ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,799 รายการ

การแบ่งยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย แบบ “วิถีการดำรงชีวิต” เรียบเรียงโดย : พรหมพิริยะ พรหมเมศ การแบ่งยุคจากวิถีการดำรงชีวิต ให้ความสำคัญกับแบบแผนการดำรงชีวิตและลักษณะของสังคมเป็นหลัก โดยอ้างอิงจากวิถีการหาอาหารและการดำรงชีวิต ในยุคแรกเริ่มที่มนุษย์ได้กำเนิดขึ้นมาได้มีวิถีการดำรงชีวิตที่เรียบง่ายก่อนที่จะพัฒนาให้มีความซับซ้อนขึ้นมีเทคนิควิธีในการผลิตอาหารได้ดียิ่งขึ้นตามแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งมีพัฒนาการของวิถีการดำรงชีวิตตามลำดับได้ ดังนี้ ๑. สมัยหาของป่า-ล่าสัตว์ (Hunter – Gatherer) ในบริบทพื้นที่ประเทศไทยกำหนดอายุราว ๕๐๐,๐๐๐ – ๔,๕๐๐ ปีมาแล้ว ในสมัยนี้มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์ อาศัยอยู่ตามถ้ำ เพิงผา อยู่รวมกันเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัยไปเรื่อย ๆ ตามแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อแหล่งที่อยู่เดิมขาดแคลนอาหารก็ย้ายที่อยู่อาศัยเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ไปหาแหล่งที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในสมัยชุมชนหาของป่า-ล่าสัตว์ เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านผีแมน อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, แหล่งโบราณคดี ถ้ำองบะ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี, แหล่งโบราณคดีถ้ำปุงฮุง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น ๒. สมัยหมู่บ้านเกษตรกรรม (Agricultural village) กำหนดอายุราว ๔,๕๐๐ – ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว ในสมัยนี้ผู้คนเริ่มทำการเพาะปลูกพืชได้แล้ว จึงเริ่มย้ายถิ่นฐานลงมาจากเพิงผาและถ้ำ เพื่อมาทำเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ราบ เกิดการตั้งถิ่นฐานถาวรเพื่อรอการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการเกษตรกรรม สมัยหมู่บ้านเกษตรกรรมการดำรงชีวิตจึงเป็นแบบการตั้งถิ่นฐานถาวร มีแหล่งอาหารมาจากการทำเกษตรกรรม และเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก อย่างไรก็ตามยังคงมีการล่าสัตว์และเก็บของป่าอยู่แต่ไม่ใช่วิธีการหลักอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมนุษย์มีการตั้งถิ่นฐานถาวรขึ้นจึงมีการสร้างเครื่องมือเครื่องใช้เป็นจำนวนมาก เช่น ภาชนะดินเผา เครื่องมือทำเกษตรกรรม เครื่องประดับ เป็นต้น รวมทั้งเกิดการแบ่งงานมีช่างฝีมือเฉพาะทางเกิดขึ้น เช่น ช่างทอผ้า ช่างโลหะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการติดต่อกันระหว่างชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าที่ไม่สามารถผลิตหรือเข้าถึงทรัพยากรได้ แหล่งโบราณคดีสมัยหมู่บ้านเกษตรกรรมที่สำคัญ เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี, แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี, แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา, แหล่งโบราณคดีโนนป่าหวาย อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี, แหล่งโบราณคดีพุน้อย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เป็นต้น ๓. สมัยสังคมเมือง (Urban society) กำหนดอายุราว ๒,๕๐๐ – ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว สมัยนี้จะอยู่ในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายเรื่อยมาจนถึงยุคประวัติศาสตร์จนมาเป็นสังคมในระดับรัฐต่อไป พัฒนาการในสมัยสังคมเมืองหมู่บ้านเล็กๆ มีการขยายตัวกลายเป็นชุมชนเมืองที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีลักษณะสังคมที่ซับซ้อน มีการจัดแบ่งสถานะภาพทางสังคม และชนชั้นทางสังคม ปรากฏการจัดพื้นที่ของการฝังศพ วิถีการดำรงชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากมีการปรับแต่งภูมิประเทศก่อสร้างคันดินและขุดคูเมือง เพื่อจัดการน้ำในการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งยังใช้ในการทำเกษตรกรรมที่มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อรองรับกับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย นอกจากทำการเกษตรแล้ว ยังเริ่มมีการผลิตในระดับอุตสาหกรรมอีกด้วย เช่น การถลุงโลหะ การทำภาชนะ ดินเผา การผลิตเกลือ เป็นต้น การติดต่อและค้าขายระหว่างชุมชนพัฒนาขึ้นเป็นอันมาก มีการติดต่อและแลกเปลี่ยนสินค้าทางไกลไปจนถึงตะวันออกกลาง ทำให้ปรากฏหลักฐานของสินค้าที่ไม่สามารถประดิษฐ์ขึ้นในท้องถิ่น เช่น ตะเกียงสำริดโรมัน ลูกปัดหินคาร์เนเลียน ลูกปัดหินอาเกต ตุ้มหูแบบลิง-ลิง-โอ เป็นต้น รวมทั้งปรากฎหลักฐานของการเผยแพร่พิธีกรรม ความเชื่อ ศาสนา และตัวอักษรเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ไปจนถึงมีระบบสังคมที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย องค์ประกอบเหล่านี้จะนำไปสู่รากฐานการก่อเกิดสังคมรัฐในเวลาต่อมา แหล่งโบราณคดีสำคัญในสมัยสังคมเมือง เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี, แหล่งโบราณคดีเนินอุโลก อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา, แหล่งโบราณคดีบ้านท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นต้น บรรณานุกรม กรมศิลปากร. สำนักโบราณคดี. “โบราณคดีสำหรับเยาวชน เล่ม ๒ ยุค สมัยทางโบราณคดี.” (กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)), 2560.


