ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,773 รายการ

ชื่อเรื่อง                     โบราณคดีหนองราชวัตร 1 : ผลการดำเนินงานทางโบราณคดี ปี 2546ผู้แต่ง                       สุภมาศ ดวงสกุลประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือท้องถิ่น / หนังสือกรมศิลปากรISBN/ISSN                 978-974-417-053-8หมวดหมู่                   ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เลขหมู่                      959.373 ส833บสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรีปีที่พิมพ์                    2552ลักษณะวัสดุ               122 หน้า : ภาพประกอบ, กราฟ, แผนที่ ; 29 ซม.หัวเรื่อง                     แหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร                               หม้อสามขา                               สุพรรณบุรี -- โบราณสถาน                               สุพรรณบุรี -- โบราณวัตถุสถาน                               สุพรรณบุรี -- แหล่งโบราณคดี ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก         ผลการดำเนินงานทางโบราณคดี ของแหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี



        อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมสุดพิเศษ "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" พบกับกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืนที่ปังที่สุดในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ณ วัดไชยวัฒนาราม วัดพระราม พระราชวังจันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กำหนดการจัดกิจกรรมมีดังนี้          ช่วงที่ 1 Soft Opening ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2568 (1 - 30 พ.ย. 2568) เปิดเข้าชมโบราณสถานยามค่ำคืนทุกวันศุกร์ - เสาร์ และ อาทิตย์ เวลา 18.30 - 21.00 น. (ชมโบราณสถานได้ถึง 21.30 น.)         ช่วงที่ 2 Grand Opening วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 กิจกรรมทางวัฒนธรรมต่อเนื่องตลอด 10 วัน โดยมี Highlight วันที่ 27 ธันวาคม 2568 พิธีเปิด “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ” ณ วัดไชยวัฒนาราม และวันที่ 9 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2569 กิจกรรมทางวัฒนธรรมทุกค่ำคืนวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 - 21.00 น. (ชมโบราณสถานได้ถึง 21.30 น.)          ช่วงที่ 3 Last call ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (6 - 28 ก.พ. 2569) เปิดเข้าชมโบราณสถานยามค่ำคืนทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 - 21.00 น. (ชมโบราณสถานได้ถึง 21.30 น.)          ขอเชิญทุกท่านมารับลมหนาวด้วยกันที่อยุธยา ในงาน "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525 Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park https://www.facebook.com/AY.HI.PARK   


หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “คนจันท์” หรือ “คนเมืองจันท์” ซึ่งหมายถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดจันทบุรี แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า คนจันท์มีที่มาอย่างไร และมีรากเหง้าจากกลุ่มชนใดบ้าง รู้หรือไม่ไปกับพี่บรรณนี่สัปดาห์นี้ จึงขอชวนผู้อ่านไปค้นพบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ชาติพันธุ์ของคนจันทบุรี” เพื่อไปทำความรู้จักคนจันทบุรีที่มีหลากหลากชาติพันธุ์ จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน ด้วยทำเลที่ตั้งติดทะเล มีภูเขา ป่าไม้ และทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งตั้งถิ่นฐานและจุดพักของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่เดินทางเข้ามาค้าขายและตั้งรกราก คนจันท์ในปัจจุบันไม่ได้มีที่มาเพียงเชื้อสายเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานของหลายกลุ่มชน ได้แก่ 1. ชาวชอง เป็นชนพื้นเมืองเดิมที่อาศัยอยู่ในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มีภาษาพูด และวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของตนเอง มีการนับถือผีบรรพบุรุษ ตั้งแต่อดีตชาวชองดำรงชีวิตโดยการพึ่งพิงทรัพยากรจากป่า ทั้งการหาของป่า การปลูกเร่ว กระวาน และเครื่องเทศต่างๆ นับเป็นชาติพันธุ์ที่เก่าแก่และดั้งเดิมที่สุดในจันทบุรี ปัจจุบันชาวจันทบุรีที่มีเชื้อสายชาติพันธุ์ชองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอมะขาม และอำเภอโป่งน้ำร้อน 2. ชาวเขมร เนื่องจากจันทบุรีเคยเป็นชุมชนที่ได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมและศาสนาจากเขมร ปัจจุบันมีเขตแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา จึงมีหมู่บ้านชาวเขมรอยู่ตามแนวชายแดนหลายแห่ง เช่น บ้านแหลม บ้านโอลำเจียก และบ้านผักกาดในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อน          3. ชาวจีน เมืองต่างๆ ทางแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก อยู่ในเส้นทางการค้าทางทะเลระหว่างไทยและจีนมาแต่โบราณ จึงมีชุมชนของชาวจีนในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก เฉพาะที่จันทบุรีมีชุมชนชาวจีนดั้งเดิมอยู่ตามชายฝั่งทะเลหลายแห่งทั้งในเขตอำเภอขลุง แหลมสิงห์ และท่าใหม่ ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงและค้าขายในเขตอำเภอเมืองจันทบุรีมีชุมชนชาวจีนเก่าเป็นชาวจีนฮกเกี้ยน อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำจันทบุรี เรียกว่าย่านท่าหลวง ชาวจีนเป็นผู้บุกเบิกกิจการหลายอย่าง เช่น การต่อเรือสำเภา การค้า รวมทั้งเป็นนายอากรเก็บส่วยด้วย           4. ชาวญวน หรือชาวเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจันทบุรีตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มีการย้ายที่ตั้งถิ่นฐานหลายครั้ง จนมาตั้งอยู่ในบริเวณปัจจุบัน คือ บริเวณริมแม่น้ำจันทบุรี มีพื้นที่ติดกับย่านท่าหลวงของชุมชนชาวจีน โดยชาวญวนมีโบสถ์คริสต์ (วัดโรมันคาทอลิกในปัจจุบัน) เป็นศูนย์กลางของชุมชนและเป็นศูนย์รวมจิตใจ ส่วนใหญ่ทำอาชีพค้าขาย งานช่างหัตถกรรมและช่างฝีมือ ต่อมาเมื่อชุมชนญวนแถบริมแม่น้ำจันทบุรีไม่สามารถขยายเขตออกไปได้ จึงได้แยกไปตั้งถิ่นฐานอาศัยที่อื่น เช่น อำเภอขลุง อำเภอท่าใหม่ และบ้านท่าแฉลบ           5. ชาวกุหล่า เป็นชนกลุ่มน้อยจากพม่าที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจันทบุรีช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวกุหล่าเรียกตนเองว่า “ไต” แต่คนไทยจะเรียกว่า “ไทยใหญ่” ชาวเขมรจะเรียกชาวต่างชาติที่เข้าไปในเขมรว่า “กาลา” ชื่อกุหล่าก็เรียกตามภาษาเขมร แต่เพี้ยนเสียงเป็น “กุหล่า” ผู้สูงอายุของชาวกุหล่าเล่าให้ฟังว่า พวกเขาอพยพ “มาตามพลอย” โดยเริ่มเข้ามาทำพลอยที่ตำบลบางกะจะ ต่อมาอพยพไปยังบ่อไร่ ข้ามไปถึงบ่อไพลิน บ่อเวฬุ และกลับมาตั้งถิ่นฐานในจันทบุรีช่วงหลัง พ.ศ. 2499 จะเห็นได้ว่า คนจันทบุรีไม่ได้มาจากที่เดียว แต่เกิดจากการหลอมรวมของผู้คนหลายเชื้อชาติ การอยู่ร่วมกันของกลุ่มชนเหล่านี้ ทำให้จันทบุรีมีวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิตที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวผู้อ่านที่สนใจเรื่องชาติพันธุ์จันทบุรี และประวัติศาสตร์ความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงเมืองจันทบุรี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ “จันทบุรีศึกษา” เรียบเรียงโดย อรุณ แพทย์โอสถ มีให้บริการที่ห้องจันทบุรี หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี   ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดจันทบุรี.  กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ, 2544. อรุณ แพทย์โอสถ.  จันทบุรีศึกษา (ฉบับเยาวชน) ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงเมืองจันทบุรี.  จันทบุรี: สำนักศิลปวัฒนธรรม     และพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2562.  




