ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,234 รายการ
ที่ของของภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี. เอกสารกระทรวงมหาดไทย ชุดจังหวัดจันทบุรี จบ ๑.๑.๑.๙/๗๒ เรื่องขอความร่วมมือเผยแพร่วัฒนธรรมในการดูกีฬา (๑๐ ตุลาคม ๒๔๙๒).
ที่มาของภาพ : กีฬาแหลมทองครั้งที่ ๘ ปี ๒๕๑๘ ณ สนามศุภชลาศัย
ที่มา : https://pantip.com/topic/39443628
พ.ศ.๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนำของจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้ง “สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ” ขึ้น โดยมีหน้าที่ดังนี้ ๑) ค้นคว้า ดัดแปลง รักษา และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาติที่มีอยู่ ๒) ค้นคว้า ดัดแปลง และกำหนดวัฒนธรรมที่ควรรับไว้หรือปรับปรุงต่อไป ๓) เผยแพร่วัฒนธรรมแห่งชาติให้เหมาะสมกับกาลสมัย ๔) ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งชาติในจิตใจของประชาชนจนเป็นนิสัย ๕) ให้ความเห็น รับปรึกษาและปฏิบัติการตามความมุ่งหมายของรัฐบาลในกิจกรรมอันเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยกำหนดให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็น ๔ สำนัก คือ สำนักวัฒนธรรมทางจิตใจ สำนักวัฒนธรรมทางระเบียบประเพณี สำนักวัฒนธรรมทางศิลปกรรม และสำนักวัฒนธรรมทางวรรณกรรม โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
จากเอกสารจดหมายเหตุชุดจังหวัดจันทบุรี ปี ๒๔๙๒ สภาวัฒนธรรมแห่งชาติได้ขอความร่วมมือคณะกรมการจังหวัดจันทบุรีเผยแพร่เรื่อง “วัฒนธรรมในการดูกีฬา” ให้ข้าราชการและประชาชนทราบ เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประจำชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยระบุถึงข้อควรปฏิบัติของผู้ดูการเล่นกีฬาไว้ดังนี้
ข้อ ๑. ผู้ดูพึงปรบมือแสดงความยินดีต้อนรับผู้แข่งขันทุกฝ่ายขณะเข้าสู่สนาม และปรบมือให้เกียรติแก่ผู้เล่นดี ไม่ว่าฝ่ายไหนด้วย
ข้อ ๒. ผู้ดูไม่บังควรเย้ยหยันผู้แข่งขันและเจ้าหน้าที่ด้วยประการใดๆ
ข้อ ๓. ผู้ดูไม่บังควรรบกวนผู้แข่งขันหรือเจ้าหน้าที่ และไม่บังควรก่อให้เกิดการแตกสามัคคีระหว่างผู้แข่งขันด้วยกันหรือกับผู้ดู
ข้อ ๔. ผู้ดูพึงยอมรับคำตัดสินของเจ้าหน้าที่อย่างเด็ดขาด และเคารพกฎข้อบังคับและกติกาทั้งปวง
ข้อ ๕. ผู้ดูไม่บังควรเปล่งวาจาสนับสนุนผู้เล่นไปในทางที่ผิด
ทั้งนี้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ให้เหตุผลว่าการเล่นกีฬาเป็นคุณและเป็นประโยชน์แก่บุคคลผู้เล่น เพราะก่อให้เกิดพลานามัย และเป็นประโยชน์แก่ชาติทั้งในทางสมรรถภาพและความสามัคคี ถ้าผู้เล่น ผู้ดู รู้ตัวและระลึกอยู่เสมอถึงประโยชน์ดังกล่าว ไม่เผลอตนปล่อยใจให้ตกอยู่ในทางอคติ ก็จะเป็นการส่งเสริมและเพิ่มพูนวัฒนธรรมประจำชาติของคนไทยให้สูงยิ่งขึ้น
ผู้สนใจสามารถค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี และระบบสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุ https://archives.nat.go.th
-----------------------------------------------------------
ผู้เรียบเรียง : นางสาวสุจิณา พานิชกุล นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี
-----------------------------------------------------------
อ้างอิง :
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี. เอกสารกระทรวงมหาดไทย ชุดจังหวัดจันทบุรี จบ ๑.๑.๑.๙/๗๒ เรื่องขอความร่วมมือเผยแพร่วัฒนธรรมในการดูกีฬา (๑๐ ตุลาคม ๒๔๙๒).
