ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,557 รายการ

การประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมาประจำเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ (ครั้งที่ ๒)วันศุกร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา



          ในการที่มนุษย์จะเดินเรือไปยังดินแดนส่วนต่างๆ ของโลก เครื่องมือที่นักเดินเรือจำเป็นต้องมีติดตัวไว้ตลอดก็คือแผนที่ ซึ่งทำให้นักเดินเรือสามารถรู้ตำแหน่งของสถานที่ ที่จะเดินทางไป และในครั้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี ขอนำเสนอแผนที่โบราณที่เก่าแก่ที่สุดฉบับหนึ่งของโลก คือ แผนที่โลกของปโตเลมี (Ptolemy World Map)           แผนที่ปโตเลมี คาดว่าเขียนขึ้นราว ค.ศ. 100 โดย คลอดิอุส ปโตเลมี นักภูมิศาสตร์ชาวกรีกแห่งเมืองอเล็กซานเดรีย (เมืองท่าสำคัญในอียิปต์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ราว 300 ปีก่อนคริสตศักราช) โดยแผนที่ปโตเลมีได้อธิบายดินแดนที่เป็นที่รับรู้ในโลกโบราณ เช่น ยุโรป คาบสมุทรอาหรับ อินเดีย จีน รวมไปถึงดินแดนที่เรียกว่าแผ่นดินทองหรือสุวรรณภูมิ โดยการเขียนแผนที่ของปโตเลมีนั้นได้รวบรวมข้อมูลจากคำบอกเล่าของพ่อค้า นักเดินทาง ที่เคยเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของโลกมาแล้ว            จุดเด่นของแผนที่ปโตเลมีนอกจากจะอธิบายดินแดนต่างๆ แล้ว ยังมีการระบุเส้นละติจูด และลองจิจูด เพื่อบอกตำแหน่ง และใช้องค์ความรู้ด้านภูมิศาสตร์ คณิตศาสตร์และดาราศาสตร์มาใช้ในการเขียนแผนที่ สมัยต่อมาแผนที่ของปโตเลมีได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายโดยนักเดินเรือชาวอาหรับ ส่วนในยุโรปนำมารื้อฟื้นในราวศตวรรษที่ 15 โดยเป็นแผนที่ ที่นักเดินเรือชาวโปรตุเกสและโคลัมบัส ใช้เป็นแนวทางในการเดินทางสำรวจโลก            ที่สำคัญอีกอย่างนึงคือ แผนที่ปโตเลมี มีการกล่าวถึงดินแดนสุวรรณภูมิ โดยลักษณะของแผนที่ได้วาดเป็นรูปดินแดนที่ยื่นออกไปในมหาสมุทร และเขียนกำกับด้วยคำว่า "avrea cersonese แปลว่า แผ่นดินทอง" โดยระบุตำแหน่งให้ดินแดนนี้อยู่ระหว่างอินเดีย และจีน            แผนที่ของปโตเลมี แม้จะมีการใช้มาตราส่วน แต่ก็มีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก เนื่องจากการเขียนแผนที่ของปโตเลมีนั้น ใช้ข้อมูลจากการบอกเล่า และการคำนวนทางคณิตศาสตร์เป็นหลัก โดยผู้เขียนแผนที่ไม่ได้เดินทางไปยังดินแดนต่างๆ ด้วยตัวเอง อ้างอิง 1. แผนที่แผนทางในประวัติศาสตร์โลกและสยาม.ไมเคิล ไรท์,2548 2. ประวัติความเป็นมาของแผนที่ , รศ.ทวี ทองสว่าง ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี https://www.facebook.com/207171695986671/posts/3867519976618473/




ชื่อเรื่อง                     ประชุมพงศาวดาร เล่ม 29 (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 48 (ต่อ) -50) จดหมายเหตุราชทูตฝรั่งเศสในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และตำนานเมืองระนองผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ประวัติศาสตร์ทวีปเอเชียเลขหมู่                      959.3 ป247 ล.29  สถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 องค์การค้าของคุรุสภาปีที่พิมพ์                    2511ลักษณะวัสดุ               320 หน้าหัวเรื่อง                     พงศาวดารภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือชุดพงศาวดารเป็นหนังสือที่ให้ประโยชน์อย่างยิ่ง รวบรวมเรื่องเก่าๆ ที่มีสาระและคำอธิบายของผู้มีความรู้ในวิชาดังกล่าว  สำหรับค้นคว้าทางประวิตศาสตร์และโบราณคดีของไทย


ผู้แต่ง               :  เสริม บุณยรัตพันธุ์โรงพิมพ์           :  อักษรโสภณปีที่พิมพ์           :  2493ภาษา               :  ไทยรูปแบบ             :  PDFเลขทะเบียน      :  น.32บ.2142จบเลขหมู่             :  923                         ป287



