ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,772 รายการ

ที่ระลึกฐานแท่น อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีย์ใหม่ พ.ศ.2510. นครราชสีมา: รวมจิตราชสีมา, 2510.ท 920.72 ส851ท รวบรวมประวัติท้าวสุรนารี ประวัติอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ความเป็นมาในการสร้างฐานแท่นอนุสาวรีย์ใหม่ พ.ศ.2510 เสียงวิพาก-วิจารณ์ เกี่ยวกับการสร้างฐานแท่นใหม่ของประชาชน  ทางหน้าหนังสือพิมพ์  บทความเรื่อง “เมื่อคุณย่าเข้าทรง” และ “วิญญาณคุณย่าโมอีกที” จากหนังสือพิมพ์ชาวอิสาน ในคอลัมภ์ข้อคิดจากสังคม เขียนโดย ลิขิต ประชา และโองการบวงสรวงสังเวยท่านท้าวสุรนารี  ในการอัญเชิญ จากฐานแท่นชั่วคราวหน้าศาลากลางจังหวัด มาประทับยังฐานถาวรที่ประตูชุมพล วันที่ 29 พฤศจิกายน 2510






วันศุกรที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาพร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจการจ้าง และผู้ควบคุมงานตรวจรับงานจ้างเหมาบริการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางที่ทำลายโบราณสถาน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบณ โบราณสถานในเขตจังหวัดนครราชสีมา




เอกสารตรวจราชการเมืองนครไชยศรี





ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉบับพิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ 2 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร ปีที่พิมพ์ : 2496 หมายเหตุ : พิมพ์ในงานฌาปนกิจศพ หม่อมวาสน์ กมลาสน์ ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นราชศักดิ์สโมสร ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 30 พฤษภาคม 2496               พระราชหัตเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมครั้งที่ 1 เล่มนี้ มีเนื้อหาเฉพาะตอนที่ 1 จากทั้งหมด 6 ตอน เป็นเนื้อหาซึ่งสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเขียนไปถึงผู้อื่น รวม 17 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 พระราชหัตถเลขา ถึงกรมหลวงวงศาธิราชสนิท เรื่องราชการทัพ ฉบับที่ 2 พระบรมราโชวาท พระราชทานเงินพระเจ้าลูกเธอ ฉบับที่ 3 พระราชหัตถเลขา ถึงองค์สมเด็จพระหริรักษ์ ณ กรุงกัมพูชา ฉบับที่ 4 พระราชหัตถเลขาถึงพระรามัญมุนี ฉบับที่ 5 พระราชหัตถเลขา ถึงองค์พระนโรดมและองค์พระหริราชดนัย ณ กรุงกัมพูชา เป็นต้น


          กู่โพนระฆัง ตั้งอยู่บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากกู่กาสิงห์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๔๐๐ เมตร ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙ ตอนที่ ๑๗๒ หน้า ๒๖ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ มีพื้นที่ประมาณ ๒ ไร่ ๓ งาน ๑๗ ตารางวา           กู่โพนระฆัง สร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยปราสาทประธาน ฐานก่อด้วยศิลาแลง เป็นฐานเขียง ๕ ชั้น มีบันไดทางขึ้น ๔ ด้าน เรือนธาตุก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ก่อมุขยื่นออกมาด้านหน้าและเจาะช่องหน้าต่างที่ผนังด้านทิศเหนือและทิศใต้ ด้านหน้าปราสาทประธานมีชาลา (ทางเดิน) เชื่อมกับโคปุระ (ซุ้มประตู) อยู่กึ่งกลางแนวกำแพงทิศตะวันออก ก่อด้วยศิลาแลงและหินทรายมีผังเป็นรูปกากบาท มีห้องมุขด้านทิศตะวันออก มีบรรณาลัยตั้งอยู่มุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย หันหน้าไปทางทิศตะวันตก โดยรอบก่อกำแพงแก้วด้วยศิลาแลงล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน และมีสระน้ำกรุขอบสระด้วยศิลาแลง อยู่ด้านนอกของกำแพงแก้วทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ           จากหลักฐานจารึกปราสาทตาพรหม ได้กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดฯให้สร้าง “อโรคยาศาล” หรือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล ตามเส้นทางจากเมืองพระนครไปยังหัวเมืองต่างๆ จำนวน ๑๐๒ แห่ง ซึ่งในประเทศไทยพบอโรคยาศาลจำนวนหลายแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเขมรศิลปะแบบบายน (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘) จากลักษณะแผนผังของกู่โพนระฆัง แสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในอโรคยาศาลที่ถูกกล่าวถึงในจารึกปราสาท ตาพรหม เพราะแผนผังและรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของอโรคยาศาลจะเป็นแบบแผนเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อยบางอย่าง เช่น ขนาดของอาคาร การเจาะช่องหน้าต่าง และการทำมุขปราสาทประธาน เป็นต้น ซึ่งสันนิษฐานว่าโบราณสถานประเภทนี้สร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยช่างฝีมือในท้องถิ่น กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นขุดแต่งกู่โพนระฆัง ใน พ.ศ. ๒๕๔๕ บูรณะสระน้ำของกู่โพนระฆัง ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ และบูรณะกู่โพนระฆัง ใน พ.ศ. ๒๕๕๕           จากการขุดศึกษาทางโบราณคดี สันนิษฐานว่าราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ชุมชนที่อยู่บริเวณบ้านกู่กาสิงห์ในขณะนั้น ได้เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาแบบมหายานแทนศาสนาฮินดู ตามแบบอย่างราชสำนักในเมือง พระนคร ช่วงรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ที่ทรงโปรดฯให้สร้างอโรคยาศาล ตามชุมชนในเขตการปกครองของพระองค์ ------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นางสาวศุภภัสสร หิรัญเตียรณกุล นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี------------------------------------------อ้างอิงจาก ศิลปากร, กรม. โดย สำนักศิลปากรที่ ๑๐ ร้อยเอ็ด. รายงานการบูรณะกู่โพนระฆัง ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑. ปุราณรักษ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด, ๒๕๕๑. ศิลปากร, กรม. โดย สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๘ อุบลราชธานี. รายงานการขุดค้น-ขุดแต่งเพื่อการออกแบบบูรณะโบราณสถานกู่โพนระฆัง บ.กู่กาสิงห์ ต.กู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด. ม.ป.ท. : ม.ป.ป., ๒๕๔๕. (อัดสำเนา)




ชื่อเรื่อง                           ปฐมสมโพธิ (ปฐมสมโพธิเผด็จ)สพ.บ.                                  140/24ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           48 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 58 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พระพุทธเจ้า                                           พุทธศาสนา                                           วรรณกรรมพุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดศรีบัวบาน อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี  




black ribbon.