ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,505 รายการ

         โลหะผสม          สูง ๓๙.๕ เซนติเมตร          กรมศิลปากร ซื้อจากพิพิธภัณฑ์ของหม่อมเจ้าปิยะภักดีนาถ สุประดิษฐ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙          ปัจจุบันจัดแสดงใน พระที่นั่งวสันตพิมาน (ชั้นบน)          ชวาลา เครื่องตามประทีบแบบโบราณลักษณะคล้ายตะเกียง แต่ชวาลามีลักษณะต่างไปจากตะเกียง คือ ชวาลาทำฐานอย่างจานรอง และต่อตีนสูงขึ้นไปรับดวงตะเกียงยาวมาก  มีพวยสำหรับสอดไส้ใช้จุดตามไฟมากหลายพวยด้วยกัน  ในโคลงโลกนิติ มีบทที่กล่าวถึงชวาลา คือ  เรือนใดย่ำค่ำเข้า  สนธยา ปราศจากไฟชวาลา  มืดกลุ้ม เรือนนั้นดั่งมรณา  นฤชีพ อันตรายจักหุ้ม  ห่อนได้จำเริญฯ           แปลความว่า “บ้านเรือนใด เมื่อถึงเวลา ๑๘.๐๐ น. เวลาโพล้เพล้พลบค่ำ  ไม่มีแสงไฟจาก “ชวาลา” คือตะเกียง หรือโคมไฟ อาศัยอยู่กันมืดมิด  บ้านหลังนั้นเหมือนไม่มีชีวิต อันตรายก็จะมาปกคลุม หาความเจริญรุ่งเรืองไม่ได้เลย ชวาลา ๕ ไส้ ทำด้วยโลหะ ใช้งานโดยตั้งพื้น ฐานล่างมีจานรองต่อตีนขาตั้งขึ้นรับดวงตะเกียง ซึ่งทำเป็นชามก้นลึกใช้บรรจุน้ำมัน ไม่มีฝาปิด มีพวยสำหรับพาดไส้ด้ายดิบ ๕ พวย  อันเป็นที่มาของชื่อ “ชวาลา ๕ ไส้”


