ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,532 รายการ
กรมศิลป์จี้การรถไฟฯ ปฏิบัติตามหลักการอนุรักษ์ หลังพบโบราณสถานในพื้นที่ก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ บริเวณ จ.พะเยา แต่ไม่แจ้งให้กรมศิลปากรทราบตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ชาวบ้านและพระสงฆ์ บ้านเจดีย์งาม ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ขุดพบโบราณสถานบริเวณที่นาของชาวบ้านซึ่งถูกเวนคืนในการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ นั้น สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้เข้าตรวจสอบพบว่าโบราณสถานดังกล่าว คือ โบราณสถานบ้านเจดีย์งาม (ธาตุนกแซว) คาดว่าน่าจะมีอายุในสมัยล้านนา ทั้งนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยผู้เป็นเจ้าของโครงการฯ ซึ่งมีหน้าที่สำรวจโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีของพื้นที่ก่อสร้างทางรถไฟตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ไม่ได้รายงานเรื่องการพบโบราณสถานดังกล่าวให้กรมศิลปากรทราบ จึงมีหนังสือแจ้งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างเคร่งครัด เพื่ออนุรักษ์โบราณสถานไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญ และให้หยุดการก่อสร้างบริเวณที่พบโบราณสถาน บ้านเจดีย์งาม ไว้จนกว่าการปฏิบัติงานโบราณคดีเร่งด่วน และการหาแนวทางร่วมกันเพื่อลดผลกระทบด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ที่เหมาะสมจะได้เสร็จสิ้นลง
ทั้งนี้ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ยังได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวกับบริษัทผู้ก่อสร้างในพื้นที่แล้ว ผู้รับจ้างยืนยันว่าต่อไปจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งการพบโบราณสถานระหว่างการก่อสร้างต้องประสานงานกับหน่วยงานของกรมศิลปากรพื้นที่เพื่อแจ้งให้ทราบถึงแผนและระยะเวลาก่อสร้าง หากมีการพบหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ใดๆ ให้หยุดดำเนินโครงการในบริเวณนั้นทันที และแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็วที่สุด
โบราณสถานบ้านเจดีย์งาม ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา มีสถานะเป็นโบราณสถานที่ยังไม่ประกาศขึ้นทะเบียนแต่มีผลตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 สำหรับชิ้นส่วนโบราณสถานที่พบ ขณะนี้ได้เก็บรักษาไว้ที่วัดเจดีย์งามซึ่งสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและให้คำแนะนำในการเก็บรักษาและอนุรักษ์ โดยได้ชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงข้อกฎหมายตาม พรบ.โบราณสถาน เพื่อมิให้มีการบุกรุกหรือขุดค้นอีกต่อไป
อธิบดีกรมศิลปากร ย้ำว่า กรมศิลปากรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ไม่ให้โบราณสถานเสียหายในขณะเดียวกันการพัฒนาประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้
วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนุรักษ์สืบทอดสู่การต่อยอดพัฒนา เนื่องในโอกาส ๑๑๔ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร พร้อมเปิดตัวของที่ระลึกจากต้นทุนทางวัฒนธรรม
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า นับแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งกรมศิลปากร เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ เพื่อการอนุรักษ์ และสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมสาขาต่าง ๆ ของชาติ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมศิลปากร ได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้อย่างเหมาะสม มุ่งเน้นการอนุรักษ์ สืบทอด และนำมรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ในโอกาส ๑๑๔ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร จึงถือเป็นอีกก้าวย่างสำคัญที่จะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากการอนุรักษ์ สืบทอด สู่ยุคแห่งการต่อยอดและพัฒนา โดยมีการดำเนินภารกิจสำคัญ ดังนี้
