ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,257 รายการ
หมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง ธรรมเทศนา วรรณกรรมพุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 18 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 55 ซม. บทคัดย่อ
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากพระอธิการเด่น ปญฺญาทีโป วัดคิรีรัตนาราม ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2534
ชื่อผู้แต่ง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ชื่อเรื่อง สามก๊ก (เล่ม๒)
ครั้งที่พิมพ์ ๑
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพ
สำนักพิมพ์ พ่านฟ้าพิทยา
ปีที่พิมพ์
จำนวนหน้า ๑๐๘๔
รายละเอียด
หนังสือเรื่อง สามก๊ก(เล่ม๒) ของเจ้าพระยาคลัง (หน) เล่มนี้เป็นเล่มที่ ๒ ซึ่งเป็นภาคต่อมาจากเล่มที่แล้ว เล่มนี้ มีทั้งหมด ๔๒ ตอน โดยเริ่มตั้งแต่ตอนที่ ๔๕ ถึงตอนที่ ๘๗
เลขทะเบียน : นพ.บ.37/7ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4.4 x 54.5 ซ.ม. : รักทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 21 (217-223) ผูก 5หัวเรื่อง : ติโลกวินิจฺฉัย(ไตรโลกวินิจฉัย) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง ลิลิตพระลอผู้แต่ง กรมวิชาการ กระทรวงธรรมการประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ วรรณกรรมเลขหมู่ 895.9115 พ386ลสสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ องค์การค้าของคุรุสภา ปีที่พิมพ์ 2504ลักษณะวัสดุ 172 หน้า หัวเรื่อง พระลอภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกลิลิตพระลอเป็นเรื่องหนึ่งในลิลิตซึ่งนับว่าเป็นตำรามาแต่โบราณ แต่งเป็นโคลง 2 บท และ 4 บท
ชื่อเรื่อง : โคลงกลอนครูเทพ เล่ม ๒
ผู้แต่ง : ธรรมศักดิ์มนตรี,เจ้าพระยา
ครั้งที่พิมพ์ : ๒
ปีที่พิมพ์ : ๒๕๒๖
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว
หนังสือโคลงกลอนครูเทพ เล่มนี้ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้เขียนขึ้นอยู่ในยุคที่โคลงกลอนกำลังฟื้นฟูขึ้น แล้วจึงตกลงให้มีการจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อสบับสนุนนโยบายของรัฐบาลในรูปแบบฉันทลักษณ์ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน รวบรวมไว้หลายเรื่องราว
***บรรณานุกรม***
ผดุงถิ่นยุคข่าวเศรษฐกิจ
ปีที่ 18
ฉบับที่ 709
วันที่ 1-15 สิงหาคม 2536
บทละครเรื่อง พระมะเหลเถไถ
ผู้แต่ง : สุวรรณ
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพมหานคร
สำนักพิมพ์ : กรุงไทยการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ : ๒๕๐๙
หมายเหตุ : พิมพ์แจกในการทอดกฐินสามัคคี ณ วัดหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
บทละครเรื่อง พระมะเหลเถไถ
หนังสือบทละครเรื่อง พระมเหลเถไถ นอกจากเพื่อแจกเป็นธรรมทานในการทอดกฐินสามัคคีของคณะคุรุสามัคคีแล้วยังคำนึงถึงคุณค่าของบทประพันธ์ด้วยเพื่อช่วยเชิดชูวรรณกรรมยุคก่อน ๆ ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีโอกาสพิสูจน์ค่าคุณ อาจจะเป็นการได้มาซึ่งยุคทองของบทประพันธ์ร้อยกรองอีกวาระหนึ่งก็ได้
ในเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่ปวงชนชาวไทยได้สูญเสียดวงใจผู้เป็นที่รักยิ่งเหนือสิ่งใด จากเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ถึง 4 ครั้งด้วยกัน คือ - 1 ตุลาคม 2411 : พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จฯ ทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่บ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามที่พระองค์ทรงคำนวณไว้อย่างแม่นยำ และเสด็จกลับพระนครได้เพียงไม่นาน พระองค์เริ่มมีพระอาการประชวรจับไข้และทรงทราบว่าพระอาการจะไม่หาย จึงได้มีพระบรมราชโองการให้พระราชวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 3 คน เข้าเฝ้าฯ พร้อมกันที่พระแท่นบรรทม เพื่อมอบพระราชกิจในการดูแลพระนคร ก่อนจะเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งภานุมาศจำรูญ ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง เวลาทุ่มเศษ ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 รวมพระชนมพรรษา 64 พรรษา รวมดำรงสิริราชสมบัติ 16 ปี 6 เดือน ในกาลต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชโอรสพระองค์ที่ 9 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 5 สืบต่อไป - 23 ตุลาคม 2453 : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าโศกให้กับประเทศไทยครั้งใหญ่หลวง เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระประชวรด้วยโรคพระวักกะ (ไต) เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต รวมพระชนมพรรษาได้ 58 พรรษา ครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์ที่เป็นที่เคารพรักของทวยราษฎร์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการ ทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่าง ๆ อันก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ และสามารถธำรงเอกราชไว้ตราบจนทุกวันนี้ ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงน้อมใจแสดงความจงรักภักดี ด้วยการถวายพระราชสมัญญานามว่า "พระปิยมหาราช" หรือพระพุทธเจ้าหลวง และกำหนดให้ทุกวันที่ 23 ตุลาคม เป็นวันปิยมหาราช เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน - 24 ตุลาคม 2556 : สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ตุลาคม 2556 ชาวพุทธได้รับทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมพระชันษา 100 ปี นับเป็นพระสังฆราชที่ทรงดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดถึง 23 ปี และทรงมีพระชันษายืนยาวที่สุดในประวัติคณะสงฆ์ไทย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโศกเศร้าอาดูรให้แก่ชาวพุทธทั่วโลกเป็นอย่างยิ่ง เพราะตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระสังฆราช ทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อพุทธศาสนาอย่างมากมาย ทั้งในประเทศไทย และประเทศอื่นทั่วโลก จนได้รับทูลถวายตำแหน่งผู้นำคณะสงฆ์สูงสุดแห่งโลกพระพุทธศาสนา เมื่อปี พ.ศ. 2555 ซึ่งในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศต่างร่วมกันแต่งกายด้วยชุดดำ เพื่อร่วมถวายอาลัยแด่สมเด็จพระสังฆราช -13 ตุลาคม 2559 : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2557 ประชาชนชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาลงนามถวายพระพร ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นมิ่งขวัญแก่ปวงชนชาวไทย พร้อมติดตามแถลงการณ์สำนักพระราชวังเพื่อรับทราบพระอาการของพระองค์อย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถตลอด 2 ปี แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ในที่สุดแล้ว น้ำตาไทยต้องไหลรินเมื่อได้รับทราบข่าวพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตเมื่อเวลา 15.52 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชสมบัติ 70 ปี นับเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์นานที่สุดในโลก พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเหน็ดเหนื่อยตรากตรำเพื่อประชาชนทั่วทุกหนทุกแห่งของพระองค์มาตลอด 70 ปี จะสถิตอยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป... ------------------------------------------------------ผู้เรียบเรียง : นางสาวเมษา ครุปิติ บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ------------------------------------------------------อ้างอิง : จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ฉบับสื่อมวลชน (สื่อมวลชนไทย). กรุงเทพฯ : สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2561. เว็บไซต์ : https://hilight.kapook.com/view/143443
โถเคลือบลายคราม
ศิลปะจีน สมัยราชวงศ์หยวน พ.ศ.๑๘๒๓ - ๑๙๑๑ ได้จากวัดพระพายหลวง นอกเมืองเก่าสุโขทัย
โถหรือภาชนะรูปทรงคล้ายหม้อน้ำ ได้จากวัดพระพายหลวง นอกเมืองเก่าสุโขทัยด้านทิศเหนือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางส่วนปากกว้าง ๑๗ ซม. สูง ๒๑.๕ ผลิตจากเตาจิ๋นเต๋อเจิ้น มณฑลเกียงซี ลักษณะของภาชนะทรงกลม ตรงกลางผายออก คอสูง เขียนลายดอกไม้และลายเครือเถา ปากกว้าง บนบ่าเขียนลายดอกเบญจมาศ ประกอบด้วย ใบ กิ่ง และก้าน ถัดลงมาเขียนลายค้างคาวในเส้นวงกลมรอบ ๒ เส้น ส่วนล่างเขียนลายอยู่ในช่องกระจกสี่เหลี่ยม ส่วนบนตรงกลางมีรอยหยักก้นภาชนะ ไม่เคลือบ
ที่มาของข้อมูล :
หนังสือนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ข้อมูลนำชมโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ผ่าน QR code
จัดทำโดย นางสาวสาธิตา วรรณพิรุณ
คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม
ชั้นปีที่ ๔ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา ตาก
โครงการสหกิจศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ดูน้อยลง
จิตรกรรมพระปฐมสมโพธิกถา ตอนประสูติ
ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ (๒๐๐ ปีมาแล้ว)
สีฝุ่น ปิดทอง
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดให้วาดบนผนังด้านในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล
จิตรกรรมผนังรักแร้ (ส่วนที่ผนังกับผนังจดกันเป็นมุมฉาก) มุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เล่าเหตุการณ์ประสูติในลุมพินีวัน พระนางสิริมหามายาทรงเหนี่ยวกิ่งต้นสาละด้วยพระหัตถ์ซ้าย รายล้อมด้วยข้าราชบริพารฝ่ายใน สตรีเหล่านี้อยู่ในวงล้อมผ้าม่านซึ่งกั้นระหว่างฝ่ายหน้าและฝ่ายใน เหนือฉากพระนางสิริมหามายามีพระประสูติกาล วาดภาพเหล่าเทพยดา โดยพระอินทร์เชิญพานทองรองรับพระโพธิสัตว์ และพระพรหมกั้นพระกลดถวายพระโพธิสัตว์ เพื่อแสดงว่าเมื่อประสูติจากพระครรภ์แล้วมิได้ถึงพื้นโดยทันที แต่มีเทพยดามารับก่อน