เงี้ยวปล้นเมืองเชียงแสนในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริปรับปรุงการปกครองทั่วพระราชอาณาจักร เพื่อดึงอำนาจรัฐเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น ซึ่งการปฏิรูปการปกครองดังกล่าว ทำให้ราษฎรในดินแดนล้านนาหรือมณฑลพายัพเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากการถูกเกณฑ์แรงงานและการจัดเก็บภาษีระบบใหม่ รวมถึงบรรดาเจ้านายที่สูญเสียอำนาจไปเรื่อย ๆ ได้สนับสนุนพวกเงี้ยวให้ก่อกบฏ และในส่วนของพวกเงี้ยวเองก็มีความไม่พอใจสยามจากสนธิสัญญาเบาว์ริงที่ห้ามคนในบังคับของอังกฤษมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย รวมถึงการตัดไม้เพื่อสร้างบ้านหรือวัดในราชอาณาจักรสยาม หากเงี้ยวคนใดไม่มีหนังสือรับรองว่าเป็นคนในบังคับของอังกฤษก็ถือว่าเป็นคนของสยามและต้องเสียภาษีแทนการเกณฑ์แรงงาน ๔ บาทต่อปี เงี้ยวบางพวกอาศัยอยู่ในสยามมานานแต่ต้องการได้สิทธิพิเศษบางประการจากอังกฤษ จึงเข้าไปเป็นคนในบังคับของอังกฤษ เมื่อสยามบังคับใช้กฎหมายตามสนธิสัญญาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด พวกเงี้ยวเหล่านี้จึงต้องเสียสิทธิสภาพจากสยามไปโดยปริยาย จึงก่อให้เกิดความไม่พอใจขึ้นโดยเฉพาะเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน จนนำไปสู่เหตุการณ์กบฏเงี้ยวเมืองแพร่ พ.ศ. ๒๔๔๕ และได้ลุกลามไปในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย เมืองเชียงแสนเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ถูกพวกเงี้ยวก่อการจลาจล เอกสารจดหมายเหตุที่กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พบได้จากเอกสารรายงานสถานการณ์ของพระยาอุตรกิจพิจารณ์ ข้าหลวงประจำเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ ใบบอก โทรเลข ร่างจดหมาย ซึ่งส่งถึงเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าพระยาสุรสีห์วิศิษฐ์ศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร) ข้าหลวงใหญ่ มณฑลพายัพ เสนาบดีมหาดไทย กรุงเทพ และเจ้าคุณยอดเมืองขวาง โดยในระยะนั้นมีโจรกลุ่มของพระยาศรีสองเมือง กับสล่าทุ เมืองอ๊อต นำกองกำลังเข้าตีเมืองเชียงแสน วางเพลิงที่ว่าการแขวงและบ้านเรือนราษฎร และมีแผนบุกเมืองเชียงราย แต่พระยาราชเดชดำรง (น้อย ไชยวงศ์) ญาติพี่น้อง แคว่น (กำนัน) แก่บ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) และราษฎร ออกมาป้องกันเมืองไว้ได้ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ หัวหน้าพวกเงี้ยว คือ สล่าทุ เมืองอ๊อตและสล่าป๊อกถูกยิงตาย พวกเงี้ยวที่เหลือจึงถูกขับไล่ไปหมด พระยาอุตรกิจพิจารณ์จึงขอประทานรางวัลให้แก่บุคคลที่ช่วยเหลือการปราบปรามพวกเงี้ยวเพื่อเป็นบำเหน็จรางวัลแห่งความกล้าหาญผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการอ้างอิง :๑. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่.  เอกสารรายงานการก่อจลาจลของเงี้ยวเมืองเชียงราย.๒. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. ๒๕๖๔. การปฏิรูปมณฑลพายัพของสยาม บีบบังคับให้เงี้ยวก่อกบฏ เมื่อ พ.ศ. 2445? (Online). https://www.silpa-mag.com/history/article_28848, สืบค้นเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔.๓. เชียงใหม่นิวส์. ๒๕๖๑. “พระยารัตนาณาเขตร์” (น้อยเมืองไชย) เจ้าเมืองเชียงรายองค์สุดท้ายที่ถูกลืม (Online). https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/870910/, สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๔๔. สิริเดชะกุล. ๒๕๕๗. ย้อนรอยอาณาจักรเมืองเชียงแสน (Online). https://m.facebook.com/.../a.450220515.../548206211962945..., สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔.


เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง ลิลิตพายัพ ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ ซึ่งในปีนั้นการสร้างทางรถไฟสายเหนือสำเร็จตลอดถึงเมืองนครสวรรค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดทางรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านพาชี แล้วเสด็จประพาสเมืองลพบุรีและมณฑลนครสวรรค์ อันเป็นที่สุดของทางรถไฟ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จประพาสหัวเมืองพายัพ โดยมีพระราชประสงค์ให้ทรงทำความรู้จักคุ้นเคยกับเจ้านายและข้าราชการในหัวเมืองฝ่ายเหนือ รวมทั้งทอดพระเนตรบ้านเมืองในภูมิภาคนี้เพื่อจะได้เป็นแนวทางที่จะทรงพระราชดำริสั่งราชการในกาลข้างหน้าได้โดยถูกต้องต่อไป สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ได้กราบถวายบังคมลาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่สถานีรถไฟนครสวรรค์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนเรือพระที่นั่งจากเมืองนครสวรรค์ไปถึงเมืองอุตรดิตถ์ ในระหว่างทางได้เสด็จประพาสเมืองพิจิตรและพิษณุโลกด้วย จากเมืองอุตรดิตถ์ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนช้างและม้าสู่เมืองแพร่แล้วเสด็จประพาสเมืองลำปาง เมืองพะเยา เมืองเชียงราย ก่อนที่จะเสด็จถึงเมืองเชียงใหม่ในวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ ในช่วงเวลาที่เสด็จประพาสเมืองต่าง ๆ จึงทรงพระราชนิพนธ์ เรื่อง ลิลิตพายัพ พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เมื่อครั้งเป็นหลวงอภิรักษราชฤทธิ์ เลขานุการในพระองค์ที่ตามเสด็จครั้งนั้น เล่าว่าทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ในเวลาว่าง เมื่อถึงเวลาพิมพ์ มีพระราชประสงค์ไม่ให้ผู้ใดทราบว่าเป็นหนังสือที่ทรงพระราชนิพนธ์ จึงใช้พระนามแฝงว่า หนานแก้วเมืองบูรพ์ โดยคำว่า “หนาน” หมายถึง ผู้ที่เคยอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ในภาษามณฑลพายัพ “แก้ว” หมายถึง วชิราวุธ และ “เมืองบูรพ์” หมายถึง พระอิสริยยศ กรมเทพทวารวดี นอกจากนี้ ยังมีผู้แต่งร่วมอีก ๓ คน ซึ่งเป็นข้าราชบริพารที่ตามเสด็จ คือ หม่อมเจ้าถูกถวิล สุขสวัสดิ์ ใช้นามแฝงว่า น้อย สบจินดา พระยาบำเรอบริรักษ์ ใช้นามแฝงว่า หนานขวาย และพระยาสุรินทราชา ใช้นามแฝงว่า นายมยูรลลิตพายัพ เป็นพระราชนิพนธ์ที่แต่งด้วยโคลงและร่าย บรรยายเกี่ยวกับบรรยากาศ สภาพดินแดนล้านนา เส้นทางการเสด็จพระราชดำเนิน สภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ประเพณีต่าง ๆ ตลอดจนการพัฒนาด้านคมนาคม ด้านการศึกษา และการกระจายความเจริญจากส่วนกลางไปสู่หัวเมือง รวมทั้ง สอดแทรกตำนานพื้นเมืองของสถานที่ที่เสด็จพระราชดำเนิน เช่น ตำนานพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ตำนานหลักเมืองหรือตำนานเสาอินทขิล จังหวัดเชียงใหม่ ตำนานพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ตำนานพระเจ้าตนหลวง จังหวัดพะเยา วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าและวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ ขอร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : หนังสือพระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย ๑๐๐ ปี นามพระราชทาน นครเชียงใหม่ : ประวัติศาสตร์ การพัฒนา การศึกษา และสังคมนครเมืองเชียงใหม่อ้างอิง : ๑. มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. ๒๕๑๐. ลิลิตพายัพ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. พระนคร: มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย. (มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศล ซึ่งสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๐).๒. โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย. ๒๕๕๐. พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย ๑๐๐ ปี นามพระราชทาน นครเชียงใหม่ : ประวัติศาสตร์ การพัฒนา การศึกษา และสังคมนครเมืองเชียงใหม่. เชียงใหม่: เชียงใหม่โรงพิมพ์แสงศิลป์.๓. วศวรรษ สบายวัน. ๒๕๖๑. “การใช้เวลาในการเล่าเรื่องในลิลิตพายัพ พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว.” HOSO Journal of Humanities and Social Sciences. ๒(๒): ๙๗-๑๓๐.


