ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,516 รายการ

ตัวชี้วัดหลักธรรมาภิบาลและการประยุกต์ใช้ในสังคมไทย.  กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2566.  726 หน้า.  260 บาท.            ภายในเล่มกล่าวถึง หลักธรรมาภิบาลกับตัวชี้วัด สาระหลักสำคัญของธรรมาภิบาล และการจัดทำตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดหลักสำนึกความผิดชอบ ตัวชี้วัดหลักนิติธรรม ตัวชี้วัดหลักการมีส่วนร่วม ตัวชี้วัดหลักความโปร่งใส ตัวชี้วัดหลักความคุ้มค่า และ ตัวชี้วัดหลักคุณธรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในสังคมไทยและ หน่วยงานต่างๆ           351.9593         ต289         ฉ.1-ฉ.2           ห้องค้นคว้า         มี.ค.68


กรมศิลปากรเปิดให้เข้าฟรีอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เม.ย.นี้ พร้อมชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี              กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘    จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย ร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการ และชมการแสดงนาฏศิลป์ - ดนตรี ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร               ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีคุณูปการอย่างอเนกอนันต์และทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติตลอดมา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ในฐานะหน่วยงานที่เป็นสถาบันหลักด้านการอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างสรรค์มรดกวัฒนธรรมของชาติ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรม โดยในพุทธศักราช ๒๕๖๘ มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้               ๑. เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทุกแห่ง โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘              ๒. จัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ ร่วมกับเครือข่ายในท้องถิ่น อาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดกิจกรรม ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เขตภาษีเจริญ               ๓. จัดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ให้ประชาชนเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย                           - การเสวนาทางวิชาการ ระหว่างวันที่ ๓ – ๘ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ อาทิ เรื่อง การแสดงโขนนั่งราว เรื่อง มนุษย์โบราณแห่งเทือกเขาสามร้อยยอด: ข้อมูลหลักฐานใหม่จากการขุดค้นทางโบราณคดี เรื่อง มนุษย์โนนพลล้าน: ประวัติศาสตร์บทใหม่บนพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา                           - การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ระหว่างวันที่ ๒ – ๗ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง มีการแสดงที่น่าสนใจ เช่น การแสดงโขนนั่งราว เรื่องรามเกียรติ์ ชุดนาคบาศ – ยกรบ การแสดงละคร เรื่อง สังข์ทอง ตอน หาปลา การแสดงละคร เรื่อง เลือดสุพรรณ                           - การแสดงคอนเสิร์ต “เพชรในเพลง” ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวที กลางแจ้ง พบกับศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่ได้รับรางวัล "เพชรในเพลง" อาทิ วิรัช อยู่ถาวร วินัย พันธุรักษ์ กาญจนา มาศิริ ใบเฟิร์น สุทธิยา บรรเลงดนตรี โดยวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต                           ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนซึ่งล้วนมีส่วนเป็นเจ้าของมรดกวัฒนธรรมของชาติเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ทั้งนี้ กรมศิลปากรหวังว่า การจัดกิจกรรมต่างๆ จะกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมของชาติ และมีส่วนร่วมในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนถ่ายทอดความรู้ ปลูกฝังความรักและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยให้แก่ลูกหลาน เพื่อรักษาไว้เป็นมรดกล้ำค่าให้ยั่งยืนสืบไป






วันที่ 22 มีนาคม 2568 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี -จัดกิจกรรม "ทำวุ้นกะทิแสนอร่อย“-ในโครงการ KIDs เรียนรู้ @หอสมุดแห่งชาติฯ กาญจนบุรี -ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง จำนวน 23 คน -เดือนหน้ามีกิจกรรมอะไร ติดตามเพจกันด้วยนะคะ







            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ขอเชิญเที่ยวชมและร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ ณ อาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี ผู้สนใจสามารถไปเรียนรู้อย่างสนุกสนาน และเปิดประสบการณ์เที่ยวพิพิธภัณฑ์ไปพร้อม ๆ กันได้ สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๖๑๐๐ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ได้ที่ Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum             อาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลสนามชัย อำเภอ เมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดงประติมากรรมสำริดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ หรือขุนหลวงพะงั่ว ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ และประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรี การจัดแสดงได้นำเสนอเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองสุพรรณบุรี จำนวน ๙ ตอน ผ่านงานประติมากรรมนูนสูง และนูนต่ำ หล่อด้วยโลหะสำริด ความยาว ๘๘ เมตร สูง ๔.๒๐ เมตร โดยผู้เข้าชมจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินผ่านระบบการบรรยายนำชมที่ทันสมัยทั้งในรูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และอุปกรณ์ Audio guide จำนวน ๓ ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน พร้อมใช้เทคโนโลยีแสง เสียง ประกอบการจัดแสดง