ประวัติกระทรวงวัฒนธรรม. เข้าถึงได้จาก https://www.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=3092 สืบค้นเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
อดีต – ปัจจุบัน สนามหลักในซีเกมส์ ๑๙๕๙-๒๐๑๗. เข้าถึงได้จาก https://pantip.com/topic/39443628 สืบค้นเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
---------------------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูลที่เผยแพร่แล้ว : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02FZ9ExNTN8BcJNagdyXhQvPizad52CjF84KEsJSuPsmn8Dqy9Hi2osoB48vSZ5Vwel&id=100067777894332&mibextid=Nif5oz
----------------------------------------------------------------
*เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 156/6 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี) ชบ.บ 182/10เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมส่งคลิปสั้นเข้าประกวดในหัวข้อ “ร.ศ.๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงานศิลป์” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท โดยส่งเป็นคลิปวิดีโอ ความยาวไม่ต่ำกว่า ๑ นาที และไม่เกิน ๓ นาที ดาวน์โหลดใบสมัครและรายละเอียดหลักเกณฑ์การประกวดได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ National Library of Thailand ขยายเวลาส่งผลงานได้จนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
กรมศิลปากรได้จัดนิทรรศการ “ร.ศ.๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงานศิลป์” ชมความงดงามของศิลปะลายรดน้ำจากตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ณ อาคารถาวรวัตถุ ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น. และจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้สนใจร่วมส่งคลิปสั้นเข้าประกวด โดยมีเนื้อหาตามหัวข้อที่กำหนดเกี่ยวกับตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ และต้องมีภาพของตู้ลายทองที่จัดแสดงภายในห้องนิทรรศการเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน เนื้อหาของผลงานอาจมีภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและอื่นๆ ประกอบได้เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา ไม่จำกัดรูปแบบ วิธีการ และเทคนิคในการนำเสนอ ความละเอียดของไฟล์ผลงานจะต้องไม่ต่ำกว่า ๗๒๐ pixel (๑๒๘๐ x ๗๒๐) ประเภทไฟล์ mp4 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยผ่านการนำไปเผยแพร่จากที่ใดมาก่อนและไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ผู้จัดประกวดจะพิจารณาผลงานที่ส่งประกวดทุกชิ้น เมื่อผลงานนั้นถูกต้องตามกติกาจะได้รับการเผยแพร่ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของสำนักหอสมุดแห่งชาติ “National Library of Thailand”
ส่งผลงานพร้อมใบสมัครทางไปรษณีย์โดยบันทึกคลิปใส่ HDD หรือ CD ส่งมาที่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทมหานคร ๑๐๓๐๐ ระบุที่ซอง “ส่งผลงานโครงการ ร.ศ. ๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงาน ศิลป์” หรืออัพโหลดคลิปบนเว็บไซต์รับฝากไฟล์เช่น google drive, dropbox เป็นต้น จากนั้นกรอกข้อมูลการสมัครและแนบลิงก์ผลงานใน Google form กำหนดส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ และจะประกาศผลการประกวดทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ National Library of Thailand
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดหลักเกณฑ์การประกวดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ลิงก์ shorturl.at/kvDSW และกรอกรายละเอียดพร้อมส่งผลงานเข้าประกวดได้ที่ shorturl.at/B0139 หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ National Library of Thailand ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ สอบถามเพิ่มเติม นางสาวงามเพ็ญ ยาวงษ์ บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ โทร. ๐๖ ๒๖๔๕ ๔๙๕๙
เลขวัตถุ
ชื่อวัตถุ
ขนาด (ซม.)
