ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,421 รายการ



      พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์       ทรงเป็นเจ้าฟ้าฯผู้เชี่ยวชาญศิลปะแขนงต่างๆ ทั้งวิจิตรศิลป์ สถาปัตยศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และวรรณศิลป์ ในช่วงเวลาที่กระแสอารยธรรมตะวันตกถาโถมเข้าใส่สยาม ศิลปะของเราซึ่งมีระเบียบแบบแผนขนบธรรมเนียมเคร่งครัด ต้องเผชิญหน้ากับการท้าทายจากอิทธิพลของศิลปะตะวันตก พระองค์ทรงประยุกต์ปรับปรุงวิจิตรศิลป์ซึ่งเป็นศิลปะประจำชาติไทยด้วยการศึกษาเชิงลึกถึงรากเหง้า และคลี่คลายรูปแบบทางศิลปะให้มีความเป็นสากลจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อันเป็นการประกาศถึงความเป็นอารยประเทศที่มีรากฐานทางศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาติใดในโลก     ตลอดพระชนม์ชีพฯ ทรงอุทิศเวลาให้แก่การสร้างสรรค์ “งานช่าง” หลากสาขา ผลงานที่ทรงรังสรรค์ไว้นับเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่ช่างและศิลปินในยุคหลัง ทรงเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์มรดกศิลปกรรมไทย และทรงส่งเสริมผู้มีความรู้ความสามารถให้เป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดมรดกงานช่างศิลป์ไทยจนได้รับยกย่องให้เป็น “ สมเด็จครู “ ของช่างทั้งปวง       ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ “สมเด็จครู“ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในฉลองพระองค์เต็มยศ ทรงสายสะพายของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ศักย เขียนขึ้นในโครงการภาพผลงานผู้มีคุณูปการต่อวงการศิลปวัฒนธรรมของชาติ ระหว่างปี 2548 - 2549 ในช่วงเวลาไล่เลี่ยงกับภาพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ     ผลงานมีความเคร่งขรึม และสง่างาม รายละเอียดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดูสมจริง การให้สีผิวหนังของสมเด็จครูนั้นน่าตื่นตา และแสดงถึงทักษะการใช้สีอันดียิ่งของศักย     ผลงานชิ้นนี้จัดแสดงในนิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ประจำปี 2564    ศักย ขุนพลพิทักษ์ : ศิลปินผู้ประสานจิตรกรรมไทยและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว     ในบรรดางานจิตรกรรมแบบสมัยใหม่ ที่รับอิทธิพลตะวันตกในแนววิชาการแบบตะวันตก (academic) พื้นฐานงานมักเริ่มจาก ภาพหุ่นนิ่ง (still life) ภาพทิวทัศน์ (landscape) และภาพเหมือน (portrait) ซึ่งให้ความสำคัญกับเรียนรู้ในแนวเสมือนจริง ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนลดทอนรูปร่าง พัฒนาเทคนิค และนำเสนอเรื่องราวให้หลากหลายยิ่งขึ้น ในกลุ่มผลงานต่างๆที่กล่าวมานั้น งานกลุ่มภาพเหมือนถือเป็นงานที่มีความเข้มข้นและมีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน      ศิลปินภาพเหมือนในประเทศไทยนั้น มีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่บุคคลที่ได้รับการยอมรับว่ามีฝีมือ และความลึกซึ้งในผลงานนั้น กลับมีไม่มากนัก ศักย ขุนพลพิทักษ์ อดีตจิตรกรเชี่ยวชาญ ของกรมศิลปากร ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในแวดวงศิลปะแนวภาพเหมือน ถึงแม้ ศักย จะเป็นชื่อที่กลุ่มคนในแวดวงงานศิลปะกลุ่มอื่นอาจจะมีความรับรู้ หรือจดจำไม่มากนัก แต่ในแวดวงศิลปะของทั้งกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร ศักย ขุนพลพิทักษ์ คือครู คือศิลปินภาพเหมือนผู้มุ่งมั่นในสไตล์งานที่มีพื้นฐานแบบตะวันตก ในขณะเดียวกันยังเป็นศิลปินที่สามารถเขียนภาพจิตรกรรมไทยแบบดั้งเดิมและภาพจิตรกรรมแบบใหม่ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้อย่างลงตัว โดยได้ฝากฝีมือการออกแบบ เขียนภาพจิตรกรรมไทย ในวัดสำคัญๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก


     มหามกุฏราชสันตติวงศ์ : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์      สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๖๒ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช รัชกาลที่ ๔ ที่ประสูติแต่พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย (หม่อมเจ้าหญิงแฉ่) มีพระเชษฐภคินีร่วมพระชนนี คือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนขัตติยกัลยา (พระองค์เจ้ากรรณิกาแก้ว) ประสูติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๐๖ เมื่อแรกประสูติพระบรมชนกนาถพระราชทานพระนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ พร้อมคาถาพระราชทานพร         ในรัชกาลที่ ๕ ทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๒๘ ต่อมาในวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๔๓๐ ทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๑ ทรงเป็นนายพลตรี เป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ เป็นอธิบดีกรมโยธาธิการ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๒ ต่อมาในวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๓๕ เป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการพระองค์แรก ครั้นวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๔๓๕ เป็นเสนาบดีกระทรวงพระคลัง และเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๗ เป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ต่อมาพุทธศักราช ๒๔๓๙ เป็นผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ครั้นพุทธศักราช ๒๔๔๐ ได้บัญชาการกระทรวงพระคลังอยู่ชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๔๑ เป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหมและรั้งตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ในระหว่างพุทธศักราช ๒๔๔๒ ถึง ๒๔๔๘ เป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการครั้งที่สอง ระหว่างนี้ในพุทธศักราช ๒๔๔๔ เป็นนายพลโท ต่อมาเมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๘ เป็นเสนาบดีกระทรวงวัง แล้วได้รับการเพิ่มพระเกียรติยศเป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนริศรานุวัดติวงศ์”      ในรัชกาลที่ ๖ พุทธศักราช ๒๔๕๗ โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ฯ ครั้นพุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นนายพลเอก ราชองครักษ์พิเศษ และกรรมการสภาการคลัง ในรัชกาลนี้ ทรงมีผลงานทางด้านศิลปกรรมจำนวนมากขึ้นกว่ารัชกาลก่อน ด้วยเหตุที่ทรงออกจากราชการประจำแล้ว ถึงรัชกาลที่ ๗ พุทธศักราช ๒๔๖๘ เป็นอภิรัฐมนตรี ในพุทธศักราช ๒๔๖๙ เป็นอุปนายกราชบัณฑิตยสภา แผนกศิลปากร ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๔๗๐ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้กำกับการพระราชวงศ์ เป็นเสนาบดีกระทรวงวัง (ชั่วคราว) และทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๔๗๖ จนถึงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๗ ในรัชกาลนี้ ทรงมีลายพระหัตถ์กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระเชษฐาซึ่งประทับที่ปีนัง สหพันธรัฐมาลายาของอังกฤษในขณะนั้น ซึ่งในเวลาต่อมา ลายพระหัตถ์ทั้งสองพระองค์ จะเป็นที่รู้จักในนาม “สาส์นสมเด็จ” ถึงรัชกาลที่ ๘ เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ เลื่อนเป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ มหามกุฏพงศนฤบดินทร์ ปรมินทรานุชาธิเบนทร์ อัฐเมนทรราชอัยยกา สวามิภักดิ์สยามวิชิต สรรพศิลปสิทธิวิทยาธร สุรจิตรกรศุภโกศล ประพนธปรีชาชาญโบราณคดี สังคีตวาทิตวิธิวิจารณ์ มโหฬารสีตลัธยาศรัย พุทธาทิไตรรัตนสรณานุวัตน์ ขัตติยเดชานุภาพบพิตร”      สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๙ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๐ พระชันษา ๘๔ ปี พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวงต่อจากงานพระบรมศพรัชกาลที่ ๘ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๔๙๓ เป็นต้นราชสกุล จิตรพงศ์   อ้างอิง ศิลปากร, กรม. ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ .กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพร้าว, ๒๕๕๔. พระประวัติและฝีพระหัตถ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระจันทร์,  ๒๔๙๐. (หม่อมราชวงศโต จิตรพงศ พิมพ์สนองพระเดชพระคุณในงานพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง พ.ศ.๒๔๙๓) เรียบเรียง : ณัฐพล  ชัยมั่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี



ชื่อเรื่อง                         ตำนานธาตุพนม (พื้นธาตุพนม)       สพ.บ.                           384/1ข หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ภาษา                           บาลี/ไทยอีสาน หัวเรื่อง                         พุทธศาสนา                                  พระธาตุพนม ประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลาน ลักษณะวัสดุ                   14 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 56.5 ซม.  บทคัดย่อ เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


          การวิเคราะห์และพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ความรู้ประวัติศาสตร์โบราณคดีสมัยกรุงศรีอยุธยาถือได้ว่าเป็นที่สนใจและถูกจับตานำมาต่อยอดโดยนักวิชาการอย่างกว้างขวาง จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ “พระราชวังหลวงแห่งกรุงศรีอยุธยา” ซึ่งเป็นการศึกษาและวิเคราะห์ตีความจากพระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ และบันทึกชาวต่างชาติ ข้อมูลดังกล่าวเรียบเรียงโดย นายประทีป เพ็งตะโก ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศิลปากร และถูกตีพิมพ์ไว้ในหนังสือ “สถาปัตยกรรมในสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยสรุป พระราชวังหลวงแห่งกรุงศรีอยุธยามีพัฒนาการการใช้พื้นที่เป็น 3 ระยะ คือ          1. ระยะแรก ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ถึงรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 รวม 98 ปี โดยเป็นช่วงที่พระราชวังหลวงตั้งอยู่บริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์ ช่วงแรกพระราชวังหลวงน่าจะประกอบด้วยพระที่นั่งอย่างน้อย 5 องค์ ที่ล้วนสร้างด้วยไม้ คือ - พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท - พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาท - พระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท และ - พระที่นั่งตรีมุข          2. ระยะที่สอง ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลก ถึงรัชกาลสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ รวม 182 ปี >> สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกเขตพระราชวังเดิมให้เป็นเขตพุทธาวาส และสร้างพระราชวังใหม่ชิดไปทางด้านเหนือริมแม่น้ำลพบุรี  ในช่วงนี้จะประกอบไปด้วยพระที่นั่งองค์สำคัญได้แก่ - พระที่นั่งเบญจรัตนมหาปราสาท - พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท - พระที่นั่งวิหารสมเด็จ ทั้งนี้ ส่วนพระราชวังมีกำแพงกั้นกับวัดพระศรีสรรเพชญ์          3. ระยะที่สาม ตั้งแต่รัชกาลของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ถึงสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ รวม 137 ปี  เป็นช่วงที่บ้านเมืองรุ่งเรืองอย่างมาก มีการขยายพระราชวังออกไปทุกทิศทุกทาง ด้านเหนือจรดกำแพงเมือง ด้านตะวันออกจรดท้ายวัดธรรมิกราช ด้านใต้จรดวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระราชวังมีกำแพงสูง 4 เมตร มีป้อม 8 ป้อม ประตูบก 20 ประตู ประตูน้ำ 2 ประตู และช่องกุด 1 ช่อง ภายในพระราชวังประกอบด้วย - พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ตั้งอยู่ด้านเหนือสุด - พระคลังมหาสมบัติ (ด้านใต้ลงมา) - พระที่นี่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ตั้งอยู่พระราชฐานชั้นนอกเป็นที่ประทับทอดพระเนตรฝึกพลสวนสนาม - พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์เป็นที่ประทับท้ายพระราชวัง - พระตำหนักตึกเป็นที่ประทับของพระมเหสี - พระที่นั่งทรงปืน - ตำหนักสวนกระต่าย - ตำหนักสระแก้ว - ตำหนักศาลาลวด - ถังประปา           จากข้อมูลดังกล่าวจึงได้มีการวิเคราะห์และจัดทำผังสันนิษฐานของพระราชวังหลวงในระยะต่างๆ ไว้ด้วย >> ทั้งนี้ สรุปข้อมูลมาจาก หนังสือสถาปัตยกรรมในสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้สนใจสามารถอ่านต่อได้ที่ https://pubhtml5.com/iytc/tiym           หากมีการนำข้อมูลการศึกษาวิเคราะห์ไปต่อยอด การอ้างอิงข้อมูลพื้นฐานเป็นมารยาทที่พึงกระทำในแวดวงนักวิชาการ ----------------------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา https://www.facebook.com/AY.HI.PARK/posts/1395881527427348----------------------------------------------------------------------





ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (วิภังค์-มหาปัฏฐาน) สพ.บ.                                  377/3ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           22 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                 ธรรมเทศนา บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


     


เลขทะเบียน : นพ.บ.160/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  52 หน้า ; 4 x 50.5 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 96 (27-34) ผูก 4 (2565)หัวเรื่อง : ปริวารปาลิ(ปาลีปริวาน) --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.40/1-6  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


รวบรวมและเรียบเรียงโดย นางรสสุคนธ์ ตั้งนภากร บรรณารักษ์ชำนาญการ


black ribbon.