ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,960 รายการ

      กระโถนค่อมเขียนลายสุวรรณมัจฉา       สมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๕ พุทธศักราช ๒๔๒๓        ได้รับมอบจากคุณ วราห์ โรจนวิภาต         ปัจจุบันจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕        กระโถนลายน้ำทองขนาดเล็กเขียนเรื่องรามเกียรติ์ ลักษณะทรงค่อมปากกว้าง ลำตัวสอบลง คอกระโถนเขียนแถบเส้นสีแดง ตัวกระโถนเขียนรูปนางสุพรรณมัจฉาถือดอกบัว (ลักษณะเป็นเงือกท่อนบนตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงเอวเป็นมนุษย์ สวมเครื่องประดับอาทิ รัดเกล้ามีกรรเจียกจร กรองศอ สังวาล พาหุรัดและทองกร ท่อนล่างเป็นลำตัวปลามีหาง มีครีบ) อีกด้านหนึ่งเป็นรูปมัจฉานุ ท่ามกลางกอบัวและหมู่มัจฉา ขอบกระโถนด้านบนและล่างเขียนแถบลายลูกขนาบดอกสี่กลีบบนพื้นสีทองและด้านล่างเป็นแถบเส้นสีทอง กึ่งกลางก้นกระโถนด้านนอก เขียนตัวเลข ๑๒๔๒ ซึ่งหมายถึงจุลศักราช ๑๒๔๒ ตรงกับพุทธศักราช ๒๔๒๓         กระโถนเป็นภาชนะในวัฒนธรรมไทยมีหลายขนาด หากเป็นใบเล็กนิยมใช้บ้วนน้ำหมาก สำหรับกระโถนใบนี้ เขียนขึ้นโดยช่างไทยเอง กล่าวคือเขียนลายน้ำทอง คือการเขียนสีผสมน้ำเคลือบลงบนผิวภาชนะ ปรากฏหลายสีตัดเส้นด้วยสีทอง ส่วนรูปที่ปรากฏบนกระโถนนั้นคือรูปนางสุพรรณมัจฉา และมัจฉานุ ซึ่งเป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ โดยนางสุพรรณมัจฉาเป็นธิดาของทศกัณฐ์ อาศัยอยู่ในมหาสมุทร ได้พาฝูงปลามาทำลายแผนการทำถนนไปยังกรุงลงกาของฝ่ายพระรามตามคำสั่งของทศกัณฐ์ โดยการลักลอบนำหินที่ถมไว้นั้นออกเสีย กระทั่งหนุมานล่วงรู้และได้ขับไล่ฝูงปลาและตามจับนางสุพรรณมัจฉาได้ นางสุพรรณมัจฉาได้สารภาพต่อหนุมานและให้ฝูงปลาคาบเอาหินกลับมาถมคืนดังเดิม ต่อมานางก็ได้กลายเป็นภรรยาหนุมานและให้กำเนิดบุตรขึ้นมานามว่า มัจฉานุ มีรูปลักษณ์ท่อนบนเป็นลิง ท่อนลางเป็นปลา จากนั้นนางได้เล่าเรื่องหนุมานให้มัจฉานุฟังแล้วจึงกลับสู่มหาสมุทรไป มัจฉานุได้เที่ยวเล่นไปจนไมยราพมาพบโดยบังเอิญจึงรับไว้เป็นบุตรบุญธรรม ต่อมาเมื่อพระรามถูกจับไปขังไว้ที่เมืองบาดาลของไมยราพ หนุมานตามลงไปและพบกับมัจฉานุเฝ้าด่านหน้าอยู่ทั้งสองเข้าต่อสู้กัน แต่ไม่มีฝ่ายใดเพลี้ยงพล้ำจึงซักไซ้ถามชื่อกระทั่งรู้ว่าเป็นพ่อ-ลูกกันในที่สุด        กระโถนใบนี้เป็นตัวอย่างของภาชนะเครื่องเคลือบที่เขียนระบายสีและเผาที่พระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งศักราชที่ปรากฏอยู่ใต้ก้นกระโถนนั้นน่าจะหมายถึงปีที่ผลิตขึ้น กล่าวคือในสมัยรัชกาลที่ ๕ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ โปรดให้มีการตั้งเตาขึ้นในพื้นที่พระราชวังบวรสถานมงคล และทำภาชนะเครื่องเคลือบเขียนสีขึ้นเองโดยฝีมือคนไทย* (ซึ่งก่อนหน้าช่วงเวลานี้ไทยต้องสั่งภาชนะเครื่องเคลือบจากเมืองจีน) แต่ดำเนินการผลิตอยู่เพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็เลิกทำไป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวถึงเตาวังหน้าไว้ว่า    “...เตาของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เอาหุ่นเครื่องถ้วยสีขาวของจีนมาเขียนสีนอกเคลือบ ทำลายน้ำทองโดยมาก ผูกลายไทย ต่าง ๆ มาเขียน ทำได้งามดีมาก แต่ทำเป็นของถวายบ้าง ของใช้บ้าง แจกบ้าง ไม่ถึงซื้อขาย ทำอยู่คราวหนึ่งก็เลิก แต่ตัวอย่างของยังมีอีกมาก มักเป็นกระโถนค่อม และถ้วยชาเป็นพื้น...”          นอกจากภาชนะเครื่องเคลือบแล้ว กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญยังโปรดให้มีการตั้งโรงงานการช่างในพระราชวังบวรรสถานมงคลขึ้นหลายแขนง ด้วยเหตุที่พระองค์โปรดการช่างต่าง ๆ ดังความใน “ตำนานวังหน้า” ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า    “...กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญโปรดในการช่างต่าง ๆ มาแต่เดิม ทรงจัดตั้งโรงงานการช่างขึ้นในวังหน้าหลายอย่าง ทั้งช่างหล่อ ช่างกลึง ช่างเคลือบ ของที่ทรงประดิษฐ์คิดทำขึ้นล้วนเป็นฝีมืออย่างประณีตจะหาเสมอได้โดยยาก...”          ข้อความดังกล่าวยังสอดคล้องกับพระประสงค์ของรัชกาลที่ ๕ ที่ทรงโปรดให้กรมพระราชวังบวรสถานมงคลโปรดทำสิ่งของต่าง ๆ ทูลเกล้าถวายดังข้อความ จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาค ๑๑ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความตอนหนึ่งกล่าวว่า    “...วันที่ ๔๔๗๒ วันจันทร์ ขึ้นเก้าค่ำ เดือนสาม ปีมะโรงโทศก จุลศักราช ๑๒๔๒ [ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๒๓-ผู้เขียน] บ่ายโมงเศษ กรมมหาดเล็ก กรมหมอ ถวายของถวายผ้าขาว พระยานรรัตน์ถวายกระโถนเขียนลายและรูปภาพต่าง ๆ และกล่องจันทน์ และของอื่น ๆ อีกหลายสิ่งที่โปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรสถานมงคลทำ...”         *เมื่อกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทิวงคต เตาเผาภาชนะเครื่องเคลือบของพระราชวังบวรสถานมงคลก็ปิดตัวลง ไม่ได้มีการสืบทอดทำต่อมาอีก     อ้างอิง จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาค 11 พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. พระนคร: โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๗๘, (พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงเผาศพ หม่อมอ่อน รพีพัฒน์ ณ วัดประทุมวนาราม เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘). ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะและถ้วยปั้น. พระนคร: รุ่งเรืองรัตน์, ๒๕๐๘ (พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระศุลีสวามิภักดิ์ (เศวตร์ พราหมณะนันทน์) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘). ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ตำนานวังหน้า. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพฯ: แสงดาว, ๒๕๕๓. พิกุล ทองน้อย. รามเกียรติ์ร้อยแก้วประกอบคำกลอน (พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑) ฉบับสมบูรณ์. พิมพ์ครั้งที่ ๔. นนทบุรี: ศรีปัญญา, ๒๕๖๑. The Fine Arts Department. The Endless Epic of Japanese-Thai Ceramic Relationship in the World’s Trade and Culture (CATALOGUE). Bangkok: Central Administrative Office, The Fine Arts Department, 2022.


