ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,517 รายการ
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามกับกรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ผลงานการอนุรักษ์จัดเก็บคัมภีร์ใบลานวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม โดยมีอาสาสมัครและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวม 25 คน ทำการสำรวจ อนุรักษ์ ลงทะเบียน จัดเก็บคัมภีร์ใบลานตามหลักวิชาการ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 30 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริม และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม
วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เป็นวัดสำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์และมีคัมภีร์ใบลานพระไตรปิฎกบรรจุกล่องอยู่ในหอพระไตรปิฎก ซึ่งคัมภีร์ใบลานวัดราชประดิษฐฯ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมเดิมภายในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้อัญเชิญคัมภีร์ใบลานพระไตรปิฎกดังกล่าวไปประดิษฐาน ณ หอพระไตรปิฎกวัดราชประดิษฐฯ โดยบรรจุไว้ในกล่องพระธรรม ทำด้วยไม้มีขนาดพอเหมาะกับคัมภีร์ชุดหนึ่งๆ หรือหมวดหนึ่งๆ ตามพระไตรปิฎก ด้านสันกล่องได้จารึกหมวดหมู่ชื่อเรื่องด้วยอักษรขอม ภาษาบาลี และภาษาบาลี-ไทย ลักษณะคล้ายประดับเกล็ดหอยฝังเนื้อไม้ วางเรียงไว้ตามชั้นต่างๆ ในตู้พระธรรมซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 อยู่ในฐานะเอกสารโบราณที่ควรอนุรักษ์จัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการศึกษา ค้นคว้าและเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทั้งนี้ นักภาษาโบราณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้นำอาสาสมัครเข้าสำรวจตรวจสอบปริมาณกล่องคัมภีร์อย่างละเอียด พบกล่องคัมภีร์ใบลานจำนวนทั้งสิ้น 87 กล่อง สภาพกล่องชำรุดเสียหาย ภายในกล่องพบคัมภีร์อยู่ในสภาพชำรุดมาก แยกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ คัมภีร์ใบลานที่จับผลึก ติดแน่น แข็งเป็นท่อน คัมภีร์ใบลานชำรุด พลัดผูก หัก งอ ผิดรูป และคัมภีร์ใบลาน ถูกแมลงสัตว์กัดกิน เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ป่นเป็นผง เมื่อประเมินปริมาณงานที่ต้องดำเนินการแล้ว มีคัมภีร์ใบลานที่ชำรุดไม่สามารถจัดหมวดหมู่ ชื่อเรื่อง ลงทะเบียนได้ประมาณ 80% ของคัมภีร์ที่มีอยู่ทั้งหมด ส่วนอีก 20% สามารถดำเนินการต่อในขั้นตอนตามหลักวิชาการได้ เช่น ทำความสะอาด เปลี่ยนสายสนอง อ่านวิเคราะห์ชื่อเรื่อง ออกเลขทะเบียน สำหรับแนวทางในการดำเนินงาน สำรวจ อนุรักษ์ จัดเก็บ คัมภีร์ใบลานชำรุดมากทั้ง 3 ลักษณะนั้น จะมีการทำความสะอาด เขียนป้ายบอกลักษณะชำรุด ห่อ มัด และจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาลักษณะทางกายภาพของคัมภีร์ ส่วนคัมภีร์ใบลานที่สามารถอ่านศึกษาเนื้อหาได้ จะได้ดำเนินการตามหลักวิชาการในการอนุรักษ์ ทำทะเบียน และจัดเก็บต่อไป
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือและสร้างการรับรู้ระหว่างคณะสงฆ์ กรมศิลปากร และภาคส่วนประชาชน เพื่ออนุรักษ์สืบสานคัมภีร์ใบลานซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาของบรรพชนให้มีอายุยืนยาว อีกทั้งยังเกิดเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์เอกสารโบราณ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและส่งต่อมรดกภูมิปัญญาให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป
พระพิมพ์รูปพระพุทธเจ้าแสดงภูมิปรรศมุทรา
พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙
ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี ณ เจดีย์ชเวซานดอ เมืองพุกาม (Pagan) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ – ๒๔๗๐ กองตรวจค้นโบราณคดีของประเทศพม่า ส่งมาแลกเปลี่ยนกับพระพิมพ์ไทยเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๔
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องเอเชีย อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
พระพิมพ์ดินเผา กึ่งกลางเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับขัดสมาธิเพชร แสดงภูมิปรรศมุทรา (ปางมารวิชัย) พุทธลักษณะอุษณีษะนูน พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระวรกายครองจีวรห่มเฉียง ประทับขัดสมาธิเพชรเหนือฐานบัวคว่ำบัวหงายภายซุ้มวงโค้ง กรอบซุ้มประดับแถบลายลูกประคำ เหนือซุ้มขึ้นไปเป็นฉัตร ด้านข้างซุ้มแวดล้อมด้วยสถูป ด้านล่างของพระองค์มีจารึกอักษรเทวนาครี (Nagari) ภาษาสันสกฤต ในรายงานของ Charles Duroiselle ระบุว่าจารึกดังกล่าวมีใจความว่า พระเจ้าอโนรธามหาราชทรงสร้างพระพิมพ์ชิ้นนี้เพื่อให้พระองค์ได้ไปสู่ในภพภูมิของพระเมตไตรยะ
ตามประวัติพระพิมพ์องค์นี้พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่เจดีย์ชเวซานดอ (Shwesandaw Pagoda) เมืองพุกาม ซึ่งเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าอโนรธามหาราช หรือที่คนไทยรู้จักในพระนามว่า พระเจ้าอนุรุทธ หรืออนิรุทธ (ครองราชย์ พ.ศ.๑๕๘๗-๑๖๒๐) เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุที่ได้มาจากเมืองสะเทิม ภายหลังที่พระองค์ยกทัพทำสงครามและได้รับชัยชนะเมื่อ พ.ศ. ๑๖๐๐* จากรูปแบบของพระพิมพ์ชิ้นนี้สะท้อนถึงการรับอิทธิพลของศิลปะอินเดียแบบปาละ ในสังคมพุกาม ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ (ซึ่งในอินเดียตรงกับสมัยปาละตอนปลาย) กระนั้นก็ตามศิลปะปาละของอินเดียที่เกี่ยวเนื่องพุทธศาสนามักปรากฏการสร้างศิลปกรรมในคติพุทธศาสนามหายาน ต่างจากพุกามซึ่งแม้จะปรากฏรูปแบบของศิลปะปาละจากอินเดีย แต่มักจะสร้างขึ้นในคติพุทธศาสนาเถรวาท
พระพิมพ์ชิ้นนี้เป็นหนึ่งในพระพิมพ์จำนวน ๑๖ รายการที่กองตรวจค้นโบราณคดีของประเทศพม่า (Archaeological Survey Burma) ส่งมาแลกเปลี่ยนกับพระพิมพ์ไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ โดย นาย Charles Duroiselle ผู้อำนวยการกองตรวจค้นโบราณคดีของประเทศพม่าในขณะนั้น เป็นผู้คัดเลือกและส่งมอบให้กับทางราชบัณฑิตยสภา
*ในคราวนั้นมีพระภิกษุนามว่า ชิน อระหัน เดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนาที่เมืองพุกาม พระเจ้าอโนรธามหาราช ทรงมีความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก และต่อมาทราบว่าเมืองสะเทิม มีพระไตรปิฎก จึงส่งราชทูตไปขอพระไตรปิฎกมายังเมืองพุกาม แต่พระเจ้ามกุฎ (หรือพระมนูหะ - Manuha) ปฏิเสธพระองค์ จึงทรงทำสงครามและได้รับชัยชนะพร้อมกับกวาดต้อนผู้คนจากเมืองสะเทิมพร้อมทั้งพระไตรปิฎกกลับยังเมืองพุกาม
อ้างอิง
ศักดิชัย สายสิงห์. ศิลปะพม่า. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๗.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, (๔)ศธ. ๒.๑.๑/๑๘๐, เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง แลกเปลี่ยนพระพิมพ์ดินเผากองตรวจรักษาของโบราณประเทศพม่ากับราชบัณฑิตยสภา (๒๒ เม.ย.๒๔๗๔-๒๔ ก.พ. ๒๔๗๕).
Marshall, John editor. Annual Report Of The Archaeological Survey Of India 1926-1927. Galcutta: Government of India Central Publication Branch, 1930.