- พัฒนาโรงละครแห่งชาติ ตามมาตรฐานโรงละครระดับนานาชาติ ทัดเทียมกับอารยประเทศ ให้เป็นโรงละครที่งดงามสมเกียรติภูมิของประเทศชาติ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปีนี้ และได้เตรียมจัดการแสดงเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในการกลับมาของโรงละครแห่งชาติ
- เปิดแหล่งเรือจมพนม-สุรินทร์ จังหวัดสมุทรสาคร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ เชื่อมโยงกับแหล่ง
เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง พัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น
- ศึกษาเรื่องคนก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย จากยุคบุกเบิกสู่ยุคแห่งการต่อยอดและพัฒนา
โดยนำเทคโนโลยีและการประยุกต์ศาสตร์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ ทำให้องค์ความรู้ด้านโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ของไทยก้าวหน้าและทันสมัยขึ้น พัฒนาแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจในพัฒนาการอันยาวนานของผืนแผ่นดินนี้
- จัดทำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และหนังสือคู่มือท้องถิ่นของเรา เพื่อให้เด็กและเยาวชน
ได้รับรู้เรื่องราวท้องถิ่นของตนเอง สร้างความรัก ผูกพัน และความภาคภูมิใจในบ้านเกิด ซึ่งประสานสอดคล้องกับภารกิจของกรมศิลปากร
- ศิลปากรสัญจร เผยแพร่องค์ความรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว
และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันให้คุณค่าของมรดกศิลปวัฒนธรรมกลายเป็นยุทธศาสตร์และทุนทางสังคมที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศชาติ
- สถานีดิจิทัลศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร รวบรวมบริการด้านดิจิทัลของกรมศิลปากรไว้ในที่เดียว เพิ่มความสะดวกและการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น ประชาชนเข้าถึงบริการและข้อมูลมรดกศิลปวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จ พระราชดำเนินไปทรงเปิด จำนวน ๗ แห่ง เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระชนมายุ ๑๐๐ พรรษา ในปีพุทธศักราช ๒๕๗๐ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช โดยเพิ่มศักยภาพให้มีการบริการที่ทันสมัย ตอบสนองสังคมอย่างมีส่วนร่วมและสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นพลังสร้างสรรค์เศรษฐกิจ
- จดหมายเหตุไทยในยุคแห่งการต่อยอดและพัฒนา พัฒนาระบบบริหารเอกสาร เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมให้ภาครัฐใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการปฏิบัติราชการตลอดจนการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานบริหารเอกสารแก่หน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง
- รักษ์รากเหง้า ก้าวสู่อนาคต การเปลี่ยนผ่านของหอสมุดแห่งชาติ พัฒนา ต่อยอดบทบาทของหอสมุดแห่งชาติจาก "แหล่งอนุรักษ์" ไปสู่ "ศูนย์กลางนวัตกรรมทางปัญญาของชาติ" นำเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว พร้อมมุ่งต่อยอดการสร้างนวัตกรรมการบริการและการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
- เปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แห่งใหม่ จังหวัดปทุมธานี เสริมศักยภาพในการยกระดับมาตรฐานงานอนุรักษ์โบราณวัตถุและมรดกทางวัฒนธรรมทุกประเภทของประเทศไทยให้ทัดเทียมสากล