แนะนำ E-book หนังสือหายากเรื่อง ชีวประวัติพระยาเกษตรรักษา เกษตรรักษา, พระยา. ชีวประวัติพระยาเกษตรรักษา. พระนคร: โรงพิมพ์กรมแผนที่ทหารบก, 2502.         ความรู้สึกทั้งหมด 22      


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 141/7ก เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 177/1ข เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง : เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ภาคพิเศษก่อนเถลิงถวัลยราชสมบัติ ชื่อผู้แต่ง : คณะกรรมการจัดงานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ปีที่พิมพ์ : 2515 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัยจำนวนหน้า : 34 หน้าสาระสังเขป : บทประพันธ์เฉลิมพระเกียรติ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถ้าจะแบ่งตามสมัย ก็แบ่งได้เป็นสามตอน คือ ตอนก่อนเด็จเถลิงวัลยราชสมบัติ ระหว่างที่เสวยราชสมบัติ กับภายหลังที่เสด็จสวรรคตแล้ว บทที่ นายถนัด นาวานุเคราะห์ นำมาพิมพ์เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระอายุคราบ 6 รอบนี้ เป็นบทประพันธ์เฉลิมพระเกียรติ์ก่อนเสด็จเถลิงวัลยราชสมบัติ และเพื่อเป็นการรักษาประวัติการพิมพ์ได้คงใช้วิธีเขียนตัวสะกดแบบเดิม


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)  อย.บ.                                           13/2 ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลาน หมวดหมู่                                     พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                               32 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 54.8 ซม. หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนา                                                       อภิธรรมปิฎก   บทคัดย่อ/บันทึก                เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา



เลขทะเบียน : นพ.บ.377/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 30 หน้า ; 5 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 142  (7-25) ผูก 3 (2566)หัวเรื่อง : เวสฺสนฺตรชาตก --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.506/4กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4 x 49.5 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 170  (233-242) ผูก 4ก (2566)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


          โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ แจ้งข่าว.... ขยายเวลาปิดเบี่ยงการจราจรบนถนนสามเสนและบนถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้าสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และบริเวณแยกสี่เสาเทเวศร์ เพื่อดำเนินการการก่อสร้างกำแพงสถานี สถานีหอสมุดแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 – 8 พฤษภาคม 2566  ตั้งแต่เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง           ​กิจการร่วมค้า ซีเคเอสที-พีแอล ผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สัญญาที่ 2 ช่วงหอสมุดแห่งชาติ - ผ่านฟ้า มีความจำเป็นต้องขยายเวลาปิดเบี่ยงจราจรบนถนนสามเสนบริเวณหน้าสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และบนถนนศรีอยุธยาบริเวณแยกสี่เสาเทเวศร์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างกำแพงสถานี สถานีหอสมุดแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 - 8 พฤษภาคม 2566 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง  โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ปิดเบี่ยงจราจร 2 ช่องจราจร ฝั่งชิดทางเท้า บริเวณสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ปิดเบี่ยง 2 ช่องจราจร ฝั่งชิดทางเท้า บริเวณทางเข้าหอสมุดแห่งชาติ - ปิดเบี่ยง 2 ช่องจราจร ฝั่งชิดทางเท้า บนถนนศรีอยุธยา บริเวณแยกสี่เสาเทเวศร์ มีผลให้ช่องจราจร ฝั่งมุ่งหน้าแยกสี่เสาเทเวศร์ เหลือ 2 ช่องจราจร  ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าออกที่พักอาศัยได้ตามปกติ ​           การปิดเบี่ยงจราจรเพื่อดำเนินงานดังกล่าว อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง และ รฟม. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามรายละเอียดการเบี่ยงจราจรได้ที่หมายเลข 08 4438 3943 และติดตามข้อมูลโครงการฯ ได้ที่ เว็บไซต์ www.mrta-purplelinesouth.com Facebook โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ และ Line@mrtpurpleline   ------------------------------------------- ที่มาของข้อมูล : Facebook page โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ  https://www.facebook.com/MRTPurplelinesouth



