ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,927 รายการ

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี จัดโครงการเสวนาความรู้เชิงปฏิบัติการ นิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๘ เรื่อง “หล่อพระเจ้า เข้าพรรษา สืบศาสนา สืบศรัทธา สืบงานช่างพื้นถิ่นอุบล” เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับงานช่างหล่อพระพุทธรูปอีสานแบบดั้งเดิมให้แก่ประชาชน ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ขอเชิญร่วมฟังการเสวนา เรื่อง “พระพุทธรูป : พุทธศิลป์พื้นถิ่นเมืองอุบล” และการสาธิตเชิงปฏิบัติการหล่อพระพุทธรูปพื้นถิ่นอีสานแบบดั้งเดิม โดยวิทยากร พระภัทรพงษ์ ญาณเมธี ผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นและหล่อพระพุทธรูปแบบดั้งเดิม วัดป่าศิลาอาสน์ ตำบลหนองหิน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร, พระปกรณ์ ชินวโร ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์วัดมณีวนาราม วัดมณีวนาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี, นายสิทธิโชค พาละพล ช่างหล่อพระพุทธรูป, นางสาวเชาวนี เหล็กกล้า ภัณฑารักษ์ชำนาญการ และนางสาวสิริภา เจริญเขต ภัณฑารักษ์ชำนาญการ เป็นผู้ดำเนินรายการ อีกทั้งยังมีนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “หล่อพระเจ้า เข้าพรรษา สืบศาสนา สืบศรัทธา สืบงานช่างพื้นถิ่นอุบล” จัดแสดงให้ชมอีกด้วย          ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประเพณีใหญ่ประจำจังหวัด ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยแต่ละคุ้มวัดจะนำเทียนที่สร้างสรรค์อย่างงดงามมาร่วมแห่และเข้าประกวด เป็นงานบุญใหญ่ของจังหวัดที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานีได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ “งานช่างหล่อพระพุทธรูปอีสานแบบดั้งเดิม” โดยงานหล่อ เป็นหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ คือ การสร้างประติมากรรมด้วยการหลอมโลหะให้ละลายเป็นของเหลว แล้วเทเข้าไปในแม่พิมพ์ที่ได้ทำขึ้น เมื่อโลหะคลายความร้อนและคืนตัวแข็งดังเดิม จะเป็นรูปทรงตามแม่พิมพ์นั้น เมื่อแกะแม่พิมพ์ออก จะได้ประติมากรรมตามรูปต้นแบบ งานหล่อเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับงานปั้น ส่วนใหญ่ช่างหล่อและช่างปั้นมักจะเป็นคนเดียวกัน ซึ่งต้องปั้นต้นแบบจากขี้ผึ้ง การหล่อด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมเช่นนี้ เรียกว่า “การหล่อโลหะแบบสูญขี้ผึ้ง (Lost wax) ” กรรมวิธีการปั้นและหล่อโลหะแบบดั้งเดิมนี้ เกิดจากภูมิปัญญาของครูช่างโบราณที่ได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันงานหล่อและงานปั้นพระพุทธรูปฝีมือช่างพื้นถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบบดั้งเดิมเริ่มลดน้อยลง อาจเป็นเพราะความเจริญทางด้านเทคโนโลยี และการแข่งขันทางการผลิตเพื่อให้ได้ปริมาณมาก                      ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๕๒๕ ๑๐๑๕ และเฟซบุ๊ก Ubon Ratchathani National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี https://www.facebook.com/UbonNationalMuseum


เลขทะเบียน : นพ.บ.610/5          ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า  ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ ชื่อชุด : มัดที่ 197 (8-18) ผูก 5 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาชาดก--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.720/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 4 x 47 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 227 (317-325) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : เทวทูตรสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


         กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน "วันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด "The Future of Thai Museums in Rapidly Changing Communities: อนาคตของพิพิธภัณฑ์ไทยกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว" ในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          เวลา 13.30 - 15.00 น. พบกิจกรรม [Stage] สัมผัสประวัติศาสตร์ที่ไม่ใช่แค่การอ่าน แต่ผ่านประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ มาร่วมหาคำตอบได้กับกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2568 การเสวนาในหัวข้อ "ไทยไร้รูป" วิทยากรโดย นางสาวเบญจพร สารพรม หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี, นางสาวชนน์ชนก พลสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม), นายวัชระ สงวนสมบัติ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและอนุรักษ์ตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยาและสัตว์สตัฟฟ์ สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ, ดำเนินรายการโดย นายทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)   รับชมการบรรยายและเสวนาผ่านการถ่ายทอดสดได้ที่ Facebook และ YouTube: Office of National Museums, Thailand  




กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2  “แมวไทยโบราณ ประชันแมวนานาชาติ”           กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ร่วมกับสมาคมแมวไทยโบราณนานาชาติ (TIMBA) ขอเชิญคนรักแมวเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ ประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 ในหัวข้อ “แมวไทยโบราณ ประชันแมวนานาชาติ” ภายใต้โครงการอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย ในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา          การประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 ในหัวข้อ “แมวไทยโบราณ ประชันแมวนานาชาติ” แบ่งการประกวดออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ แมวไทยโบราณ 5 สายพันธุ์ (วิเชียรมาศ โคราช ขาวมณี ศุภลักษณ์ โกญจา) รุ่นแมวโต และรุ่นลูกแมว (อายุ 4 – 8 เดือน) แมวสุขภาพดี แมวสีแปลก และแมวแฟนซี โดยให้เหล่าทาสและเจ้านายได้ร่วมสนุกแต่งชุดในธีมนานาชาติ ที่บ่งบอกถึงชนชาติที่ร่วมค้าขายในสมัยอยุธยา เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และชาติตะวันตก เช่น โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ และฝรั่งเศส อินเดีย    นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนาฏศิลป์ชุด รำฉุยฉายวิฬาร์แสนรู้ โดยสำนักการสังคีต การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ศาสตร์แมวโบราณ” รับฟังการบรรยาย เรื่อง “แมวไทยในตำนาน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศานติ ภักดีคำ รองเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา และการบรรยาย เรื่อง “แมวไทยในตำรา” โดยนักอักษรศาสตร์ กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ชมนิทรรศการพิเศษจัดแสดงโบราณวัตถุและวัตถุสะสมเกี่ยวกับวิฬาร์ที่หาดูได้ยาก เช่น ศีรษะนางแมว (หัวโขนนางวิฬาร์) สมบัติของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง บิดาเจ้าจอมมารดามรกฏ ในรัชกาลที่ 5 ตำราดูลักษณะแมว ของเล่นรูปแมว การสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกเกี่ยวกับแมว 


องค์ความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เรื่อง "รอยพระพุทธบาทเขานางทอง เมืองบางพาน"


เลขทะเบียน 0848



ชื่อเรื่อง : 100 ปี อำเภอสะเมิง (พ.ศ.2445-2545) ผู้แต่ง : บรรเลง สุปี ปีที่พิมพ์ : 2545 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : อำเภอสะเมิง       เนื่องในวาระโอกาสครบรอบการก่อตั้งอำเภอสะเมิง 100 และเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการจัดงาน "สะเมิง 100 ปีของดีเลื่องชื่อ เลื่องลือสตอเบอรี่" ระหว่างวันที่14-15 กุมภาพันธ์ 2546 ของอำเภอสะเมิง หนังสือ "100 ปี สะเมิง" จึงเป็นแรงผลักดัน และสนับสนุนหนึ่งต่อการจัดดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งยังช่วยให้ทราบถึงรายละเอียดวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม การประกอบอาชีพ แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามรอยอาระยะธรรมแห่งความสุข



แสงเทียน: Saeng Thian  (Candlelight Blues)   เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 1           เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียนเป็นเพลงแรก ทรงพระราชนิพนธ์ในเดือนเมษายน พุทธศักราช 2489    ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์คำร้องภาษาไทย แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขทำนองและคอร์ดบางตอนจึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นำออกมาบรรเลงในเวลานั้น ซึ่งศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ  ณ นคร เล่าว่า “...สมเด็จพระอนุชาฯ (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ) ตรัสว่าเพลงแสงเทียนนี้เศร้าเกินไปในตอนท้ายๆ คล้ายๆ ว่าทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา...” ท่านจักรพันธ์ฯ จึงกราบบังคมทูลว่า  “...เนื่องจากเป็นเพลงบลูส์ เพลงบลูส์ของอเมริกันนิโกรก็เศร้าๆ อย่างนี้...” แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า “...ถึงแม้จะเศร้าก็จริง แต่ตอนท้ายของเพลงนั้น เขาต้องมีปรัชญาชีวิตว่าจะต่อสู้ต่อไป ยังมีความหวังอยู่...”       ต่อมาได้พระราชทานให้นำออกมาบรรเลงครั้งแรกพุทธศักราช ๒๔๙๐ และในพุทธศักราช ๒๔๙๖ นางสาวสดใส วานิชวัฒนา (รองศาสตราจารย์สดใส พันธุมโกมล) ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษถวาย   Royal Composition Number 1           Saeng Thian (Candlelight Blues) is the first musical composition written in April of 1946 while His Majesty was entitled His Royal Highness the Royal Younger Brother. He assigned His Royal Highness Prince Chakrabhand Pensiri to write lyries in Thai, But since His Majesty felt that he needed to adjust certain parts of the tune and chords, it was not released for public performance then. Professor Prasert Na Nagara related that "...His Royal Highness the Royal Younger Brother (His Majesty King Bhumibol Adulyadej) said that this song was too melancholic in the ending part which ran as Having suffered so long, I would now take leave..." Prince Chakrabhand then told him that "...Since it was a blues tune. The Afro-American blues are melancholic..." To this His Majesty responded that "...Sad as it may sound, the song always end with a philosophic message, to fight on, and that there is hope still..."           His Majesty later gave the composition to be performed for the first time in 1947, and in 1953, Miss Sodsai Vanijvadhana (Associate Professor Sodsai Pantoomkomol) penned the lyrics in English for His Majesty as Candlelight Blues.


วันอังคารที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นางชุติมา จันทร์เทศ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ประจำเดือนมกราคม ๒๕๖๓ โดยมีหัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมร่วมกัน ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา



   ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านปติมากรรม มีผลงานการสร้างสรรค์อนุสาวรีย์ที่สำคัญของประเทศหลายแห่ง อทิเช่น พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้มีสายตากว้างไกล ท่านเป็นผู้ริเริ่มให้มีการจัดตั้งสถาบันศิลปะในระดับอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศ และเป็นผู้ริเริ่มให้มีการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติขึ้นในประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ภายใต้การสนับสนุนของกรมศิลปากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมศักยภาพวงการศิลปะไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ และเป็นการกระตุ้นให้คนไทยเข้าใจและหันมาสนใจในงานศิลปะมากขึ้น ผลงานหลายชิ้นได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ และสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางแนวคิด รูปแบบ เทคนิค และสุนทรียภาพของศิลปินในยุคสมันนั้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำศิลปะไทยไปเผยแพร่สู่นานาชาติ ปัจจุบันผลงานศิลปะของศิลปินไทยได้รับการยอมรับทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นที่น่ายินดีว่ามีหลายองค์กรให้การสนับสนุนศิลปินในด้านต่างๆ มากยิ่งขึ้น                ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี เสียชีวิต เมื่อวันที่  ๑๔  พฤษภาคม  ๒๕๐๕ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่  ๑๕  กันยายน  ๒๕๒๗  ในวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่  ๙๒  เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย     


black ribbon.