- สร้างต้นทุนทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมนำสู่เศรษฐกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เป็นอัตลักษณ์ สอดแทรกกลิ่นอายของศิลปกรรมในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ จำหน่ายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรมของชาติ
โอกาสนี้ กรมศิลปากรได้เปิดตัวต้นแบบผลิตภัณฑ์ทุนทางวัฒนธรรม โดยสำนักช่างสิบหมู่ ได้ดำเนินโครงการออกแบบและจัดทำของที่ระลึกของกรมศิลปากร ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมจากแหล่งเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผ่านการศึกษา วิเคราะห์สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ ถือเป็นการรักษาองค์ความรู้ทางศิลปวัฒนธรมที่กําลังจะสูญหาย และเพิ่มพูนประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในเชิงช่างและการออกแบบของบุคลากรในสำนักช่างสิบหมู่ ขณะนี้ มีผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และจะขยายไปสู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญเพิ่มขึ้น
กรมศิลปากรยังคงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ ทำนุบำรุง สืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนุรักษ์ สืบทอด สู่การต่อยอดและพัฒนา และคงธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทยไว้อย่างยั่งยืนมั่นคงสืบไป
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา “กรมศิลปากร” เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ ตลอดระยะเวลา ๑๑๔ ปี กรมศิลปากร ทำหน้าที่คุ้มครอง ป้องกัน อนุรักษ์ บำรุงรักษา ฟื้นฟู ส่งเสริม สร้างสรรค์ เผยแพร่ วิจัย พัฒนา สืบทอดศิลปะและมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ในโอกาส ๑๑๔ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร ถือเป็นอีกก้าวย่างสำคัญที่จะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากการอนุรักษ์ สืบทอด สู่ยุคแห่งการต่อยอดและพัฒนา เพื่อธำรงคุณค่าและเอกลักษณ์ของความเป็นชาติให้คงอยู่สืบไป
สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๑ – ๓ เมษายน ๒๕๖๘
แนะนำหนังสือ E-book
เรื่อง ฐิตวิริยาจารย์เทศนา รวมธรรมคำสอน ของ พระวิสุทธิญาณเถร หลวงปู่สมชายฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เล่ม1
พุทธวจนสถาบัน. พุทธวจน-หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด ฉบับ ๒๐ สังโยชน์. ปทุมธานี: มูลนิธิพุทธโฆษณ์, ๒๕๖๓. ๓๑๑ หน้า. ภาพประกอบ.
พุทธวจน ฉบับ สังโยชน์ เป็นการรวบรวมตถาคตภาษิต โดยร้อยเรียงข้อธรรมตามสุคตวินโย อันเกี่ยวข้องกับสังโยชน์ไว้ ทั้งลักษณะของสังโยชน์ สังโยชน์เป็นอย่างไร การเกิดขึ้น ของสังโยชน์ โทษของสังโยชน์ และข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ เพื่อให้ผู้ที่เสพคบจะก้าวลงสู่หนทางแห่งความถูกต้อง ก้าวลง สู่ภูมิแห่งสัปบุรุษ ล่วงพ้นปุถุชนภูมิ อันเป็นเหตุให้พ้นจาก นรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัย และเป็นยาถ่ายอันเป็นอริยะ ที่ได้้ผลโดยส่วนเดียว ไม่มีที่จะไม่ได้ผล เป็นยาถ่ายซึ่งอาศัยแล้ว สัตว์ที่มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย มีโสกะปริเทวะ ทุกขะโทมนัส อุปายาสะทั้งหลายเป็นธรรมดา จะพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย โสกะปริเทวะ ทุกขะโทมนัสอุปายาสะ ทั้งหลาย
ห้องทั่วไป ๑
๒๙๔.๓๑๕
พ๘๓๕พ
พุทธวจนสถาบัน. พุทธวจน-หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด ฉบับ ๑๕ ปฏิบัติ สมถะ วิปัสสนา. ปทุมธานี: มูลนิธิพุทธโฆษณ์, ๒๕๕๙. ๖๒๕ หน้า. ภาพประกอบ.