ภาพเล่าเรื่องรูปบุคคลนั่งท่ามหาราชลีลา
- ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔)
- ปูนปั้น
- ขนาด กว้าง ๘๔.๕ ซม. ยาว ๘๕.๕ ซม. หนา ๑๒ ซม.
เดิมประดับที่ฐานลานประทักษิณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของเจดีย์จุลประโทน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ปูนปั้นรูปบุคคล พิจารณาจากเครื่องประดับ และท่านั่งน่าจะเป็นบุคคลชั้นสูง หรือเทวดา
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40101
ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สระบุรี (เวลา 12.30-13.30 น.) จำนวน 63 คนวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. คณะผู้เข้ารับการอบรมศึกษาดูงาน จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี จำนวน ๖๓ คน เข้าศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีนางสาวณัฎฐกานต์ มิ่งขวัญ ตำแหน่งเจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ชำนาญงาน และว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่ง พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้
แม่พิมพ์โลหะบนไม้ และการ์ดกระดาษภาพพระพุทธสิหิงค์พร้อมประวัติ
๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๙
โรงพิมพ์พระจันทร์ นายสนั่น ตันบุญยืน ผู้พิมพ์
ปัจจุบันเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นำมาจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” ระหว่างวันที่ ๒๘ มีนาคม – ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
แม่พิมพ์โลหะ ลักษณะเป็นแผ่นสังกะสี* ตอกยึดด้วยตะปูเข้ากับไม้ที่ถากผิวไว้ แผ่นสังกะสีเป็นภาพพระพุทธสิหิงค์ และด้านล่างมีข้อความแกะเป็นตัวหนังสือกลับด้าน ความว่า
“พระพุทธสิหิงค์สร้างที่ลังการาว พ.ศ. ๗๐๐ ประดิษฐานอยู่ที่ลังกาทวีปราว ๑๑๕๐ ปี แล้วเสด็จมาสู่ประเทศสยามในราว พ.ศ.๑๘๕๐ ประดิษฐานอยู่สุโขทัย แล้วย้ายไปประทับ ในเมืองต่าง ๆ คือ
พิษณุโลก ราว พ.ศ. ๑๙๒๐ ประทับอยู่ ๕ ปี
ศรีอยุธยา ราว พ.ศ. ๑๙๒๕ ประทับอยู่ ๕ ปี
กำแพงเพ็ชร์ ราว พ.ศ. ๑๙๓๐ ประทับอยู่ ๑ ปี
เชียงราย ราว พ.ศ. ๑๙๓๑ ประทับอยู่ ๑๙ ปี
เชียงใหม่ ราว พ.ศ. ๑๙๕๐ ประทับอยู่ ๒๔๕ ปี
ศรีอยุธยา ราว พ.ศ. ๒๒๐๕ ประทับอยู่ ๑๐๕ ปี
เชียงใหม่ ราว พ.ศ. ๒๓๑๐ ประทับอยู่ ๒๐ ปี
กรุงเทพฯ ราว พ.ศ. ๒๓๓๐ อยู่จนทุกวันนี้
(พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ)”
แม่พิมพ์ชิ้นนี้เป็นตัวอย่างการพิมพ์พื้นนูน หรือ ระบบเลตเตอร์เพลส์ (Letterpress Plate)กล่าวคือช่างจะ นำแผ่นโลหะเป็นภาพหรือข้อความติดไว้กับแผ่นไม้ ส่วนที่นูนจะมีเฉพาะข้อความและภาพที่ต้องการพิมพ์ และช่างจะใช้มีดหรือสิ่วถากเนื้อไม้ในส่วนที่ไม่ต้องการพิมพ์ (Nonprinting area) ให้มีระดับต่ำกว่าพื้นที่รองรับหมึก ส่วนที่นูนของโลหะจะรับกับลูกกลิ้งหมึก (Inking roller) และนำไปกด (press) กับกระดาษเกิดเป็นภาพบนกระดาษตามที่ต้องการ
สำหรับแผ่นสังกะสีในส่วนของภาพพระพุทธสิหิงค์นั้นทำขึ้นเป็นแม่พิมพ์แบบรูปเดี่ยวไม่มีพื้นหลัง หรือOutline Halftone กล่าวคือ การนำฟิล์มเนกาทีฟ (Negative) ภาพพระพุทธสิหิงค์ มาตัดส่วนพื้นหลังออก แล้วจึงอัดลงบนแผ่นสังกะสีที่เคลือบน้ำยาไวแสง จากนั้นจึงใช้น้ำกรดกัดเพื่อให้ได้ภาพตามที่ต้องการ เมื่อบล็อคสมบูรณ์จึงใช้เลื่อยฉลุตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกทิ้ง จากนั้นจึงแต่งขอบให้เป็นมุมเฉียง เพื่อง่ายต่อการตอกตะปูลงบนสังกะสีติดกับไม้ที่เป็นส่วนรองรับ โดยต้องตอกให้หัวตะปูแนบสนิทรอบขอบโลหะเพื่อตรึงไว้ ส่วนตัวอักษรด้านล่างภาพพระพุทธสิหิงค์นั้นเป็นเทคนิคการแกะโลหะเป็นรูปตัวอักษรนูนขึ้นมาจากพื้นผิว