กจฺจายนมูลสุตฺต (กจฺจายนมูลสูตร)  ชบ.บ.70/1-1  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.191/11ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  56 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 108 (133-140) ผูก 11 (2565)หัวเรื่อง : เอกนิปาต--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.292/8ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-รักทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 122  (266-274) ผูก 8 (2565)หัวเรื่อง : เอกนิบาต --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



ชื่อผู้แต่ง              - ชื่อเรื่อง               ปัญญาสชาดก ภาคที่ ๑ สมุททโฆสชาดก กับ สุธนชาดก ครั้งที่พิมพ์           - สถานที่พิมพ์        พระนคร สำนักพิมพ์          โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม ปีที่พิมพ์              ๒๕๐๔ จำนวนหน้า          ๘๖ หน้า หมายเหตุ            พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางไห้  วัฏฏะสิงห์ ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม ๓๑ กรกฎาคม  ๒๕๐๔                          หนังสือปัญญาชาดกนี้ คือ นิทานเก่าแก่ ที่เล่ากันในเมืองไทยแต่โบราณ ๕๐ เรื่อง พระสงฆ์ชาวเชียงใหม่รวบรวมแต่งเป็นชาดก ไว้ในภาษา มคธ เมื่อพุทธศักราชประมาณราวในระหว่า ๒๐๐๐ จน ๒๒๐๐ ปี


#เที่ยวทั่วน่านกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านน่าน ถือเป็นจังหวัดยอดฮิตที่หลายคนใฝ่ฝันว่าต้องมาเที่ยมชมสักครั้งในชีวิต ด้วยมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลทั้งทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม เมื่อมาเที่ยวน่านแล้วครั้งเดียวก็ไม่พอ วันนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่านสุดฮิต"สิ่งที่น่าสนใจใน วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน"วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน ถือเป็นพิกัดที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องไม่พลาดไปเชคอิน เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นตัวเมืองน่านทั้งเมือง และจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในตัวเมืองน่านก็ว่าได้ หากเรามาในหน้าหนาวเราจะได้พบกับทะเลหมอกที่ปกคลุมตัวเมืองน่านทั้งเมือง จุดที่น่าสนใจของวัดพระธาตุเขาน้อยนั้นมีหลากหลายสิ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ขอพาทุกท่านไปชมจัดทำโดยนางสาวนันทพร พูลสิงห์ นิสิตโครงการสหกิจศึกษา คณะสังคมศาสตร์ สาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร



นานา...น่ารู้จากเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง พิธีพระราชทานเพลิงศพ นายไวพจน์ สกุลนี (ไวพจน์ เพชรสุพรรณ) ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง) พุทธศักราช 2540


เสวนาประกอบนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2565 "อาโรคยปณิธาน" "สมุดภาพการแพทย์ไทย :บันทึกประวัติศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขไทยผ่านภาพถ่าย" ร่วมพูดคุยเกร็ดความรู้และเรื่องราวในภาพถ่ายเก่าการแพทย์และสาธารณสุขไทย กับเอนก นาวิกมูล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2563 ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นายกสมาคมจดหมายเหตุไทย และนายแพทย์สมบัติ แทนประเสริฐสุข ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2565 เวลา 13.30-15.30 น. รับชมพร้อมกันผ่าน Facebook Live Page : Office of National Museums, Thailand Youtube : Office of National Museums, Thailand






นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง ๙๐ วัสสา ผืนป่าห่มหล้า ผืนผ้าห่มเมือง องก์ที่ ๒ พระมหากรุณาธิคุณแผ่ผืนหล้าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงสาเหตุที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและถูกทำลายลงทุกขณะ จนเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของราษฎรและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยบรรเทาความแห้งแล้งและสร้างความอุดมสมบูรณ์คืนสู่ผืนดิน ทรงชักชวนและปลูกฝังให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของป่า ช่วยกันปลูกป่า และดูแลป่า รวมทั้งรู้จักใช้ประโยชน์จากป่าอย่างถูกต้อง เพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำลำธารอย่างถูกวิธีในอันที่จะสามารถพลิกผืนดินให้กลับมาชุ่มชื้นได้ ทรงมีแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ป่าให้เป็นไปอย่างเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่า ให้ป่าอยู่กับคนได้ คนอยู่กับป่าได้ โดยไม่มีการทำลาย แนวพระราชดำริของพระองค์จึงก่อให้เกิดโครงการต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ เช่นโครงการหมู่บ้านรวมไทย     พื้นที่บริเวณปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่อันตรายที่อยู่ติดแนวชายแดน มีกองกำลังต่าง ๆ มีการขนส่งยาเสพติดตามแนวชายแดน มีการทำไร่ฝิ่นของชาวเขา และบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ทรงมีความห่วงใยสถานการณ์ในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการหมู่บ้านรวมไทยขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๓ เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่มีความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่     พระองค์ทอดพระเนตรเห็นราษฎรส่วนใหญ่ในพื้นที่อำเภออมก๋อยมีความเป็นอยู่ยากไร้ จึงพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร โดยยึดหลัก ๓ ประการ คือ รักษาสภาพป่าไว้มิให้ถูกทำลาย ฟื้นฟูสภาพป่าให้คืนสู่สภาพธรรมชาติ โดยให้มีทั้งป่าธรรมชาติและป่าไม้ใช้สอย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีอาชีพและมีที่ทำกินถาวร ตามหลักการของพระองค์คือให้คนเป็นผู้รักษาป่าหรือคนอยู่กับป่าได้อย่างกลมกลืนและเกื้อกูลกัน โดยคนเป็นผู้ดูแลรักษาป่าในลักษณะของ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ทรงมีพระราชดำริให้บ้านห้วยไม้หก ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านนำร่องโครงการ เมื่อเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์     จัดตั้งเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๕ จุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิจัยและให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวบรวมพันธุ์ไม้ให้เป็นหมวดหมู่ตามวงศ์สกุลต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ มีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านพืช รวมทั้งเป็นสถานที่เผยแพร่ความสวยงามและคุณค่าของพรรณพฤกษชาติไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไป โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง     จัดตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๓ กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือรวม ๑๘ สถานี ภายใต้หลักการ “คนอยู่ร่วมกับป่า” โดยการพัฒนาคนให้มีความรู้ มีจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ อย่างสมดุล และมีการบริหารจัดการแบบบูรณาการ และช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่สูงดำรงชีพในพื้นที่ทำกินเดิม ไม่อพยพโยกย้ายถิ่นฐาน มีอาหารเพียงพอ มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอ้างอิง :๑.  สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.  ๒๕๖๐.  ๘๔ พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน.  กรุงเทพฯ: กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล.๒. คณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือไม้ดอกและไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ. ๒๕๓๖. ไม้ดอกและไม้ประดับ. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.๓. กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๖๑. จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙. กรุงเทพฯ : ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์.๔. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. ๒๕๔๘. ประมวลพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.๕. กรมการศาสนา. ๒๕๕๗. พระราโชวาทและพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.๖. กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, และ สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์. ๒๕๕๐. ถักร้อยดวงใจมหกรรมทอผ้าไทย เทิดไท้พระบรมราชินีนาถ. กรุงเทพมหานคร: ศรีสยามการพิมพ์.  ๗. สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน). ม.ป.ป. ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ (Online). https://www.sacict.or.th/th/listitem/10223 , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔.๘. อรุณวรรณ ตั้งจันทร, เกษร ธิตะจารี, และ นิรัช สุดสังข์. ๒๕๕๖. “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอจากผ้าปักชาวเขาเผ่าม้ง จังหวัดเพชรบูรณ์.” วารสารวิชาการ ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ๔ (๒): ๕๕-๖๗.  ๙. กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๕๘. อัคราภิรักษศิลปิน. กรุงเทพมหานคร: มปท.๑๐. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. ๒๕๖๔. ครูช่างทอ ผู้ได้ชื่อว่า “๔ ทหารเสือราชินี” แห่งวงการผ้าไหมไทย (Online). https://www.silpa-mag.com/culture/article_67780 , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔.๑๑. กรมการพัฒนาชุมชน. ม.ป.ป. สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.


black ribbon.