บทความจากนิตยสารศิลปากร ปีที่ ๕๔ ฉบับที่ ๒ เดือนมีนาคม - เมษายน ๒๕๕๔ คอลัมน์ถามมา-ตอบไป : ประเภทของการแสดงโขน โดยวันเพ็ญ พรเลิศวดี  เนื่องจากมีผู้สนใจทีชอบชมการแสดงโขนของกรมศิลปากร มีข้อสงสัยว่าการแสดงโขนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ท่านจะได้ทราบคำตอบจากในบทความนี้




   กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอเชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เรื่อง “พระราชกรณียกิจประสิทธิ์ศิลป์” ระหว่างวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องโถงใหญ่ อาคารสำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร                   กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ร่วมกับสำนักหอสมุดแห่งชาติ กำหนดจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๖๓ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เรื่อง “พระราชกรณียกิจประสิทธิ์ศิลป์” รวบรวบภาพพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเผยแพร่ให้พสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ซาบซึ้งในพระเกียรติคุณ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอุปถัมภ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ การจัดแสดงภายในนิทรรศการ ประกอบด้วย                      ส่วนที่ ๑ นำเสนอภาพพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธาสธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในพระอิริยาบถที่น่าประทับใจต่างๆ ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ พร้อมทั้งพระฉายาลักษณ์ที่ทรงฉายร่วมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระเชษฐภคินี                      ส่วนที่ ๒ นำเสนอภาพพระราชกรณียกิจ ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ด้วยพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ และมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทั้งยังทรงเป็นผู้อุปถัมภ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชาติ จึงทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรมน้อยใหญ่มาโดยตลอด                      ส่วนที่ ๓ การฉายสไลด์ภาพพระราช ประวัติ และภาพพระราชกรณียกิจที่หาชมได้ยาก ที่รวบรวมเก็บรักษาไว้มาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมพระเกียรติคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีในโอกาสสำคัญนี้                      ทั้งนี้ จะมีพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เรื่อง พระราชกรณียกิจประสิทธิ์ศิลป์ ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. โดยมีนายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน และเปิดให้ประชาชนเข้าชม ระหว่างวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องโถงใหญ่ อาคารสำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร   สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ โทร. ๐ ๒๒๘๑ ๑๕๙๙




กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต จะจัดการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ปีที่ ๕๙เพื่อเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมด้านการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ ถึง เดือนเมษายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๗.๐๐ – ๑๙.๐๐ น. บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร การจัดแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ได้มีการดำเนินงานมานับแต่ปี ๒๔๙๑ สืบต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยจัดการแสดงที่หลากหลายจากศิลปินของกรมศิลปากรและศิลปินรับเชิญ ได้แก่ การบรรเลงดนตรีสากล(วงดนตรีลูกทุ่ง วงสตริง วงหัสดนตรี วงสังคีตประยุกต์วงดุริยางค์สากล วงโยวาทิต)การแสดงนาฏศิลป์ โขน การแสดงนาฏศิลป์ละคร ละครนอก ละครใน ละครพันทาง ละครเสภา ละครชาตรี ละครดึกดำบรรพ์)การแสดงหุ่นกระบอก การแสดงโขนสด การแสดงหุ่นละครเล็ก การแสดงพื้นเมือง(ลำตัด เพลงอีแซว ลิเก)การบรรเลงดนตรีไทย (วงปี่พาทย์ไม้แข็ง วงมโหรี วงเครื่องสายปี่ชวา วงปี่พาทย์มอญ วงอังกะลุง วงปี่พาทย์ชวา)สักวาออกตัว การบรรเลงและการแสดงนาฏศิลป์จากต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการแสดงผลงานรายการดนตรีสำหรับประชาชน เป็นการเผยแพร่ความรู้ศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์แก่นักศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเก็บค่าเข้าชมคนละ ๒๐ บาท ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๕ ๙๐๙๗ เริ่มเปิดสังคีตศาลาวันอาทิตย์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร



วันที่ ๒๔-๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา จัดโครงการเครือข่ายทางมรดกศิลปวัฒนธรรม โครงการสร้างภาคีเครือข่ายประชารัฐบุคลากรทางการศึกษาในการดูแลรักษาโบราณสถานเมืองพิมาย ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา และเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง, หลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน, เรือนไทพวนอนุสรณ์, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของชาวไทพวนบ้านเชียง และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี


black ribbon.