วิทยาการของการทำภาพพิมพ์บนโลหะนั้นเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ ๑๘๕๐ นับตั้งแต่ ค.ศ.๑๘๕๐ (พ.ศ.๒๓๙๓) Firmin Gillot ได้ประดิษฐ์แม่พิมพ์แบบลายเส้นลงบนแผ่นสังกะสีแล้วใช้กรดไนตริกกัดให้เกิดส่วนเส้นนูนขึ้นบนพื้นผิว อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้ไม่ได้ใช้ฝีมือการแกะมิได้ใช้ภาพถ่ายเป็นต้นแบบ ต่อมา ค.ศ. ๑๘๕๒ (พ.ศ. ๒๓๙๕)William Henry fox-Talbot ได้นำเอาเหล็กกล้าที่ฉาบน้ำยาไวแสงมาอัดกับภาพถ่าย แล้วนำไปกัดกับน้ำกรดจนได้เป็นแม่พิมพ์ภาพเหล็กที่มีต้นแบบมาจากภาพถ่ายและใน ค.ศ. ๑๘๕๕ (พ.ศ. ๒๓๙๘) Alphonese Louis Poitevin เป็นผู้คิดค้นการทำบล็อกสังกะสีขึ้นด้วยเทคนิคแบบเดียวกัน และนับจากช่วงเวลาดังกล่าวนี้การพิมพ์ภาพลงบนสื่อสิ่งพิมพ์จึงหันมาพิมพ์ภาพด้วยเทคนิคดังกล่าว กระทั่งในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ (ประมาณช่วงรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) เกิดระบบการพิมพ์บล็อกโลหะแบบ Halftone Block และเป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา
สันนิษฐานว่าการ์ดกระดาษภาพพระพุทธสิหิงค์พร้อมประวัตินี้ เป็นสิ่งพิมพ์ที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์ขึ้นแจกจำหน่ายในงานสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี พ.ศ. ๒๔๗๙ โดยด้านหลังพิมพ์ข้อความว่า “ร.พ.พระจันทร์ นายสนั่น ตันบุญยืน ผู้พิมพ์โฆษณา ๑.๑.๗๙”
*สังกะสี นิยมใช้กับงานพิมพ์ที่มีปริมาณน้อย และมีคุณภาพในระดับธรรมดา ต่างจากทองแดงที่เหมาะกับการพิมพ์งานปริมาณมากและมีคุณภาพสูง
อ้างอิง
กำธร สถิรกุล. หนังสือและการพิมพ์. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว,๒๕๑๕.
สนั่น ปัทมะทิน. การเรียงพิมพ์. พระนคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๑๓.
การยกเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของหนังสือพิมพ์
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 71/1หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง กองวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
ชื่อเรื่อง วารสารวัฒนธรรมไทย (ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘)
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๘
จำนวนหน้า ๖๗ หน้า
รายละเอียด
วารสารวัฒนธรรมไทย ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ ประกอบด้วยเนื้อหามาฆบูชา พระธาตุดอยสุเทพ เบิกพระเนตร ประเพณีเทศน์มหาชาติ ทฤษฎีและการปฏิบัติดนตรีไทย ปฐมสุภาษิต สถาปัตยกรรมไทย พิธีสู่ขวัญ การละคร ตอบปัญหาวัฒนธรรม ศูนย์ชุมชนส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ฯลฯ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 91/2หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 42 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 121/6
หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 28 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม.
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา