ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,641 รายการ
สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร จัดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการอนุรักษ์โบราณสถานประเภทหิน ระหว่างวันที่ ๓ - ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ณ โรงแรมสตาร์เวลล์ บาหลี และโบราณสถานปราสาทพนมวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมีการบรรยายให้ความรู้แก่ผู้ร่วมโครงการ ในวันที่ ๓ - ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ มีหัวข้อที่น่าสนใจ ดังนี้ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖
- การบรรยายพิเศษ เรื่อง กรมศิลปากรกับนโยบายการอนุรักษ์โบราณสถาน
- อนัสติโลซีส กับพัฒนาการการอนุรักษ์โบราณสถานในประเทศไทย
- การบูรณะโบราณสถานปราสาทสด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว
- การขุดแต่ง การขุดตรวจ และการขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อการบูรณะโบราณสถานประเภทหิน
- โครงการความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรกับสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ ทำการสำรวจ ขุดแต่ง บูรณะ พัฒนาศักยภาพของปราสาทพนมวัน โดยวิธีอนัสติโลซีส แก่บุคลากรของกรมศิลปากรในระยะแรก
- กระบวนการขั้นตอนในการบูรณะโบราณวถานประเภทหิน โดยวิธีอนัสติโลซีส
วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖
- ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมเขมรที่พบในประเทศไทย
- งานภูมิสถาปัตยกรรมและการจัดการพื้นที่โบราณสถาน
- การบูรณะโบราณสถานปราสาทพนมวันและโบราณสถานประเภทหิน ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ผู้สนใจร่วมรับฟังการบรรยาย สามารถติดตามชมการถ่ายทอดสด Facebook Live : สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร ในวันที่ ๓ - ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขอเชิญชวนแต่งชุดไทย มาดูไฟโบราณสถานยามค่ำคืน ในกิจกรรม "ซุโขทัย Light up"
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขอเชิญชวนแต่งชุดไทย มาดูไฟโบราณสถานยามค่ำคืน ในกิจกรรม "ซุโขทัย Light up" ทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 18.00 - 21.00 น. เริ่มวันที่ 8 ธันวาคม 2566 - 31 มกราคม 2567
พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้
- เปิดไฟส่องสว่างโบราณสถาน
- ครั้งแรก ! กับการเดินชมวัดมหาธาตุ ยามค่ำคืน
- ฟังวิทยากรบรรยายนำชมวัดมหาธาตุ วันละ 2 รอบ (18.30/19.30)
- การแสดงจากนักเรียน โรงเรียนบ้านเมืองเก่า "ศรีอินทราทิตย์" และโรงเรียนลิไทพิทยาคม
- นั่งรถรางชมความงามโบราณสถานยามค่ำคืน
- อิ่ม อร่อย กับอาหาร ที่ตลาดท่าน้ำรับเสด็จ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โทร 0 5569 7241 Email: sukhothai_his@hotmail.com Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
ตลับดินเผาเนื้อกระเบื้องเคลือบลายคราม
แบบศิลปะ : อยุธยา
ชนิด : เผาเนื้อกระเบื้องเคลือบลายคราม
ขนาด : สูง 30.30 เซนติเมตร ตักกว้าง 10 เซนติเมตร
ลักษณะ : พระพุทธรูปนาคปรกประทับนั่งเหนือขนดนาคด้านหน้ามีผ้าทิพย์ เหนือพระเศียรมีเศียรนาค 7 เศียรแผ่พังพาน พระพักตร์เหลี่ยม พระขนงต่อกันเป็นปีกกา พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แบะแย้มพระสรวล สวมเครื่องทรงแบบกษัตริย์ได้แก่ เทริดแบบกะบังหน้า พระรัศมีทรงกรวย กุณฑลรูปตุ้ม กรองศอ ครองจีวรห่มเฉียงสังฆาฏิปลายตัดตรงเหนือพระนาภี พระหัตถ์แสดงมุทรามารวิชัย พระหัตถ์ขวาคว่ำวางบนพระชานุ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา
สถานที่จัดแสดง : ห้องศาสนศิลป์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/04/
ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๗ ปีมะโรงงูใหญ่
“ปีมะโรงไทยว่าเป็นงูใหญ่
ฉันสงสัยว่าเป็นงูเหลือม งูหลาม
อาจจะเป็นพญานาคน่าครั้นคร้าม
เป็นเรื่องตามเทพนิยายที่อ่านมา
คนจีนว่ามะโรงนี้ปีมังกร
มีฤทธิอาจบินจรขึ้นเวหา
ขออำนาจนาคมังกรช่วยพารา
ให้ฝนฟ้าสมบูรณ์พูนสุขเอย”
จากกลอนพระราชทาน ปีมะโรงงูใหญ่ จะเห็นตามคติความเชื่อของคนไทยคนจีน คำว่า งูใหญ่ อาจหมายรวมถึง พญานาค และ มังกร ที่มีอิทธิฤทธิ์ มีอำนาจและสามารถดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลยังความสมบูรณ์พูนสุขให้เกิดแก่ประชาชาวไทยทุกผู้ทุกนาม จนมีแต่ความสุข สนุกสนานตลอดปีมะโรงงูใหญ่ พุทธศักราช ๒๕๖๗
พร้อมภาพวาดฝีพระหัตถ์ “มังกรบิน” หน้าตาน่ารัก ยิ้มหวาน มีปีกเล็กๆ ๒ ข้างพร้อมที่จะโบยบิน โปรยปรายความอุดมสมบูรณ์ แจกจ่ายความสุขสนุกสนานให้แก่ชาวไทยทุกคน
เชียงคาน เชียงใจ กับเส้นทางสายบุญไหว้สิมโบราณ EP.4 วัดท่าคกริมโขง - เชียงคาน - เลย อายุกว่าร้อยปี มีศิลปะที่สวยงาม อยู่ติดถนนคนเดิน⋯⋯✧⋯⋯✧⋯✦⋯✧⋯⋯✧⋯⋯สอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถานโทร. : 043-242129Line : finearts8kk E-mail : fad9kk@hotmail.comTiktok : สำนักศิลปากรขอนแก่นพื้นที่ในความรับผิดชอบขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี#สิม #เลย #ความรู้ #สำนักศิลปากรที่8ขอนแก่น #กรมศิลปากร #โบราณสถาน #เส้นทางสายบุญ #สิมริมโขงเชียงคาน #สิม #สิมโบราณ #คนไทยเลย #เลยก๋อ #เชียงคานเชียงใจ
วันนี้ในอดีต : พระราชพิธีโสกันต์ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าพักตร์พิมลพรรณ และ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ามัณยาภาธร
พระราชพิธีโสกันต์ เป็นพระราชพิธีสำคัญของประเทศไทยในอดีต เป็นพิธีหลวงที่สืบทอดแบบแผนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่ง “พระราชพิธีโสกันต์” หรือ “พิธีโกนจุก” ถือเป็นพิธีมงคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเด็ก ผู้เป็นบิดามารดาจึงมักจะจัดพิธีให้ดีที่สุดเท่าที่ฐานะของตนจะทำได้เพื่อเป็นการเริ่มต้นชีวิตความเป็นผู้ใหญ่ที่ดีให้แก่บุตรธิดาของตน พิธีการต่าง ๆ จึงทำกันอย่างใหญ่โตสมกับฐานะของแต่ละครอบครัว
ซึ่งพิธีโกนจุกนั้นหากเป็นพิธีโกนจุกโดยผู้นั้นเป็นพระราชโอรส พระราชธิดา ที่ประสูติแต่พระมเหสีและดำรงพระยศชั้นเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้า จะเรียกพิธีนี้ว่า “พระราชพิธีโสกันต์” นั่นเอง ส่วนพิธีโกนจุกที่ใช้กับพระโอรส พระธิดา ซึ่งประสูติแต่เจ้าจอมมารดา และดำรงพระยศต่ำกว่าพระองค์เจ้าลงมา จะเรียกว่า “เกศากันต์” ซึ่งต่างกันที่การแต่งองค์ทรงเครื่อง ตลอดจนพิธีแห่บางอย่างอาจเพิ่มลดตามลำดับพระยศของเจ้านายพระองค์นั้น ๆ
เนื่องในวันที่ ๑๓ มกราคม เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าพักตร์พิมลพรรณ และ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ามัณยาภาธร ณ พระนครคีรี เมื่อครั้งอดีต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จึงได้เรียบเรียงเหตุการณ์ในวันนั้น โดยสรุปไว้ ดังนี้
วันนี้ในอดีต : พระราชพิธีโสกันต์ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าพักตร์พิมลพรรณ และ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ามัณยาภาธร
วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๗ (วันศุกร์ เดือนยี่ แรม ๒ ค่ำ ปีชวด ฉศก จ.ศ. ๑๒๒๖) (นับแบบปัจจุบัน คือ พ.ศ. ๒๕๐๘) โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าพักตร์พิมลพรรณ และ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ามัณยาภาธร พระชนม์ ๑๐ ชันษา ทั้งสองพระองค์ เวลาบ่ายพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ที่พระที่นั่งราชธรรมสภา ๓๐ รูป ตั้งขบวนแห่แต่หน้าตําหนักมาตามถนนราชวิถี ขึ้นไปฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ ๓ วัน ตามเอกสารการชุมนุมพระบรมราชาธิบาย ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชดำริว่า
“. . . ในครั้งแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชาธิเบศรมหาราชปราสาททอง ได้มีการโสกันต์พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าอิน ณ ที่ประทับเกาะบ้านเลนเป็นอย่างมา ก็ครั้งนี้พระราชวังที่ประทับเป็นที่ประพาสก็มีหลายตำบล จึงโปรดให้มีการแห่โสกันต์เป็นการใหญ่อย่างครั้งก่อน ที่พระนครคีรี ณ เมืองเพ๊ชรบุรี ตามอย่างซึ่งเคยมีในโบราณนั้นอีกครั้งหนึ่งในเดือนยี่ปีชวด ฉศก ศักราช ๑๒๒๖ ตรงกับปีมีคฤศตศักราช ๑๘๖๔ . . .”
