสูงหรือชนชั้นปกครองก็เป็นได้ กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว   เอกสารอ้างอิง ดวงกมล อนันต์วัชรกุล. “ความเชื่อเรื่องสัตว์ที่ปรากฏในวัฒนธรรมทวารวดี.” เอกสารศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔. สุพิชฌาย์ จินดาวัฒนภูมิ. “นาค” ในงานประติมากรรมสมัยทวารวดี เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ ๑๑ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ๑๑-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒.


black ribbon.