ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,751 รายการ

นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาเข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่โบราณสถาน ร่วมกับนายอำเภอรัตนบุรีและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเขียวณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเขียว จังหวัดสุรินทร์วันพุธที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗



          V.I.P. ย่อมาจาก very important person คือ บุคคลสำคัญ บุคคลพิเศษ หรือที่สมัยนี้นิยมเรียกกันว่า เซเล็บ (celebrity) มี วี.ไอ.พี.ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยด้วยหรือ รู้ได้อย่างไรว่าเขาหรือเธอเป็นบุคคลพิเศษ เมื่อนักโบราณคดีขุดค้นแหล่งโบราณคดีที่เป็นแหล่งฝังศพ มักมีโครงกระดูกที่พบหลักฐาน เช่น สิ่งของอุทิศในพิธีกรรมการฝังศพ เครื่องประดับตกแต่งร่างกาย ที่มีปริมาณและความหลากหลายแตกต่างจากโครงกระดูกอื่นๆในแหล่งเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด หลักฐานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็น วี.ไอ.พี. หรือบุคคลสำคัญที่มีฐานะ สถานะพิเศษในชุมชนที่ผู้ทำพิธีฝังศพยอมรับ หรือมีความผูกพัน แสดงออกด้วยการมอบสิ่งของอุทิศจำนวนมาก หายาก และมีค่าให้กับผู้ตาย           ในสมัยหินใหม่มีตัวอย่าง วี.ไอ.พี. หรือบุคคลสำคัญที่แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นเพศหญิง ตายเมื่ออายุ ๓๕ ปี กำหนดอายุประมาณ ๓,๖๐๐ ปีมาแล้ว หลุมศพของเธอมีขนาดใหญ่ ร่างกายตกแต่งด้วยเครื่องประดับจำนวนมากอย่างหรูหรา จนได้รับการขนานนามว่า “เจ้าแม่โคกพนมดี” เป็นโครงกระดูกที่แสดงถึงความร่ำรวยที่สุดในแหล่ง จากลักษณะของกระดูกแสดงว่าเมื่อยังมีชีวิตเป็นคนที่ทำกิจกรรมที่ใช้แขนท่อนล่างและมือมาก ประกอบกับสิ่งของในหลุมฝังศพเป็นอุปกรณ์เกี่ยวข้องกับการทำภาชนะดินเผา ได้แก่ หินดุ หินขัดภาชนะ และแท่งดินเหนียวดิบจำนวนมากวางสุมทับลำตัวเป็นกองสูงมีภาชนะดินเผาทุบแตกวางไว้ด้านบน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นช่างปั้นภาชนะดินเผาหญิงที่มีความสำคัญมากของชุมชน ลูกปัดเปลือกหอย           เครื่องประดับของ “เจ้าแม่โคกพนมดี” ได้แก่ ลูกปัดเปลือกหอยมากกว่า ๑๒๐,๐๐๐ เม็ด บริเวณกระดูกอกและแผ่นหลังลักษณะที่น่าจะเย็บติดกับผ้าเป็นเสื้อหรือเสื้อคลุมมากกว่าจะเป็นสายสร้อย เครื่องประดับศรีษะทำจากเปลือกหอย แผ่นวงกลมมีเดือยทำจากเปลือกหอย ๒ วงที่ไหล่ซ้ายขวา กำไลเปลือกหอยสวมข้อมือซ้าย เขี้ยวสัตว์เจาะรู ๕ เขี้ยวบริเวณอก และลูกปัดทรงตัวไอกว่า ๙๕๐ เม็ด ลักษณะที่อาจร้อยเป็นสายหรือเย็บติดกับผ้าสวมบริเวณอกและใต้แขน ลูกปัดเปลือกหอยทรงตัวไอกว่า ๙๕๐ เม็ด เครื่องประดับศรีษะ ทำจากเปลือกหอย           ชุมชนโบราณสมัยเหล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็พบหลักฐาน วี.ไอ.พี.เช่นกัน ที่แหล่งโบราณคดีเนินอุโลก อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา มีบุคคลพิเศษเป็นเพศหญิง ๑ โครง เพศชาย ๑ โครง อายุ ๑,๗๐๐ - ๑,๘๐๐ ปีมาแล้ว เป็นเพียง ๒ โครงเท่านั้นที่พบเครื่องประดับทองคำ ขณะที่โครงกระดูกอื่นๆในแหล่งตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับสำริดและหิน ได้แก่ กำไลสำริด แหวนสำริด จี้หินอาเกต ลูกปัดหินคาร์นีเลียนฯ วี.ไอ.พี. ชายหญิง ๒ โครงนี้ ประดับร่างกายด้วย สร้อยลูกปัดทองคำและแหวนเงิน ซึ่งเป็นวัสดุมีค่าหายากในสมัยนั้น ไม่สามารถผลิตเองได้เป็นสินค้านำเข้าจากต่างแดน โครงกระดูกเพศหญิงตกแต่งร่างกายโดดเด่นพิเศษมาก ด้วยสายสร้อยลูกปัดทองคำถึง ๖๘ เม็ดร่วมกับลูกปัดอะเกต จี้อะเกตบริเวณคอ ขดเกลียวสำริดที่หูซ้ายขวา กำไลสำริดอย่างน้อย ๓๘ วง แหวนนิ้วมือสำริด ๖๔ วง แหวนเงิน ๑ วง แหวนนิ้วเท้าสำริด ๙ วง และสวมแหวนเงิน ๑ วง ส่วนโครงกระดูกเพศชาย มีสร้อยคอลูกปัดทองคำ ๕๓ เม็ด แต่เครื่องประดับสำริดมีน้อยชิ้น ลูกปัดทองคำ ในหลุมฝังศพ วี.ไอ.พี. สมัยเหล็ก อายุ ๑,๗๐๐ - ๑,๘๐๐ ปีมาแล้ว           สิ่งของอุทิศในพิธีกรรมการฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์นี้ เป็นเสมือนตัวแทนความผูกพัน ความอาลัย การให้เกียรติและการแสดงความระลึกถึงของญาติพี่น้อง ผู้คนในชุมชนต่อผู้ตาย และบางส่วนคงเป็นของใช้ เครื่องมือประกอบอาชีพ เครื่องประดับที่ผู้ตายเคยใช้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง. ข้อมูล : นางศิริพันธ์ ตาบเพ็ชร์ นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ กองโบราณคดี


