ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,109 รายการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 93/7หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 34 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 126/7
หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 26 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก)ชาตกฏฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ทสพร-นครกัณฑ์)เลขทะเบียน 3/10ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 30 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง สักบรรพภาษา บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์
เลขทะเบียน : นพ.บ.644/2กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 60 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 206 (94-105) ผูก 2ก (2568)หัวเรื่อง : สงฺคีติกถา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.701/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-ลานดิบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 223 (270-279) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง : เกร็ดประวัติวัดเจดีย์หลวง ฉบับสมโภช 700 ปี นครเชียงใหม่
ผู้แต่ง : -
ปีที่พิมพ์ : 2539 (พิมพ์ครั้งที่ 2)
สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่
สำนักพิมพ์ : กลางเวียงการพิมพ์
จำนวนหน้า : 140 หน้า
สาระสังเขป: วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่กลางนครเชียงใหม่ เป็นพระอารามหลวงสร้างมานาน ตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา จึงถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัย กาญจนาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50 ในพุทธศักราช 2539 พร้อมกับนครเชียงใหม่ที่พระเจ้ามังรายองค์ปฐมกษัตริยาธิราช ราชวงศ์มังรายได้ทรงสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 1839 จะครบ 700 ปี นำเสนอเรื่องราวของวัดเจดีย์หลวง แผนผังของวัด โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์มาอยู่วัดเจดีย์หลวง พระพุทฑสิหิงส์กับพระเจ้าแสนเมืองมา อดีตในความทรงจำที่เกี่ยวกับวัดเจดีย์หลวง ช้างรอบพระธาตจุเจดีย์หลวง พญานาคเชิงบันไดพระมหาเจดีย์หลวง เพื่อเป็นที่ระลึกและให้ศึกษา ค้นคว้าแก่ผู้ที่สนใจเรียนรู้อดีตที่มีคุณค่ารของบรรพบุรุษ ที่จารึกไว้ให้เป็นสมบัติแห่งชาติ สืบสานรักษาให้คงอยู่สืบไป
เลขเรียกหนังสือ : 294.3135 ก762 (ห้องมรดกล้านนา)
เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ : nlcm_lc2568_00001
โครงการ : อนุรักษ์ จัดเก็บ และบริการหนังสือ วารสาร และเอกสารโบราณของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
ชิ้นส่วนนภศูลสัมฤทธิ์
ศิลปะลพบุรี (ศิลปะเขมรในประเทศไทย สมัยบายน) พุทธศตวรรษที่ ๑๘ (ประมาณ ๘๐๐ ปีมาแล้ว)
สถานที่จัดแสดง : ห้องวัฒนธรรมลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
สถานที่พบ : โบราณสถานกู่โพนระฆัง บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
นภศูล ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ ห้องวัฒนธรรมลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด พบจากการขุดแต่งเพื่อการออกแบบบูรณะโบราณสถานกู่โพนระฆัง บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
เมื่อปีงบประมาณ ๒๕๔๕ ลักษณะเป็นฝักแบนคล้ายใบดาบทำจากโลหะสัมฤทธิ์ ตัวฝักหยักโค้งเป็นคลื่น
มีแฉกแตกเป็นตุ่มเล็กที่สันฝัก บริเวณโคนฝักมีเดือยสำหรับสวมหรือเสียบกับส่วนเสาตั้งแกนกลาง ปลายเรียวยอดแหลม
นภศูล (นบ-พะ-สูน) เป็นคำเรียกชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่อยู่ส่วนยอดสุดของปราสาทและปรางค์ มาจากคำว่า “นภ” แปลว่า ท้องฟ้า และคำว่า “ศูล” แปลว่า เหล็กแหลม ซึ่งมาจากลักษณะที่เป็นยอดแหลมชี้ขึ้นฟ้า นอกจากนี้ คำนี้ยังเรียกอีกอย่างว่า นพศูล มาจากคำว่า “นพ” ที่แปลว่า เก้า “นพศูล” จึงหมายความว่าเหล็กแหลมเก้ายอด อย่างไรก็ตาม รูปแบบของนภศูลที่พบบนยอดเจดีย์ทรงปรางค์ซึ่งมีพัฒนาการมาจากปราสาทเขมรนั้น มีลักษณะเป็นกิ่ง ๔ กิ่ง หันไปตามทิศทั้ง ๔ และมีทั้งหมด ๓ ชั้น รวมทั้งหมด ๑๒ กิ่ง ทั้งหมดมีเดือยยึดกับยอดตรงกลาง ดังนั้น “นพศูล” จึงไม่ใช่เหล็กแหลมที่มีเก้ายอด แต่ควรเรียกว่า “นภศูล” ซึ่งหมายถึงเครื่องประดับยอดปรางค์ ที่พุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า
หน้าที่การใช้งานของนภศูล ใช้เป็นส่วนประกอบสถาปัตยกรรมเพื่อประดับยอดปราสาท ทั้งนี้การประดับนภศูลซึ่งทำจากโลหะไว้บนยอดปราสาทที่มีความสูงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า หน้าที่การใช้งานอีกประการหนึ่งของนภศูล จึงอาจใช้เป็นสายล่อฟ้า เพื่อป้องกันฟ้าผ่ายอดปราสาทโดยตรงอันก่อให้เกิดความเสียหายได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นที่ทราบกันดีว่านภศูลเป็นส่วนประดับส่วนยอดปราสาทในศิลปะเขมร แต่ไม่เคยมีหลักฐานการพบชิ้นส่วนนภศูลที่ปราสาทหลังใดทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชามาก่อน พบเพียงภาพสลักประดับสถาปัตยกรรมและแม่พิมพ์พระที่มีรูปปราสาทประดับนภศูลบนส่วนยอดเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หน้าบันด้านทิศตะวันตกของปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาพสลักนูนต่ำที่ระเบียงคดของปราสาทบายน ประเทศกัมพูชา และแม่พิมพ์พระรัตนตรัยมหายาน ซึ่งจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
การพบชิ้นส่วนนภศูลจากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่กู่โพนระฆัง แสดงให้เห็นว่านภศูลนี้เคยประดับอยู่บนยอดปราสาทประธานกู่โพนระฆัง และเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าปราสาทในศิลปะเขมรทั้งที่พบในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา มีนภศูลประดับอยู่ที่ส่วนยอดจริง ทั้งนี้รูปแบบนภศูลยังส่งอิทธิพลให้กับเจดีย์ทรงปรางค์ในศิลปะไทยในเวลาต่อมา และมีชื่อเรียกหลากหลายมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ช่อฝักเพกา แง่งขิง ลำภุขัน สลัดได โดยทั้งหมดหมายถึง “เครื่องประดับยอดปรางค์” ที่ทำเป็นรูปใบหอกมีกิ่งรูปใบดาบแตกสาขาออกไป ๔ ทิศ
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. (๒๕๖๓). กู่โพนระฆัง จังหวัดร้อยเอ็ด. เข้าถึงเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เข้าถึงจาก https://finearts.go.th/main/view/20846
กรมศิลปากร. รายงานเบื้องต้นการขุดแต่งเพื่อการออกแบบบูรณะโบราณสถานกู่โพนระฆัง บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ปีงบประมาณ ๒๕๔๕. (เอกสารอัดสำเนา).
กรมศิลปากร. (๒๕๕๐). ศัพทานุกรมโบราณคดี. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด.
รศ. สมใจ นิ่มเล็ก. (๒๕๖๐). นภศูล หรือ นพศูล กับความกังขา เข้าถึงเมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เข้าถึงจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_5359
สามารถ ทรัพย์เย็น. (๒๕๕๔). “นภศูลยอดกู่โพนระฆัง.” ศิลปากร ๕๔, ๑ (มกราคม-กุมภาพันธ์): ๑๖-๒๗.
เรื่อง : นายประกฤษฎิ์ เครือจันต๊ะ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยบูรพา
กราฟิก : นางสาวเจนจิรา วิริยะ ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
ผู้แต่ง : หอสมุดแห่งชาติ ปีที่พิมพ์ : 2532สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ระบำ รำ ฟ้อน เป็นศิลปะการร่ายรำและการแสดงเพื่อความบันเทิง ซึ่งมีรูปแบบที่สวยงาม นิ่มนวล เข้มแข็ง และตึงตัง อันสะท้อนให้เห็นจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด ประณีตและละเอียดอ่อน เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ไทยเป็นชาติที่มีศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามาแต่โบราณกาล เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษได้ช่วยกันคิดและสร้างสมไว้เป็นมรดกแก่ชาวไทยทุกคน อีกทั้งพระมหากษัตราธิราชเจ้ายังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์และทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อมา
บทความจากนิตยสารศิลปากร ปีที่ ๒๕๕๔ ฉบับที่ ๑ เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ คอลัมน์โบราณวัตถุชิ้นเอกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ : ชุด พระราชอาสน์ ประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา เขียนโดยนางณัฏฐภัทร จันทวิช ---พระราชอาสน์นี้มีประวัติความเป็นมาและมีความน่าสนใจอย่างไร อ่านได้ในเอกสารที่แนบ
ระเบียบกรมศิลปากร เรื่อง การขออนุญาตพิมพ์หนังสือ
กรมศิลปากร มีหน้าที่สงวนรักษา ทะนุบารุงส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสรรค์สมบัติ วัฒนธรรม และนาออกเผยแพร่ให้กว้างขวาง เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะการจัดพิมพ์หนังสือและเอกสารต่างๆ ซึ่งกรมศิลปากรเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ มีลิขสิทธิ์สืบทอดหรือได้รับมอบอานาจให้ใช้ประโยชน์จากลิขสิทธิ์หรือข้าราชการในหน่วยงานต่างๆ ของกรมศิลปากรเรียบเรียงขึ้นโดยคาสั่งของทาง ราชการ ตามสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น ได้มีผู้มาขออนุญาตพิมพ์เผยแพร่เป็นจานวนมาก และกรม ศิลปากรได้พิจารณาอนุญาตตามระเบียบกรมศิลปากร เรื่อง การขออนุญาตพิมพ์หนังสือ พ.ศ.๒๔๙๗ แก้ไขเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙ และระเบียบกรมศิลปากร เรื่อง การขออนุญาตพิมพ์หนังสือ พ.ศ.๒๕๑๖ หรือโดยข้อตกลงเฉพาะคราวตลอดมา