ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,109 รายการ

          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและ ประวัติศาสตร์ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ สืบทอด และเผยแพร่ต้นฉบับหนังสือเก่าทรงคุณค่า เพื่อให้สาธารณชนนำไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในโอกาสต่าง ๆ บุคคลหรือหน่วยงานใดประสงค์จะจัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และจารีตประเพณี สามารถติดต่อได้ที่ กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร โทร. ๐ ๒๑๖๔ ๒๕๐๑ ต่อ ๖๐๗๖ หรือดูรายชื่อหนังสือที่อนุญาตให้นำไปจัดพิมพ์เผยแพร่ได้ที่ www.finearts.go.th/literatureandhistory           สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร มีภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์ สร้างสรรค์ สืบทอด และเผยแพร่หนังสือและเอกสารเก่าอันทรงคุณค่า ทั้งด้านวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และจารีตประเพณี โดยเปิดโอกาสให้สาธารณชนร่วมสืบทอดอายุหนังสือเก่า ด้วยการนำต้นฉบับหนังสืออันทรงคุณค่าเหล่านี้ไปจัดพิมพ์ในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานอายุวัฒนมงคล งานบำเพ็ญกุศลศพ และงานฉลองในโอกาสต่าง ๆ เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กว้างขวาง โดยคัดเลือกและจัดหมวดหมู่หนังสือและเอกสารเก่าที่ทรงคุณค่า จัดทำฐานข้อมูลในระบบดิจิทัล รวบรวมรายชื่อหนังสือและเอกสารเผยแพร่แก่ผู้สนใจที่ประสงค์จะนำไปจัดพิมพ์ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และ สืบทอดหนังสือและเอกสารเก่าอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป           สำหรับรายชื่อหนังสือที่อนุญาตให้นำไปจัดพิมพ์ขณะนี้มีทั้งสิ้น ๒๑๓ เรื่อง แบ่งเป็น ประเภทวรรณกรรม จำนวน ๙๖ เรื่อง เช่น กากีคำฉันท์ ประชุมสุภาษิตสอนหญิง อิศปปกรณัม: วรรณกรรมแปลจากตะวันตกยุคแรกของไทย ประเภทประวัติศาสตร์ จำนวน ๒๖ เรื่อง เช่น เรื่องกรุงเก่า กรมพระราชวังบวรสถานมงคลสมัยรัตนโกสินทร์ พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์ ประเภทจารีตประเพณี จำนวน ๓๗ เรื่อง เช่น มหาทิพมนต์: ความสืบเนื่องของบทพระพุทธมนต์ในสังคมไทย ย้อนรอยพิธีโล้ชิงช้าในสยาม ประเภทแปลและเรียบเรียง จำนวน ๕๔ เรื่อง เช่น ห้าปีในสยาม เล่ม ๑ – ๒ บันทึกสัมพันธภาพระหว่างประเทศสยามกับนานาประเทศ เล่มที่ ๔ – ๖ ตามรอยบันทึกชาวต่างชาติจากอ่าวสยามสู่ลำน้ำเจ้าพระยา สยามและลาวในสายตามิชชันนารีชาวอเมริกัน           ทั้งนี้ รายละเอียดในการจัดพิมพ์ยึดตามระเบียบกรมศิลปากร เรื่อง การขออนุญาตพิมพ์หนังสือ พ.ศ.๒๕๒๐


สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ลงพื้นที่ดำเนินการซ่อมแซมหลังคา(เบื้องต้น) อุโบสถเก่าวัดบ้านหอย ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนทำให้หลังคาอุโบสถเสียหาย โดยดำเนินการร่วมกับวัด ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา มีแผนดำเนินงานจัดทำรูปแบบรายการเพื่อการบูรณะต่อไป นายนุกูล ดงสันเทียะ นางช่างโยธาชำนาญงาน และคณะ  


