ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,557 รายการ

        กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "การพัฒนาศักยภาพแหล่งโบราณสถานในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" วิทยากร นางสาวนาตยา ภูศรี ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร        รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ - กันยายน ๒๕๖๙


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้ย้อนไปกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีในพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามันผ่านนิทรรศการการบอกเล่าเรื่องราว โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตามยุคสมัย เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มประวัติศาสตร์ การค้าเมืองท่าโบราณ การปรากฏหลักฐานการเข้ามาของอักษรภาษาเขียน ศาสนาในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ข้อมูลหลักฐานเริ่มต้นเมืองถลางสู่มณฑลภูเก็จ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของผู้คนที่อาศัยบนเกาะภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน          ห้องที่ 1 ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มการค้า และเมืองท่าโบราณ ภายในห้องจัดแสดงห้องแรกจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึงมีพัฒนาการมาอย่างยาวนานกว่าสามหมื่นปีมาแล้ว โดยการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในสมัยที่ยังคงดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าล่าสัตว์ ผ่านโบราณวัตถุประเภทเครื่องมือหิน เครื่องมือกระดูกสัตว์ และภาพเขียนสี          ต่อมาเมื่อมนุษย์เริ่มมีการขยายตัวทางสังคมและมีการติดต่อกันกับผู้คนภายนอกมากขึ้น จึงเริ่มปรากฏหลักฐานการเข้ามาของพ่อค้านักเดินเรือมายังแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน มีทั้งชาวอินเดีย ชาวจีน และชาวเปอร์เซียอาหรับ ที่ได้เดินทางเข้ามาทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า มีการบันทึกถึงเมืองท่าสำคัญในดินแดนแถบนี้คือ “เมืองตักโกลา” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗ - ๑๖ โดยสันนิษฐานว่ามีการเปลี่ยนศูนย์กลางไปเรื่อย ๆ ในแต่ละช่วงเวลา ทำให้พื้นที่แถบนี้กลายเป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญในอดีต ที่ตั้งอยู่ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก จนได้ชื่อว่า “ดินแดนสุวรรณภูมิ” ซึ่งได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของพวกพ่อค้าชาติต่าง ๆ ดังปรากฏหลักฐานเรือโบราณ และข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ          ซึ่งการเข้ามาของชาวอินเดียยังส่งอิทธิพลอะไรอีกมากมายให้กับคนในพื้นที่แถบนี้ ห้องต่อไปมีอะไร รอติดตามกันได้ในครั้งต่อไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เปิดให้เข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐.- บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐.- บาท คณะหน่วยงาน สถานศึกษา สนใจเข้าชม ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๗๖ - ๓๗๙๘๙๕ หรือสอบถามผ่านทางกล่องข้อความ Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum 


***รายการบรรณานุกรม*** หนังสือหายาก กรมศิลปากร.  ละคอน เรื่อง อิเหนา ตอน ประสันตาต่อนก.  พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๔๙๔.


     สำริด ลงรักปิดทอง ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๑๙- ๒๐ พบในเมืองโบราณสุโขทัย นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร ก่อนนำมาจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๐๖ พระพุทธรุปแสดงอิริยาบถเดินโดยพระบาทซ้ายก้าวไปข้างหน้า พระบาทขวายกส้นพระบาทขึ้นเล็กน้อย ประทับบนฐานรูปดอกบัวหงาย รองรับด้วยฐานแปดเหลี่ยม ยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้นในท่าประทานอภัย พระหัตถ์ขวาทอดลงข้างพระวรกาย พระพุทธรูปลีลานับเป้ฯงานสร้างสรรค์ประติมากรรมอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของศิลปะสุโขทัย เป็นการสร้างสรรค์พุทธศิลป์ตามคตินิยมเรื่อง “มหาบุรุษลักษณะ”ที่มีความงามตามอุดมคติอย่างแท้จริงโดยมีลักษณะพระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเรียวเหลือบต่ำ พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งงุ้ม พระโอษฐ์เรียวเล็กบาง พระหนุเป็นปม พระรัศมีรุปเปลวเพลิง ขมวดพระเกศาขนาดเล็ก พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรห่มเฉียงบางแนบพระวรกาย สังฆาฏิยาวจรดพระนาภี ปลายหยักเป็นเขี้ยวตะขาบ      พระพุทธรูปลีลาลอยตัวนี้น่าจะหมายถึง พุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากพระพุทธองค์โปรดพระพุทธมารดาแล้ว พระองคืเสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ โดยเสด็จลงมาทางบันไดแก้วซึ่งอยู่ระหว่างที่กลางพระอินทร์และพระพรหม ลงมาตามบันไดทองและบันไดเงิน ซึ่งเมื่อสร้างเป็นประติมากรรมลอยตัวจึงปรากฏเพียงรูปของพระพุทธองค์ในลักษณะก้าวเดินโดยไม่มีฉากประกอบ นอกจากนั้นในการสร้างพระพุทธรูปลีลาลอยตัว ยังแสดงถึงเทคนิคขั้นสูงในการหล่อโลหะในช่วงยุคทองของการสร้างสรรค์ศิลปกรรมของสุโขทัยสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทอีกด้วย