ต่อมาในวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๗ (วันจันทร์ เดือนยี่ แรม ๕ ค่ำ ชวดฉศก จ.ศ. ๑๒๒๖) (นับแบบปัจจุบัน คือ พ.ศ. ๒๕๐๘) เวลาเช้าโสกันต์ที่วิมานเทวราชศาสตราคมสถาน เวลาบ่ายแห่สมโภชอีก ๑ วัน กระบวนแห่และเครื่องเล่นรายทา มีทุกสิ่งเหมือนคราวโสกันต์พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์ฯ ในกรุงเทพเว้นแต่ไม่มีเขาไกรลาส
ใน “พระราชพิธีโสกันต์” ครั้งนั้นมีการละเล่นมากมาย เช่น โขน หนัง ละคร เพลง ละครสํารับเล็ก และการแต่งตัวเข้ากระบวนแห่เป็นนางสระในวันโสกันต์ เวลาค่ำทรงจุดโคมลอยประทีปและโปรดให้มีละครเรื่องอิเหนาเป็นการสมโภช มีเจ้าจอมมารดาวาด พระสนมเอกแสดงเป็นอิเหนา
ปัจจุบัน “พระราชพิธีโสกันต์” จะเลือนหายไปตามสภาพสังคมและกาลเวลา แต่ด้วยแนวคิดของพระราชพิธีนี้ที่ต้องการใช้เป็นเครื่องเตือนใจเด็กและเยาวชนว่าเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานของตนเองและแผ่นดิน ให้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ของแต่ละคนที่พึงมีพึงปฏิบัติตามวัยและฐานะ เมื่อตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ได้แล้วย่อมจะช่วยให้สังคมและประเทศชาติพัฒนาขึ้นได้อย่างแน่นอน
เอกสารและหลักฐานการค้นคว้า
นัยนา แย้มสาขา. (๒๕๔๙). “ภาพเก่าเล่าอดีต : การแต่งกายในพระราชพิธีโสกันต์”, บทความทางวิชาการนิตยสารศิลปากร, ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒ .
กรมศิลปากร. “พระนครคีรี”. เพชรบุรี : กรมศิลปากร.
ชุมนุมพระบรมราชาธิบาย ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาคที่ ๒ หมวดราชประเพณีโบราณ. (๒๔๗๓). พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์.
เรื่อง มะเกลือ พรรณไม้พระราชทานประจำจังหวัดสุพรรณบุรี
ผู้เรียบเรียง : นางสาวทิพย์สุดา อาจดี เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน
ชื่อเรื่อง คาถาพาหุง (คาถาพาหํุ)สพ.บ. 461/1หมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา บาลี-ไทยอีสานหัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 30 หน้า : กว้าง 5.2 ซม. ยาว 27.8 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
กรมศิลปากรขอเชิญชวนประชาชนร่วมส่งกำลังใจช่วยเชียร์ให้ภูพระบาท ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 21 - 31 กรกฎาคม 2567
ทั้งนี้ หากที่ประชุมมีมติรับรองภูพระบาทจะเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย และจะทำให้จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีมรดกโลกถึง 2 แห่ง เมื่อรวมกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับการประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว
นักศึกษา ปริยญาโท มทร.ธัญบุรี (เวลา 10.30 น.) จำนวน 3 คน