ชื่อผู้แต่ง : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสชื่อเรื่อง : อุปสมบทวิธีและบุรพกิจสำหรับภิกษุใหม่ครั้งที่พิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ ๒๐สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพ ฯสำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มหามกุฎิราชวิทยาลัยปีที่พิมพ์ : ๒๕๑๕          ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอุปสมบทวิธี บรรพชาขอนิสสัย อุปสมบทเดี่ยว อุปสมบทคู่ บอกอนุศาสน์ คาถาตรวจน้ำ บุรพกิจสำหรับภิกษุใหม่ พินทุกัปปะอธิฐาน วิกัป วิธีแสดงอาบัติ คำปัจจเวกขณปัจจัย อารักขกัมมัฎฐาน นมัสการพระ ทำวัตรเช้า ทำวัตรค่ำ เข้าพรรษา ขอขมา ตลอดจนวิธีลสาสิกขา



ผู้แต่ง : พระครูวินัยสารนิเทศน์ ฉบับพิมพ์ : - สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท. สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ. ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. หมายเหตุ : -                      มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติวัดสุวรรณคูหา ตลอดจนบุคคลสำคัญของวัด และโบราณวัตถุของวัด


ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร เล่ม 9 (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 9 และภาคที่ 10 ตอนต้น) ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2507 สถานที่พิมพ์ : - สำนักพิมพ์ : - จำนวนหน้า : 390 หน้าสาระสังเขป : ประชุมพงศาวดาร เล่ม 9 ภาคที่ 9 มีเรื่อง 4 เรื่อง คือ พงศาวดารเมืองเชียงรุ้ง พงศาวดารเมืองไล พงศาวดารเมืองแถง และพงศาวดารเมืองเชียงแขง เมืองเหล่านี้ล้วนเป็นเมืองของชนชาติไทย เคยมาขึ้นอยู่ในพระราชอาณาจักรสยามบางยุคบางคราวแต่ก่อนมา ในคราวที่มีท้าวพระยาผู้ใหญ่ของเมืองนั้นๆ เข้ามาสวามิภักดิ์ จึงได้ถามเรื่องพงศาวดารของบ้านเมืองจดไว้เป็นความรู้ในราชการ ในภาคที่ 10 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้านครน่าน และพงศาวดารเมืองน่าน



ชื่อเรื่อง                     เรื่องเมืองพิษณุโลกผู้แต่ง                       สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ภูมิศาสตร์และการท่องเที่ยวเลขหมู่                      918.936 ด495รสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 อักษรนิติปีที่พิมพ์                    2496ลักษณะวัสดุ               52 หน้า หัวเรื่อง                     จังหวัดพิษณุโลกภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   พิมพ์ในงานประทานเพลิงศพ คุณปุ้ย อิศรางกูร ณ อยุธยา พ.ศ.2496 เนื้อหาเกี่ยวกับตำนานเมืองพิษณุโลก


ชื่อเรื่อง                                ตำราโหราศาสตร์ (โหราศาสตร์)สพ.บ.                                  216/1ขประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           58 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 32.7 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 โหราศาสตร์ บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน-ไทยโบราณ เส้นจาร ฉบับลานดิบ ภาษาบาลี-ไทยอีสาน-ไทยโบราณ ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