ชนิด
สมัยหรือฝีมือช่าง
ประวัติการได้มา
ภาพวัตถุจัดแสดง
32/2553
(28/2549)
ใบหอกมีด้าม สภาพชำรุด ส่วนคมผุกร่อน ส่วนด้ามผุชำรุดเป็นสนิมทั้งอัน
ย.21.5
ก.4.7
สำริด
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุราว 2,500-2,000 ปีมาแล้ว
ได้จากบ้านเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จ.นครนายก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2539
เลขทะเบียน : นพ.บ.423/ข/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 151 (96-103) ผูก ข4 (2566)หัวเรื่อง : มูลกัจจายน์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.563/7 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 183 (329-336) ผูก 7 (2566)หัวเรื่อง : ทศชาติ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญเที่ยวงานใต้ร่มพระบารมี ๒๔๑ ปี กรุงรัตนโกสินทร์ พบกับกิจกรรมในมิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย
- ไหว้พระ เที่ยววัด ยลวัง สัมผัสพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ
- ดื่มด่ำประทับใจแหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์
- ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก
- เลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT
- ลองลิ้มชิมอาหารเลิศรส
กิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๕ เมษายน ๒๕๖๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โรงละครแห่งชาติ และ ๒๑ แหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์ (สวนสันติชัยปราการ ๒๑ เมษายน-๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ )
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ร่วมกับสมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย จัดนิทรรศการโครงการ Art for Youth and Community โดยกรมศิลปากรให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวและมีอาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(สื่อผสม) ประจำปี 2563 เป็นหัวหน้าโครงการ โดยนำความรู้ในการสร้างศิลปะใน 4 ความรู้หรือเทคนิค คือ 1.การวาดภาพด้วยดิน 2.การวาดภาพด้วยถ่าน (charcoal) 3.การสร้างงานศิลปะด้วย คราม 4.ภาพพิมพ์พฤกษา
จากศิลปินผู้มีความรู้และประสบการณ์ระดับเยี่ยม 4 ด้านนี้กว่า 20 ชีวิต จากมหาวิทยาลัยชั้นนำและได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นต้น นำความรู้เหล่านี้เดินสายไปมอบให้พร้อมจัด workshop อบรมให้กับนักเรียนและครูของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 5 แห่งในจังหวัดตราด ลพบุรี พิษณุโลก อุบลราชธานีและสุราษฎร์ธานี จุดเด่นของโครงการนี้คือ การประหยัดต้นทุนของการสร้างงานศิลปะโดยเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติหาได้ในพื้นที่ ไม่ต้องเสียเงิน เพียงแต่ต้องมีความรู้และเทคนิค นำความร่วมมือของชุมชนคือบ้านวัดโรงเรียนเข้ามาผสมผสานให้ยั่งยืนต่อไป ผลงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันนี้นอกจากจะสร้างเอกลักษณยังสามารถต่อยอดเป็นรายได้ให้กับชุมชนด้วยต้นทุนต่ำมากได้ด้วย จึงเป็นเหตุผลประกอบรวมกันทำให้โครงการนี้ได้รับผลตอบรับดีมาก ประสบความสำเร็จตามความตั้งใจทุกประการ
ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า จัดแสดงตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 9.00 16.00 น. (หยุดวันจันทร์ - วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
องค์ความรู้ : สำนักการสังคีต
เรื่อง เพลงคู่จีนกระสัน เพลงจีนสี่ผี เพลงประกอบการแสดงโขนที่กำลังเลือนหายไป
การบรรเลง - ขับร้องเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการแสดงไทย เพลงที่ใช้ประกอบการแสดงโขนนั้นมี ๒ ชนิด ได้แก่
๑. การบรรเลงด้วยดนตรีอย่างเดียว เช่น เพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาต่าง ๆ
๒. การบรรเลง - ขับร้อง ประกอบกิริยาอารมณ์ต่าง ๆ มีทั้งเพลงอัตราจังหวะสองชั้น อัตราจังหวะชั้นเดียว และเพลงจังหวะพิเศษ
