ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,774 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.773/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4 x 49 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 239 (424-436) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ขอเชิญชวนชมรายการพอดแคสต์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรี "อ่านจันท์ วันละเรื่อง : เรื่องเล่าหนังสือท้องถิ่น" จัดทำโดยหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ภายใต้โครงการเล่าสู่กันฟัง…เมืองจันทบุรี (History Podcast) จำนวน 5 ตอน ประจำปีงบประมาณ 2569 สามารถติดตามชมได้ผ่านทางช่อง Youtube: หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี https://www.youtube.com/@NationallibraryChan เริ่มตอนแรก EP.1 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ชมรายการย้อนหลังได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=XPDj5wuDl2g
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรม “เวียนเทียนตะคัน วันวิสาขบูชา เมืองโบราณสุโขทัย” เนื่องในช่วงวันสำคัญทางศาสนา วันวิสาขบูชา วันที่ 30 - 31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดช้างล้อม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ลงทะเบียนรับตะคัน ฟรี! จำนวน 300 ดวง/วัน กิจกรรมนี้จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5561 6 228 Facebook ททท.สำนักงานสุโขทัย : TAT Sukhothai Office https://www.facebook.com/tatsukhothaikamphaengphet
-----------------------------------------------------
* “ตะคัน” หมายถึงประทีป หรือเครื่องให้แสงสว่าง ในดินแดนล้านนาช่วงพุทธศตวรรษที่ 20-21 อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อาณาจักรสุโขทัยกำลังเจริญรุ่งเรืองยังพบตะคันชนิดที่มีฐานสูง หรือตั้งบนฐานสูงที่เรียกว่า “ทวน” ทำจากดินเผาแล้วชุบน้ำเคลือบสีขาวหรือสีเขียวให้สวยงาม เป็นไปได้ว่าตะคันชนิดนี้ย่อมถูกทำขึ้นใช้ หรือนำมาใช้ในเมืองสุโขทัย ซึ่งติดต่อสัมพันธ์กันล้านนาด้วยเช่นกันเมื่อจะใช้ตะคัน มักใส่น้ำมันหรือเทียนลงไปเป็นเชื้อเพลิง เติมไส้ที่ทำด้วยด้ายฟั่น ไส้ตะคันส่วนที่จมลงในเชื้อเพลิงนี้นิยมทำให้เป็นสามแฉก เรียกกันว่า ‘ตีนกา’
การจุดตะคันบูชาพระรัตนตรัย จึงเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน อนาคต และสรรเสริญคุณของบุรพการี โดยบูชาด้วยประทีป หมายถึงความสว่างไสวในชีวิต อาจเปรียบได้กับปัญญาที่ส่องทางให้เราข้ามผ่านพ้นอุปสรรค ความคับหมองใจข้องใจ โรคภัยไข้เจ็บ และขจัดความมืดให้พ้นไปจากชีวิตของเรา
*ข้อมูลจาก Facebook ททท.สำนักงานสุโขทัย : TAT Sukhothai Office
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 8 ฉบับที่ 549 (15 พ.ย. 2509)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2509
ลักษณะวัสดุ 8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.
