ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,931 รายการ
วัดโคกหม้อ (ร้าง) ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านโคกหม้อ ตําบลช่องสะแก อําเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีเป็นวัดร้างมานานแล้ว ปัจจุบันเนื้อที่วัดโคกหม้อเหลือเพียง ๓ ไร่ ๒ งาน ๘๘ ตารางวา สามด้านติดที่เอกชน ส่วนด้านทิศตะวันตกจดแนวกําแพงเมืองวัดโคกหม้อในอดีตเป็นวัดหนึ่งที่อยู่ชิดติดกําแพงเมืองเพชรทางด้านทิศตะวันออก บริเวณทิศเหนือของวัดมีคลองใกล้ ๆ ชื่อคลองโคกหม้อ บริเวณภายในเขตวัด มีการปลูกอาคารอย่างถาวรแข็งแรง ปล่อยโล่งตลอด ไม่มีผนัง หลังคาด้านข้างและด้านหน้าต่อพาไลยื่นออกมา ทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับสร้างอาคารอีกหลังหนึ่งปลูกอยู่ วัดนี้บริเวณที่เป็นพุทธาวาสเดิมมีรั้วกั้นเป็นขอบเขตไว้ส่วนหนึ่ง บริเวณอื่น ๆ นอกนั้นชาวบ้านใช้ประโยชน์ ดังนั้นแม้จะเป็นวัดร้างก็ยังมีเหลือร่องรอยไว้บ้าง พอให้เห็นว่ามีวัดโคกหม้อแต่เดิมตั้งอยู่ตรงนี้ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าการวางอาคารมีการวางแบบตะวันออก-ตะวันตกซึ่งเป็นการวางที่นิยมกัน แต่อาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอาจจะเป็นวิหารหรืออุโบสถก็ได้ เพราะไม่มีหลักฐานแน่ชัดที่บ่งบอก ว่าเป็นอาคารประเภทไหน เช่น มีใบเสมาที่บอกว่าอาคารนี้เป็นอุโบสถ พระประธานของวัดโคกหม้อ เป็นพระปูนปั้นขนาดกลาง ปางมารวิชัย หน้าตัก ๔ ศอกคืบ มีการซ่อมบูรณะมาหลายคราวจนเค้าเดิมเปลี่ยนไป กะเทาะปูนเดิมที่ชํารุดและฉาบผิวองค์พระใหม่ จนไม่สามารถระบุสมัยที่สร้างได้ กับปั้นเสริมพระพักตร์ให้บริบูรณ์ องค์พระยังเป็นสีขาวอยู่ ไม่ได้ปิดทอง แต่สามารถรู้ได้ว่าเป็นพระเก่าเพราะพระขนงเป็นแถบใหญ่หนา นอกจากพระประธานที่เป็นของเก่าก็มีเจดีย์ทรงระฆัง ฐานกลมขนาดย่อม สูงประมาณ ๔ เมตร เดิมเหลือแต่ฐาน มีการซ่อมใหม่ เค้าเดิมถูกเปลี่ยนแปลง จึงยากต่อการระบุสมัย แต่น่าจะเป็นช่วงสมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น บริเวณเยี่ยงหน้าอาคารพระประธาน ซึ่งจากการที่พบเจดีย์ขนาดเล็กก็อาจจะสันนิษฐานได้ว่าผังของวัดนี้อาจจะเป็นผังในช่วงอยุธยาตอนปลายจนถึงรัตนโกสินทร์ที่มีอาคารหลักเป็นประธานของวัด จากการสอบถามป้าพะยอม บุญเปี่ยมและป้าอารมณ์ ทําให้ทราบว่าพื้นที่สร้างวัด เมื่อก่อนเป็นป่าแล้วมีคนมาบุกเบิก ตอนแรกก็มีแค่พระประธานกับเจดีย์ พระเป็นพระแบบเก่า ๆ เจดีย์ก็มีแค่ฐาน ชาวบ้านเลยทําตัวองค์ระฆังขึ้นเอง เดิมมีองค์พระเนื้อเป็นสีขาวๆคล้ายปัจจุบัน เป็นหลวงพ่อปากแดง ใต้ฐานองค์พระพบเส้นผมปัจจุบันยังเก็บไว้ที่เดิมซึ่งไม่ทราบประวัติที่มาของเส้นผมเช่นกัน ภาพที่ ๑ บริเวณของวัดโคกหม้อภาพที่ ๒ พระประธานของวัดโคกหม้อ ภาพที่ ๓ เจดีย์ทรงระฆังของวัดโคกหม้อผู้เรียบเรียงข้อมูล : นายณัฐพล ชัยมั่น ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ที่มาข้อมูล: นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ, 2558. รายงานการสำรวจโบราณสถานและศาสนสถานภายในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี. จังหวัดเพชรบุรี: คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. บุญมี พิบูลย์สมบัติ, 2559. “วัดร้าง จากเส้นทางไปวัดพระรูป.” ที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์พัดยศ พระพิพิธพัชโรดม : 118-151.