สำหรับการบรรเลงด้วยดนตรีอย่างเดียวที่เป็นเพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาอาการต่าง ๆ นั้น โดยปกติจะมีความยาวเท่ากับท่ารำ แต่บางครั้งที่เป็นการแสดงยกทัพที่มีการรำตรวจพลหรือการไป – มา ของตัวละครสูงศักดิ์ที่จัดเป็นขบวนจะต้องใช้เพลงมากกว่าหนึ่งเพลงบรรเลงต่อเนื่องกันให้เพียงพอกับท่ารำหรือระยะทางด้วยต้องบรรเลงอย่างต่อเนื่อง
การแสดงโขน ตอนศึกกุมภกรรณ เป็นการแสดงตอนหนึ่งที่มีความสำคัญและเป็นที่นิยมอย่างมากซึ่งมีเนื้อเรื่องย่อ
ดังนี้
“กุมภกรรณ เป็นอนุชาของทศกัณฐ์ มีตำแหน่งพระอุปราช มีหอกโมกขศักดิ์เป็นอาวุธ อุปนิสัยมีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความยุติธรรม หลังจากที่ไมยราพ พระนัดดาต้องสิ้นชีพในสงคราม ทศกัณฐ์ได้นึกถึงกุมภกรรณจึงได้ให้มโหทรไปเชิญกุมภกรรณขึ้นมาเฝ้าเพื่อปรึกษาการทำศึกสงครามกับกองทัพพระราม กุมภกรรณได้พิจารณาถึงสาเหตุศึกครั้งนี้เห็นว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะทศกัณฐ์ไปลักพานางสีดามเหสีของพระราม จึงทูลให้ทศกัณฐ์ส่งนางสีดาคืนให้แก่พระราม ทศกัณฐ์ไม่ฟังคำกล่าวตักเตือนของกุมภกรรณและยังได้ทำการขับไล่กุมภกรรณด้วย เมื่อกุมภกรรณเห็นว่าไม่สามารถเกลี้ยกล่อมทศกัณฐ์ได้จึงจำเป็นรับอาสาทำสงครามกับกองทัพของพระราม”
จากเนื้อเรื่องย่อ ทศกัณฐ์สั่งให้มโหทรไปเชิญกุมภกรรณผู้เป็นอุปราชมาเข้าเฝ้าเพื่อปรึกษา กุมภกรรณนั้นเป็นน้องแท้ ๆ ของทศกัณฐ์และมีฐานะเป็นอุปราช ในการจะมาเข้าเฝ้าทศกัณฐ์จึงต้องตั้งเป็นขบวนมาซึ่งประกอบไปด้วยนางกำนัล เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบกิริยาการเดินเป็นขบวน คือ เพลงพญาเดิน ซึ่งเพลงนี้ต้องบรรเลงตั้งแต่กุมภกรรณออกเดินทางจากท้องพระโรงของกุมภกรรณมาถึงหน้าท้องพระโรงของทศกัณฐ์ และเมื่อทศกัณฐ์เห็นขบวนของกุมภกรรณ ก็ร่ายรำออกไปรับและรำต่อเนื่องจนมาถึงแท่นประทับดนตรีจึงทอดจบลง
เพลงพญาเดิน เป็นเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้กับตัวละครผู้ที่สูงศักดิ์ โครงสร้างเพลงพญาเดินมีทั้งหมด ๖ ตัว (ไม่นิยมเรียกท่อน) ใช้หน้าทับเฉพาะ การนำเพลงพญาเดินมาบรรเลงประกอบการแสดงในช่วงนี้ความยาวของเพลงไม่เพียงพอต่อการแสดง ในอดีตนั้นครูโบราณจึงได้นำเพลงสำเนียงจีนอัตราจังหวะสองชั้นมาบรรเลงต่อจากเพลงพญาเดิน โดยจะนิยมเลือกเพลงใดเพลงหนึ่งซึ่งนิยมใช้อยู่เพียง ๒ เพลง ได้แก่ เพลงคู่จีนกระสันซึ่งเป็นเพลงท่อนเดียวและเพลงจีนสี่ผีเป็นเพลง ๔ ท่อน ใช้หน้าทับเดียวกันกับเพลงพญาเดินมาบรรเลงต่อจากเพลงพญาเดิน ตัวอย่างการนำเพลงคู่จีนกระสันกับเพลงจีนสี่ผีมาบรรเลงต่อจากเพลงพญาเดิน โดยเริ่มที่เพลงพญาเดินตัวที่ ๖
ปัจจุบันนี้เพลงคู่จีนกระสันและเพลงจีนสี่ผี เริ่มที่จะสูญหายและไม่มีผู้ใดบรรเลง เนื่องจากมีการปรับกระบวนท่ารำให้สอดคล้องกับเวลาและสถานที่ จึงทำให้ทั้งสองเพลงนี้เริ่มจะสูญหายจากการแสดงโขน
กลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้มีการถ่ายทอดทำนองเพลงทั้ง ๒ เพลงนี้จากผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์เพลงที่ใกล้จะสูญหายและเห็นคุณค่าความสำคัญของทั้ง ๒ เพลงนี้ด้วย
รายการอ้างอิง
กิติศักดิ์ เขาสถิตย์. ดุริยางคศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. สัมภาษณ์, ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
จรัญ พูลลาภ. นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร.
สัมภาษณ์,๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
ไชยยะ ทางมีศรี. ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร.สัมภาษณ์, ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
สุรสิทธิ์ เขาสถิตย์. ดุริยางคศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. สัมภาษณ์, ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
เรียบเรียง : นายสุกิตติ์ ทำบุญ นักวิชาการละครและดนตรีปฏิบัติการ
ชื่อเรื่อง ธมฺมบทวณฺณนา ธมฺมบทฏฺฐกถา (ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา)
อย.บ. 243/17
หมวดหมู่ พุทธศาสนา
ลักษณะวัสดุ 60 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.