          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมศิลปากรได้ชี้แจงว่าไม่มีความ เกี่ยวข้องใด ๆ กับกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ซึ่งมีส่วนเข้าใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาไปแล้วนั้น           กรมศิลปากรขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนคร ศรีอยุธยา ได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมด้านโลจิสติกส์และการคมนาคม เพื่อรองรับการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงและศูนย์ซ่อมบำรุงและควบคุมการเดินรถจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารสถานีอยุธยาและพื้นที่โดยรอบ ผู้แทนสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ได้พิจารณาเห็นว่าโครงการฯ มีงานก่อสร้างอาคารสถานีขนาดใหญ่ มีความสูงถึง ๔๕ เมตร และอยู่ในเกณฑ์ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบกับโบราณสถานและมรดกโลกอยุธยา จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าทางบริษัทที่ปรึกษาจะต้องสำรวจผลกระทบต่อโบราณสถานที่อยู่ริมทางรถไฟ หรือ EIA ก่อนการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาได้แจ้งตอบในการประชุมว่ามีการอนุมัติรายงาน EIA ไปแล้วตั้งแต่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ทางสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา จึงดำเนินการตรวจสอบซึ่งไม่พบว่ามีการส่งรายงานสำรวจ EIA มายังสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา แต่อย่างใด สำหรับอาคารสถานีอยุธยา บริษัทฯ ชี้แจงว่าจะดำเนินการสร้างอาคารใหม่คร่อมอาคารหลังเก่า และปรับปรุงเป็นศูนย์ข้อมูลหรือพิพิธภัณฑ์ จึงเป็นครั้งแรกที่กรมศิลปากรได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงยกระดับและสถานีขนาดใหญ่ และการจัดทำแนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่ง (Transit Oriented Development - TOD) และหลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงเป็นการหารือรายละเอียดการก่อสร้างระหว่างกรมศิลปากรและบริษัทที่ปรึกษา ฯ ตลอดมา           จนเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดย กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการศึกษาพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ขอเข้าหารือกับ กรมศิลปากร ในประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับขนาดของอาคารสถานีที่มีความสูงและใหญ่เกินความจำเป็นต่อการใช้งาน และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่เกาะเมือง จึงอาจส่งผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกได้ จึงขอให้ กรมศิลปากรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปรับปรุงรูปแบบอาคารให้กระทบต่อแหล่งมรดกโลกน้อยที่สุด กรมศิลปากรจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานติดตามแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยาโดยตรง           วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๓ กรมศิลปากรได้มีหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่าพื้นที่โครงการอยู่ในเขตโบราณสถาน และอยู่ใกล้เขตมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา จึงขอให้มีการพิจารณาทางเลือกในการออกแบบสถานี ที่เหมาะสมอีกครั้ง เช่น ปรับลงเป็นทางลอดใต้ดิน หรือเบี่ยงไปใช้เส้นทางใหม่หรือย้ายที่ตั้งสถานี และไม่เห็นด้วยกับรูปแบบสถานีที่มีการนำเสนอ และขอให้การรถไฟส่งรายละเอียดรูปแบบรางและอาคารสถานีในแนวเส้นทางรถไฟ ตลอดทั้งเส้นให้กรมศิลปากรตรวจสอบพิจารณา และขอให้มีนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเพื่อทราบต่อไป และในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนกรมการขนส่งทางราง ได้เข้าหารือกับอธิบดีกรมศิลปากร เกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีอยุธยาของโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ชั้น ๘ (เทเวศร์) ในครั้งนั้น กรมศิลปากรมีประเด็นนำเสนอว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ มีส่วนเข้าใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา จึงควรให้ความสำคัญต่อบริบทความเป็นมรดกโลกของพื้นที่ และร่วมกันพิจารณาหาทางเลือกในการออกแบบสถานีที่เหมาะสมร่วมกัน และต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม หรือ HIA ต่อแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา รวมถึงให้ดำเนินการจัดทำการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ตามความจำเป็น





         นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ ใน ประเด็นข้อสงสัยต่อบทบาทกรมศิลปากร กรณีการก่อสร้างทางยกระดับและสถานีอยุธยา ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน เนื่องจากมีเส้นทางผ่านเข้ามาใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากรขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Impact Assessment (EIA) เป็นอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและอากาศ” ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งกรมศิลปากรไม่มีตัวแทนอยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการดังกล่าวทั้ง ๒ ชุด และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ไม่เคยมีหนังสือให้กรมศิลปากรเข้าร่วมประชุมหรือให้ความเห็น ในการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ตลอดกระบวนการ          ส่วนกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกหรือ Heritage Impact Assessment (HIA) นั้น ศูนย์มรดกโลกมีหนังสืออิเลกทรอนิกส์ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๓ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส มายังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ แจ้งให้ประเทศไทยรายงานการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดกับแหล่งมรดกโลก จากการดำเนินโครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา ซึ่งประเด็นนี้ได้ถูกนำเข้าในวาระการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ และคณะกรรมการฯ ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยาในพื้นที่ใหม่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับแหล่งมรดกโลก พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (HIA) โดยมอบให้กรมศิลปากรในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เป็นผู้ดำเนินการร่าง “กรอบข้อกำหนดประกอบรายงานประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม (Heritage Impact Assessment - HIA) นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกแล้ว ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔           ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ส่งร่างข้อกำหนดฯ ดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว


         นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ ใน ประเด็นข้อสงสัยต่อบทบาทกรมศิลปากร กรณีการก่อสร้างทางยกระดับและสถานีอยุธยา ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน เนื่องจากมีเส้นทางผ่านเข้ามาใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากรขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Impact Assessment (EIA) เป็นอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและอากาศ” ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งกรมศิลปากรไม่มีตัวแทนอยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการดังกล่าวทั้ง ๒ ชุด และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ไม่เคยมีหนังสือให้กรมศิลปากรเข้าร่วมประชุมหรือให้ความเห็น ในการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ตลอดกระบวนการ          ส่วนกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกหรือ Heritage Impact Assessment (HIA) นั้น ศูนย์มรดกโลกมีหนังสืออิเลกทรอนิกส์ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๓ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส มายังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ แจ้งให้ประเทศไทยรายงานการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดกับแหล่งมรดกโลก จากการดำเนินโครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา ซึ่งประเด็นนี้ได้ถูกนำเข้าในวาระการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ และคณะกรรมการฯ ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยาในพื้นที่ใหม่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับแหล่งมรดกโลก พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (HIA) โดยมอบให้กรมศิลปากรในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เป็นผู้ดำเนินการร่าง “กรอบข้อกำหนดประกอบรายงานประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม (Heritage Impact Assessment - HIA) นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกแล้ว ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔           ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ส่งร่างข้อกำหนดฯ ดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว


พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.  กรุงเทพฯ : มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม, 2559.  78 หน้า.               ภาพประกอบ.  ให้ข้อมูลของพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   เรื่องพระมเหสี พระชายา  พระราชโอรสและพระราชธิดา  สายราชสกุล  พระราชกรณียกิจ  ด้านการปกครอง  ศรษฐกิจและการคลัง  ด้านกฏหมายและการศาล  ด้านการต่างประเทศ  ด้านสังคม  การศึกษา  การเลิกทาส  ประเพณีและวัฒนธรรม  การศาสนา  ด้านคมนาคมและการสื่อสาร  ด้านสาธารณูปโภคและสาธารณสุข ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรม ด้านการทหารและการป้องกันประเทศ  การเสด็จประพาสต้น  การเสด็จประพาสต่างประเทศ                    923.1593           จ 657 พ            ( ห้องหนังสือทั่วไป)  


รายงานงบทดลองประจำเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔



พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๑๗ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด


กิจกรรม " Cleaning Day " ประจำวันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณพสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่า - ๒๐๑๙ หลังจากปิดการให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าชมนิทรรศการ


ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ตามลิงค์ด้านล่างhttps://wellwishes.royaloffice.th/



black ribbon.