พุทธวจน ฉบับ ปฏิบัติสมถะวิปัสสนา เป็นการ รวบรวมตถาคตภาษิต ในข้อปฏิบัติอันเป็นมัชฌิมาปฏิปทา เพื่อเข้าถึงความดับสนิทของชาติ ชรามรณะ โสกะปริเทวา ทุกขะ โทมนัสอุปายาสะทั้งหลาย ที่ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ศาสดาผู้เอ็นดู แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล อาศัยความเอ็นดูแล้ว ได้แสดงแก่สาวกทั้งหลาย นี่แหละ ทางเพื่อความหมดจดแห่งทัสสนะ ทางอื่น มิได้มี เธอทั้งหลาย จงเดินตามทางนั้น อันเป็นที่หลงแห่งมาร เธอทั้งหลาย เดินตามทางนั้นแล้ว จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ประตูนครแห่งความไม่ตาย ตถาคตเปิดโล่งไว้แล้ว เพื่อสัตว์ทั้งหลายเข้าถึงถิ่นอันเกษม สัตว์เหล่าใด มีโสตประสาท สัตว์เหล่านั้น จงปลงศรัทธาลงไปเถิด ความเพียร เป็นกิจอันเธอทั้งหลายพึงกระทำ ตถาคตทั้งหลายเป็นเพียงผู้บอก ผู้มุ่งปฏิบัติแล้ว ย่อมพ้น จากเครื่องผูกแห่งมาร นั่น โคนไม้ นั่น เรือนว่าง พวกเธอจงเพียรเผา กิเลส อย่าได้ประมาท อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจ ในภายหลังเลย
ห้องทั่วไป ๑
๒๙๔.๓๑๕
พ๘๓๕พ
แนะนำ E-book หนังสือหายาก
เรื่อง ตายแล้วเกิดอีก หรือ การระลึกชาติ
กล่าวถึง ประวัติวัดโบสถ์(โยธานิมิต) อ.เมือง จ. ตราดและการก่อสร้างพระอุโบสถ์หลังใหม่ ความเป็นมาอาจารย์หญิงเจือจันทร์ ทางทอง รายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับ ตายแล้วเกิดอีก หรือ การระลึกชาติ
แนะนำหนังสือ E-book
เรื่อง ตำราภูมิปัญญาการผลิตพริกไทยในจันทบุรี
พุทธวจนสถาบัน. พุทธวจน-หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด ฉบับ ๑๖ อนาคามี. ปทุมธานี: มูลนิธิพุทธโฆษณ์, ๒๕๖๐. ๔๘๙ หน้า. ภาพประกอบ.
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ธรรมวินัยนี้ เป็นที่พำนักอาศัยของสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ สิ่งมีชีวิตในธรรมวินัยนี้ มีดังนี้ คือ โสดาบัน ผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามี ผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล อนาคามี ผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามีผล อรหันต์ ผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์ นี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์ อันไม่เคยมีมาประการที่ ๘ ในธรรมวินัยนี้ ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่
ห้องทั่วไป ๑
๒๙๔.๓๑๕
พ๘๓๕พ
พุทธวจนสถาบัน. พุทธวจน-หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด ฉบับ ๑๔ ตถาคต. ปทุมธานี: มูลนิธิพุทธโฆษณ์, ๒๕๕๘. ๔๐๒ หน้า. ภาพประกอบ.
พุทธวจน ฉบับ ตถาคต เป็นการรวบรวมพุทธวจน อันเป็นประวัติของบุคคลเอก ที่ตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ได้ทรงตรัสเกี่ยวกับพระองค์เองไว้ในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้สาวก ของตถาคตทั้งหลายได้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง อันจะนำาไปสู่ การมีศรัทธาอันหยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหว และการเลื่อมใสอย่างยิ่ง ถึงที่สุดโดยส่วนเดียว เพื่อเป็นประโยชน์ในการที่จะรับเอาธรรมะ อันถูกต้อง ที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยตรง ยังผลให้เกิดการปฏิบัติที่ตรงทาง และนำาไปสู่การกระทำาที่สุด แห่งทุกข์ คือ ความพ้นจาก ชาติ ชรา และมรณะได้อย่างแท้จริง.