     ดอกพิกุลทอง      ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ หรือประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว      ทองคำ สูงเฉลี่ย ๐.๖ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย ๑.๕ เซนติเมตร      รับมาจากราชพัสดุ กระทรวงการคลัง        ดอกพิกุลทอง ขึ้นรูปจากแผ่นทองคำรูปกลมบางๆ ๒ แผ่น จักเป็นกลีบเรียวแหลมคล้ายกับกลีบดอกพิกุลตามธรรมชาติ กลีบดอกชั้นล่างแผ่บานรองรับกลีบชั้นบนที่หุบตูม แผ่นทองยึดติดกันด้วยตาไก่ที่ใต้ดอก      ตามคติแต่โบราณเชื่อกันว่าดอกพิกุล เป็นดอกไม้มงคลของต้นไม้ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยเหตุนี้ในพระราชพิธีสำคัญคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงมีการถวายดอกพิกุลทอง ดอกพิกุลเงิน ให้พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงโปรยในระหว่างการประกอบพระราชพิธี ทั้งนี้อาจเป็นด้วยความเชื่อว่าในหลวงทรงเป็นสมมติเทพที่ได้อุบัติลงมาจากสวรรค์ การโปรยดอกพิกุลจึงเสมือนกับการที่องค์สมมติเทพทรงโปรยดอกไม้จากสวรรค์ลงมาให้มนุษย์ได้ชื่นชมนั่นเอง


เลขทะเบียน : นพ.บ.123/18ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  88 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 70 (232-242) ผูก 18 (2564)หัวเรื่อง : มงฺคลตฺถทีปปี (มงคลทีปนีอรรถกถา)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




“จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีความเจริญและความสำคัญมาตั้งแต่อดีต  ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ที่ทำรายได้เพิ่มพูนเศรษฐกิจของบ้านเมืองปีละมาก ๆ  กล่าวทางบุคคล ชาวสุพรรณมีความเจริญในจิตใจสูง มีศีลมีธรรม มีระเบียบประเพณี มีความสมัครสมานสามัคคี  และมีความกล้าหาญ รักชาติรักเผ่าพันธุ์ สมลักษณะคนไทยทุกอย่าง ทุกคนจึงควรมีความภาคภูมิใจในชาติภูมิ และในตัวเอง และควรที่จะตั้งใจรักษาสิ่งที่ดีที่งามทั้งปวงนี้ไว้ พร้อมกับพยายามที่สร้างเสริมความดี ความเจริญ  และความก้าวหน้า ให้งอกงามมั่นคงยิ่งขึ้น ด้วยความขยันหมั่นเพียร ด้วยความรู้ความฉลาด ด้วยเหตุผลรอบคอบ  และด้วยหลักวิชาที่ถูกต้อง ซึ่งจะขวนขวายหามาได้ด้วยความสนใจใฝ่ศึกษาของทุกคน” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ (เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) พระราชทานแก่ข้าราชการและประชาชนผู้มาเข้าเฝ้ารับเสด็จ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙      พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการเสด็จเยี่ยมเยือน และทรงประกอบพระราชกรณียกิจสำคัญด้านการเกษตร ในส่วนของด้านการทำนานั้น ทรงเป็นขวัญและกำลังใจแก่ชาวนาไทยมาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงทำนาด้วยพระองค์เอง        พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงทำนาด้วยพระองค์เอง ณ จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงระหว่างปี พ.ศ.๒๕๒๘ - พ.ศ.๒๕๔๓ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ หาที่สุดมิได้      เครื่องมือเครื่องใช้ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ในการทรงนาในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น พระองค์พระราชทานเครื่องมือเครื่องใช้ส่วนพระองค์แก่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อเก็บรักษาไว้       เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อทรงนา ณ บึงไผ่แขก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้มีการก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เทิดพระเกียรติแด่พระองค์ และเป็นสถานที่รวบรวมพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีที่เกี่ยวกับข้าวและชาวนา รวมถึงองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ข้าว วิถีชีวิตประเพณีของชาวนาไทยทั่วทั้ง ๔ ภาคไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย แห่งนี้ พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและพระบาทสมเด็จพระปรเมทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว(เมื่อครั้งทรงพระเยาว์) ทรงฉายกับควายเหล็ก (รถไถนาแบบสี่ล้อ)ภายในนาข้าวทดลอง สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๔      พระบรมฉายาลักษณ์จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และพระบรมฉายาลักษณ์ในห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี


อภิธัมมัตถสังคหะ ชบ.ส. ๓๕ เจ้าอาวาสวัดบุญญฤทธยาราม ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มอบให้หอสมุด ๒๒ ก.ค. ๒๕๓๕เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


black ribbon.