          วันอังคารที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร มอบหมายให้นางสาวพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ (ภาษา เอกสาร และหนังสือ) เป็นผู้แทนกรมศิลปากร ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชน ก้าวสู่ปีที่ ๔๗ พร้อมทั้งมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และมอบหนังสืออันทรงคุณค่าของกรมศิลปากรเป็นที่ระลึก เพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร/กิจกรรมของกรมศิลปากรด้วยดีตลอดมา โดยมีนางสาวปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน), นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน, นายสุพัด ทีปะลา บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์มติชน ให้การต้อนรับและเป็นผู้รับมอบ ณ อาคาร ๑ หนังสือพิมพ์มติชน ณ โถงอาคารสำนักงานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)


            หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ขอเชิญชวนแชะภาพและเช็ค(อิน) นิทรรศการ "บุคคลสำคัญ" โดยนิทรรศการบุคคลสำคัญในระยะที่หนึ่ง เป็นนิทรรศการประวัติและผลงานนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของประเทศไทย เปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย              นิทรรศการ แบ่งเป็น 3 โซน ดังนี้             โซนแรก : บันทึกหน้าหนึ่งถึงนายชวน แสดงให้เห็นถึงความเป็นที่รักของนายชวน ผ่านจดหมาย บัตรอวยพร บทสัมภาษณ์ และของที่ระลึก             โซนที่สอง : บันทึกจากบ้านเกิด แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของเมืองตรังตั้งแต่อดีตมาจนถึงยุคสมัยที่เด็กชายชวนเกิดและเติบโต โดยจำลองสถานที่คล้ายหนังสือภาพแบบ Pop-up ร้อยเรียงต่อกัน             โซนที่สาม : เล่าเรื่องชีวิตนายชวน ผ่านวีดิทัศน์ การจำลองบ้านและโรงเรียน               ผู้สนใจสามารถเข้ามาชมนิทรรศการ "บุคคลสำคัญ" ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ได้ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 น. - 16.30 น. ทั้งนี้ หากโรงเรียนหรือหน่วยงานสนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 7521 0896


            สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ขอเชิญฟังการเสวนาทางวิชาการ "สุดยอดการค้นพบใหม่" ในทศวรรษที่ผ่านมาของกรมศิลปากร หัวข้อ "ถ้ำหมอเขียว“ การค้นพบใหม่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคใต้ของประเทศไทย วิทยากรโดย นางสาวจุตินาฏ บวรสาโชติ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช นางประพิศ พงศ์มาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี และ นายประสิทธิ์ เอื้อตระกูลวิทย์  ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสัตว์ อาจารย์ประจำภาควิชาโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 13.30 – 15.30 น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร              สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนร่วมเข้าฟังเสวนา จะได้รับของที่ระลึกเป็นสมุดบันทึกภาพเขียนสี กระบี่และพังงา จำนวน 100 รางวัล และมีของที่ระลึกสำหรับผู้ที่มีส่วนร่วมเสนอความเห็นผ่านช่องทางออนไลน์อีกมากมาย              ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนโดยแสกน qr-code หรือตามลิ้งนี้ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfqJq3fkXcWYkcBJrCxHsmgoXsZKo5p3HZsiBmMgwX0H-8bGQ/viewform และยังสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี จึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานและมอบหมายให้หน่วยปฏิบัติจัดเตรียมกำลังพลประจำเรือพระราชพิธี ซึ่งเป็นการดำเนินการที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรก ---------------- -เขียงฝึก- ก่อนการเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค การฝึกอบรมกำลังพลฝีพายคือขั้นตอนสำคัญลำดับแรกเริ่ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะและความรู้พื้นฐานด้านการพายเรือพระราชพิธีให้แก่กำลังพลฝีพาย นายเรือ และนายท้าย แบ่งช่วงระยะการฝึกอบรมออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การฝึกอบรมพายเรือบนบก ระยะที่ 2 การฝึกพายเรือในน้ำ (บ่อพักเรือ) และระยะที่ 3 การฝึกเข้ารูปขบวนเรือในแม่น้ำ การฝึกอบรมพายเรือบนบก คือการฝึกพายเรือบน “เขียงฝึก” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกฝนท่าทางการปฏิบัติของกำลังพลฝีพายก่อนที่จะลงเรือจริง ทำให้กำลังพลฝีพายเกิดความคุ้นชิน สามารถจัดระเบียบร่างกายได้อย่างถูกต้องพร้อมเพรียงและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เขียงฝึกที่ใช้ในการฝึกนี้ เรียกว่า เขียงไม้ มีลักษณะเป็นไม้กระดานต่อกันสูงขึ้นเหนือจากพื้น โดยจำลองโครงสร้างให้คล้ายคลึงกับเรือพระราชพิธี ส่วนที่กำลังพลฝีพายใช้นั่ง เรียกว่า “กระทง” ซึ่งเป็นไม้กระดานหน้าเรียบ วางเรียงกันในแนวขวาง แบ่งช่องว่างเป็นตอน ๆ ด้วยระยะห่างเท่ากันเหมือนกับกระทงยึดกราบเรือ ด้านล่างกระทงต่อไม้สำหรับกำลังพลฝีพายวางและยันเท้า เรียกว่า “ไม้วางเท้า” ด้านบนตรงกลางกระทรงวางไม้ทับเป็นแนวยาว เรียกว่า “ไม้ทับกระทง” นอกจากไม้กระดานแล้ว การก่อสร้างเขียงฝึกในปัจจุบันยังสามารถใช้วัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความคงทนแข็งแรงของโครงสร้างเขียงฝึกเป็นสำคัญ เนื่องจากต้องรองรับน้ำหนักของกำลังพลฝีพายเป็นจำนวนมาก อนึ่ง การฝึกอบรมกำลังพลฝีพายบนเขียงฝึกในครั้งนี้ กองทัพเรือวางแผนกำหนดการซ้อมตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม ถึงวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2567 แบ่งพื้นที่การฝึกเป็น 12 พื้นที่ มีเขียงฝึกจำนวนทั้งสิ้น 20 เขียง เรียบเรียงโดย นางสาวเบญญา แสงคล้าย นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ



ชื่อเรื่อง                         อุณฺหิสวิชย (อุณณหิสสวิไช)      สพ.บ.                           452/1หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          พุทธศาสนา--บทสวดมนต์ ประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    36 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 36 ซม. บทคัดย่อเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี





ชื่อเรื่อง :  ค่าวซอเรื่อง ธัมม์สุทธนูผู้แต่ง : เมืองใจ ไชยนิลพันธ์ปีที่พิมพ์ : ๒๔๘๐สถานที่พิมพ์ :  เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์เจริญเมืองจำนวนหน้า : ๑๐๘ หน้าเนื้อหา : หนังสือเล่มนี้ชื่อคร่าวซอเรื่องธัมม์สุทธนู แต่งขึ้นใหม่เป็นเรื่องอันมีคติแลสอนใจ พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อักษร ที่โรงพิมพ์เจริญเมือง ถนนเจริญเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2480 ผู้แต่ง อักษรล้านนา ภาษาล้านนา คร่าวซอเรื่องธรรมสุทธนู ฉบับนี้มีทั้งสิ้น 9 บท ตัวอย่างข้อความ ดังนี้ “คำปรารภท่านนักอ่านทั้งหลาย หนังสือเล่มที่ถืออยู่ในมือของท่านเดี๋ยวนี้ เป็นหนังสือได้แต่งขึ้นใหม่อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่หายากแลเป็นของเก่าแก่ นายเมืองใจ ไชยนิลพันธ์จ้างนักแต่งที่มีฝีปากดีแต่งเรื่องนี้ขึ้น เพื่อจะนำประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยากสดับฟังในเรื่องกลอนคร่าวซอเรื่องนี้ เรื่องคร่าวซอสุทธนูได้ดำเนินเรื่องตั้งแต่เจ้าสุทธนูลงมาเอากำเนิดในท้องของนางเกสิณี มเหสีของพระยาพรหมทัต เมื่อเจ้าสุทธนูจะมาตั้งกำเนิดนั้น พระยาอินทร์ได้แปลงเพศเป็นรุ้งคาบเอาลูกมะทันมาหื้อนางเกสิณีกิน แล้วได้ฅาบเม็ดออก ม้าที่อยู่พื้นเรือนได้เก็บกินเม็ดนั้นม้าค็ตั้งครรภ์ ขึ้นเหมือนกันภายหลังมานี้ ได้พาเจ้าสุทธนูหนีออกบ้านออกเมือง และแผลงฤทธิ์เดชต่าง ๆ                                               เลขทะเบียนหนังสือหายาก : ๑๖๕๑เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ : E-book_๒๕๖๗_๐๐๑๗หมายเหตุ : โครงการจัดเก็บและอนุรักษ์หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ และเอกสารโบราณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗


            กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา จัดโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทให้แก่บุคลากรในสังกัดหน่วยงานกรมศิลปากร หลักสูตร “การเสริมสร้างวัฒนธรรม ค่านิยมสุจริต การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การต่อต้านการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงานและชุมชน ” ในระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ โรงแรมอามาธารา ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๐๙.๔๕ น. บรรยายพิเศษ เรื่อง “การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ด้านการส่งเสริมด้านคุณธรรม และความโปร่งใสภายในหน่วยงาน” โดยนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้สนใจสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสด ผ่านทาง Facebook Live : สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร


ชื่อเรื่อง : บทความและรายงานสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น หัวเรื่อง : การปกครองท้องถิ่น             การปกครองท้องถิ่น -- ไทย             การบริหารส่วนภูมิภาค        คำค้น :  - รายละเอียด : - ผู้แต่ง : คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปีที่พิมพ์ : 2509 วันที่เผยแพร่ : 5 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ : - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : รวมบทความและรายงานสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 13 – 18 ธันวาคม 2508 จัดโดยคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เลขทะเบียน : น. 32 บ. 3072 จบ. เลขหมู่ : 352           จ683บ  


            สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๘ “เหมันต์สุขสันต์ หฤหรรษ์สังคีต” วันอาทิตย์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบกับรายการแสดง ๑. การบรรเลงดนตรีไทย ๒. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดร่มโพธิสมภารมารซื่อ นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต บัตรราคา ๒๐ บาท (จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๑ ชั่วโมง) ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๓            นอกจากนี้ยังสามารถไปชมการแสดงอื่น ๆ ในวันอาทิตย์ที่ ๙และ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๘ โดยมีรายการแสดงดังนี้ https://www.finearts.go.th/promotion/view/53929-รายการแสดง-เหมันต์สุขสันต์--หฤหรรษ์สังคีต--โครงการดนตรีสำหรับประชาชน-ปีที่-68-ทุกวันอาทิตย์-เริ่ม-26-มกราคม-2568


ชื่อผู้แต่ง         พระภิกษุปาสาทิโก ชื่อเรื่อง           ผลจากอุบายของสองราช พิมพ์ครั้งที่       - สถานที่พิมพ์     พระนคร สำนักพิมพ์       โรงพิมพ์แพร่การช่าง ปีที่พิมพ์          ๒๕๑๒ จำนวนหน้า      ๑๐๖  หน้า รายละเอียด ผลจากอุบายของสองราช พิมพ์เพื่อการแพร่หลายแห่งธรรม ในอภิลักขิตกาล มาฆบุรณมี พุทธศักราช ๒๕๑๒ เรื่องที่เลือกมาพิมพ์ในครั้งนี้ เป็นเรื่องเก่าที่ถูกผสมด้วยเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ เรื่องนี้ ได้ถูกเขียนขึ้นจากข้อความที่ได้จากจุลวรรคทสมสูตรในอุทานขุทกนิกาย จากมาคันทิยสูตรในสุตนิบาตจขุทกนิกายและอื่นๆ  จึงมีข้อความผิดแผกและพิสดารกว่าข้อความที่เคยได้ทราบกันจากธัมปฐกถาเพียงอย่างเดียว จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่ธรรมะ


black ribbon.