ห้องทั่วไป ๑
๒๙๔.๓๑๕
พ๘๓๕พ
ภูมิพิชญ์ สุชาวรรณ. พืชสมุนไพรใช้เป็นยา 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธ , 64 หน้า. ภาพประกอบ. 150 บาท
หนังสือรวบรวมภาพสมุนไพรไทยจำนวน 12 รายชื่อ จำพวก พืชผักสวนครัว พืชเศรษฐกิจ ไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ผล มีทั้งหมด 8 เล่ม ในเล่ม 1 นี้ ให้ข้อมูล ความหมายของสมุนไพรภาพ การแปรสภาพสมุนไพร การเก็บรักษาสมุนไพร การปรุงยาสมุนไพร อาการแพ้จากสมุนไพร และชื่อสมุนไพรแต่ละชนิด ประกอบด้วย ชื่อสามัญ ชื่อพฤกษศาตร์ ชื่อวงศ์ ชื่ออื่นๆ ลักษณะทั่วไป การขายพันธุ์ และประโยชน์ทางสมุนไพร เช่น เป็นต้น
อ
582.12
ภ672พ
ล.1
ห้องค้นคว้า มี.ค.68
พุทธวจนสถาบัน. พุทธวจน-หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด ฉบับ ๑๓ การให้ทาน. ปทุมธานี: มูลนิธิพุทธโฆษณ์, ๒๕๖๕. ๒๐๖ หน้า. ภาพประกอบ.
พุทธวจน ฉบับ “ทาน (การให้)” ได้รวบรวมไว้ซึ่ง สิ่งอันตถาคตได้ภาษิตไว้ ได้กล่าวไว้ ว่าตถาคตได้ภาษิตไว้ ได้กล่าวไว้ และรวบรวมสิ่งอันตถาคตได้บัญญัติไว้ ว่า ตถาคตได้บัญญัติไว้ อันเนื่องด้วยเหตุมีประมาณต่างๆ แห่ง “ทาน (การให้)” อย่างละเอียดครบถ้วน เช่น ความหมาย ของทาน องค์ประกอบของการให้ทานแล้วมีผลมาก ผลและ อานิสงส์ของทานแบบต่างๆ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้ที่ได้เข้ามาศึกษา จะได้ ทราบถึงสัจจะความจริงและประพฤติปฏิบัติตาม อันจะเป็น เหตุ เป็นปัจจัยให้ทานเช่นนั้น มีผลมาก มีอานิสงส์มาก เช่น การให้ทานเป็นเครื่องปรุงแต่งจิต คือ ตั้งจิตละความตระหนี่ อันเป็นมลทิน จะได้เป็นผู้ไม่ต้องกลับมา คือ ไม่มาสู่ความ เป็นอย่างนี้ สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะ มีปัญญา เป็นบัณฑิต พึงมีสิ่งที่ประเสริฐกว่าทาน เป็นประโยชน์ เป็นอานิสงส์ที่มุ่งหมาย ที่สุดของทาน คือ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ อันประเสริฐยิ่ง คือ ความสละคืนอุปธิทั้งปวง เพื่อถึง ความเป็นอีกไม่ได้ มีความไม่เกิดต่อไป เป็นธรรมดา นั้นคือ นิพพาน.
ห้องทั่วไป ๑
๒๙๔.๓๑๕
พ๘๓๕พ
ภูมิพิชญ์ สุชาวรรณ. พืชสมุนไพรใช้เป็นยา 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธ , 64 หน้า. ภาพประกอบ. 150 บาท
หนังสือรวบรวมภาพสมุนไพรไทยกว่า 62 รายชื่อ จำพวก พืชผักสวนครัว พืชเศรษฐกิจ พืชล้มลุก หญ้า ไม้ดอก มีทั้งหมด 8 เล่ม ในเล่ม 2 นี้ สมุนไพรแต่ละชนิด ให้ข้อมูลประกอบด้วย ชื่อสามัญ ชื่อพฤกษศาตร์ ชื่อวงศ์ ชื่ออื่นๆ ลักษณะทั่วไป การขายพันธุ์ และประโยชน์ทางสมุนไพร เช่น กระทือ กะเม็ง ขี้เหล็ก
อ
582.12
ภ672พ
ล.2
ห้องค้นคว้า
มี.ค.68