ชื่อเรื่อง : โคลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
หัวเรื่อง : พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ, 2310-2367
กวีนิพนธ์ไทย
คำค้น : โคลง
รายละเอียด : พิมพ์แจกในงานทำบุญครบ 7 วันศพหม่อมเจิม อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา
ผู้แต่ง : นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2330-2394
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ/โรงพิมพ์/สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
ปีที่พิมพ์ : 2468
วันที่เผยแพร่ : 12 มิถุนายน 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : โคลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดดเด่นทั้งด้านการประพันธ์และเป็นหลักฐานทางด้านโบราณราชประเพณี
เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6139 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
808.81
น382ค
ชื่อเรื่อง : บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ เล่ม 1
ชื่อผู้แต่ง 5: พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ
ปีที่พิมพ์ : 2510
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภา
จำนวนหน้า : 316 หน้า
สาระสังเขป : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงคัดเลือกเรื่องรามเกียรติ์บางตอนมาพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่สำหรับเล่นละครหลวง ได้มีการตัดเรื่องเดิมและเปลี่ยนแปลงบ้างเพื่อให้เหมาะสมกับการเล่นละครบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ เล่ม 1 เริ่มจากตอนพระรามให้หนุมานไปถวายแหวนแก่นางสีดา ทศกัณฐ์ขับพิเภก จนถึงตอนศึกมังกรกรรฐ์
ชื่อเรื่อง : พระพุทธรูปสมัยต่างๆ ในประเทศไทย และตำนานพระพิมพ์
ผู้แต่ง : บริบาลบุรีภัณฑ์, หลวง และยอช เซเดส์
ปีที่พิมพ์ : 2515
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : รวมมิตรไทย
ชื่อเรื่อง : ที่่ระลึกในพิธีเปิด หอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
ผู้แต่ง : นครราชสีมา,จังหวัด
ปีที่พิมพ์ : ๒๕๓๐
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์พริ้นติ้ง กรุ๊พ
หมายเหตุ : หนังสือที่ระลึกในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
หนังสือที่ระลึกในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เล่มนี้ ได้กล่าวถึง คำขวัญ ความเป็นมา พิธีวางศิลาฤกษ์ ผลงานของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประวัติความเป็นมาของขังหวัดนครราชสีมา ในเรื่องของเพลงพื้นบ้าน การแข่งเรือ เครื่องปั้น การทอผ้าไหม การก่อสร้างกำแพงและซุ้มประตู ของดีเมืองโคราช โครงการโคราชพัฒนา นามสกุลของชาวโคราชฯลฯ
ชื่อเรื่อง บทละคอนดึกดำบรรพ์ เรื่องท้าวแสนปมผู้แต่ง มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ.ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ วรรณคดีเลขหมู่ 895.9112 ม113บพสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มงคลการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2505ลักษณะวัสดุ 48 หน้า หัวเรื่อง ท้าวแสนปมภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกบทละคอนดึกดำบรรพ์ เรื่องท้าวแสนปม พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางพวง จรูญเวสม์
วันอังคารที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๓๐ น.นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาเข้าพบปะเจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมาเพื่อมอบนโยบาย รับทราบปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การพัฒนาหน่วยงานต่อไป
องค์ความรู้ เรื่อง ต้นไม้ทรงปลูกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร ในจังหวัดราชบุรี จัดทำข้อมูลด้วยนางสาวสุกัญญา เรือนแก้ว ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
// ศิลปะถ้ำที่พบในแหล่งโบราณคดีเขากะไดม้า //
.
.
บทความโดยนางสาวมนิสรา นันทะยานา ผู้ช่วยนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย
.
.
แหล่งโบราณคดีเขากะไดม้า ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านโคกผักหวาน ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก โดยบริเวณที่พบศิลปะถ้ำเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับพุทธอุทยานเขากะไดม้า จึงได้มีการตั้งชื่อแหล่งโบราณคดีตามชื่อของพุทธอุทยาน
.
.
จุดที่พบศิลปะถ้ำมีทั้งหมด 2 จุด คือ บริเวณถ้ำพระอีงั่ง และถ้ำคอขาดซึ่งอยู่ห่างจากถ้ำพระอีงั่งไปทางทิศตะวันตกประมาณ 500 เมตร
.
.