เลขทะเบียน : นพ.บ.22/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  38 หน้า  ; 5 x 57 ซ.ม. : ชาดทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ไผ่ชื่อชุด : มัดที่ 11 (114-122) ผูก 7หัวเรื่อง : เทวทูตสูตร --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.44/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  46 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 26 (254-266) ผูก 9หัวเรื่อง :  มหานิปาตวณฺณนา --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อผู้แต่ง        :   ขงจื้อชื่อเรื่อง         :   สุภาษิตขงจู๊ กับ เรื่องนางเคงเกียงสอนบุตรครั้งที่พิมพ์      :   พิมพ์ครั้งที่ ๑๐สถานที่พิมพ์    :   กรุงเทพมหานครสำนักพิมพ์      :   มงคลการพิมพ์ปีที่พิมพ์         :   ๒๕๑๘จำนวนหน้า     :   ๑๐๐ หน้าหมายเหตุ        :  อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางชอ้ย  จำปาแดง ณ ฌาปนสถานคุรุสภา วัดสระเกศราชวรวิหาร  วันที่  ๒  ธันวาคม  พุทธศักราช ๒๕๑๘                    หนังสือเรื่อง สุภาษิตขงจู๊นี้ พระอมรโมลี สถิต ณ วัดราชบูรณะ ได้แปลขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๙ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และในต้นฉบับสุภาษิตขงจู๊ยังมีเรื่องคนร้อยจำพวกจดไว้ข้างท้ายอีกเรื่องหนึ่ง  ส่วนเรื่อง นางเคงเกียงสอนบุตรนั้น เป็นสุภาษิตจีนที่มีคติสอนใจ


ชื่อเรื่อง : จดหมายจางวางหร่ำ ชื่อผู้แต่ง : พิทยาลงกรณ์, กรมหมื่น ปีที่พิมพ์ : 2503 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : คลังพิทยา จำนวนหน้า : 148 หน้า สาระสังเขป : จดหมายจางวางหร่ำ เป็นพระนิพนธ์ชิ้นเอกเรื่องหนึ่งของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กล่าวถึงจดหมายของจางวางหร่ำ เศรษฐีเมืองฉะเชิงเทราที่มีถึงบุตรชายผู้ซึ่งออกไปเรียนวิชาอยู่ในเมืองอังกฤษ จดหมายแต่ละฉบับจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ และมีโอวาทที่ดีสอนบุตรเสมอ เช่น สั่งสอนให้ประหยัดอดออม ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย แนะนำการใช้ชีวิตในต่างแดน และแนะนำเรื่องความรักเมื่อลูกชายคิดจะมีคู่ครอง เป็นต้น


ชื่อผู้แต่ง       -                  ชื่อเรื่อง         ตำนานพระเจ้า ๗ พระองค์ เชียงใหม่และประวัตินายทิพย์ช้าง ครั้งที่พิมพ์     - สถานที่พิมพ์  กรุงเทพมหานคร สำนักพิมพ์    กรุงเทพการพิมพ์ ปีที่พิมพ์       ๒๕๑๗ จำนวนหน้า   ๑๐๖ หน้า หมายเหตุ    พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพ นางจินดา อินทะเคหะ                   หนังสือเรื่องตำนานพระเจ้า ๗ พระองค์ เชียงใหม่และประวัตินายทิพย์ช้าง เล่มนี้ ต้นฉบับเป็นตัวหนังสือธรรม ภาษาทางภาคเหนือ แต่งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕


เรื่องที่ 341 พระคัมภีร์ใบลานนี้ ได้มาจากวัดบุญญวาสวิหาร ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2532 เป็นคัมภีร์อักษรขอมทั้งผูก ชื่อเรื่องแปลเป็นภาษาบาลี-ไทย ตัวอักษรหนังสือเป็นเส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา มีทั้งหมด 10 ผูกเนื้อหาเกี่ยวกับอรรถกถาธรรม เรื่องวัตถุทาน ซึ่งคำว่าทาน ทานที่แปลว่า วัตถุที่พึงให้ ย่อมาจาก "ทานวัตถุ" หมายถึงสิ่งของสำหรับให้หรือสำหรับเสียสละให้ผู้อื่น ได้แก่สิ่งของที่ถวายพระ สิ่งของที่ควรนำไปให้เพื่อตอบแทนบุญคุณแก่ผู้มีพระคุณ เช่นพ่อแม่ ครู อาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ เรียกว่าไทยทาน บ้าง ไทยธรรม บ้าง มี 10 อย่าง ทานสูตร ได้แก่ อาหาร, น้ำ, เครื่องนุ่งห่ม, ยานพาหนะ, มาลัยและดอกไม้, ของหอม (ธูปเทียน), เครื่องลูบไล้ (สบู่เป็นต้น), ที่นอน, ที่อยู่อาศัย, และประทีป (ไฟหรือไฟฟ้า) การให้ทานวัตถุ 10 อย่างนี้มีผลอานิสงส์มากเพราะเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์อย่างเดียว ไม่มีโทษ ไม่มีพิษภัยแก่ผู้รับ การเลือกของที่จะให้บัณฑิตสรรเสริญ ด้วยจิตใจที่ดีงาม การให้ทานมีวัตถุประสงค์สำคัญในการคลายความตระหนี่ ความเห็นแก่ตัว ความโลภในจิตใจมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความ ใส สว่าง สะอาดของจิตใจขึ้นมาเลขทะเบียน จบ.บ.347/1-10


ชื่อเรื่อง : วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดแพร่ ผู้แต่ง : คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปีที่พิมพ์ : 2542 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : กระทรวงมหาดไทย : กระทรวงศึกษาธิการ และกรมศิลปากร


black ribbon.