***บรรณานุกรม***  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทวีปัญญา เล่ม 4  มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูถัมภ์ จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศล ซึ่ง สมเด็จพะเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญ คล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 26 พฤศจิกายน  พุทธศักราช 2525 ครบ 57 ปี กรุงเทพฯ  โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย 2525


อยากทราบว่ารับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าครับ ผมเรียน วัฒนธรรม สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณดคี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ครับ 


โครงการหอสมุดแห่งชาติสู่สถานศึกษาและชุมชน   วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔   ณ โรงเรียนบ้านโคกยาง ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง


พระพุทธรูปทรงเครื่องปางป่าเลไลยก์ เลขทะเบียน   ๐๙/๓/๒๕๒๕ ศิลปะอยุธยา อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๒ –๒๓ ไม้ ขนาด สูง ๑๓๙ เซนติเมตร ฐานกว้าง ๔๓.๘ เซนติเมตร             พระครูสิริธรรมาทร เจ้าอาวาสวัดสะแก เจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕             พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ประทับนั่งบนฐานบัวหงาย ห้อยพระบาททั้งสองข้างบนฐานสี่เหลี่ยมยกสูง  พระพักตร์รูปไข่ พระขนงเป็นวงโค้ง พระเนตรเหลือบมองต่ำ ปลายพระเนตรชี้ขึ้น พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เล็ก พระหัตถ์ขวาวางคว่ำ ส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระชานุ สันนิษฐานว่า สร้างรูปช้างและวานรประกอบที่ฐานด้านหน้า แต่หลุดหายไป             พระพุทธรูปทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปที่ฉลองพระองค์ทรงเครื่องขัตติยราชแบบกษัตริย์ เช่น สวมมงกุฎ กรองศอ ทับทรวง ฉลองพระบาท ฯลฯ โดยเป็นที่นิยมสร้างกันมากในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และแบ่งออกได้เป็น ๒ แบบ คือ แบบทรงเครื่องใหญ่ และแบบทรงเครื่องน้อย               สำหรับพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์นี้เป็นตอนหนึ่งในพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ในพรรษาที่ ๑๐ เมื่อพระพุทธองค์ประทับ ณ โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ในครั้งนั้น พระสงฆ์สาวก ไม่สามัคคีปรองดองกัน ประพฤตินอกพระโอวาท ด้วยอำนาจมานะทิฏฐิ พระพุทธองค์จึงเสด็จจาริกแต่พระองค์เดียวไปยังป่าปาลิไลยกะ ทรงอาศัยพระยาช้างปาลิไลยก์ทำวัตรปฏิบัติ ต่อมาพระยาวานรออกเที่ยวตามยอดไม้โดยลำพัง ได้พบพระยาช้างปาลิไลยก์ทำวัตรปฏิบัติถวายพระพุทธองค์อยู่ด้วยความเคารพจึงบังเกิดกุศลจิต ครั้นพบรวงผึ้งจึงนำมาถวายพระพุทธองค์เช่นกัน   Buddha Receiving Offerings from an Elephant and a Monkey (Parileyyaka) Registration No. 09/3/2525 Ayutthaya Art, ca. 14th-16th century Wood, Height 139 cm. Width 43.8 cm.           Donated by Phra Kru Siri Dhammathorn, the abbot of Wat Sakae, Nakhon Ratchasima province to Maha Viravong National Museum in 1982.            The bejeweled Buddha image is decorated with many ornaments that befitting a King. This style was very popular during the late Ayutthaya period. It is assumed that the sculpture used to have an elephant and a monkey statue positioned at the base.             This sculpture represents the events in the life of the Buddha when a quarrel broke out between his followers. The Buddha decided to leave the monks to themselves and retreated to Parileyyaka Forest where he sheltered under a tree. While there, he was served by an elephant and a monkey. The elephant brought water and the monkey offered honey to the Buddha.     



บทเรียนนอกสถาที่             เมื่อวันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2557  ทางโรงเรียนแย้มสอาด ได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษา บทเรียนนอกสถานที่โดยได้ให้นักเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 5  จำนวน  220 คน   เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนได้ให้ความรู้ ความเข้าใจ ประวัติความเป็นมา  โดยกิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากน้องๆ เป็นอย่างยิ่ง  



black ribbon.