ถ้ำพระอีงั่ง มีลักษณะคล้ายเพิงผา ตำแหน่งที่พบศิลปะถ้ำคือ บริเวณเพดานหินภายในเพิงผา โดยศิลปะถ้ำที่พบบางส่วนมีสภาพไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีการหลุดร่อนของสี และมีบางส่วนที่ถูกคราบเกลือขึ้นทับบริเวณภาพ ทำให้เห็นภาพไม่ชัดเจน ศิลปะถ้ำที่พบที่นี่ เป็นการเขียนแบบกลุ่มภาพ และมีลักษณะการเขียนภาพแบบเงาทึบ (silhouette) เขียนด้วยสีแดง ปรากฏเป็นภาพคน 2 ภาพ โดยภาพคนที่อยู่ตรงกลางแสดงท่าทางกางแขนกางขา แสดงลักษณะทางสรีระที่ชัดเจน คือ น่องโต หรือโป่งออกมา ที่บริเวณเอวมีชายผ้าห้อยตกลงมาทั้งสองด้าน ภาพสุนัข 1 ภาพ และภาพส่วนของขาสัตว์ที่มีกีบเท้า 1 ภาพ
.
.
ถ้ำคอขาด มีลักษณะเป็นเพิงผาเช่นเดียวกับถ้ำพระอีงั่ง จุดที่พบศิลปะถ้ำ คือ บริเวณเพดานหินที่อยู่ในเพิงผา และผนังหินด้านข้างที่อยู่ถัดลงมา โดยภาพบางส่วนมีคราบเกลือขึ้นทับบริเวณภาพทำให้เห็นไม่ค่อยชัดเจน
.
.
เพดานหินภายในถ้ำคอขาดที่พบศิลปะถ้ำ ลักษณะคล้ายจะมีการแบ่งภาพออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่ด้านบน และส่วนที่อยู่ด้านล่าง
.
.
ภาพส่วนที่อยู่ด้านบน เป็นการเขียนภาพแบบกลุ่ม เขียนด้วยสีแดง มีลักษณะการเขียนหลายแบบ ที่เห็นได้ชัดคือแบบเงาทึบ (silhouette) เป็นภาพคน 1 ภาพ หันหน้าไปทางด้านซ้าย แสดงท่าทางกางแขนกางขา แสดงลักษณะทางสรีระที่ชัดเจน คือ น่องโตหรือโป่งออกมา ที่บริเวณเอวมีชายผ้าห้อยตกลงมาทั้งสองด้าน เช่นเดียวกับที่ถ้ำพระอีงั่ง และมีลักษณะการเขียนภาพแบบลายเส้นลักษณะเป็นภาพนามธรรมแสดงลวดลายต่างๆ ไว้โดยรอบ
.
.
ภาพส่วนที่อยู่ด้านล่าง เป็นภาพเขียนสีแดง ภาพคน 2 ภาพ ในท่าทางกางแขนกางขา น่องโป่ง ภาพด้านซ้ายเป็นภาพเงาทึบ ภาพด้านขวา เหมือนจะเป็นภาพร่าง มีการระบายสีด้านในจางๆ โดยภาพคนที่ไม่มีศีรษะนี้เป็นที่มาของชื่อถ้ำคอขาดที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกกัน
.
.
ภาพเขียนสีอีกจุดที่อยู่บริเวณผนังหินที่อยู่ถัดลงมา เป็นภาพคน 1 ภาพ เขียนแบบเงาทึบ (silhouette) เขียนด้วยสีแดง โดยในบริเวณนี้มีคราบเกลือขึ้นปกคลุมทั่วทั้งภาพ ทำให้มองเห็นภาพไม่ค่อยชัดเจน
.
.
การพบศิลปะถ้ำกระจายตัวอยู่ตามเพิงผาบนแนวเขา แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาใช้พื้นที่ของผู้คนในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายออกไปที่อื่น
.
.
กลุ่มศิลปะถ้ำที่พบแสดงให้เห็นถึงการดำรงชีวิตของผู้คนที่เข้ามาใช้พื้นที่บริเวณนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มิลปะถ้ำที่พบบริเวณถ้ำพระอีงั่ง ที่ปรากฏเป็นภาพสุนัขและขาสัตว์ที่มีกีบเท้า ซึ่งน่าจะสื่อถึงการออกไปหาของป่าล่าสัตว์ โดยอาจมีการเลี้ยงสัตว์ เช่น สุนัข เพื่อช่วยในการล่าสัตว์ด้วย ซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนหาของป่าล่าสัตว์ ที่คนอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ตามถ้ำหรือเพิงผาที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าล่าสัตว์ และมักมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานตามฤดูกาลเพื่อหาอาหารในแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน
.
.
ทั้งนี้ ข้อสรุปเบื้องต้นนี้เป็นเพียงการสันนิษฐานจากภาพที่พบ อาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อกำหนดอายุอีกครั้ง