ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,535 รายการ
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “แผ่นเสียงในสยาม” วิทยากรโดย นางขวัญฤทัย ขาวสะอาด หัวหน้าหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร และนางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๐.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และติดตามชมย้อนหลังได้ทาง Youtube : กรมศิลปากร
นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า อิโคโมสไทย กำหนดจัดงาน 2022 ICOMOS Advisory Committee, Scientific Symposium and Annual General Assembly การประชุมใหญ่สามัญของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) และการประชุมวิชาการนานาชาติ ประจำปี ๒๐๒๒ ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ณ กรมศิลปากร กรุงเทพฯ
อิโคโมส คือองค์กรของผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านการอนุรักษ์แหล่งมรดกวัฒนธรรม ทำหน้าที่เป็นองค์กรที่ปรึกษาของยูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลก ประเทศไทย โดยกรมศิลปากร ได้สมัครเป็นสมาชิกองค์กรอิโคโมสมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของ อิโคโมสไทย และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของอิโคโมส เพื่อให้นักวิชาการผู้ที่มีภารกิจและความเชี่ยวชาญทางด้านการอนุรักษ์และจัดการแหล่งมรดกวัฒนธรรม สมาชิกขององค์กรอิโคโมส ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับทราบความคืบหน้าของกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กิจกรรมในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ การประชุมใหญ่สามัญของอิโคโมส ซึ่งจำกัดเฉพาะผู้ที่เป็นสมาชิกอิโคโมสสากลเท่านั้น โดยวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ณ ห้องประชุม หอวชิราวุธานุสรณ์ กรุงเทพฯ และการบรรยายพิเศษ โดยนายสีหศักดิ์ กองเกตุแก้ว หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในคณะกรรมการมรดกโลก (กิจกรรมนี้จำกัดเฉพาะสมาชิกอิโคโมสสากลและผู้ที่ได้รับเชิญจากกรมศิลปากรและสมาคมอิโคโมสไทย) และการประชุมเฉพาะสมาชิกอิโคโมส ในวันที่ ๒๖ – ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๕
สำหรับวันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นการประชุมวิชาการนานาชาติประจำปี เปิดให้บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องของการอนุรักษ์แหล่งมรดกวัฒนธรรมเข้ารับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งในปีนี้เป็นการเสนอในหัวข้อ มรดกศาสนสถาน (Religious Heritage) นำเสนอผลงานวิชาการของสมาชิก อิโคโมสที่ผ่านการคัดเลือกกว่า ๖๐ เรื่อง จาก ๓๒ ประเทศทั่วโลก โดยนำเสนอในระบบ hybrid แบ่งออกเป็น ๓ ห้อง จากหัวข้อย่อย ๕ เรื่อง ประกอบด้วย ๑. คุณค่าความสำคัญของศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรม ๒. อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีต่อการอนุรักษ์ การปกป้อง การจัดการมรดกศาสนสถาน ๓. การเปลี่ยนแปลงการใช้สอยและการรับรู้ของศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ๔. กิจกรรมจาริกแสวงบุญในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 และ ๕. การนำมรดกศาสนสถานกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งการจัดการประชุมวิชาการนี้ อยู่ในการดูแลของคณะกรรมการวิชาการนานาชาติของอิโคโมสว่าด้วยเรื่องศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรม ที่มีชื่อย่อว่า PRERICO (เปร ริ โก) บุคคลทั่วไปสามารถเข้าฟังและแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://icomosthai.org
วันพุธที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๖.๐๗ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินนำคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ มายังอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย โดยมีนายบพิตร วิทยาวิโรจน์ รองอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ประชาชนในพื้นที่ เฝ้ารับเสด็จฯ ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ในการนี้นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา พร้อมด้วยนายภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ได้ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ด้วย
กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย จัดนิทรรศการ “Bridge of Colors” สะพานแห่งสีสัน เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบวันชาติของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ครบรอบ ๗๗ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ และเป็นสะพานเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซียเข้าไว้ด้วยกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือทางด้านศิลปวัฒนธรรม
นิทรรศการในครั้งนี้ถ่ายทอดความหมายของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ผ่านภาพวาดที่หลากหลายทั้งทางด้านสุนทรียศาสตร์ การใช้สีสัน แนวความคิดการถ่ายทอดภาพและเทคนิคในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกันของศิลปินชาวอินโดนีเซีย ๑๑ ท่าน ประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ นับตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลา ๗๒ ปีแล้ว แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน ได้มีการแลกเปลี่ยน การส่งเสริม และการสานสัมพันธ์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมนั้น ทั้งสองประเทศต่างมีวัฒนธรรมร่วมกัน ดังจะเห็นได้จากศิลปะ วรรณกรรม นาฏยศิลป์ แตกต่างเพียงบริบทแวดล้อมทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเท่านั้น การสร้างความรับรู้และเข้าใจในความหลากหลายผ่านผลงานศิลปะ นับเป็นวิธีการสื่อสารทางการทูตรูปแบบหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาใช้เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของชาติ โลกศิลปะที่ไร้พรมแดนสามารถหล่อหลอมให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกรับรู้ร่วมกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ และตกผลึกกลายเป็นความตระหนักรู้ถึงคุณค่า และ “อัตลักษณ์” แห่งวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องที่ สร้างพลังแห่งศรัทธาและสายสัมพันธ์ที่เชื่อมผู้คนเข้าไว้ด้วยกันผ่านงานศิลปะ
ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพิเศษ “Bridge of Colors” ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ณ ห้องจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. หยุดวันจันทร์และอังคาร ค่าเข้าชม ชาวไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท