ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,809 รายการ
ชื่อเรื่อง อภิธมฺมตฺถสงฺคห (อภิธมฺมตฺถสงฺคห)อย.บ. 150/2หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 62 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง : สมเด็จเจริญ
หัวเรื่อง : ธรรมเทศนา
คำค้น : พระธรรมเทศนา
รายละเอียด : ลิ้นจี่ อมาตยกุล วังปทุมวัน พิมพ์เป็นเครื่องรำลึกในงานเปิดตึกคิลานศาลา อนุสรณ์สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณวรเถระ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2496
ผู้แต่ง : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ญาณวรเถระ เจริญ สุขบท
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ : 2496
วันที่เผยแพร่ : 26 มิถุนายน 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : รวมพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ญาณวรเถระ เจริญ สุขบท
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79438 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
294.304
ส245ส
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. คาถาพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์สังเขป. จัดพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าสุภาภรณ์ไชยันต์
เนื้อหาสาระแต่งเป็นภาษาบาลี-สันสกฤตหรือคาถาหวงญาณวิจิตร นามเดิม นายสิทธิ์ เปรียญแปลเป็นภาษาไทย กล่าวถึง ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ ร.1 จนถึง ร.4
เทียนพรรษา คือ เทียนที่พุทธศาสนิกชนถวายแด่พระสงฆ์เพื่อเป็นพุทธบูชาในวันเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนในปัจจุบัน เทียนพรรษานับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพระสงฆ์ ซึ่งได้ใช้จุดให้แสงสว่างในการบูชาพระรัตนตรัย การศึกษาพระธรรม และการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ในช่วงเข้าพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดประเพณีการหล่อเทียนพรรษาและถวายแด่พระสงฆ์ในเทศกาลวันเข้าพรรษาสืบทอดกันมาอย่างยาวนานจนปัจจุบัน
แต่เดิมการหล่อเทียนพรรษานั้น ชาวบ้านจะช่วยกันรวบรวมขี้ผึ้งจากผู้มีจิตศรัทธา เมื่อมีจำนวนมากพอแล้วจึงเริ่มทำการหล่อเทียน ส่วนใหญ่มักจัดสถานที่หล่อที่วัด ต่อมาได้มีการแกะสลักลวดลายในส่วนของต้นเทียน ประดับประดาและตกแต่งอย่างสวยงาม ในยุคหลังมีการจัดการประกวดความสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ในการจัดทำต้นเทียน มีการจัดทำส่วนฐานของต้นเทียนเพิ่มเติมโดยการสร้างหุ่นแสดงเรื่องราวทางศาสนาและความเป็นไปในสังคมขณะนั้น กลายเป็นประติมากรรมเทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่
ก่อนถึงวันเข้าพรรษา 1 วัน จะจัดให้มีการฉลองต้นเทียนพรรษา กลางคืนจัดให้มีการสมโภช นิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งเป็นพิธีการตามที่เห็นสมควรในแต่ละท้องถิ่น เมื่อถึงรุ่งเช้าเป็นวันเข้าพรรษา ก็จะจัดขบวนแห่นำไปถวายที่วัดเพื่อเป็นพุทธบูชา ปัจจุบันความเจริญของบ้านเมืองได้ขยายออกสู่ชนบท ตามวัดวาอารามต่างมีกระแสไฟฟ้าใช้ แต่ชาวบ้านก็ยังนิยมถวายเทียนพรรษา แม้ว่าประเพณีการหล่อเทียนจะลดลงไป เนื่องจากผู้ถวายสามารถซื้อเทียนพรรษาที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งมีให้เลือกหลายขนาด หรือบ้างก็จัดซื้อหลอดไฟฟ้าแบบต่างๆ นำไปถวายแทนเทียนพรรษา
การถวายเทียนพรรษาเป็นกุศลอย่างหนึ่งของการให้ทานด้วยแสงสว่าง ซึ่งจะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา สว่างไสวตามตำนานคติชาวพุทธที่เชื่อถือกันสืบมาตั้งแต่พุทธกาล เปรียบได้กับพระพุทธธรรม ซึ่งเป็นดวงปัญญาทำให้คนเรามองเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงที่เรียกว่าเห็นสัจธรรม ด้วยเหตุนี้พุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่บุญกุศล จึงได้ยึดถือเป็นประเพณีการนำเทียนไปถวายแด่พระสงฆ์ในเทศกาลเข้าพรรษา ด้วยความปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ซึ่งจะเป็นแสงสว่างนำพาชีวิตไปสู่ความดีงามและความเจริญในทุกด้าน
เรียบเรียงโดย นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร
ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบกรมการศาสนา. การหล่อเทียนพรรษา. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา, 2549.
ไพฑูรย์ ยิ้มทอง. ศาสนพิธีทางพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: แม็ค, 2546.
มงคลพิธีไทย. กรุงเทพฯ: ดวงแก้ว, [2541].
#เทียนพรรษา
#เทศกาลเข้าพรรษา
#องค์ความรู้ส่งเสริมการอ่าน
#พี่บรรณนี่มีเรื่องเล่า
#หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษกจันทบุรี
#สำนักศิลปากรที่5ปราจีนบุรี
#กลุ่มเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กรมศิลปากร
#สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
ชื่อแบบฉบับ : ตำนานพระบาทธาตุ (ผูก 1ค)
ชื่อเรื่อง : ตำนานพระบาทธาตุ (ผูก 1ค)
เลขทะเบียน : นน.บ.140/1ค
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ
จำนวน : 1 คัมภีร์ 4 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ค)
จำนวนบรรทัด : 4 บรรทัด จำนวนหน้า : 52 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ล่องรัก ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : ได้มาจากวัดปรางค์ ต.ปัว อ.ปัว จ.น่าน
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
ถัด. พระนคร : โรงพิมพ์อำพลพิทยา, 2487. คณะ ร.ศ.130 ได้พิมพ์ชำร่วยในงานพระราชทานเพลิงศพ ร้อยตรีถัด รัตนพันธุ์ ณ วัดภูผาภิมุข จังหวัดพัทลุง วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ร้อยตรีถัด รัตนพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อการกบฏ ร.ศ.130 และเป็นผู้แทนราษฎร
ชื่อเรื่อง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทยผู้แต่ง กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือท้องถิ่น / หนังสือกรมศิลปากรISBN/ISSN 974-417-309-2หมวดหมู่ เบ็ดเตล็ดเลขหมู่ 069.0959373 ศ528พสถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ กรมศิลปากรปีที่พิมพ์ 2537ลักษณะวัสดุ 49 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางหัวเรื่อง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย
ภาษา ไทย
บทคัดย่อ/บันทึก
ศูนย์หนังสือกรมศิลปากรขอแนะนำน่าอ่าน หนังสือ “มหาเวสสันดรชาดก คาถาพัน และ นิบาตชาดก” ฉบับสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่ พุทธศักราช 2566 เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องมหาเวสสันดรชาดก นิทานชาดกที่ว่าด้วยการบำเพ็ญบารมีของพระเวสสันตรโพธิสัตว์ อันเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างสรรค์วรรณคดีไทยหลายเรื่อง ประกอบด้วย คาถาพัน คือเวสสันตรชาดกในมหานิบาตชาดกที่แต่งเป็นคาถาหรือร้อยกรองภาษาบาลีในพระไตรปิฎก (ตรวจสอบจากฉบับกรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่พุทธศักราช 2514) และ นิบาตชาดก คืออรรถกถาเวสสันตรชาดกที่พระภิกษุและคฤหัสถ์ผู้รู้ภาษาบาลีแปลและเรียบเรียงเป็นร้อยแก้วภาษาไทย ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรวจสอบจากหนังสือ “นิบาตชาดก เล่ม 22 เวสสันตรชาดก ในมหานิบาต” ฉบับพุทธศักราช 2474 พร้อมทั้งนำพระบรมราชาธิบายเรื่องนิบาตชาดก พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มารวมพิมพ์ไว้ด้วย หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเรื่องชาดกและวรรณคดีพุทธศาสนาต่อไป
จำหน่ายราคาเล่ม 400 บาท ผู้สนใจสามารถซื้อได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) หรือสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์ https://bookshop.finearts.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร (ในวันและเวลาราชการ)
*(ออกแบบภาพประกอบ ณภัทร เตชพาหพงษ์)
ที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ มอบกรมศิลปากรดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙
วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อธิบดีกรมศิลปากร และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงาน ดังนี้
๑. แผนการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานดำเนินการ ดำเนินงานออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง รวมทั้งงานออกแบบภูมิทัศน์และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การดำเนินงานออกแบบอาคารพระเมรุมาศและอาคารประกอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๙ และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙
๒. แผนการดำเนินงานการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกรมสรรพาวุธทหารบก กรมอู่ทหารเรือ กระทรวงกลาโหม ดำเนินงานบูรณะราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบทุกองค์ ทั้งนี้จากการสำรวจเบื้องต้น สภาพปัจจุบันของราชรถ ราชยาน มีสีหมองคล้ำ มีคราบสกปรกฝังลึก ทองที่ปิดหลุดลอก ชิ้นส่วนประดับตกแต่งชำรุด ซึ่งจะดำเนินงานบูรณะตามลำดับ ได้แก่ งานซ่อมสงวนรักษาโครงสร้างช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน โดยกรมสรรพาวุธทหารบก งานทำความสะอาดพื้นผิวราชรถ ราชยาน ด้วยกระบวนการงานทางวิทยาศาสตร์ โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร งานบูรณะซ่อมแซมงานตกแต่งศิลปกรรมและประณีตศิลป์ โดย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร งานจัดทำเชือกลากราชรถ โดยกองเรือพระราชพิธี กองทัพเรือ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยคาดว่างานทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เป็นไปอย่างถูกต้องตามโบราณราชประเพณี สวยงามและสมพระเกียรติยศทุกประการ
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - ยกรบ ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต
บัตรราคา 200, 150, 100, 60 บาท เปิดจำหน่ายบัตร วันที่ 5 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ซื้อได้ทั้งทางระบบจำหน่ายบัตรออนไลน์ https://ntt.finearts.go.th และเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา
ทั้งนี้ ผู้สนใจซื้อบัตรเข้าชมการแสดง สามารถสมัครสมาชิกเข้าใช้ระบบซื้อบัตรเข้าชมการแสดงออนไลน์ ได้ที่ https://ntt.finearts.go.th ให้บริการบนเว็บไซต์ และโทรศัพท์ Smartphone เมื่อสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนการซื้อ ดังนี้
1. เลือกการแสดง
2. เลือกรอบการแสดง
3. เลือกที่นั่งและยืนยันการสั่งซื้อ
4. ยืนยันการชำระเงิน
5. พิมพ์บัตรเข้าชมการแสดง (สามารถใช้รูปภาพจากโทรศัพท์แทนการพิมพ์บัตรได้)
6. โปรดชำระเงินในทันที
สำหรับผู้ที่ซื้อผ่านเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้รับบัตรคิวได้ตั้งแต่ เวลา 08.30 น. และจำหน่ายในเวลา 09.00 - 15.30 น. ของทุกวัน จนกว่าบัตรจะหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. 0 4446 6202-3, 08 4695 9194 เพจเฟซบุ๊ก "โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Korat Theatre" https://www.facebook.com/korattheatre
เนื่องในโอกาส ๑๒๐ ปี นับแต่สถาปนากิจการหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งพัฒนามาเป็น “สำนักหอสมุดแห่งชาติ“ กรมศิลปากรมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอวชิราวุธานุสรณ์ ร่วมกับสำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพระบรมราชะประทรรศนีย์ นิทรรศการสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการฉัฐรัช ณ ศกแรก สู่แว่นส่องอารยะ และนิทรรศการสุดขอบฟ้าพระมหานคร ณ ศกสุดท้าย ในวันพุธที่ ๒๕ และวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๙ มีบริการวิทยากรนำชม จำนวน ๒ รอบ ได้แก่ เวลา ๑๕.๐๐ น. และ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ในโอกาสนี้ หอวชิราวุธานุสรณ์ ขยายเวลาเปิดทำการเป็นพิเศษถึงเวลา ๑๙.๓๐ น. ผู้สนใจกิจกรรมนำชมสามารถสำรองรอบผ่าน QR CODE ร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๒๘๘๖
องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๖๘เรื่อง : พระพุทธเจ้าประทับบนเศียรโยคี
