ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 48,926 รายการ
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” วิทยากรโดย นายมนตรี ธนภัทรพรชัย หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และ นายธนพล บึงอำพันธ์ ผู้ช่วยนักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ดำเนินรายการโดย นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.. ร่วมตอบคำถามในรายการ ลุ้นรับ หนังสืออุรังคธาตุ ตำนานพระธาตุพนม และ หนังสือนำชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จำนวน 5 รางวัล ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
องค์ความรู้เรื่อง...#อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
เดือนมีนาคม สำหรับชาวนครราชสีมา เป็นเดือนแห่งการระลึก วีรกรรมท่านท้าวสุรนารี หรือเป็นที่รู้จักกันว่า "วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ขณะท้าวสุรนารีเเละหญิงชาวเมืองนครราชสีมาถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย เเต่ภายหลังเมื่อพักแรมที่บ้านสัมฤทธิ์ (ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย) สามารถเข้าสู้เเละรอดพ้นภัยจากข้าศึกศัตรูได้สำเร็จ จนภายหลัง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได่สถาปนาคุณหญิงโมขึ้นเป็นท้าวสุรนารี ในปี 2370
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สร้างขึ้นในปี 2476 โดยมี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เเละพระเทวาภินิมมิต ซึ่งพื้นเพเป็นชาวนครราชสีมา ร่วมกันออกแบบ อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำสูง 185 เซนติเมตร หนัก 325 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองสูง 250 เซนติเมตร หน้าประตูชุมพล (ประตูเมืองนครราชสีมาด้านทิศตะวันตก) เเละทำพิธีเปิดในช่วงต้นปี 2477 เเละได้มีการซ่อมแซมส่วนฐานอนุสาวรีย์เพื่อบรรจุอัฐิของท่าน ในปี 2510 โดยมีสภาพดังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน
กรมศิลปากร ได้กำหนดให้ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เเละประตูชุมพล พร้อมด้วยแนวกำแพงเมืองนครราชสีมาใบเสมาข้างละ 10 ใบ ที่ยืดออกจากประตูชุมพล เป็นโบราณสถานสำหรับชาติ ในปี 2480 ในเขตพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา ยังมีโบราณสถานที่กรมศิลปากร ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานอีก 3 แห่ง ได้แก่ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร สถานพระนารายณ์ เเละศาลหลักเมือง
"...เป็นแสงสว่างอยู่กลางเมือง
รุ่งเรืองสตรีวีรชน
ใครไหว้ใครบน
ได้ดังอธิษฐาน..."
ปัจจุบัน อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ยังคงตั้งเด่นตระหง่านหน้าประตูชุมพล เป็นที่เคารพบูชา ขอพร ผ่านไปผ่านมาต้องเเวะไหว้ ของชาวนครราชสีมา เเละชาวไทย ทุกคน มายาวนานกว่า 87 ปี
เอกสารประกอบการเสวนาวิชาการเนื่องในสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๔
ระหว่างวันที่ ๓ - ๘ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร
วันนี้ (วันจันทร์ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๔) เวลา ๑๐.๐๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร และรองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมศิลปากร กับ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เพื่อนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางโบราณคดี และการฟื้นฟู อนุรักษ์สงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมของกรมศิลปากร อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการขึ้น เพื่อประสานความร่วมมือทางวิชาการในการศึกษา วิจัยและพัฒนากระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน นำมาใช้ศึกษา ฟื้นฟู อนุรักษ์ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุซึ่งเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ และบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน กับองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดีและการอนุรักษ์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการประยุกต์เทคโนโลยีแสงที่มีในปัจจุบันมาใช้สนับสนุนภารกิจของกรมศิลปากรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอน ในการศึกษาวัตถุที่มีคุณค่าทางโบราณคดีและมรดกทางวัฒนธรรม เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องด้วยแสงซินโครตรอนมีประสิทธิภาพสูง สามารถศึกษาความหลากหลาย ความซับซ้อนของโครงสร้างและองค์ประกอบในวัตถุโบราณ และยังสามารถใช้ศึกษาธาตุองค์ประกอบที่มีปริมาณน้อย ตรวจวัดข้อมูลที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่ได้ โดยเทคนิคแสงซินโครตรอนหลายเทคนิคนั้น ไม่ทำลายตัวอย่างที่นำมาตรวจวิเคราะห์ จึงตอบโจทย์การวิเคราะห์วัตถุทางโบราณคดีได้เป็นอย่างดี สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เคยให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนการศึกษาวิจัยทางโบราณคดี ได้แก่ ๑) งานวิจัยลูกปัดแก้วแบบอินโดแปซิฟิคที่พบในภาคใต้ของประเทศไทยในการค้นหาธาตุที่ให้สี ๒) งานวิจัยเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเพื่อจำแนกวัตถุทำลอกเลียนแบบ โดยวิเคราะห์หาธาตุบ่งชี้บางชนิด ๓) งานวิจัยสำริดโบราณจากแหล่งโบราณคดีโนนป่าช้าเก่า จังหวัดนครราชสีมา โดยศึกษาองค์ประกอบของธาตุและศึกษาสภาพการกัดกร่อนพบว่าเครื่องมือถูกกัดกร่อนจากคลอรีนซึ่งมีอยู่ในสภาพแวดล้อมเป็นตัวการ และในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนมีหัวข้อการปฏิบัติงานเพื่อให้ความอนุเคราะห์สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี ในการศึกษา จำแนกวัสดุที่นำมาใช้ผลิตลูกปัดโดยการใช้แสงซินโครตรอนตรวจสอบสเปกตัมที่แสดงโครงสร้างของวัตถุว่าผลิตมาจากเปลือกหอยหรือปะการังหรือซากฟอสซิลบางประเภท และให้ความอนุเคราะห์สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ศึกษาด้านโบราณโลหะวิทยาโดยศึกษาองค์ประกอบแร่ธาตุจากเหล็กจากแหล่งอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และศึกษาแหล่งแร่
การดำเนินงานถากถางกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางที่ทำลายโบราณสถาน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา(จังหวัดศรีสะเกษ) ระหว่างวันที่ ๘-๑๗ มีนาคม ๒๕๖๔
โดย นายนฤชา อินทร์ภู่ พนักงานดูแลโบราณสถาน บ.๒ และคณะ
วันเสาร์ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๐๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ ถึงชั้นมัธยมศึกษาที่ ๓ โรงเรียนบ้านตาลอยหนองคัน ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวนนักเรียน ๑๖๑ คน คุณครู ๑๖ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๕ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมีนายกรภัทร์ สุขใหญ่ นางถนอม หลวงกลาง นางศรีสุดา ศรีสด นางสาวอภิญญา สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ และนางสาวอาภาภรณ์ เปล่งปลั่งศรี นักวิชาการวัฒนธรรม ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
วีดิทัศน์ ๑๑๐ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากรhttps://www.youtube.com/watch?v=km4dioHFdWE
แบบตราสัญลักษณ์ ๑๑๐ ปี
แห่งการสถาปนา กรมศิลปากร (๒๗ มีนาคม ๒๕๖๔)