หัวเรื่อง พระธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับชาดทึบ ไม้ประกับธรรมดา
องค์ความรู้ทางวิชาการเรื่อง พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ศิลปะอยุธยา ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม
ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม มีการจัดแสดงพระพุทธรูปที่ค้นพบจากพระอุระและพระพาหาซ้ายของพระมงคลบพิตร ในคราวที่กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พ.ศ.2499
โดยมีพระพุทธรูปกลุ่มหนึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกันกับพระพุทธรูปในศิลปะล้านนา คือกลุ่มพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแลเห็นฝ่าพระบาททั้งสองหงายขึ้น พระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระรัศมีเป็นต่อมกลมคล้ายดอกบัวตูมหรือหยดน้ำ ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิมักเป็นแถบสั้นพาดอยู่บนพระอังสาซ้ายเหนือพระอุระ และยังมีพระพุทธรูปลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายองค์ที่พระยาโบราณราชธานินทร์เก็บรวบรวมไว้ นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า “แบบขนมต้ม”
เดิมเข้าใจว่ากลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยา มีแหล่งกำเนิดที่นครศรีธรรมราชก่อน แล้วส่งต่อมายังศิลปะอยุธยา แต่ปัจจุบันมีการศึกษาแล้วพบว่าพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยานั้น รับรูปแบบมาจากพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะล้านนาที่เรียกว่าพระพุทธรูป “แบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง”ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับคตินิยมพระพุทธสิหิงค์ ที่มีรูปแบบและคตินิยมในล้านนาก่อนที่จะถ่ายทอดลงมายังอยุธยา และส่งต่อไปยังนครศรีธรรมราช
สันนิษฐานว่าช่างอยุธยาคงได้รับรูปแบบและตำนานเกี่ยวกับพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรจากล้านนาอย่างชัดเจน ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ที่อยุธยามีความสัมพันธ์กับล้านนา ในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและพระเจ้าติโลกราช ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ล้านนานิยมสร้างพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรอย่างมาก และต่อมามีหลักฐานปรากฏในเอกสาร เช่น คำให้การขุนหลวงหาวัด ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า “พระพุทธสิหิงค์นั้นเป็นพระสมาธิเพชร” แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ว่าพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรนั้นคือพระพุทธสิหิงค์
อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยา ก็ปรากฏลักษณะเฉพาะของตนเองที่ต่างไปจากศิลปะล้านนา ได้แก่ เส้นขอบพระเนตรกับพระขนงป้ายเป็นแผ่นโค้ง พระโอษฐ์กว้างหยักเป็นคลื่น บางองค์มีไรพระศก ส่วนฐานของพระพุทธรูปเป็นฐานยกสูง ประกอบด้วยฐานกลีบบัวหงายซ้อนเหนือฐานปัทม์และขาสิงห์ย่อเก็จ ทั้งนี้ลักษณะสำคัญที่ไม่เคยปรากฏในกลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะล้านนาคือ การเล่นชายสังฆาฏิและชายผ้าที่พระเพลาโดยตกแต่งให้มีริ้วผ้าซ้อนเป็นชั้นๆ แตกต่างกันไปในแต่ละองค์
พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยา สามารถกำหนดอายุร่วมกับพระพุทธรูปกลุ่มอื่นๆ ที่พบในพระอุระและพระพาหาของพระมงคลบพิตร ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดอายุได้ในสมัยอยุธยาตอนกลาง ราวช่วงต้นหรือกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ช่วงกลางพุทธศตวรรษ ๒๒
----------------------------------------------
อ้างอิง
1. กรมศิลปากร, 2566. พระพุทธรูปสำคัญในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด.
2. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2551). “พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ศิลปะอยุธยา: กรณีศึกษาพระพุทธรูปที่พบในองค์พระมงคลบพิตร”. เมืองโบราณ ปีที่ 34 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มีนาคม 2551) 132-141.----------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02JVWwfPJ4BMc4ksBa5WWcZoH6H6z4wBtLTvz71SkynCtdjykFekesaDuhZ8wJeA3sl&id=100057533676734&mibextid=Nif5oz----------------------------------------------เผยแพร่ทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
ปรางค์ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เป็นอโรคยศาล หรือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระราชาแห่งอาณาจักรขอมโปรดให้สร้างขึ้น ช่วงเวลาที่พระองค์ครองราชย์สมบัติที่เมืองพระนครหลวง ประมาณ พ.ศ. 1724-1763 หรือในพุทธศตวรรษที่ 18 ตามความในศิลาจารึกปราสาทตาพรหม ประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา และกรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งเมื่อ ปี พ.ศ. 2551
พนักงานดูแลรักษาโบราณสถาน : คูณ กรุยกระโทก
แนะนำหนังสือเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชื่อเรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้าศิลปิน ทรงชุบชูชีวินปวงชน กรมศิลปากรจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุครบ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ท่านสามารถอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร ตามลิงค์ด้านล่างนี้https://www.finearts.go.th/.../18352-%E0%B8%AA%E0%B8%A1...