หากพูดถึงศิลปะสถาปัตยกรรมไทยที่งดงามระดับโลก ชื่อของ "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์" หรือ "สมเด็จครู" คือบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความวิจิตรเหล่านั้น
วันนี้เราจะพาทุกคนไปย้อนรอยพระประวัติและผลงานที่ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องเป็น "บุคคลสำคัญของโลก"
ประสูติและราชสกุล
พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๐๖ เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๖๒ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) และพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย (หม่อมเจ้าหญิงแฉ่) แรกประสูติมีสกุลยศเป็นพระองค์เจ้า มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ทั้งนี้ พระองค์ทรงเป็นต้นราชสกุล "จิตรพงศ์"
"ตำหนักปลายเนิน" ศูนย์รวมใจของราชสกุล
หากพูดถึงราชสกุลจิตรพงศ์ จะต้องนึกถึง "ตำหนักปลายเนิน" ที่คลองเตย ซึ่งเป็นพระตำหนักที่สมเด็จครูทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงปลายพระชนม์ชีพ พระตำหนักนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่รวบรวมงานศิลปะและวิชาการที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์ไว้ จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของราชสกุลและของชาติมาจนถึงปัจจุบัน
"สมเด็จครู" ผู้รอบรู้ในทุกศาสตร์
ด้วยพระปรีชาสามารถที่หลากหลาย พระองค์จึงได้รับสมญานามว่า "นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม" โดยเรื่องที่พระองค์สนพระทัยและฝากผลงานชิ้นเอกไว้ ได้แก่
• สถาปัตยกรรม: ทรงออกแบบ "พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม" ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระอุโบสถที่สร้างด้วยหินอ่อนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
• วิจิตรศิลป์: ทรงเขียนภาพฝาผนัง และออกแบบตาลปัตร พัดยศ พัดรอง พระเมรุ พระโกศ รวมถึงตราสัญลักษณ์สำคัญต่าง ๆ (เช่น ตรากระทรวงมหาดไทย)
• ดนตรีและวรรณกรรม: ทรงนิพนธ์เพลง "สรรเสริญพระบารมี" (เนื้อร้องปัจจุบัน) และบทละครดึกดำบรรพ์อีกหลายเรื่องบุคคลสำคัญของโลกโดย UNESCO
นปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีวันประสูติ องค์การ UNESCO ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็น "บุคคลสำคัญของโลก" ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ถือเป็นเจ้านายไทยพระองค์แรก ๆ ที่ได้รับเกียรตินี้
.
รู้หรือไม่? สมเด็จครูทรงเป็นบุคคลไทยลำดับที่ ๒ ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ต่อจาก "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย" อย่างสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เพียง ๑ ปีเท่านั้น (พ.ศ. ๒๕๐๕ และ ๒๕๐๖) ทั้งสองพระองค์ไม่เพียงแต่เป็นพี่น้อง แต่ยังเป็น 'ยอดกัลยาณมิตร' ที่ร่วมกันวางรากฐานศิลปวัฒนธรรมไทยให้ชาวโลกได้ประจักษ์
.
"วันนริศ" จึงไม่ใช่แค่การรำลึกถึงพระองค์ท่าน แต่ยังเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าของศิลปะไทยที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
.
อ้างอิง
• กระทรวงมหาดไทย. กรมโยธาธิการและผังเมือง. หนังสือเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์. กรุงเทพฯ: กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย, ๒๕๖๕.
• ดาริกา ธนะศักดิ์ศิริ และศรินยา ปาทา. ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”. กรมศิลปากร. ๒๘ เมษายน ๒๕๖๕. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๙ เมษายน ๒๕๖๙, จาก: https://www.youtube.com/watch?v=Ll2ddyWGGgY
• สุรศักดิ์ เจริญวงศ์. สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ "สมเด็จครู" นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๙.
.
จัดทำโดย
นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัยบรรณารักษ์ปฏิบัติการ