ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,466 รายการ
(ที่มาภาพ https://mapio.net/pic/p-42150518/)
รถไฟ เข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลานานร่วมร้อยปีแล้ว ด้วยเกิดจากพระราชดำริในพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจการรถไฟที่ทำให้การติดต่อค้าขายหรือขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่าง ๆ มีความสะดวกสบายมากกว่าการคมนาคมทางเรือหรือทางเกวียนซึ่งใช้เวลานานและไม่สะดวกเท่า โดยทางรถไฟสายแรกที่เปิดให้บริการแก่ชาวสยามในสมัยนั้น คือ ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการสร้างรถไฟสายเหนือหรือรถไฟสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่และพัฒนากิจการรถไฟมาเป็นลำดับเช่นในปัจจุบัน
ทางรถไฟสายเหนือ ถือเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เอื้อให้การติดต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองต่าง ๆ ในภาคเหนือเป็นไปโดยสะดวกมากขึ้น ความน่าสนใจประการหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายดังกล่าว คือ การสร้างทางแยกที่ชุมทางบ้านดารา (ปัจจุบันอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์) และมาสิ้นสุดที่เมืองสวรรคโลกหรือจังหวัดสวรรคโลก (ปัจจุบันคือ สถานีรถไฟสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย) ทำให้ทางรถไฟสายนี้ถูกเรียกว่า เส้นทางรถไฟสายสวรรคโลก มีระยะทาง ๒๙ กิโลเมตร เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๕๒ เป็นต้นมาจนถึงในปัจจุบัน แรกเริ่มทางรถไฟสายนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟที่จะไปยังเมืองตาก เชื่อมต่อพื้นที่ลุ่มแม่น้ำน่านและพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปิงเข้าด้วยกันทว่าการก่อสร้างทางรถไฟกลับไม่ได้ดำเนินการต่อจนบรรลุตามจุดประสงค์เดิม ทำให้เส้นทางรถไฟสายนี้สิ้นสุดลงที่เมืองสวรรคโลกเท่านั้น ถึงกระนั้น เส้นทางรถไฟสายสวรรคโลกก็นับเป็นเส้นทางรถไฟสายสำคัญที่ช่วยขนส่งท่อนไม้ ของป่า และสินค้าอื่น ๆ รวมถึงช่วยให้การเดินทางติดต่อของผู้คนจากเมืองสวรรคโลกและเมืองต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงไปยังกรุงเทพฯ มีความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งยังเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงความสำคัญของเมืองสวรรคโลกซึ่งสอดคล้องกับการประกาศยกฐานะเมืองสวรรคโลกเป็นจังหวัดสวรรคโลกในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ด้วย
ทุกวันนี้ เส้นทางรถไฟสายสวรรคโลกยังคงเปิดให้บริการมาโดยตลอด กระทั่งช่วงสองปีมานี้ที่มีการปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จึงอาจเรียกได้ว่าทางรถไฟสายนี้เป็นมรดกความทรงจำสำคัญของผู้คนในท้องถิ่นที่ยังรอคอยที่จะทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
--------------------------------------------------------------------
เอกสารอ้างอิง
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกระทรวงการต่างประเทศ กต.๕.๒/๗๙ เรื่อง พระราชดำรัสในการเปิดรถไฟสายเหนือ.
การรถไฟไทย. ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าเสริมสวาสดิ์ กฤดากร ณ สุสานหลวงวัดเทพ
ศิรินทราวาส วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๔๘๔.
ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕. เข้าถึงได้จาก https://www.railway.co.th/
---------------------------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
https://www.facebook.com/sawanvoranayok/posts/pfbid02ikJfWnVkQnjUCQx7fbU9pK7qCNgYbinToEjsF9k8misgazc99Mn3bSdsUW1GUDgjl*เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 25/7ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 44 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 55.8 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม...จากความคิดสร้างสรรค์ สู่หลักฐานชิ้นเอกแห่งสุโขทัย. เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือเจดีย์ทรงทะนาน เป็นชื่อที่เรียกตามลักษณะของยอดเจดีย์ เจดีย์ทรงนี้สันนิษฐานว่ามีวิวัฒนาการและการผสมผสานศิลปะจากหลายแหล่ง ถือได้ว่าเป็นเจดีย์ที่มีลักษณะเฉพาะของศิลปะสุโขทัย และเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมของสุโขทัยอย่างแท้จริง ซึ่งที่มาของเจดีย์ทรงนี้ได้มีนักวิชาการเสนอไว้หลากหลายทฤษฎี.ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม สันนิษฐานว่า เจดีย์ทรงนี้เกิดจากการพัฒนาและผสมผสานระหว่างศิลปะเขมรและศิลปะพุกามของพม่า โดยส่วนเรือนธาตุพัฒนามาจากเรือนธาตุของปราสาทเขมร ในส่วนขององค์ระฆังดัดแปลงมาจากเจดีย์ในศิลปะพุกามของพม่า โดยสันนิษฐานว่ามีอายุในช่วงกลางหรือปลายพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 สอดคล้องกับข้อมูลจารึกที่พบ เช่นที่ เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมที่วัดอโสการาม มีจารึกที่กล่าวว่าสร้างในปี พ.ศ.1942 เป็นต้น .ศ.ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ เรียกเจดีย์ทรงนี้ว่า ปรางค์ยอดบัว ได้เสนอทฤษฎีที่ว่า เจดีย์ยอดดอกบัวตูมนี้ เกิดจากการผสมผสานระหว่างเจดีย์ยอดดอกบัวของชาวจีนที่ใช้สำหรับบรรจุอัฐิกับปรางค์ของไทย และได้กำหนดอายุไว้แตกต่างไปจากเดิมที่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 23 ในช่วงสมัยพระเจ้าท้ายสระ ซึ่งเป็นระยะที่ชาวจีนมีบทบาททางการเมืองในภูมิภาคนี้.ทั้งนี้ ในปัจจุบันนักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเจดีย์ทรงยอดยอดบัวตูมนั้น เป็นการพัฒนาและผสมผสานระหว่างศิลปะเขมร ศิลปะล้านนา และศิลปะพุกามของพม่า ซึ่งเป็นแนวความคิดที่สามารถอธิบายที่มาของรูปแบบศิลปกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย และสอดคล้องกับลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ปรากฏ.เจดีย์ทรงนี้สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงสมัยของพญาลิไท และแพร่หลายในเฉพาะช่วงที่สุโขทัยเรืองอำนาจ ซึ่งการเจดีย์ทรงระฆัง...จากพลังแห่งศรัทธา.. การสร้างสถูปนั้นมีต้นกำเนิดมาจากอินเดียโบราณ มีคติมาจากการสร้างมูลดินขนาดใหญ่เหนือหลุมฝังศพ ต่อมาได้เกิดการพัฒนาไปเป็นเจดีย์รูปทรงต่างๆ ทั้งใน ศรีลังกา พม่า ไทย และในดินแดนอื่นๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา สถูปหรือในไทยนิยมเรียกว่า เจดีย์ นั้นเป็นคำที่มีที่มาจากคำว่า ถูปะ หรือ สถูปะ มีความหมายว่า เนินดินฝังศพ . ในสมัยทวารวดีเมื่อได้ยอมรับเอาศาสนาพุทธเข้ามาในวิถีชีวิต ก็ได้รับเอาสิ่งก่อสร้างในพระพุทธศาสนาเข้ามาด้วยเช่นกัน แต่ในปัจจุบันไม่เหลือหลักฐานของเจดีย์ในสมัยทวารวดีที่เต็มองค์สมบูรณ์ จึงทำได้เพียงสันนิษฐานรูปแบบของเจดีย์จากโบราณวัตถุประเภทสถูปจำลองหรือฐานของเจดีย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเท่านั้น ทั้งนี้เจดีย์ทรงระฆังในสมัยสุโขทัยนั้นไม่ได้รับรูปแบบมาจากทวารวดี แต่ได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์ทรงระฆังของลังกา ซึ่งสุโขทัยยกย่องว่าลังกาคือศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในขณะนั้น ดังนั้นเจดีย์ทรงนี้ในบางครั้งจะนิยมเรียกว่า “เจดีย์ทรงลังกา”. สถูปของลังกาในศิลปะอนุราธปุระ (พุทธศตวรรษที่ 3 - 16) ได้รับรูปแบบมาจากสถูปในศิลปะอมราวดี ที่พัฒนามาจากสถูปทรงโอคว่ำของอินเดียโบราณ ทำให้สถูปในสมัยนี้ยังทำในผังกลม มีองค์ระฆังขนาดใหญ่ หรรมิกาทำลายคานตั้ง-คานนอน แต่ทั้งนี้ ฉัตรวลีในสมัยอินเดียโบราณมีลักษณะเป็นฉัตรอย่างชัดเจน แต่ศิลปะอนุราธปุระของลังกาได้ปรับมาจนมีลักษณ์เป็นวงแหวนซ้อนต่อกันเป็นปล้องๆ ยืดสูงเป็นทรงกรวย . ต่อมาในศิลปะโปลนนารุวะ (พุทธศตวรรษที่ 16 - 18) เมืองหลวงแห่งที่ 2 ของลังกา ที่สืบต่อมาจากอนุราธปุระ องค์ประกอบของสถูปในศิลปะโปลนนารุวะยังมีความคล้ายคลึงกับศิลปะอนุราธปุระเป็นอย่างมาก สถูปอยู่ในผังกลม องค์ระฆังทรงโอคว่ำขนาดใหญ่ หรรมิกาเป็นลายคานตั้ง-คานนอนเลียนแบบเครื่องไม้ และฉัตรวลีทำเป็นปล้องคล้ายปี่ไฉนยืดสูงเป็นทรงกรวย ทั้งนี้ในส่วนของฐานสถูปนั้นได้พัฒนาต่างไปจากสมัยอนุราธปุระซึ่งนิยมทำเป็นฐานเขียงเรียบๆ แต่ในสมัยโปลนนารุวะเปลี่ยนเป็นฐานบัว ซึ่งลักษณะต่างๆ เหล่านี้ได้ส่งมายังเจดีย์ทรงระฆังของสุโขทัย. เจดีย์ทรงระฆังแบบสุโขทัยเริ่มปรากฏเมื่อใดนั้นยังไม่แน่ชัด เนื่องจากโบราณสถานส่วนใหญ่ไม่มีจารึกหรือหลักฐานชัดเจนของระยะเวลาก่อสร้าง มีเพียงวัดช้างล้อม เมืองสุโขทัยที่พบจารึก ระบุปี พ.ศ.1927 และจารึกวัดสรศักดิ์ ระบุว่าสร้างใน พ.ศ.1955 ทั้งนี้ เจดีย์ทรงระฆังแบบสุโขทัยนี้น่าจะเริ่มปรากฏเมื่อสุโขทัยได้รับเอาพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทจากลังกามา เมื่อประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 18 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 19. เจดีย์ทรงระฆังของสุโขทัยประกอบด้วย ฐานเขียงด้านล่างสุด ถัดขึ้นไปคือฐานบัวคว่ำ-บัวหงาย (ซึ่งในบางแห่งมีประติมากรรมประดับอยู่ เช่น เจดีย์ช้างล้อม) ถัดขึ้นไปเป็นชั้นเขียง 2-3 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นชุดบัวถลา 3 ชั้น (บัวถลาคือ ส่วนของบัวคว่ำซ้อนกัน 3 ชั้น ลักษณะเหมือนลาดเอนหรือถลาลงมา จึงเรียกว่า บัวถลา จัดเป็นลักษณะเฉพาะของเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัย) ถัดขึ้นไปคือบัวปากระฆัง (ลักษณะเป็นกลีบบัวคว่ำ-บัวหงาย) ถัดขึ้นไปคือองค์ระฆังขนาดใหญ่ ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ที่อยู่ในผังสี่เหลี่ยม ถัดจากบัลลังก์ก็คือก้านฉัตร ถัดจากก้านฉัตรขึ้นไปก็คือบัวฝาละมี ถัดจากนั้นก็คือปล้องไฉน และที่อยู่ด้านบนสุดก็คือปลียอด. เจดีย์ทรงระฆังของสุโขทัยในระยะหลัง ได้รับอิทธิพลของทางอยุธยาและล้านนา ทำให้เจดีย์บางองค์มีการทำมาลัยเถาแทนบัวถลา มีเพิ่มส่วนของฐานบัวเหนือฐานเขียง โดยขยายท้องไม้ของฐานบัวชั้นล่างให้สูงขึ้นอย่างมาก ทั้งยังมีการยกเก็จและประดับลูกแก้วอกไก่ รวมทั้งบัลลังก์ก็มีการประดับด้วยลูกแก้วอกไก่.เอกสารอ้างอิง- รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี. ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. พิมพ์ครั้งที่ 4.นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, 2563.- ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และศิลปะศรีลังกา. เอกสารคำสอนรายวิชา 310212 Sri Lanka Art ฉบับปีการศึกษา 2554. ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. (อัดสำเนา)- ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ ความเป็นมาและคำศัพท์เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : มติชน, 2553.- ศ.เกียรติคุณ สุรพล ดำริห์กุล. ประวัติศาสตร์และศิลปะสุโขทัย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, 2562. - ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, 2561.- ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ในประเทศไทย รูปแบบ พัฒนาการ และพลังศรัทธา. นนทบุรี : เมืองโบราณ, 2560.#โบราณสถาน #อุทยานประวัติศาสตร์ #สุโขทัย #อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย #องค์ความรู้กรมศิลป์ #องค์ความรู้กรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 34/1ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 38 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 53.5 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
สำนักการสังคีต ขอเชิญชมรายการ “เหมันต์เบิกบาน สุขสราญสังคีต” โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๖ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๗.๓๐ - ๑๙.๓๐ น. การแสดงวิพิธทัศนา ชุด “สรรสาระศิลปะทั่วไทย”
รายการแสดงประกอบด้วย ๑. ระบำจตุรกสิกรรม ๒. เลิศล้ำลายมวย ๓. นวยนาฏราชสำนัก (ละครใน เรื่องอิเหนา ตอนอิเหนาชมพระอาราม, โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนศึกอินทรชิต, ละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนสร้อยฟ้าศรีมาลาละเลงขนมเบื้อง) นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย หัสดินทร์ ปานประสิทธิ์ อำนวยการแสดงโดย ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต
บัตรราคา ๒๐ บาท (จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๑ ชั่วโมง) ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ โทร. ๐๒๒๒๑ ๐๑๗๑
ทั้งนี้ โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๖ “เหมันต์เบิกบาน สุขสราญสังคีต” นี้ เป็นการแสดงประจำปีของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยมีการจัดรายการแสดงและการบรรเลงหลากหลายรูปแบบทั้งการแสดงโขน ละคร วิพิธทัศนา การบรรเลงดนตรีไทยและการบรรเลงดนตรีสากล กำหนดจัดแสดงทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. ถึง ๑๙.๓๐ น. ผู้สนใจสามารถไปชมได้จนถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๖ ค่าเข้าชมคนละ ๒๐ บาท โดยกรมศิลปากรจะนำเงินรายได้ดังกล่าวส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลรายการแสดงแต่ละอาทิตย์ได้ทางเฟสบุ๊ก สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 128/6
เอกสารโบราณ
(คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 164/5 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 18/7ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 46 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง -
ชื่อเรื่อง ปัญญาสชาดก
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ ธนบุรี
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์คีระพัธนา
ปีที่พิมพ์ ๒๕๓๘
จำนวนหน้า ๔๔ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจษพ นางบุญหนัก ฐิตะฐาน
รายละเอียด
หนังสือปัญญาชาดกเป็นประชุมนิทานเก่าแก่ที่เล่ากันในประเทศไทยแต่โบราณ ปี ๕๐ เรื่องพระวงฆ์ชาวเชียงใหม่รวบรวมแต่งเป็นภาษมคธ ประมาณ พ.ศ.๒๐๐๐-๒๒๐๐ ปี
สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 11 นครศรีธรรมราช. โบราณสถานเขาคา. นครศรีธรรมราช : สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 11 นครศรีธรรมราช, 2540. โบราณสถานเขาคา เนินเขาขนาดย่อมในตำบลเสาเภา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช นับได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างบนยอดเขาเพื่อประดิษฐานรูปเคารพอันศักดิ์สิทธิ์ หรือวิมานเทพเจ้าแห่งแรกในบรรดาศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ ในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน เมื่อเวลาจะล่วงเลยมานับพันปี อาคารศาสนสถานแห่งนี้ทรุดโทรมจนถูกทอดทิ้งไปในที่สุด แต่ร่องรอยความเป็นผู้มีอารยธรรม ความชำนาญในเชิงช่าง ความเชื่อและศรัทธาในศาสนาของอดีตรากเหง้าหนึ่งของความเป็นไทยในดินแดนนี้ยังคงปรากฏเป็นประจักษ์พยานหลักฐาน ที่สามารถสัมผัสได้ในรูปแบบโบราณสถาน โบราณวัตถุ และความล้ำลึกของงานช่างที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นที่สันทรายชายฝั่งทะเลตะวันออกในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารมาจนทุกวันนี้
เลขทะเบียน : นพ.บ.589/1ก ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 4 x 52 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 190 (378-384) ผูก 1ก (2566)หัวเรื่อง : พระสังคิณี--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
บทความจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านเรื่อง "การศึกษาข้อมูลทางโบราณคดีที่คุ้มหลวงเมืองน่าน"ในจุลสารแป้นเกล็ดจุลสารเรื่องราวอาคารเก่า สาระความรู้ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการอนุรักษ์อาคารเก่าเมืองน่าน แป้นเกล็ด ฉบับที่ ๘ มิถุนายน-สิหาคม ๒๕๖๑อ่านเนื้อหา บทความอื่นๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/.../pfbid0xCHf2S3mLVrebMrkdDZAVX...