ชื่อเรื่อง                     ทางไมตรีกับฝรั่งในรัชกาลที่ 4ผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ประวัติศาสตร์เอเชียเลขหมู่                      959.3056 ท374ทจสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์ตีรณสารปีที่พิมพ์                    2502ลักษณะวัสดุ               284 หน้า หัวเรื่อง                     ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- กรุงรัตนโกสินทร์ -- รัชกาลที่ 4                              ไทย -- ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ – อังกฤษภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือเรื่องเซอร์ยอนโบว์ริง เข้ามาเมืองไทยทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีกับประเทศสยาม เมื่อปี พ.ศ. 2398: ตามข้อความในหนังสือรายวัน ของเซอร์ยอนโบว์ริง ตั้งแต่วันที่ 24 มินาคม ถึง วันที่ 25 เมษายน พิมพ์ตามต้นฉบับเมื่อ พ.ศ. 2456 / แปลแต่งโดย เพ่ง พ, ป, บุนนาคประชุมพงศาวดารภาคที่ 62 เรื่องทูตฝรั่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์: ตอนกล่าวถึงทางไมตรีกับฝรั่งในรัชกาลที่ 4



         พระเจ้าเข้านิพพาน (พระพุทธรูปปางถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ)          ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ (ประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว)           สมบัติเดิมของวัดโบสถ์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี           โลหะผสมปิดทอง กว้าง ๘.๗ เซนติเมตร ยาว ๒๐ เซนติเมตร สูงพร้อมฐาน ๑๙.๕ เซนติเมตร           ปัจจุบันจัดแสดงใน นิทรรศการพิเศษ “พระพุทธรูปสำคัญในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จนถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖          ประติมากรรมรูปพระหีบประดิษฐานพระพุทธสรีระ ซึ่งแสดงปาฏิหาริย์เหยียดพระบาททะลุออกมาภายนอกพระหีบเพื่อให้พระมหากัสสปะบูชาด้วยเศียรเกล้า พระหีบปากผายมีฝาปิดตั้งบนพระจิตกาธาน ส่วนบนประดับกลีบบัวหงายพระหีบและฐานตกแต่งลวดลายนูน  มีรูปพระสาวก ๕ องค์ นั่งอยู่ฐานสี่เหลี่ยม ฐานแต่ละองค์จารึกระบุนาม คือ พระอนุรุทธ พระอุบาลี และพระมหากัสสปะ ทั้ง ๓ รูป นั่งประคองอัญชลีระหว่างอก พระสุภัททะ นั่งชันเข่าข้างหนึ่ง และพระอานนท์ นั่งกระหย่งก้มใบหน้า มือขวาทาบที่หน้าอก มือซ้ายยกป้องใบหน้า แสดงความโศกเศร้าเสียใจ          พระสุภัททะ ที่นั่งในท่าทางไม่สำรวมนี้ คงได้แก่ พระสุภัททวุฑฒบรรพชิต ภิกษถผู้บวชเมื่อแก่  พระสุภัททะเมื่อรู้ว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานได้กล่าวว่า “การที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปนั้นดีแล้ว เพราะเวลาที่ทรงพระชนม์อยู่นั้น มีแต่ทรงห้ามไม่ให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว พวกเราก็จักทำตามชอบใจได้” ครั้งพระมหากัสสปเถระได้ฟังคำพระสุภัททะเช่นนั้น ก็เกิดธรรมสังเวชและเหตุนี้ส่งผลให้เกิดการทำสังคายนาครั้งแรกขึ้นภายหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานได้  ๓ เดือน          งานศิลปกรรมพระพุทธเจ้าเข้านิพพานในประเทศไทยพบหลักฐานการสร้างเก่าที่สุดในสมัยสุโขทัย เมื่อราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ (ประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา-รัตนโกสินทร์ พบทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม และพระพิมพ์ โดยมีคติการสร้างเพื่อบูชาเนื่องในพิธีอัฐมีบูชา หรือการบูชาในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ วันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธนเจดีย์    



black ribbon.