สุดาวรรณ” เผยบอร์ดอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ไฟเขียว เสนอ “พระปรางค์ วัดอรุณฯ” สู่บัญชีชั่วคราว เตรียมดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ส่งต่อบอร์ดมรดกโลกไทย - ครม. เห็นชอบ ระบุเอกสารฉบับสมบูรณ์ “วัดพระมหาธาตุฯ” ส่งถึงศูนย์มรดกโลกเรียบร้อย                นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้ทรงคุณวุฒิและอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting              นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2568 ที่ประชุมได้พิจารณาในวาระต่างๆ ดังนี้ การนำเสนอพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อขอบรรจุเข้าสู่บัญชีชั่วคราว (Tentative List) ในชื่อ "พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin)" ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนาประเภทพระปรางค์ที่มีความโดดเด่นที่สุด เป็นอัตลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย คุณสมบัติที่เลือกนำเสนอตรงตามเกณฑ์มรดกโลกข้อที่ 1 และข้อที่ 2 คือ เป็นผลงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระปรางค์ในศิลปะอยุธยา และพัฒนามาเป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในสมัยรัตนโกสินทร์                “ขั้นตอนการนำเสนอแหล่งมรดกเพื่อขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว หลังจากนี้ต้องเสนอให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกเพื่อให้รับรองบรรจุรายชื่อในบัญชีเบื้องต้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ช่วงเดือนมิถุนายน 2568 นี้” รมว.วธ. กล่าว                 นางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกรอบเวลาการนำส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ของแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว เนื่องจากการส่งเอกสารฯ (Nomination Dossier) รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นปีสุดท้าย ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ที่ต้องมีการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ประกอบกับข้อกำหนดที่ให้รัฐภาคีสามารถนำเสนอแหล่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เพียงปีละ 1 แหล่ง และจำกัดจำนวนแหล่งที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกปีละไม่เกิน 33 แหล่ง คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงพิจารณากำหนดกรอบเวลาในการนำส่งเอกสารฯ ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่จะเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในประเทศอย่างเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว 4 แหล่ง ได้แก่ 1. กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด 2. อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา 3. พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง และ 4. สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา                รมว.วธ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ฝ่ายเลขาฯ ได้รายงานต่อที่ประชุมให้รับทราบ 2 เรื่อง ดังนี้ 1. การส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าปัจจุบันศูนย์มรดกโลกได้ส่งสำเนาเอกสารฯ ดังกล่าวไปยัง สภาการโบราณสถานสากล (ICOMOS) องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนกระบวนการตรวจประเมินแหล่งที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยศูนย์มรดกโลกแจ้งให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจประเมินศักยภาพและการบริหารจัดการแหล่งและอาจมีการขอข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2569                  2. ภารกิจการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา เมื่อเดือนมกราคม 2568 โดยได้ประชุมรับฟังข้อมูลร่วมกับทุกภาคส่วน ซึ่งข้อแนะนำเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ปรับปรุงรูปแบบโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ปรับลดขนาดและความสูงสถานีรถไฟความเร็วสูงและสันรางลง พร้อมทั้งเลื่อนตำแหน่งที่ตั้งอาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงให้มีระยะห่างจากสถานีรถไฟอยุธยาที่เป็นโบราณสถานมากขึ้น นอกจากนี้ผลักดันแผนปฏิบัติการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ถูกจัดเป็นแผนระดับ 3 ให้เป็นที่รับรู้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ซึ่งกรมศิลปากร จะประสานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำเสนอต่อ ครม. และกรมศิลปากรยังได้ประชุมหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อปรับปรุงผังเมืองรวมพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองหรืออโยธยา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยาให้เป็นพื้นที่การอนุรักษ์โบราณสถานและปกป้องรักษาคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (OUV) แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา


black ribbon.