ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,150 รายการ

            พุทธศักราช ๒๕๖๘ นับเป็นโอกาสมหามงคลสมัยพิเศษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุเสมอพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัฐบาลจึงได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติ "พระราชพิธีสมมงคล" ขึ้น เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย            กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคล พระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช ๒๕๖๘ ในวันอังคารที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๘ เวลา  ๑๘.๐๐  น. ณ ลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีรายการแสดง ๑. รำเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีสมมงคล ๒. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามอยุธเยศเศวตฉัตร นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย ปกรณ์  พรพิสุทธิ์ อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต และอำนวยการทั่วไปโดย พนมบุตร  จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร            สำนักการสังคีต ได้สร้างสรรค์การแสดงถวายพระพรชัยมงคล "รำเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีสมมงคล" ขึ้น โดยสมมุติให้ผู้แสดงเป็นเทวดา นางฟ้าที่ต่างปลื้มปิติยินดี ร่วมกันจัดระบำถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติยศแผ่ไพศาลไปทั่วทิศานุทิศและสถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตราบจิรัฏฐิติกาล ตามบทการแสดงซึ่งประพันธ์โดย นายจรัญ พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรี (ด้านการสังคีต) ประดิษฐ์ท่ารำโดย นางวันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ชำนาญการศิลปะการแสดง สำนักการสังคีต กรมศิลปากร บรรจุเพลงโดย นายไชยยะ ทางมีศรี ศิลปินแห่งชาติ ผู้ชำนาญการด้านดนตรีไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร สำหรับ "เพลงร่มพระบารมี" ซึ่งเป็นเพลงหนึ่งที่ใช้บรรจุอยู่ในการแสดงชุดนี้ เป็นเพลงที่นายไชยยะ ทางมีศรี ประพันธ์ขึ้นใหม่เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช ๒๕๖๓            การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามอยุธเยศเศวตฉัตร กล่าวถึงพระนารายณ์อวตารมาเป็นพระราม พร้อมด้วยเทพอาวุธจุติเป็นสามพระอนุชา ส่วนพระลักษมีอวตารเป็นนางสีดาธิดาทศกัณฐ์ และบรรดาเทพนพเคราะห์จุติเป็นไพร่พลวานรตามมาเป็นข้าทหาร เพื่อช่วยพระรามปราบทศกัณฐ์อสูรร้าย เมื่อพระรามรับสัตย์พระบิดาออกบวชเป็นฤษีเดินป่าเป็นเวลา ๑๔ ปี นางสีดา มเหสีและพระลักษมณ์ จึงออกติดตามมาจนได้พลวานรเป็นข้าทหารพระรามจึงยกกองทัพข้ามสมุทรไปทำสงครามสังหารทศกัณฐ์จนถึงแก่ความตาย แล้วรับนางสีดาคืนกลับมา ขณะนั้นครบเวลา ๑๔ ปี พระพรต พระสัตรุดและสามพระมารดา จึงเสด็จพร้อมด้วยขบวนเกียรติยศ มาอัญเชิญพระรามกลับสู่่กรุงศรีอยุธยาเพื่อเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา บรรดาเทวดานางฟ้าจึงต่างมาร่วมกันร่ายรำถวายพระพรชัยมงคล แซ่ซ้องสรรเสริญพระรามและพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ให้ทรงพระเจริญ             ชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักการสังคีต (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒ หรือ ๐ ๒๒๒๓ ๓๕๑๐



โครงการศึกษา ค้นคว้าองค์ความรู้อัตลักษณ์รำฉุยฉายเพื่อแปลงกายของตัวละครแต่ละประเภทในการแสดงโขนผู้เรียบเรียง   นายชวลิต สุนทรานนท์ นักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ




ชื่อเรื่อง                    สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       95/6หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               48 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                   เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       147/3หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               24 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลานจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน) อย.บ.                                  128/6 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           26 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58.5 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สลากรีวิชาสุตฺต (สลากรีวิชาสูตร)เลขทะเบียน               24/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               24 หน้า : กว้าง 5.5 ซม. ยาว 59 ซม.หัวเรื่อง                     พระธรรมเทศนาภาษา                       บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์


เลขทะเบียน : นพ.บ.652/ก/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า  ; 3.5 x 51 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 207 (106-114) ผูก ก1 (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายมูล--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ธมฺมปทโปราณคาถา (ผูก 5) ชื่อเรื่อง : โปราณคาถาธัมมปท (ผูก 5) เลขทะเบียน : ชม.บ.616/5 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                          ผู้สร้าง : เจ้ามหาสุรหงษ์                      ปีที่สร้าง : จ.ศ.958 (พ.ศ. 2139) จำนวน : 1  คัมภีร์  3 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 2,5)                  จำนวนบรรทัด : 6 บรรทัด               จำนวนหน้า : 54 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                       ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา                      เส้น : จาร ฉบับ : ชาดทึบ                              ไม้ประกับ : ไม่มี                                ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : จ.ศ.958  (พ.ศ.2139 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)  ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.782/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : เทวทูตสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน  นม.บ.16/4ก


                   สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน และหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีให้บริการอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ขอนำเสนอคำต้องห้ามในอดีตที่ไม่ควรพูดกับคนโคราช นั่นก็คือ คำว่า "หมูโคราช" เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ เนื้อหามีดังนี้                      ในปัจจุบัน คำว่า หมูโคราช หากเราค้นหาบนอินเทอร์เน็ต ก็จะปรากฏรูปหมูตัวเล็กตัวใหญ่ แหล่งพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายหมู แหล่งอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ แต่ใครจะรู้เล่าว่า คำว่า หมูโคราช ในอดีตเป็นคำที่ไม่สุภาพสำหรับชาวโคราช                    ในอดีตเมืองโคราชเป็นศูนย์กลางทางการค้าขายเนื่องจากเป็นเมืองที่เชื่อมระหว่างภาคอีสานกับกรุงเทพฯ โคราชจึงมีตลาดที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าก็คือ ตลาดกลางศาลาโนนดินทราย (ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณที่ตั้งหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา) โดยมีพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกจังหวัดในภาคอีสานจะเดินทางมาค้าขายที่ตลาดแห่งนี้ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม ต่างนำสินค้ามาค้าขายเช่นกัน โดยสินค้าที่นำมาค้าขายก็จะมีพวกสัตว์ต่าง ๆ เช่น วัว ควาย สุกร ฯลฯ พืชผักผลไม้ต่าง ๆ ฯลฯ นอกจากจะเป็นตลาดแล้วยังเสมือนเป็นจุดพักสินค้าเพื่อรอขนส่งไปยังกรุงเทพฯ โดยมีพ่อค้าจากกรุงเทพฯ รับซื้อสินค้าจากเมืองโคราชโดยทางรถไฟ                      จุดเริ่มต้นของคำว่าหมูโคราชได้เริ่มขึ้นเมื่อพ่อค้าที่นำหมูจากโคราชมาถึงกรุงเทพฯ พ่อค้าหมูกรุงเทพฯ ก็จะพูดว่า “หมูโคราชมาแล้ว” จึงเป็นที่มาของคำว่า หมูโคราช แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่พ่อค้าหมูจากโคราชถูกพ่อค้ากรุงเทพฯหลอกโดยโกงตาชั่ง และกดราคา ความหมายของคำว่า หมูโคราช จึงเปลี่ยนไป จากที่หมายถึงสัตว์ก็กลายเป็นคน เมื่อพ่อค้ากรุงเทพฯ เห็นพ่อค้าที่นำหมูมาจากโคราช ก็จะพูดว่า “หมูมาแล้ว” หรือ “หมูโคราชมาแล้ว” โดยพูดเป็นเชิงทำนองว่า หวานหมู                      ต่อมาคนกรุงเทพฯ เรียกคนโคราชที่เดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ ว่า หมูโคราช ซึ่งคนโคราชไม่ชอบที่ถูกเรียกแบบนี้ เพราะมีความหมายในเชิงดูถูกดูแคลนว่าเซ่อซ่าโดนหลอกง่ายดังที่กล่าวมาข้างต้น พอถูกเรียกว่าหมูโคราชก็มักจะตอบโต้กลับด้วยความรุนแรงมีปากเสียงหรือทะเลาะเบาะแว้งจนไม่มีใครกล้าเรียกคนโคราชว่าหมูโคราชอีก คำว่าหมูโคราชจึงหายไป   บรรณานุกรม เมตต์ เมตต์การุณ์จิต. ย้อนเรื่องเมืองโคราช : โคราชในความทรงจำ. นครราชสีมา: ยืดหยัดชัดเจน, 2562 หมูโคราชในอดีต. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2567, จาก: https://www.facebook.com/korat.in.the.past/posts/pfbid02JZ9spUtRGmfktRHwqqYrx5hY6npmQzQzeXNhLXoD1kqag32zxX6Y8N2ZdZMBbEYil



black ribbon.