ภาษา ไทย
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 11 ฉบับที่ 666 (20 พ.ย. 2512)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2512ลักษณะวัสดุ 12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา ไทย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม “วันพิพิธภัณฑ์ไทย พระนครคีรี สรรค์สาระ Creative Museum Fair” วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี ท่านจะได้พบกับ 7 มหัศจรรย์ 7 WONDERS ประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในสังกัดกรมศิลปากร 7 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ มาท่องเที่ยวที่เดียวเหมือนไปครบทั้ง 7 พิพิธภัณฑ์ เป็นกิจกรรมดีๆ ที่ต้องห้ามพลาด
ทั้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี มีอัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท และอัตราค่ารถรางไฟฟ้า (เคเบิ้ลคาร์) ชาวไทย 60 บาท ชาวต่างชาติ 80 บาท (* เด็กทั้งชาวไทยและต่างชาติ 15 บาท) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3242 5600 ติดตามข้อมูลกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: พระนครคีรี กรมศิลปากร / Phra Nakhon Khiri, The Fine Arts Department https://www.facebook.com/profile.php?id=61584754232225
Museum Express เดือนมิถุนายน 2569 - เดือนกันยายน 2569 โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล จังหวัดเชียงราย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
เชียงแสน
ผู้แต่ง : ประชากิจกรจักร, พระยา (แช่ม บุนนาค) ปีที่พิมพ์ : 2516 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : บุรินทร์การพิมพ์ พงศาวดารโยนกนี้ พระยาประชากิจกรจักรได้รวบรวมและเรียบเรียงขึ้น ภายในหนังสือจะมีการแบ่งเป็นภาค ซึ่งมีทั้งหมด 6 ภาคดังนี้ 1. ชื่อสุวรรณโคมคำ ว่าด้วยขอมสมัย 2.ชื่อโยนก ว่าด้วยไทยสมัย 3.ชื่อหริภุญไชย ว่าด้วยจามสมัย 4.ชื่อพิงควงศ์ ว่าด้วยลาวสมัย 5.เมงค์วงศ์ ว่าด้วยรามัญและภุกามสมัย 6.ทิพวงศ์ ว่าด้วยสยามสมัย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดตั้งขึ้นตามโครงการพิพิธภัณฑ์ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ โดยความร่วมมือระหว่างบรรดาลูกศิษย์และผู้ใกล้ชิดศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณของท่าน ในฐานะผู้ให้กำเนิดการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๗ ซึ่งตรงกับวาระวันคล้ายวันเกิดครบรอบ ๙๒ ปี ของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี โดยฯพณฯ ชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นให้เกียรติมาเป็นประธาน จากนั้นจึงมอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบและบริหารจัดการ จนกระทั่งได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เมื่อพ.ศ.๒๕๓๐ ปัจจุบัน สังกัดสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ในเครือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
ภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวร โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรก ห้องชั้นนอก (บริเวณประตูทางเข้า) จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ของบรรดาลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด เช่น นายเฟื้อ หริพิทักษ์ นายประยูร อุลุชาฎะ นายชลูด นิ่มเสมอ นายจำรัส เกียรติก้อง นายเขียน ยิ้มศิริ นายสวัสดิ์ ตันติสุข นายทวี นันทขว้าง เป็นต้น ผลงานส่วนใหญ่เป็นงานศิลปกรรมในยุคเริ่มแรกของศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย ซึ่งดำเนินรอยตามแนวทางการสร้างสรรค์ศิลปะตามหลักวิชาการที่ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้วางรากฐาน
ส่วนที่สอง ห้องชั้นใน จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งประกอบไปด้วย โต๊ะทำงาน เก้าอี้ เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องมือปั้น ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว โดยจำลองบรรยากาศโต๊ะทำงานดั้งเดิมเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ยังมีชีวิตอยู่ ตลอดจนแบบร่างอนุสาวรีย์และประติมากรรมชิ้นสำคัญ เช่น แบบร่างพระบรมรูปรัชกาลที่ ๖ แบบร่างพระศรีศากยทศพลญาณ พระประธานพุทธมณฑล และต้นแบบพระเศียรรัชกาลที่ ๘ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหนังสือหายากซึ่งเป็นหนังสือที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ใช้สำหรับค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะตะวันตก ให้บริการแก่ผู้มาเยี่ยมชมภายในห้องจัดแสดง
ประวัติศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ในเขตซานโจวันนี (San Giovanni) เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี บิดาชื่อ นาย Artudo Feroci และมารดาชื่อนาง Santina Feroci เมื่ออายุ 23 ปี สามารถสอบผ่านเป็นศาสตราจารย์ จากราชวิทยาลัยศิลปแห่งนครฟลอเรนซ์ (The Royal Academy of Art of Florence)
ปี พ.ศ. 2441 ได้เข้าศึกษาในระดับชั้นประถม หลักสูตร 5 ปี หลังจากจบหลักสูตร จึงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนระดับมัธยมอีก 5 ปี หลังจากนั้นจึงเข้าศึกษาทางด้านศิลปะในโรงเรียนราชวิทยาลัยศิลปะ แห่งนครฟลอเรนซ์ จบหลักสูตรวิชาช่าง 7 ปีในขณะที่มีอายุ 23 ปีและได้รับประกาศนียบัตรช่างปั้นช่างเขียน ซึ่งต่อมาได้สอบคัดเลือกรับปริญญาบัตรเป็นศาสตราจารย์มีความรอบรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ศิลป์วิจารณ์ศิลป์และปรัชญาโดยเฉพาะมีความสามารถทางด้านศิลปะแขนงประติมากรรมและจิตรกรรม
ปี พ.ศ. 2466 ท่านได้ชนะการประกวดการออกแบบเหรียญเงินตราสยามที่จัดขึ้นในยุโรป ด้วยเหตุนี้จึงเดินสู่แผ่นดินสยามเพื่อเข้ามารับราชการเป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2466 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์สอนวิชาช่างปั้นหล่อ แผนกศิลปากร สถานแห่งราชบัณฑิตสภา
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2485 ประเทศอิตาลียอมพ่ายแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตร ชาวอิตาเลียนในประเทศไทยตกเป็นเชลยของประเทศเยอรมนี กับญี่ปุ่น แต่รัฐบาลไทยขอควบคุมตัวท่านศาสตราจารย์ คอร์ราโด เฟโรจี ไว้เอง และ หลวงวิจิตรวาทการ ได้ดำเนินการทำเรื่องราวขอโอนสัญชาติจากอิตาเลียนมาเป็นสัญชาติไทย โดยเปลี่ยนชื่อของท่านให้มาเป็น "นายศิลป์ พีระศรี" เพื่อคุ้มครองท่านไว้ ไม่ต้องไปถูกเกณฑ์เป็นเชลยศึกให้สร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว เมืองกาญจนบุรี
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้เริ่มวางหลักสูตรวิชาจิตรกรรมและประติมากรรมขึ้นในระยะเริ่มแรกชื่อ โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง และในปี พ.ศ. 2485 กรมศิลปากรได้แยกจากกระทรวงศึกษาธิการไปขึ้นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในขณะนั้นโดย ฯพณฯจอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะว่าเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งสาขาหนึ่งของชาติ จึงได้มีคำสั่งใหอธิบดีกรมศิลปากร ในขณะนั้นคือ พระยาอนุมานราชธน ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตร และ ตราพระราชบัญญัติ ยกฐานะโรงเรียนศิลปากรขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร มีคณะจิตรกรรมประติมากรรม เป็นคณะวิชาเดียวของมหาวิทยาลัยศิลปากรเปิดสอนเพียง 2 สาขาวิชาคือ สาขาจิตรกรรมและสาขาประติมากรรม โดยมี ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้อำนวยการสอนและดำรงตำแหน่งคณบดี คนแรก
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลไทยให้ออกแบบปั้นและควบคุมการหล่อพระราชนุสาวรีย์ และอนุสาวรีย์สำคัญของประเทศไทย โดยการปั้นต้นแบบสำหรับพระปฐมบรมราชานุสรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2472 - 2477 อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พ.ศ. 2484 พระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนลุมพินี และการออกแบบพระพุทธรูปปางลีลา ประธานพุทธมณฑล
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 รวมสิริอายุได้ 69 ปี 7เดือน 29 วัน
เว็ปไซต์อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย: www.finearts.go.th/sukhothaihistoricalpark
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย บรรยายภาษาไทย
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย บรรยายภาษามือ
ผู้แต่ง : กรมศิลปากรปีที่พิมพ์ : 2560 หนังสือเล่นนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมของกรมศิลปากร